facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

“หากมิใช่เพราะอาเชียน ข้าคงได้เป็นสามีของผีร้ายแล้ว เพื่อแสดงความขอบคุณต่ออาเชียน ฐานะข้ายากจน ไม่มีของสิ่งใดที่จะตอบแทนอาเชียน สิ่งของมีค่าที่มีคือตัวข้าเอง มิสู้...ข้ามอบร่างกายเป็นการตอบแทน อาเชียนโปรดรับข้าไว้เถอะ”

ตอนที่ 24 คุณชายของเจ้าถูกวางยาหรือ

ชื่อตอน : ตอนที่ 24 คุณชายของเจ้าถูกวางยาหรือ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ม.ค. 2564 15:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 24 คุณชายของเจ้าถูกวางยาหรือ
แบบอักษร

 

           “เหตุใดยังไม่ไปกันอีก!” เชียนมองดวงไฟปีศาจที่ยังไม่ยอมขยับ 

           เหล่าดวงวิญญาณสั่นอยู่สักพัก ผู้ที่เป็นหัวหน้าจึงเอ่ยว่า “ท่านอาเชียน พวกเรา...พวกเราตายในสนามรบ พวกเรายังมีญาติอยู่บนโลกมนุษย์ พวกเราอยากกลับไปเจอพวกเขา หลังจากที่พวกเราได้เจอเขาแล้ว พวกเราจะกลับไปที่แดนใต้พิภพ รอให้ถึงเวลาของดวงวิญญาณของพวกเราแล้วพวกเราจะเข้าสู่วัฐจักรเพื่อเกิดใหม่อีกครั้ง ขอท่านอาเชียนอนุญาติด้วยเถิด” 

           เชียนเข้าใจดีว่าดวงวิญญาณที่ตายในสนามรบนั้นน่าสงสารมากที่สุดจึงพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “ไปเถิด” 

           ครู่หนึ่งดวงวิญญาณเหล่านั้นก็ค่อยๆ เลือนไปต่อหน้าเชียน 

           ส่วนทางด้านฉือเป่านั้นได้กินวิญญาณอาฆาตไปเป็นกองๆ จนอิ่มพุงกาง จากนั้นจึงกลายร่างกลับไปสู่ร่างเล็กจ้อยดังเดิม จากนั้นจึงเข้าไปออดอ้อนในอกของเชียนแล้วเอ่ยว่า “นายท่าน ข้าไม่ได้กินวิญญาณมานานแล้ว นี่ช่วยเติมเต็มได้มากเลยทีเดียว” 

           เชียนลูบหูของฉือเป่าแล้วยิ้ม “แค่นี้ก็พอแล้วหรือ ข้ากะว่าจะให้เจ้ากินวิญญาณร้ายอีกสักสองสามตัว เจ้ายังกินไหวหรือไม่” 

           เมื่อได้ยินคำว่าวิญญาณร้าย ตาของฉือเป่าก็เป็นประกาย จากนั้นจึงทำท่ากลืนน้ำลาย แล้วเอาอุ้งเท้าลูบที่พุงตัวเองสองสามที มันยิ้มแล้วเอ่ยว่า “เจ้านาย พวกวิญญาณร้ายนี่ถือเป็นอาหารบำรุงชั้นเลิศ ข้าอยากกิน ข้าอยากกิน!” 

           “เจ้าแมวตะกละ...” เชียนเขกหัวของฉือเป่า 

           ฉือเป่าสะบัดหน้าพยายามทำให้ตัวเองดูน่ารัก “เจ้านาย ข้าเป็นสุนัขจิ้งจอกนะ เป็นสุนัขจิ้งจอกที่น่ารักที่สุดบนโลกใบนี้ ใช่แมวที่ไหนกัน!” 

           “เอาล่ะๆๆ เจ้าไม่ใช่แมว ข้าจะพาเจ้าไปกินวิญญาณร้ายอีก” เชียนเอ่ยพลางอุ้มฉือเป่านั่งลงบนรถม้า 

           หมอกสีขาวเป็นฝีมือของพวกเหมยจีทำขึ้น หากผีร้ายพวกนี้ไม่ตาย หมอกไม่มีทางสลายไปได้ 

           เชียนขับรถม้ามุ่งหน้าต่อไปยังด้านหน้าอีกหนึ่งลี้จึงเจอหมอกขาวอีก 

           เสียงกระดิ่งลมดังขึ้น เชียนได้ยินเสียงหัวเราะของสตรี ความยั่วยวนของเสียงนั้นทำเอาจิตใจของผู้คนสับสนวุ่นวาย 

           ฉือเป่ายังคงทำให้พวกฮูหยินผู้เฒ่าหลับต่อไปแล้วสร้างขอบเขตรอบรถม้าทั้งสองขึ้นมา จากนั้นจึงเดินตามเชียนเข้าไปในเรือนที่มีป้ายเขียนชื่อเอาไว้ว่า ‘หงเซียงหยวน’ 

           ผ้าสีแดงโบกสะบัดพลิ้ว โคมไฟที่แขวนอยู่เบื้องบน กลิ่นแป้งหอมที่ยั่วยวน เมื่ออยู่รวมกับประตูไม้บานใหญ่นี้แล้วทำเอาคนรู้สึกสะอิดสะเอียน 

           เชียนสะกิดฉือเป่า ฉือเป่าหายตัวไปแล้วขึ้นไปยืนอยู่บนไหล่ของเชียน 

 

           เมื่อเชียนก้าวข้ามธรณีประตูสูงนี้เข้าไปแล้ว ผีสาวตนหนึ่งที่มีเอวอรชรราวกับงูน้ำก็เดินแย้มยิ้มออกมา เดิมทีนางเป็นคนที่ยิ้มมีเสน่ห์และเปิดเผยอยู่แล้ว แต่เมื่อเห็นเชียนสีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป นางยืนนิ่งแล้วเอ่ยอย่างรำคาญใจว่า “แม่นาง นี่ไม่ใช่ที่ที่เจ้าควรเข้ามา ไป ออกไปซะ!” 

            เชียนเดินหน้าต่อไปอีกสองสามก้าวแล้วเอ่ยถามเสียงแข็งว่า “เห็นผู้ที่บุรุษที่ใส่หน้ากากเหมือนข้าบ้างหรือไม่” 

           ผีสาวผู้นั้นมองหน้ากากบนหน้าเชียนอย่างละเอียดแล้วคิดในใจว่า เหมือนของชายผู้นั้นไม่มีผิด นี่คงจะไม่ใช่ภรรยาของเขากระมัง เฮ้อ นี่ไปยั่วแหย่ภรรยาของคนอื่นเข้าให้แล้ว แต่แล้วอย่างไร พวกเราเป็นผีร้าย ย่อมต้องฆ่าคนอยู่แล้ว 

           “เห็น แต่พวกเราไม่อยากคืนให้เจ้า!” ผีสาวเอ่ยเสียงแข็ง 

           “ไม่อยากคืน?” เชียนก้าวเข้าไปอีกสองสามก้าว 

           “เนื้อที่จ่ออยู่ตรงปากของพวกเราแล้วจะให้คายออกมาได้อย่างไร หากเจ้าฉลาดก็รีบไสหัวกลับไปเสีย พวกข้าจะยอมปล่อยเจ้าไป มิเช่นนั้นแล้วพวกเราจะกินเจ้าเข้าไปด้วย!” ใบหน้าของวิญญาณสาวที่สวยงามอยู่ในตอนแรกนั้นกลับบิดเบี้ยว ปากของมันเริ่มขยายใหญ่ขึ้น ฟันแหลมคมของมันปรากฏออกมาให้เชียนเห็นทุกซี่ในตอนนี้ 

           เชียนหัวเราะเสียงดังแล้วเอ่ยว่า “ไม่เจียมตัว!” 

           “กล้าว่าพวกเราหรือ ข้าว่าเจ้ารนหาที่ตายเสียแล้ว!” ผีสาวตัวนั้นเอ่ยพลางยื่นแขนของตัวเองออกมาทั้งสองข้าง นิ้วของมันยาวขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เริ่มเห็นกระดูกชัดขึ้นเรื่อยๆ เล็บยาวสีแดงดูน่าสะพรึงกลัวนัก 

           เชียนเหลือบตาขึ้นแล้วดีดนิ้ว ฉือเป่าจึงกระโดดลงจากไหล่ของเชียนแล้วพุ่งเข้าไปกัดแขนของผีสาวตนนั้น 

           “กรี๊ดดด” ผีร้ายกรีดร้องอย่างเจ็บปวด 

           วิญญาณก็มีความรู้สึกเจ็บปวดเช่นกัน ความเจ็บปวดของพวกมันไม่เหมือนของมนุษย์ ขอเพียงแค่กัดคอของพวกมันเอาไว้และหาชีพจรของพวกมันให้เจอ นั่นจะเป็นความเจ็บปวดที่แทบจะทำให้ร่างแหลกสลายเป็นเสี่ยงๆ 

           ผีสาวตนนี้เจ็บปวดจนทรุดลงไปกองอยู่บนพื้น มันชี้หน้าเชียนพลางเอ่ยว่า “เจ้า เจ้า เจ้าเป็นใครกันแน่” 

           “เจ้าไม่คู่ควรที่จะรู้!” เชียนตอบแล้วหันไปส่งสัญญาณให้ฉือเป่า 

           ทันใดนั้นเองฉือเป่าก็กลายร่างใหญ่ขึ้นอีกหลายเท่า ตอนนี้คล้ายว่ามันแค่สูดหายใจธรรมดา ผีสาวตัวนั้นก็เข้าไปในท้องมันเสียแล้ว จากนั้นมันก็เรอออกมา 

           “เจ้านาย ผีสาวตัวนี้ยังไม่พอ” ฉือเป่าเงยหน้าขึ้น 

           “ด้านในยังมีอยู่อีกหลายตัว เจ้าอยากกินเท่าไหร่ก็กิน” 

           หลังจากสิ้นเสียงของเชียน เหมยจีและปีศาจตนอื่นๆ ก็พุ่งออกมา เมื่อครู่พวกมันกำลังดูดวิญญาณของบุรุษรูปงามอยู่ เมื่อได้ยินเสียงของสหายกรีดร้องก็ตกใจ ตอนนี้จึงกระโดดลงมาจากราวระเบียงชั้นสองแล้วมาหยุดอยู่ตรงหน้าเชียนพอดิบพอดี 

           เหมยจีมองดูเชียนอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้ายวนเสน่ห์เปลี่ยนเป็นน่าสยดสยอง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงน่าขนลุกว่า “เจ้าเป็นใคร เหลียนเอ๋อร์ล่ะ เจ้าเอาเหลียนเอ๋อร์ไปไว้ที่ไหน” 

           เชียนอุ้มฉือเป่าที่อยู่บนพื้นขึ้นมาแล้วเอ่ยอย่างไม่ช้าไม่เร็วว่า “โดนลูกรักของข้ากินเข้าไปแล้ว มันบอกว่า...ไม่อร่อย” 

           เมื่อได้ยินว่าเพื่อนของตัวเองถูกกินเข้าไป เหมยจีก็โกรธจนตาทั้งสองข้างแดงก่ำ จากนั้นจึงยกกรงเล็บขึ้นมาเตรียมจะคว้าเชียนเอาไว้ 

           แต่หงอู้สายตาดี เมื่อมันเห็นรอยที่อยู่หว่างคิ้วของฉือเป่าก็เอ่ยถามอย่างหวาดกลัวว่า “นี่ นี่ใช่ ใต้เท้าฉือเป่าหรือไม่” 

           “ใช่แล้ว มันคือสัตว์เลี้ยงที่ไร้ความสามารถของข้าเอง” เชียนเอ่ยตอบ 

           “สัตว์…สัตว์เลี้ยง?” หน้าของหงอู้ถอดสี เดิมทีปีศาจหน้าก็ขาวซีดอยู่แล้ว แต่ตอนนี้หน้าของมันยิ่งขาวซีดเข้าไปใหญ่ 

           “ท่าน ท่าน ท่านอาเชียน?” หงอู้คุกเข่าลงกับพื้น 

           “ข้าเอง” เชียนตอบ 

           หงอู้อยู่ในโลกวิญญาณมานานย่อมต้องเคยได้ยินความเก่งกาจของเชียนมาบ้าง เมื่อมันเห็นว่าเชียนยอมรับจึงรีบหมอบลงและไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาอีก 

           “ท่านอาเชียน พวกเรา...พวกเราทำผิดเป็นครั้งแรก ท่านโปรดอภัยให้พกเราด้วย” น้ำเสียงของหงอู้ฟังดูแล้วอ่อนน้อมเป็นอย่างยิ่ง 

           แต่เหมยจีกลับแตกต่าง นางทำราวกับว่าตนไม่กลัวความตาย เมื่อเห็นหงอู้เป็นเช่นนั้นไปแล้วจึงชี้หน้าเชียนแล้วเอ่ยว่า “เจ้าก็เป็นแค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง มาแอบอ้างว่าเป็นท่านอาเชียน ข้าว่าเจ้ารนหาที่แล้ว!” 

           “เหมยจี อย่าพูดเหลวไหล คุกเข่าเดี๋ยวนี้!” หงอู้แอบคิดในใจว่า ครั้งนี้จบสิ้นแน่ นังโง่เหมยจีนี่ทำให้ข้าต้องซวยไปด้วย คงไม่มีวันที่ข้าจะได้ลืมตาอ้าปากอีกแล้ว 

           เหมยจีเกิดความคลางแคลงใจจึงมองเชียนอย่างละเอียด “หงอู้ เจ้าดูดีแล้วหรือ นี่เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา อย่าโดนมนุษย์หลอก เชื่อข้ารีบกินนางเดี๋ยวนี้” 

           “เหมยจี เจ้ารีบคุกเข่าลงเดี๋ยวนี้! ท่านอาเชียนมีหลายรูปโฉม วันนี้นางแปลงเป็นมนุษย์ บางทีอาจจะเป็นเพราะนึกสนุกอยากมาเที่ยวเล่นโลกมนุษย์ รีบสารภาพผิดเดี๋ยวนี้!” 

           ตอนนี้เหมยจีคล้ายเริ่มเข้าใจขึ้นมาแล้ว อีกอย่างเวลานี้ไม่ได้มีเพียงหงอู้คนเดียวเท่านั้นที่คุกเข่าลง ผีสาวทุกตนที่เดิมทียืนอยู่ข้างเดียวกับเหมยจีเมื่อได้ยินคำพูดของหงอู้ต่างคุกเข่าลงอย่างนอบน้อม 

           เหมยจีจึงคุกเข่าลงตามไปด้วย 

           หากปีศาจเหล่านี้เข้าใจว่าคุกเข่าให้เชียนและขอโทษเชียนแล้วจะหมดเรื่องหมดราว เช่นนั้นพวกนางคงเข้าใจผิดมหันต์ 

           เชียนชี้ไปยังหงอู้แล้วเอ่ยเสียงแข็ง “เจ้าว่าวิญญาณจากแดนใต้พิภพขึ้นมาทำร้ายมนุษย์ควรจะจัดการอย่างไรดี” 

           หงอู้เอ่ยเสียงแผ่ว “วิญญาณที่หนีออกมาจากแดนใต้พิภพจะต้องโดนลงโทษตามกฎ หากทำร้ายมนุษย์และทำความผิดใหญ่หลวงจะต้องถูกประหาร ท่านอาเชียน พวกเราพลั้งพลาดเป็นครั้งแรกถึงหนีออกมาจากแดนใต้พิภพ ท่านอย่าโกรธหรือลงโทษพวกเราเลย!” 

           “ครั้งแรก?” เชียนหันหลังหนี 

           “ไม่ใช่ นี่คือครั้งที่สอง ท่านอาเชียน พวกเราไม่กล้าปกปิดท่าน ที่จริงแล้ว ที่จริงแล้วนี่เป็นครั้งที่สอง!” หงอู้มีความสามารถในการอ้อนวอนสูง ตอนนี้นางคลานเข้ามาแทบเท้าเชียน 

           เชียนเอาเท้าของตัวเองหลบหงอู้แล้วชี้ไปที่หน้ากากบนหน้าของตัวเอง “คนที่ใส่หน้ากากเหมือนข้าอยู่ที่ไหน” 

           หงอู้กุมหน้าอกของตัวเองเอาไว้แล้วเงยหน้ามองหน้ากากเชียนอย่างละเอียด จากนั้นจึงรีบเอ่ยตอบว่า “เขา...พวกเรายังไม่ได้ทำอะไรเขา เขาอยู่ที่ห้องตัวอักษร ‘ฟ้า’ บนชั้นสอง ท่านขึ้นไปดูเขาเถิด” 

           “ฉือเป่า ต่อไปเป็นหน้าที่ของเจ้าแล้ว” เชียนเอ่ยพลางเดินขึ้นบันไดไป 

           หงอู้และพวกเหมยจีเมื่อเห็นฉือเป่าค่อยๆ กลายร่างใหญ่ขึ้นก็ตกใจจนกระจุกตัวเป็นก้อนเดียวกัน 

           วิญญาณร้ายมีนิสัยโหดร้ายและเก่งกาจ แต่พวกนางก็มีความกลัว พวกนางกลัวคนที่เก่งกว่าตัวเองเป็นร้อยเท่าอย่างเช่นฉือเป่า 

           เชียนไม่สนใจเสียงกรีดร้องทรมานของปีศาจพวกนั้นและไม่สนใจคำขอร้องของพวกนาง ตอนนี้นางเพียงต้องการแน่ใจว่าลั่วชิงเฉินไม่ได้รับอันตราย 

           บนชั้นสองมีแต่ห้องตัวอักษร ‘ฟ้า’ เชียนเริ่มเปิดจากห้องฟ้าหมายเลขหนึ่ง ด้านในมีชายสองคนนอนอยู่ ชายทั้งสองคนนี้โดนดูดวิญญาณออกไปจนหมดสิ้น เชียนถีบประตูห้องฟ้าหมายเลขสอง ด้านในมีชายอยู่สามคน ชายทั้งสามคนนี้ยังพอมีพลังเหลืออยู่บ้าง ทว่าผมบนศีรษะกลายเป็นสีขาวไปหมดแล้ว บนใบหน้าก็มีริ้วรอยปรากฏอยู่ทั่ว 

           เมื่อเป็นเช่นนี้พวกเขาคงมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินหนึ่งปี เชียนส่ายหน้า นี่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของนาง เชียนจึงไปยังห้องฟ้าหมายเลขสาม ตอนนี้นางได้ยินเสียงที่คุ้นเคยลอยมาเข้าหูตน 

           “คุณชาย คุณชาย รีบตื่นขึ้นเร็วเข้า หมอกลวงตานี่น่ากลัวยิ่ง” คงชิงนั่นเอง 

           “ใช้กระบี่ของข้าแทงข้า เร็วเข้า!” น้ำเสียงของลั่วชิงเฉินไม่สู้ดีนัก 

           เชียนยกมือทั้งสองข้างผลักประตูให้เปิดออกจึงเห็นลั่วชิงเฉินที่กำลังใส่หน้ากากอยู่พอดี เสื้อผ้าด้านในของเขาหลุดออก เขานอนอย่างไร้เรี่ยวแรง ส่วนคงชิงนั้นถือกระบี่อยู่ในมือ ไม่รู้ว่าเขาไม่รู้ว่าจะเริ่มลงมือจากตรงไหนหรือไม่กล้าลงมือกันแน่ 

           เมื่อเห็นหน้ากากอันคุ้นเคย ลั่วชิงเฉินก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “อาเชียน?” 

           “ข้าเอง ท่านเป็นอะไรไป” เชียนเอ่ยอย่างสงบพลางเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าลั่วชิงเฉิน 

           เมื่อมือของเชียนสัมผัสโดนลั่วชิงเฉิน ร่างของลั่วชิงเฉินสั่นเทาและเขยิบไปด้านหลัง เขาไม่มีทางยอมให้เชียนรู้เด็ดขาดว่าตอนนี้เขาเป็นอะไร เขาจะไม่มีทางทำให้เชียนต้องตกใจ เขาสามารถควบคุมตัวเองได้ ควบคุมความคิดเช่นนั้นได้ ลั่วชิงเฉินหลับตาของตัวเองลงไม่ให้ตัวเองมองเห็นเชียนอีก 

           เมื่อครู่เชียนตั้งใจเอามือของตัวเองสัมผัสไปที่หน้าอกของลั่วชิงเฉิน เมื่อนางพบว่าพลังงานของลั่วชิงเฉินยังไม่อ่อนลง แต่เสื้อผ้าของเขาถูกถอดออกเช่นนี้ก็พอเดาได้ว่าพวกผีสาวพวกนั้นต้องชอบเขาอย่างแน่นอน 

           ดังนั้นจึงพยายามลองสัมผัสดูว่าลั่วชิงเฉินมีปฏิกิริยาหรือไม่ 

           “คงชิง คุณชายของเจ้าโดนพวกมันวางยาใช่หรือไม่” เชียนหันไปมองคงชิงที่ยังมีสติครบถ้วน 

           คงชิงพยักหน้า “ขอรับ พวกมันแปลกมาก พอโดนตัวข้า ข้าก็ขยับเขยื้อนไม่ได้ เมื่อครู่ตอนที่พวกมันป้อนยาให้คุณชาย ข้าก็เริ่มขยับได้ แต่กลับ...” 

           เมื่อเห็นใบหน้าของคงชิงเป็นสีแดงเช่นนี้ แถมยังเห็นชุดของเขาที่เกือบจะถูกถอดออก เชียนก็ยิ้มแล้วเอ่ยว่า “เจ้าเกือบจะโดนรังแกแล้ว” 

           “แม่นางอาเชียน ท่าน...” คงชิงทำหน้าไม่ถูก พลางคิดในใจว่าสตรีที่ยังไม่ได้ออกเรือนเช่นนางเข้าใจเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร 

           “เอาล่ะ ในเมื่อเจ้ายังขยับได้ก็นั่งอยู่ตรงนั้นดีๆ อย่าเพิ่งออกไปไหน ข้าจะช่วยถอนพิษให้คุณชายของเจ้า” เชียนเอ่ยพลางดึงปิ่นบนศีรษะตัวเองออก 

           ปีศาจนั้น หากต้องการวางยามนุษย์จะต้องใช้ยาชาด ที่เมืองใต้พิภพสามารถหาซื้อได้แต่ราคาค่อนข้างสูง วิญญาณธรรมดาไม่อาจซื้อไหว แต่วิญญาณร้ายนั้นเป็นข้อยกเว้น 

           หลังจากที่กินเข้าไปแล้วจะทำให้มนุษย์งุนงงและเผลอไผล แต่หากแทงปลายนิ้วชี้ของมนุษย์ผู้นั้นแล้วบีบเลือดออกมาสองสามหยด ยานี้ก็จะไร้ประโยชน์ 

ความคิดเห็น