email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 41. ชายหน้ากาก และ จุดเริ่มต้นของบาดแผล

ชื่อตอน : ตอนที่ 41. ชายหน้ากาก และ จุดเริ่มต้นของบาดแผล

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 45

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ม.ค. 2564 15:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 41. ชายหน้ากาก และ จุดเริ่มต้นของบาดแผล
แบบอักษร

ท่ามกลางความมืด ยังคงมีแสงไฟจากโคมไฟจากหน้าบ้านช่องของคนในหมู่บ้าน

ตะวันเพิ่งจะลับขอบฟ้าได้ไม่นาน อียูบังคับม้าให้เดินไปตามทางผ่านผู้คนมากหน้าหลายตา เพื่อที่จะตรงกลับบ้านหลังจากได้พบกับจียงอย่างลับๆ

“โอ๊ะ! ดูสินั่นใคร!!!”

“!!....”

เสียงตื่นตกใจของชายคนหนึ่งดังขึ้นจนอียูต้องหันกลับไปมอง เขาทำท่ายิ้มดีอกดีใจเดินเข้ามาใกล้ อียูเห็นอย่างนั้นจึงดึงบังเหี้ยนให้ม้าหยุดเดิน

“เจ้านั่นเอง แม่สาวฝนตก”

“เจ้าเป็นใครกัน?!”

“เอ่ออ มันก็นานมาแล้วอ่ะนะ แต่เจ้าจำข้าไม่ได้จริงๆอย่างนั้นหรือ ? นี่ เจ้าลองนึกให้ดีๆสิ หน้าตาหล่อๆ อย่างข้าจะถูกลืมง่ายๆได้อย่างไรกัน”

“......?”

อียูเพิ่งมองลงมาจากมุมสูงด้วยแสงไฟในยามกลางคืนทำให้มองยากยิ่งกว่าเดิม แต่กระนั้นรอยยิ้มร่างเริงของเขาก็ทำให้นึงถึงใครบางคนขึ้นมา

“ท่าน คือ....ชายที่เข้าหอนางโลมบ่อยๆ สินะ”

“......อ่า ฮ่าๆๆๆๆ อย่างน้อยก็น่าจะเรียกชื่อข้าสิ”

พรึบ!!

อียูยิ้มให้เขาราวกับแกล้งหยอกล้อ ก่อนจะเอี้ยวตัวโดดลงจากหลังม้า เพื่อลงไปคุยกับเขาดีๆ

หลังจากฝากม้าเอาไว้ ทั้งสองจึงเดินคุยเล่นตามประสาคนรู้จัก ฮีวอนไม่เปลี่ยนไปเลยตั้งแต่ที่อียูเคยรู้จัก เขายังคงร่าเริง ข้าไม่รู้สึกเบื่อเลยเวลาที่ได้คุยกับเขา

“เจ้าสบายดีสินะ ข้าไม่พบเจ้าเลยตั้งแต่เทศกาลขอพรวันนั้น เกิดอะไรขึ้นระหว่างเจ้ากับชายคนนั้นหรือ?”

“เอ่อออ... เรื่องมันค่อนข้างยาวหนะ”

“เจ้าสองคน คบกันแล้วใช่ไหม?!”

“ฮะ ฮีวอน เจ้าช่วยเบาเสียงลงหน่อยจะได้ไหม?!”

“ฮ่าๆๆ ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าเป็นใครเสียหน่อย”

“......”

อียูนิ่งเงียบไปเล็กน้อยกับประโยคที่ฮีวอนบอก ข้าควรจะบอกเขาด้วยดีหรือไม่ว่าข้าเป็นพระชายาในองค์รัชทายาท ท่าทีของเขาจะเปลี่ยนไปไหมนะ

“ข้า.....”

“แล้วเจ้าแต่งชุดผู้ชายทำไมกันเนี่ย?”

“เอ่ออ นี่หนะหรอ ฮ่าๆๆๆ ก็อย่างที่เจ้าบอก ไม่มีใครรู้จักข้านี่นา ข้าจะแต่งยังไงก็ได้”

“ผิดแล้ว แม่สาวฝนตก”

“.....!!!”

“ถึงเจ้าจะโกนหัวจนโล้น หรือทาหน้าดำเดินมาแต่ไกล ก็ยังมีข้าคนนึงแหละที่จำเจ้าได้”

“ขำมากเลย ฮ่าๆๆๆๆ”

พรึบ!!!

ยังไม่ทันที่อียูจะหัวเราะแห้งๆ ให้กับมุขฝืดๆ ของเขา ฮีวอนก็คว้าตัวของอียูหลบเข้าไปยังซอกเล็กๆ ที่ใช้วางกล่องไม้สำหรับขนของเพื่อหลบจากอะไรบางอย่าง

“ทำอะไรของเจ้าฮีวอน....!!!”

“มีคนตามเรามา”

“....!!!”

ฮีวอนยกมือขึ้นบอกให้ข้าเงียบลงพรางชะเง้อหน้าออกไปมองทางที่เราเดินมาด้วยท่าทีที่แตกต่างจากฮีวอนคนเมื่อกี้ลิบลับ

“นี่ไม่ใช่เรื่องดีแน่ เจ้าไปทำเรื่องไม่ดีมาใช่ไหม คังอียู”

“ขะ ข้าไม่รู้!!”

“ตามข้ามา”

“....!”

อียูทำได้เพียงแค่นิ่งเงียบเดินตามเขาเข้าไปอีกทางอย่างไม่ขัดอะไร

พรึบ!

“ข้าคิดว่า เรากลับไปทางเดิมไม่ได้แล้ว”

“ม้าข้า!...”

“.....”

ฮีวอนพาอียูลัดเลาะตามซอกซอยเพื่อที่จะหลบสายตาของคนหมู่มาก เขาเองยังไม่รู้ว่าคนที่ติดตามมาคือใคร แต่เขาเชื่อในสัญชาตญาณ ว่ามีบางคนจับตามองเราทั้งสองคนอยู่

“หากเป็นอย่างนั้น คนจากตระกูลของข้าจะปกป้องเราได้”

“บ้านเจ้าอยู่ไกลจากนี้ไหม?”

“ใช้เวลาพอสมควร”

“หากใช้ม้า เจ้าจะถึงบ้านได้ไวขึ้น”

“อืม”

ฮีวอนหยุดคิดอยู่สักครู่ เขาก็ลุกพรวดโดยคว้าแขนของอียูให้เดินตามเขาไปอีกด้วย

ทั้งสองหลบอยู่ทางเดินแคบๆ ที่สามทรถผ่านได้แค่ทีละคน ฮีวอนหันมองซ้ายทีขวาทีอย่างไม่ไว้ใจ เข้าไม่แน่ใจว่าถูกสะกดรอยตามตั้งแต่เมื่อไร อาจเป็นตั้งแต่แรก หากเป็นอย่างนั้น

“นั่นม้าข้า”

“เดี๋ยว!”

“.....”

เพียงแค่ข้ามไปอีกฝั่งของถนน ก็สามารถขึ้นม้าได้แล้ว แต่ฮีวอนกลับบังไว้้ไม่ยอมให้ข้าก้าวขาออกไป

“ข้าจะล่อพวกมันไปอีกทาง”

“แต่ฮีวอน..”

“ข้าไม่ได้ให้เจ้าหนีไปเปล่าๆ หรอกนะ อย่าลืมตามคนของเจ้ากลับมาช่วยข้าด้วย”

“.....”

ฮีวอนพูดพรางยกยิ้มร่าเริง เจ้าบ้านี่สถานการณ์แบบนี้ยังจะตลกออกอีกนะ แต่หากต้องทำถึงขั้นนั้นจริง ข้าก็จะกลับมาช่วยเขาแน่นอน

“ข้าจะออกไป เจ้าจะต้องอ้อมไปออกอีกทาง แต่ต้องหลังจากที่ข้าวิ่งออกไปจากที่นี่แล้ว เจ้าเข้าใจที่เข้าพูดใช่ไหม?”

“ข้าเข้าใจ”

“อืม”

ฮีวอนใช้มือหนาดันให้ข้าเดินออกด้านหลังเพื่อไปอีกทางซึ่งเป็นช่องเล็กๆ ไม่ต่างจากทางเดิม แต่ก็สามารถออกไปยังถนนเส้นเดียวกันได้

พรึบ!!!

“.....!!!!!”

จุดที่ข้าหลบอยู่มองจากตรงนี้เห็นฮีวอนได้ไม่ค่อยชัดนัก เขาเดินออกมายืนอยู่บนถนนอย่างไม่ปิดบังตามที่ได้บอกเอาไว้จริงๆ

พรึบ!!

เป็นจริงอย่างที่ฮีวอนพูด ชายชุดดำสามคนโดดลงมาจากหลังคาวิ่งตรงไปล้อมฮีวอนเอาไว้ ราวกับไม่ยอมให้เขาได้ขยับตัวไปไปไหนได้อีก

หมับ!!!

“อะ ปล่อยข้านะ!!!”

“..!!!”

มือหนาของใครบางคนจากด้านหลังคว้าตัวของอียูกลับเข้ามาอีกฝั่ง นางขัดขืนจากการจับกุมจนกระทั่งร่างสูงยกมือข้างหนึ่งขึ้นปิดปากเล็กๆ ของนางเอาไว้

“อือออออ”

“....!!!!!!”

ความวุ่นวายเมื่อครู่จบลงเมื่อสายตาของทั้งคู่จ้องกันผ่านแสงสว่างเพียงริบหรี่จากทางเดินไกลๆ แม้แสงสว่างจะไม่เพียงพอ แต่ก็มากพอให้ได้เห็นว่าใบหน้าเรียวเล็กของหญิงสาวคือใคร

ชายชุดดำแถมยังสวมหน้ากากสีดำทั้งหน้า ที่พอจะมองเห็นก็มีเพียงดวงตาดุๆ เอาแต่จ้องหน้าข้าราวกับเห็นผี

“อื้อออออ..”

“โอ๊ย อ๊า!!!”

อียูอาสัยจังหวะร่างสูงเผลอกัดเข้าที่มือของเขาเต็มเขี้ยว ร่างสูงปล่อยให้อียูเป็นอิสระอีกครั้ง เพราะความเจ็บ

เมื่อตั้งตัวได้ อียูจึงรีบวิ่งหนีไปอีกทาง โดยที่ไม่สนใจสิ่งใดอีก

ข้าจะมาตายที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด ข้าจะตายทั้งที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยไม่ได้

ฟิ่ววว~ ซึบ!!

“....!!”

สองเท้าต้องหยุดวิ่งลงในทันที มีดสั้นเล่มเล็กลอยผ่านหน้าอียูไปในระยะฉิวเฉียด หากข้าไม่หยุดวิ่ง อาจเป็นหัวใจที่จะต้องหยุดเต้นแทนเป็นแน่

“เจ้า ต้องการอะไรจากข้า?!”

“.....”

หมดทางที่คิดจะหนี อียูหันไปถามชายชุดดำตรงหน้าอย่างไม่มีอะไรจะเสีย มือข้างหนึ่งของเขาถือมีดสั้นไว้เป็นการขู่นว่าถ้าข้าคิดจะหนี คงได้ขว้างมันอีกครั้งแน่

ไร้ซึ่งการตอบกลับ หรือแม้กระทั่งการแสดงท่าทางใดๆ เขายังคงก้าวเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

ปึง!!!

“.....!!!!!”

“.....”

แผ่นหลังของอียูแนบติดกับกำแพงโดยไร้ซึ่งทางหนี ร่างสูงตบฝ่ามือทั้งสองข้างที่กำแพงเสียงดัง แขนแข็งแรงคุมขังร่างเล็กที่กำลังสั่นเป็นลูกนกอยู่ตรงกลางเพื่อให้แน่ใจว่านางจะไม่หนีไปไหนได้อีก

“ต้องการอะไร เจ้าต้องการอะไรจากข้ากันแน่?!!!”

“เจ้าหละ ต้องการอะไร?”

“....!!!!!”

แกร็ก!!!! ตึง!!

มือหนายกขึ้นดึงเชือกที่ผูกรัดหน้ากากออก ทันทีที่หน้ากากร่วงหล่นลงพื้น ดวงตากลมของอียูเบิกกว้างราวกับว่าสิ่งที่เห็นนี่ไม่ใช่เรื่องจริง

“สิ่งที่เจ้าต้องการ ใช่ชีวิตของข้าหรือเปล่าหละ พระชายา”

“....!!!!!”

พระตำหนักกลาง.

“วันนี้ไม่ทรงเสด็จชมดอกไม้หรือเพคะ?”

“......”

“เช่นนั้น หม่อมฉันจะให้นางในนำขนมที่องค์หญิงทรงโปรดมา...”

“วอนฮี”

“เพคะองค์หญิง”

ปากบางเริ่มที่จะขยับเรียกชื่อของวอนฮีบ้างแล้ว หลังจากนิ่งเงียบไปนาน

“ข้าอยากอยู่คนเดียว”

“เพคะ องค์หญิง”

จากที่เคยร่าเริ่งราวกับดอกไม้ต้องแสงอาทิตย์ บัดนี้กลับกลายเป็นแห้งแร้ง เหม่อลอยเสียจนวอนฮีหนักใจ โซรองไม่ได้หันกลับมามองวอนฮีแม้แต่น้อยจนกระทั่งประตูบานใหญ่ถูกปิดลง

“เฮ้อออ...”

โซรองรอบถอนหายใจยาวยืด แหงนมองออกไปยังด้านนอกกน้าต่าง ในหัวมีแต่คำว่าทำไมทำไมทำไมเต็มไปหมด

ภาพในวันนั้นยังคงทำให้ข้าใจสลาย กลายเป็นแผลที่ไม่มีทางรักษา ได้แต่จมอยู่กับความรู้สึกผิดอย่างเงียบๆ ที่ไม่สามารถบอกใครได้

องค์หญิงโซรองหันมองซ้ายทีขวาทีเพื่อที่จะแอบหนีวอนฮีออกไปด้านนอก สองมือยกกระโปรงขึ้นค่อยๆก้าวขาออกจากประตูอย่างระมัดระวัง

‘หยุดอยู่ตรงนั้นเสียเพคะองค์หญิง!’

‘...!!!!’

วอนฮีนางในติดตามคนสนิทโผล่ออกมาจากทางเดินด้านหลังที่สามารถเชื่อมต่อไปยังห้องครัวหลวง ด้านหลังของวอนฮียังมีนางในรับใช้สามคนถือสำรับอาหารคาวเพื่อเตรียมถวายให้แก่องค์หญิงในช่วงกลางวัน

นางเตรียมใจเอาไว้อยู่แล้วว่าจะต้องมีวันนี้ วันที่องค์หญิงกล้าที่จะแอบหนีออกไปเที่ยวเล่นด้วยพระองค์เอง เพราะวอนฮีไม่ยอมพาองค์หญิงออกไปไหนอีกหลังจากวันนั้น

‘ข้าแค่จะออกไปสูดอากาศภายนอกเท่านั้นเอง’

‘จะทรงเสด็จโดยที่ไม่มีขันทีและนางในติดตามไม่ได้นะเพคะ’

‘......’

‘เสด็จเข้าด้านในเถิด เครื่องเสวยพร้อมแล้วเพคะ’

‘เจ้ายังโกรธข้าอยู่ใช่ไหมวอนฮี?’

‘อะ องค์หญิงทรงตรัสอะไรเช่นนั้นเพคะ?!!’

‘......’

วอนฮีพยักหน้าให้นางในที่ยืนอยู่ด้านหลังนำเครื่องเสวยเข้าไปไว้ด้านในก่อน ด้วยองค์หญิงที่น่ารักของนางดื้อดึงขึ้นกว่าแต่ก่อนนัก

‘หม่อมฉันมิบังอาจโกรธเคืององค์หญิงเพคะ เพียงแต่นี่เป็นหน้าที่ของหม่อมฉัน ที่จะคอยดูแลองค์หญิง’

‘หากเป็นเช่นนั้น พาข้าออกไป....!!’

‘ขออภัย หม่อมฉันทำเช่นนั้นไม่ได้เพคะ’

‘......’

ใบหน้าขาวใสบูดบึ้งลงเมื่อวอนฮีปฏิเสธนางในทันที องค์หญิงจึงทำได้เพียงหมุนตัวเดินคอตกกลับเข้าไปยังห้องโถงตามที่วอนฮีบอกแต่่โดยดี

 

ความคิดเห็น