facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

“หากมิใช่เพราะอาเชียน ข้าคงได้เป็นสามีของผีร้ายแล้ว เพื่อแสดงความขอบคุณต่ออาเชียน ฐานะข้ายากจน ไม่มีของสิ่งใดที่จะตอบแทนอาเชียน สิ่งของมีค่าที่มีคือตัวข้าเอง มิสู้...ข้ามอบร่างกายเป็นการตอบแทน อาเชียนโปรดรับข้าไว้เถอะ”

ตอนที่ 25 ซื้อตำแหน่งฮ่องเต้

ชื่อตอน : ตอนที่ 25 ซื้อตำแหน่งฮ่องเต้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ม.ค. 2564 11:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 25 ซื้อตำแหน่งฮ่องเต้
แบบอักษร

 

           ลั่วชิงเฉินกลัวว่าตัวเองจะสูญเสียการควบคุมตัวและพุ่งเข้าใส่เชียนจึงตั้งใจเขยิบตัวเข้าไปด้านในเพื่อหลบเชียน ส่วนเชียนนั้นกลับไม่ได้สนใจอะไรมากนัก จากนั้นจึงปีนขึ้นไปบนเตียงแล้วคว้าเอามือของขวาของลั่วชิงเฉินไว้ 

           เมื่อคงชิงเห็นดังนั้นก็คิดในใจว่า อย่าบอกนะว่าแม่นางอาเชียนจะใช้วิธีการนั้นในการถอนพิษ? หน้าของเขาจึงแดงก่ำแล้วม้วนตัวเตรียมจะเดินหนีออกไป 

           แต่ในตอนที่เขายังไม่ทันได้เดินออกไปนั้นก็ได้ยินเสียงร้องของลั่วชิงเฉิน คงชิงตกใจจนรีบหันตัวกลับมาจึงเห็นเชียนใช้ปิ่นปักผมแทงเข้าไปที่นิ้วมือของลั่วชิงเฉิน เมื่อเห็นดังนั้นคงชิงจึงเริ่มร้อนใจแล้วรีบพุ่งตัวเข้าไปแล้วตะโกนใส่เชียนว่า “แม่นางคิดจะทำอะไร คิดจะทำร้ายคุณชายของข้าหรือ” 

           เชียนไม่ใส่ใจคงชิงและไม่สนใจด้วยว่าตอนนี้ลั่วชิงเฉินจะเจ็บปวดหรือทุกข์ใจขนาดไหน นางเพียงพยายามเค้นเลือกออกมาจากนิ้วชี้ของลั่วชิงเฉิน 

           เขาพยายามตั้งสติให้มั่นแล้วกุมมือน้อยๆ ของเชียนเอาไว้จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นช้าๆ ว่า “ขอบคุณมาก” 

           เชียนค่อยๆ คลายมือออกจากลั่วชิงเฉินแล้วเอ่ยเรียบๆ ว่า “ไม่ต้องเกรงใจ ท่านช่วยข้า ข้าช่วยท่าน ถือว่าเราหายกันแล้ว” 

           หายกัน? ลั่วชิงเฉินยิ้ม เขารู้ดีว่าความหมายของเชียนคือตอนที่เขาช่วยนางออกมาจากเหตุการณ์ไฟไหม้ใหญ่ครั้งนั้น เรื่องสองเรื่องนี้ถือว่าหายกัน แต่ปกติแล้วเขาก็ช่วยนางเอาไว้ไม่น้อย นั่นคงไม่อาจถือว่าหายกันได้ 

           “อาเชียน เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” ลั่วชิงเฉินเอ่ยถามขึ้นทันใด 

           เชียนรวบผมเอาไว้พลางเอ่ยตอบว่า “ข้าตามท่านย่าไปปฏิบัติธรรม แล้วท่านล่ะ มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” 

           เดิมทีลั่วชิงเฉินอยากบอกว่า เขามาจัดการราชการเสร็จเรียบร้อยแล้วแล้วร้อนใจอยากเจอนางจึงพาคงชิงมุ่งหน้าไปที่ซวีอวิ๋นกวน แต่เมื่อสังเกตจากความหมายของเชียนแล้ว เขาก็รู้ว่าหากเขาพูดออกไปเช่นนั้น เชียนคงจะหนีเขาไกลเป็นพันลี้เป็นแน่ 

           “ที่บ้านข้ามีธุระด่วนอยากให้ข้าไปที่ซวีอวิ๋นกวน แต่กลับไม่คิดว่าระหว่างทางจะเจอเรื่องเช่นนี้” 

           “วันนี้เป็นวันสารทจีน ท่านออกจากเรือนไม่ดูปฏิทินก่อนหรือ” คำพูดของเชียนแฝงแววตำหนิ 

           “ยังจะมาว่าข้าอีก เจ้าเองก็เช่นกัน เลือกวันนี้เดินทางลงเขา” ลั่วชิงเฉินเอ่ยตอบโต้ 

           “ข้าไม่เหมือนท่าน” 

           “เจ้าไม่เหมือนข้าตรงไหน” 

           เมื่อโดนลั่วชิงเฉินย้อนถามเช่นนี้ เชียนกลับเกิดความคิดชั่วร้ายบางอย่างขึ้นมา ทันใดนั้นนางจึงตรงเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าลั่วชิงเฉินแล้วเอ่ยว่า “ข้าน่ะหรือ ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา แต่เป็นวิญญาณร้ายกาจที่สุดที่ขึ้นมาจากใต้พิภพ” 

           “งั้นหรือ ข้าอยากเห็นเหลือเกินว่าวิญญาณที่ชั่วร้ายที่สุดหากได้ลองลิ้มดูแล้วรสชาติจะเป็นเช่นไร” ระหว่างพูดลั่วชิงเฉินก็เอามือโอบรอบเอวของเชียนเอาไว้ เขาเพียงออกแรงเบาๆ ร่างของเชียนเข้ามาใกล้เขามากขึ้น 

           ทว่าต้องไม่ใช่สถานที่แบบนี้ ผู้หญิงพวกนั้นอาจไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร หากเป็นที่นี่... 

           เมื่อคงชิงคิดดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะกระแอมสองสามทีแล้วเอ่ยเตือนว่า “คือว่า คุณชาย แม่นางอาเชียน ข้าว่า...ที่นี่คงไม่เหมาะสมนัก” 

           เมื่อได้ยินคงชิงเอ่ยเช่นนั้นเชียนถึงเพิ่งจะหลุดออกจากภวังค์ ใช่แล้ว การอยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์เช่นนี้...ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เชียนรีบนั่งลงแล้วรีบชี้ไปยังเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยของลั่วชิงเฉินแล้วเอ่ยเบาๆ ว่า “ท่านสวมเสื้อผ้าให้ดีแล้วรีบออกไปได้แล้ว” 

           ลั่วชิงเฉินยิ้มแล้วหยิบชุดขึ้นมาพลางเอามาใส่ไว้ลวกๆ จากนั้นจึงลงจากเตียง 

           เมื่อเชียนเห็นสภาพของเขาจึงคิดขึ้นมาได้ว่าด้านนอกมีฮูหยินผู้เฒ่าอยู่ หากออกไปจะเป็นการเสียมารยาทจึงเอ่ยว่า “สวมเสื้อผ้าดีๆ อย่าทำลายประเพณี” 

           ลั่วชิงเฉินทำท่าทางเจ้าเล่ห์ เขาเท้าคางเอาไว้แล้วเอ่ยอย่างน่าสงสารว่า “ปกติแล้วคุณชายอย่างข้ามีคนคอยสวมใส่เสื้อผ้าให้เลยใส่เองไม่เป็น” 

           เมื่อเชียนได้ยินดังนั้นก็มองไปยังคงชิงแล้วกระดิกนิ้วเรียก “เร็วเข้า คุณชายของเจ้าต้องการให้เจ้าใส่เสื้อผ้าให้แล้ว” 

           คงชิงรู้ดีว่าโดยปกติแล้วคุณชายของเขาไม่ได้มีนิสัยเช่นนี้ และที่สำคัญที่สุดคือคุณชายไม่ชอบให้ผู้ใดโดนตัวอย่างเด็ดขาด แล้วจะให้เขาไปใส่เสื้อผ้าให้ได้อย่างไร ยากเกินไป ยากเกินไปแล้ว 

           เมื่อเห็นว่าคงชิงมีท่าทางลำบากใจเช่นนั้นเชียนจึงเกิดความสงสัยขึ้นจึงเอ่ยว่า “ทำไมหรือ เจ้าใส่เสื้อผ้าให้คุณชายของเจ้าไม่ได้หรือ” 

           “แม่นางอาเชียน ไม่ใช่ว่าข้าทำไม่ได้...ข้าแค่...” คงชิงลำบากใจ คุณชายนะคุณชาย โจทย์ที่ท่านให้ข้าข้อนี้ยากเกินไปแล้ว 

           ทันใดนั้นเองลั่วชิงเฉินก็คว้ามือของเชียนเอาไว้แล้วเอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า “อาเชียน ข้าไม่ชอบให้ผู้ชายมาคอยปรนนิบัติข้า เขาไม่สิทธิ์โดนตัวข้า” 

           เชียน “...”  

           คิดไม่ถึงเลยว่าลั่วชิงเฉินจะเป็นเจ้านายที่โดนตามใจจนเสียนิสัยแบบนี้ วุ่นวายยิ่ง 

           "อาเชียน เจ้าช่วยข้าใส่เถิด ด้านนอกมีสตรีอยู่หากข้าออกไปอย่างนี้คงไม่ดีแน่ ข้าไม่เชื่อใจคนอื่น ข้าเชื่อเจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้น" น้ำเสียงของลั่วชิงเฉินอ่อนลงทันใดราวกับว่าคนผู้นี้ไม่ใช่บุรุษแต่เป็นสตรีบอบบางนางหนึ่งเท่านั้น 

           เชียนเริ่มรู้สึกเหลืออดจึงเอ่ยเพียงว่า "มานี่สิ ข้าจะช่วยท่าน" 

           เมื่อแผนชั่วร้ายของลั่วชิงเฉินสำเร็จ เขาก็ลงจากเตียงอย่างคล่องแคล่วแล้วไปหยุดยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าเชียนพร้อมผายมือออกทั้งสองข้าง แม้จะมองไม่เห็นสีหน้าแต่คงชิงก็รู้ดีว่าคุณชายของตนตอนนี้จะต้องแอบดีใจอยู่แน่ๆ 

           ใช่แล้ว จะไม่ให้แอบดีใจได้อย่างไรเล่า ในเมื่อสตรีในดวงใจของตัวเองมาใส่เสื้อผ้าให้ ทั้งสวยและนุ่มนวลเพียงนี้ 

           เชียนไม่เคยดูแลผู้ใดมาก่อน ตอนที่นางอยู่บนสวรรค์หรือแดนใต้พิภพ นางก็แค่เพียงหมุนตัว ส่วนตอนที่อยู่ที่จวนตระกูลหลิน นางก็มีอวี้จู๋ ตอนนี้เมื่อต้องมาดูแลมนุษย์อย่างลั่วชิงเฉินแล้ว อารมณ์ของเชียนจึงไม่ค่อยจะสู้ดีนัก 

           เมื่อใส่สายรัดเอวให้เรียบร้อยแล้ว เชียนจึงอดไม่ได้ที่จะหยิกบริเวณหน้าอกของลั่วชิงเฉินแล้วเอ่ยอย่างหัวเสียว่า "ต่อไปห้ามเรียกข้ามาดูแลท่านอีก! บิดามารดายังไม่เคยทำอะไรเช่นนี้ให้เลย" 

           เมื่อเห็นเชียนมีท่าทางไม่สบอารมณ์เช่นนั้น ลั่วชิงเฉินจึงยิ้มแล้วเอ่ยว่า "ได้ ได้ ต่อไปข้าจะไม่ให้เจ้าต้องมาดูแลข้าอีก แต่ให้ข้าคอยดูแลเจ้าคงได้กระมัง ข้าจะคอยหวีผม ใส่เสื้อผ้าและพับผ้าห่มให้เจ้า" 

           คงชิงที่ยืนมองอยู่ด้านข้างได้แต่ก้มหน้าอยู่เงียบๆ คุณชายจะต้องโดนผีสิงแน่ๆ  เมื่อก่อนเขาไม่เคยเอ่ยวาจาเช่นนี้ แถมเขายังไม่เคยอ่อนโยนกับสตรีเช่นนี้ด้วย นี่มันเรื่องอะไรกัน แม่นางอาเชียนมีอะไรดึงดูดเขาหรือ 

           เชียนเหยียบเท้าของลั่วชิงเฉิน จากนั้นจึงเดินไปยังประตู "พวกท่านรีบออกมาเถิด" 

           ลั่วชิงเฉินมองตามเชียนไป เขาไม่รู้สึกว่าเท้าของตัวเองเจ็บปวดเลยสักนิด เขาเคาะที่ศีรษะของคงชิง จากนั้นนายบ่าวทั้งสองก็เดินออกไป 

           ตอนที่เชียนกับลั่วชิงเฉินเดินออกมานั้น ฉือเป่าได้กลายร่างเป็นสุนัขจิ้งจอกตัวน้อยไปแล้ว แถมพวกผีร้ายเหล่านั้นก็โดนมันกินเข้าไปจนเกลี้ยง คราวนี้ฉือเป่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะผีร้ายเหล่านี้ช่วยเพิ่มพลังให้มันได้ไม่น้อยเลย อยู่กับเจ้านายดียิ่งนัก 

           เมื่อเห็นฉือเป่าแต่ไม่เห็นผู้หญิงพวกนั้น คงชิงก็เริ่มรู้สึกสงสัยจึงถามออกมาว่า "แปลกยิ่ง หญิงสาวท่าทางแปลกประหลาดเหล่านั้น จู่ๆ ทำไมถึงหายตัวไปเช่นนี้ได้" 

           ลั่วชิงเฉินจึงเอ่ยว่า "พวกนางคือผี แน่นอนว่าย่อมกลับสู่แดนใต้พิภพไปแล้ว" 

           เชียนมองลั่วชิงเฉินพลางเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม "ท่านไม่กลัวผีหรือ" 

           "ไม่กลัว ครอบครัวข้าใช่ว่าไม่เคยเจอผีมาก่อน ข้าชินเสียแล้ว" ลั่วชิงเฉินเอ่ยด้วยท่าทางผ่อนคลาย 

           ตอนนั้นเองที่เชียนเริ่มสังเกตได้ว่าพลังชีพของลั่วชิงเฉินเปลี่ยนแปลงไป ความรู้สึกถึงรัศมีสีทองนั้น ที่แท้แล้วคือรัศมีของผู้เป็นเจ้าแผ่นดิน มิแปลกที่พวกเหมยจีจะไม่ยอมดูดวิญญาณของลั่วชิงเฉินไป แถมยังอยากจะมีความสัมพันธ์สวาทกับเขาอีก ที่แท้ก็อยากจะลิ้มลองพลังชีพของเจ้าแผ่นดินนี่เอง 

           ที่ลั่วชิงเฉินบอกว่าจะกลับไปทวงบัลลังก์นั้น ที่แท้แล้วไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เขาเป็นฮ่องเต้องค์หนึ่งจริงๆ แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้เชียนมองไม่ออกว่าลั่วชิงเฉินเป็นฮ่องเต้ของแคว้นใด 

           "ลั่วชิงเฉิน หลังจากที่ท่านกลับบ้านไปแล้ว ท่านไปทำเรื่องสำคัญอะไรมาหรือ" เชียนเอ่ยถาม 

           "เอ่อ...อาเชียนหมายถึงเรื่องแบบใดหรือ" น้ำเสียงของลั่วชิงเฉินอ่อนโยนเป็นอย่างยิ่ง  

           ในตอนแรกเชียนได้กวักมือเรียกฉือเป่ามา หลังจากรอให้ฉือเป่าเข้าไปอยู่ในอกของนางเรียบร้อยแล้ว นางก็เอามือลูบหลังของฉือเป่าพลางเอ่ยถามขึ้นอย่างเนิบนาบว่า "ตอนที่ข้าอยู่ที่ซวีอวิ๋นกวน ข้าได้ฝึกวิชาเซียนกับนักพรตเชียนเย่ว์ ข้าจึงรู้สึกถึงพลังในตัวท่านที่ผิดปกติไป ราวกับว่า..." 

           "ราวกับอะไรหรือ อาเชียนพบความผิดปกติอะไรเข้าหรือ" ลั่วชิงเฉินรีบเอ่ยถาม 

           เชียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหมุนตัวกลับไปตอบว่า "ราวกับว่าเป็นพลังงานของจักรพรรดิ ท่านชิงบัลลังก์มาได้แล้วจริงหรือ" 

           เมื่อลั่วชิงเฉินได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมาพลางคิดในใจว่า  อาเชียนของข้าฉลาดเหนือธรรมดาเสียจริง "ก็ไม่ถือว่าชิงมาหรอก ก็แค่ตระกูลข้ามีเงินเยอะจึงซื้อกลับมาก็เท่านั้น" 

           "ตำแหน่งฮ่องเต้ซื้อขายกันได้ด้วยหรือ ลั่วชิงเฉิน แม้ว่าข้าจะไม่เคยเรียนหนังสือแต่ข้าก็ไม่ใช่เด็กๆ ที่ไม่รู้ประสาอะไรที่ท่านจะมาหลอกเอาได้นะ" เชียนไม่มีทางเชื่ออย่างแน่นอนว่าเงินจะสามารถซื้อแผ่นดินได้ 

           "ไม่มีอะไรปิดบังอาเชียนได้เลยจริงๆ ข้าไปชิงบัลลังก์มานั้นไม่ผิด แต่ก็เป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ชายแดนเท่านั้น ข้าก็แค่ลองไปเป็นฮ่องเต้ดูเล่นๆ มิทราบว่า...อาเชียนสนใจจะตามข้าไปอยู่ด้วยหรือไม่ ไปเป็นฮองเฮาให้ข้า ไปเป็นหญิงเดียวในใจของข้า?" คราวนี้ลั่วชิงเฉินเอ่ยถามทีเล่นทีจริง 

           ส่วนเชียนนั้นก็ไม่ได้เอ่ยปฏิเสธทันที นางตอบว่า “วันหน้าค่อยว่ากันเถิด ตอนนี้ข้ายังมีคู่หมั้นอยู่ วันแต่งงานยังไม่ถูกยกเลิก ดังนั้นอย่าเพิ่งพูดถึงการแต่งงานกับชายอื่นเลย" 

           "จริงสิ ข้าลืมไปเสียสนิทว่าอาเชียนมีคู่หมั้นอยู่แล้ว พอดีเลย ทางด้านนั้นไม่มีเรื่องสำคัญอะไรแล้ว ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้าคอยช่วยเจ้าเรื่องยกเลิกงานแต่งงาน ข้าจะให้คณะสู่ขอเดินทางล่วงหน้ามาเตรียมการไว้ก่อนเลยแล้วกัน ถึงเวลานั้นพอเจ้าคิดดีแล้วก็ค่อยตามข้ากลับไปหรือไม่ก็ลักพาตัวกลับไป" ลั่วชิงเฉินเอ่ย 

           คำพูดนี้ของเขาทำเอาเชียนหัวเราะออกมาจนได้ เดิมทีนางคิดว่าลั่วชิงเฉินคงจะเป็นคนประเภทเย่อหยิ่งถือตัว แต่กลับไม่คิดเลยว่าพออยู่ต่อหน้านางจะกลายเป็นคนไม่มีมาดเช่นนี้ 

           ได้คนเช่นนี้เป็นฮ่องเต้ เมืองชายแดนเมืองนั้นคงจะ... 

           "อาเชียนไม่ตอบ ก็แสดงว่าตกลง?" ลั่วชิงเฉินเอ่ยต่อ 

           ลั่วชิงเฉินในสายตาของเชียนในตอนนี้เปรียบเสมือนบุรุษหนุ่มที่ความคิดยังไม่ลึกซึ้งเท่านั้น ไม่ว่าจะพูดอะไรก็ทำเป็นเล่นไปหมด แต่เชียนอาจจะไม่รู้ว่า ลั่วชิงเฉินในด้านนี้มีเพียงต่อหน้าเชียนเท่านั้น หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น ไม่มีทางอย่างแน่นอนที่จะได้เห็นด้านที่อ่อนโยนเช่นนี้ของเขา 

           "อาเชียน..." ลั่วชิงเฉินเรียกเชียนอีกครั้ง 

           เชียนอุ้มฉือเป่าเอาไว้แล้วเอ่ยอย่างเกียจคร้านว่า "ถึงเวลาแล้วค่อยว่ากัน หากฉือเป่าของข้าอยากไป ข้าก็จะไป"  

           ฉือเป่าหลับตาเอาไว้ ข้าอยากพูดเต็มที ข้าอยากพูดเต็มทีแล้ว เหตุใดข้าต้องทนเอาไว้ด้วย เหตุใดข้าต้องทน เจ้านายท่านโยนโจทย์ยากให้ข้าเสียแล้ว ท่านไม่กลัวว่าข้าจะเลือกลั่วชิงเฉินหรือ แต่ดูเหมือนว่าเจ้านายจะไม่กลัวจริงๆ 

           "ไร้สาระ เหตุใดถึงให้สุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งเป็นคนเลือก คุณชายของข้าสง่างามถึงเพียงนี้ สตรีตั้งมากมายคิดวิธีแย่งชิงกันจนหัวแทบแตกเพื่อจะได้แต่งงานกับเขา แต่เจ้ากลับทำเล่นตัว ช่างน่า..." คงชิงอดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำออกมา 

ความคิดเห็น