facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

“หากมิใช่เพราะอาเชียน ข้าคงได้เป็นสามีของผีร้ายแล้ว เพื่อแสดงความขอบคุณต่ออาเชียน ฐานะข้ายากจน ไม่มีของสิ่งใดที่จะตอบแทนอาเชียน สิ่งของมีค่าที่มีคือตัวข้าเอง มิสู้...ข้ามอบร่างกายเป็นการตอบแทน อาเชียนโปรดรับข้าไว้เถอะ”

ตอนที่ 22 พลิกแผ่นดินหาโฉมงาม

ชื่อตอน : ตอนที่ 22 พลิกแผ่นดินหาโฉมงาม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ธ.ค. 2563 09:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22 พลิกแผ่นดินหาโฉมงาม
แบบอักษร

 

           เมื่อเห็นฮูหยินผู้เฒ่าเดินไปไกลแล้ว ซ่างกวนฉีจึงเข้าไปดึงมือของนักพรตเชียนเย่ว์แล้วยิ้มจนตาแทบปิดพลางเอ่ยถามว่า “ท่านราชครู ข้ามีเรื่องอยากจะถามท่าน” 

           นักพรตเชียนเย่ว์ไม่ได้ทำหน้าที่ราชครูมากว่าสิบห้าปีแล้ว เมื่อซ่างกวนฉีเรียกเช่นนี้ก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง เขาเอ่ยว่า “กระหม่อมไม่ได้รับหน้าที่ราชครูมานานแล้ว องค์ชายรองเรียกกระหม่อมเช่นนี้ กระหม่อมไม่ค่อยสบายใจนัก” 

           “เฮ้อ...ท่านราชครูเอ่ยเกินไปแล้ว ที่ต้าเหลียงแห่งนี้ ผู้ใดที่เคยเป็นราชครูแม้แต่วันเดียวจะขึ้นชื่อว่าเป็นราชครูตลอดไป ตัวข้านั้นยังคงเลื่อมใสท่านอยู่” ซ่างกวนฉีใช้ความคิดอย่างมากกว่าจะคิดคำพูดประโยคนี้ออกมาได้ 

           นักพรตเชียนเย่ว์ถือว่าเป็นผู้หนึ่งที่ใกล้ชิดราชวงศ์มากว่าสิบปี เมื่อเขาได้ยินซ่างกวนฉีเอ่ยเช่นนี้ก็เอ่ยถามว่า “องค์ชายรองมีเรื่องอะไรให้กระหม่อมรับใช้หรือไม่” 

           “โธ่เอ๊ย! ข้าชอบคนอย่างท่านราชครูจริงๆ หลักแหลมยิ่งนักถึงกับรู้ใจของข้าได้” ซ่างกวนฉีเอ่ยพลางกางพัดของตัวเองออกแล้วยิ้มหน้าบาน 

           “องค์ชายรองรับสั่งมาเถิด สิ่งใดที่กระหม่อมทำได้กระหม่อมจะทำให้เต็มที่” นักพรตเชียนเย่ว์เอ่ยตอบ เขาไม่อาจขัดใจคนในราชวงศ์ได้เลย 

           ซ่างกวนฉีมองซ้ายมองขวา เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีผู้ใดจ้องมองอยู่ก็กล่าวถามว่า “ท่านนักพรต ที่ภูเขาชิงมู่นี้มีปีศาจด้วยหรือ” 

           “ปีศาจ?” นักพรตเชียนเย่ว์ไม่ค่อยเข้าใจนัก เหตุใดองค์ชายรองถึงต้องถามเช่นนี้ด้วย ทั้งๆ ที่รู้ว่าพวกปีศาจก็อยู่ในส่วนของพวกมันและไม่เคยมาวุ่นวายที่โลกมนุษย์มาก่อน 

           ซ่างกวนฉียิ้มอย่างเบิกบานแล้วเอ่ยกับนักกพรตเชียนเย่ว์ต่อไปว่า “มิผิด ที่ข้ากำลังถามถึงคือปีศาจ ที่แปลงร่างมาเป็นภูตจิ้งจอก รูปโฉมงดงามราวดอกไม้ น้ำเสียงอ่อนโยนน่าฟัง” 

           “ทูลองค์ชายรอง ที่ภูเขาชิงมู่แห่งนี้ไม่เคยมีปีศาจมาก่อน และกระหม่อมเองก็ไม่เคยเห็นปีศาจที่งดงามราวดอกไม้เช่นนั้นด้วย” นักพรตเชียนเย่ว์เอ่ยตอบ 

           เมื่อได้ยินคำตอบเช่นนั้น ซ่างกวนฉีไม่เพียงยังไม่หมดหวัง แต่เขากลับดีใจขึ้นมาแล้วคิดในใจว่า แม่นางผู้นั้นไม่ใช่ปีศาจ แม่นางผู้นั้นไม่ใช่ปีศาจ! ในเมื่อนางไม่ใช่ปีศาจ นางย่อมเข้าวังไปกับข้าเพื่อเป็นสนมของข้าได้ 

           “เช่นนั้น....ที่ภูเขาชิงมู่แห่งนี้มีสตรีที่มีรูปโฉมงดงามสมวัยบ้างหรือไม่” ซ่างกวนฉีเอ่ยต่อ 

           เมื่อเอ่ยถามเช่นนี้ นักพรตเชียนเย่ว์จึงทำได้เพียงก้มหน้าแล้วเอ่ยตอบว่า “องค์ชายรอง ซวีอวิ๋นกวนของข้าเป็นสถานที่ที่เอาไว้ฝึกสมาธิ บนภูเขาแห่งนี้จะมีสตรีผู้มีรูปโฉมงดงามหรือไม่ หรืออาศัยอยู่ที่ใดนั้น คนที่ซวีอวิ๋นกวนไม่มีผู้ใดรู้” 

           “เฮ้อ! นักบวชอย่างพวกท่านน่าสงสารอย่างยิ่ง คนถือศีลเขาทำอะไรกันบ้าง แสงสีบนโลกมนุษย์เป็นอย่างไรควรจะดูเอาไว้ให้มากๆ หน่อย” ซ่างกวนฉีพูดไปพลางเลิกคิ้วใส่นักพรตเชียนเย่ว์ 

           นักพรตเชียนเย่ว์ผู้นี้ไร้ซึ่งอารมณ์ใด เขาเพียงนึกองค์ชายในสมัยวัยเด็กเมื่อสิบห้าปีก่อนที่ชื่นชอบสาวงาม คิดไม่ถึงเลยว่าเมื่อเติบใหญ่ขึ้นแล้วจะยังคงมีนิสัยเช่นนั้นอยู่ 

           “เอาล่ะ ในเมื่อพวกท่านไม่รู้ เช่นนั้นข้าก็จะไม่รบกวนพวกท่าน ช่วยเตรียมห้องให้ข้าสองห้อง เอาห้องที่ไกลจากหลินเชียนเชียนที่สุด ข้ามาตามหาคน หากข้าหาเจอแล้วข้าจึงจะกลับ” ซ่างกวนฉีเอ่ยต่อไป 

           นักพรตเชียนเย่ว์พยักหน้า “พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะจัดการให้” 

…… 

           ด้วยเหตุนี้ ซ่างกวนฉีจึงมาพำนักอยู่ที่ซวีอวิ๋นกวน 

           “คุณหนูใหญ่เจ้าคะ องค์ชายรองมาถึงที่นี่แล้ว ตอนนี้พำนักอยู่ที่เรือนหมิงเย่ว์เช่นกัน คุณหนูอยากจะไปเข้าเฝ้าหรือไม่” ชุนหลานเอ่ยถามพลางรินน้ำชาให้เชียน 

           เชียนส่ายหน้าแล้วหันไปเอ่ยกับฮูหยินผู้เฒ่า อวี้จู่และชุนหลานว่า “ไม่ต้องหรอก เขาไม่ใช่สามีของข้า ไม่มีเรื่องอะไรให้ข้าต้องไปเข้าเฝ้า” 

           เมื่อชุนหลานได้ยินดังนั้นก็มองไปทางฮูหยินผู้เฒ่า ส่วนฮูหยินผู้เฒ่านั้นได้แต่พยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “ไม่พบก็ดีเหมือนกัน คนอื่นที่มาทีหลังจะได้ไม่ว่าเจ้าได้ว่าเจ้าหน้าไม่อาย” 

           สำหรับฮูหยินผู้เฒ่านั้น นางไม่ชอบองค์ชายรองผู้นี้เอาเสียเลย ผู้ที่นางชอบคือองค์ชายหกของฮ่องเต้ที่มีนามว่าซ่างกวนชิง 

           ฮ่องเต้ของต้าเหลียงมีโอรสทั้งสิ้นแปดพระองค์ อายุขององค์ชายใหญ่จนถึงองค์ชายแปดนั้นไม่ห่างกันมากนัก องค์ชายรองอาศัยบารมีของมารดาจนได้ดีซ้ำยังได้รับความโปรดปรานอีกด้วย หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่าเขาได้รับการสนับสนุนจากเหล่าขุนนางให้เป็นว่าที่องค์รัชทายาท ส่วนองค์ชายหกนั้น มารดาของเขาได้รับความโปรดปรานและมีคุณงามความดีต่อหน้าฮ่องเต้อยู่ไม่น้อย 

           ในตอนแรกที่มีการกำหนดสมรส นางไม่โปรดปรานหลินเชียนเชียนจึงไม่สนใจว่านางจะแต่งงานกับคนเช่นไร แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว เชียนเชียนถือเป็นหลานรักของนาง นางคงยอมให้เชียนเชียนแต่งงานกับองค์ชายรองผู้ที่สนใจแต่เรื่องอย่างนั้นไม่ได้แน่นอน 

           “ชุนหลาน เจ้าพาอวี้จู๋ไปดูที่หลังครัวหน่อยได้หรือไม่ว่ายังพอมีอาหารเจเหลืออยู่บ้างหรือไม่” ตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่าคิดจะแยกชุนหลานกับอวี้จู๋ออกไป 

           ชุนหลานฉลาดเฉลียว เมื่อได้ยินฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยเช่นนี้ก็พาอวี้จู๋ออกไปทันที 

           “ท่านย่าให้อวี้จู๋กัชุนหลานออกไปมีเรื่องอะไรอยากจะคุยกับหลานตามลำพังหรือเจ้าคะ” เชียนเอ่ยถามเบาๆ 

           ฮูหยินผู้เฒ่าสีหน้าเคร่งเครียดแล้วเอ่ยกับเชียนอย่างจริงจังกว่าปกติ “เชียนเชียน เจ้าพูดกับย่ามาตามตรง เจ้าอยากแต่งงานกับองค์ชายรองหรือไม่” 

           เชียนส่ายหน้า 

           “ตอนนี้องค์ชายรองถือเป็นโอรสที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานมากที่สุด อนาคตน่าจะได้เป็นผู้สืบทอดบัลลังก์ต่อไป เจ้าไม่อยากแต่งงานกับเขาจริงๆ หรือ” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยถามต่อ 

           “ท่านย่า ข้าไม่อยากแต่งเจ้าค่ะ” เชียนตอบ 

           สุดท้ายฮูหยินผู้เฒ่าก็ถอนใจแล้วเอ่ยว่า “ในเมื่อเชียนเชียนไม่อยากแต่ง ย่าจะช่วยเจ้าหาหนทางเอง” 

           “ขอบคุณท่านย่ามากเจ้าค่ะ” เมื่อเชียนเอ่ยจบ เชียนก็คิดว่าถึงเวลาแล้วที่นางจะได้เห็นใบหน้าของตนจึงถอดหน้ากากออกแล้วยิ้มอย่างสดใส “ท่านย่า ดูหลานสิเจ้าคะ” 

           ฮูหยินผู้เฒ่าตกตะลึงไป นางคิดมาตลอดว่าใบหน้าของเชียนยังไม่หายจึงคิดไม่ถึงว่าตอนนี้นางจะงดงามเช่นนี้ได้ ฮูหยินผู้เฒ่าคิดว่าตนมีชีวิตอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ยังไม่เคยเห็นผู้ใดที่งดงามหมดจดเช่นนี้มาก่อน...หากเทียบใบหน้านี้กับหลินหวานหว่านแล้ว หลินหวานหว่านก็เปรียบเสมือนดาวอับแสงจะสู้พระอาทิตย์อันร้อนแรงได้อย่างไร 

           “เชียนเชียน ใบหน้าของเจ้า...” 

           เชียนพยักหน้า “เจ้าค่ะ ยาของหมอหลวงเฉินดียิ่ง นอกจากเชียนเชียนจะไม่มีรอยแผลเป็นเหลือแล้ว ปานบนใบหน้าหลานยังหายไปด้วย ไม่เพียงแค่เท่านั้นนะเจ้าคะ อย่างที่ท่านย่าเห็นผิวของเชียนเชียนก็เปลี่ยนไปด้วย และต้องขอบคุณที่ลุงเหอช่วยหาสมุนไพรมาให้” 

           ฮูหยินผู้เฒ่าพินิจพิจารณาเชียนอย่างละเอียด เมื่อเห็นว่าผิวของนางขาวราวหิมะ แววตาก็งดงามราวกับแสงดาวที่สะท้อนอยู่ในทะเลจึงเอ่ยอย่างปลาบปลื้มใจว่า “ยาของหมอหลวงเฉินดีอย่างยิ่ง ถือว่าเคราะห์ร้ายกลายเป็นดีสินะ” 

           “ใช่แล้วเจ้าค่ะ เคราะห์ร้ายกลายเป็นดี” 

           “เชียนเชียน ตราบใดที่งานแต่งงานของเจ้ากับองค์ชายรองยังไม่ถูกยกเลิก เจ้าห้ามถอดหน้ากากออกเด็ดขาด” จู่ๆ ฮูหยินผู้เฒ่าก็เอ่ยกำชับขึ้น 

           นางรู้จักนิสัยองค์ชายรองเป็นอย่างดี หากเขาได้เห็นใบหน้าเช่นนี้ของเชียนเชียนแล้ว ไม่ทางเอ่ยคำว่า ’ยกเลิกงานแต่ง’ สี่คำนี้ออกมาอย่างแน่นอน 

           “เชียนเชียนเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ เชียนเชียนจะไม่เผยใบหน้านี้ให้เขาเห็นง่ายๆ” เชียนส่ายหน้า เดิมทีนางเองก็วางแผนไว้เช่นนั้นเหมือนกัน ด้วยเหตุนี้จึงให้ฮูหยินผู้เฒ่าได้เห็นใบหน้านี้ของตนก่อน เพราะเกรงว่าหากคนพวกนั้นเห็นใบหน้าของนางงดงามขึ้นเช่นนี้จะต้องสงสัยว่านางไม่ใช่หลินเชียนเชียน 

           ดังนั้นการมีฮูหยินผู้เฒ่าช่วยยืนยันจึงจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด 

           “เชียนเชียน ช่วงที่องค์ชายรองอยู่ที่นี่ เจ้าอย่าได้ออกจากเรือนแห่งนี้จะดีที่สุด อีกไม่กี่วันย่าจะพาเจ้าลงเขาแล้วเราจะได้กลับไปคิดหาทางกันที่จวน” 

           “เจ้าค่ะ หลานจะฟังท่านย่าเจ้าค่ะ” 

 

           หลังจากวันนั้นเป็นต้นไป เชียนก็ไม่ได้ย่างกรายออกจากประตูเรือนอีกเลย อวี้จู๋ไม่ทราบถึงสาเหตุเลยเข้าใจว่าการปรากฏตัวขององค์ชายรองนั้นทำให้คุณหนูใหญ่เป็นเช่นนี้จึงหาเรื่องมาหยอกล้อเชียน 

           เชียนรู้เจตนาของอวี้จู๋จึงไม่ได้ว่าอะไร เพราะเรื่องราวที่นางเอามาเล่าให้ฟังก็มิใช่เรื่องที่ไร้สาระเสียทีเดียว 

           “คุณหนูใหญ่อาจจะยังไม่รู้...” ชุนหลานถือผลไม้เข้ามาจานหนึ่งแล้วบุ้ยปากอย่างไม่พอใจ 

           เชียนวางหนังสือในมือของตัวเองลงแล้วมองไปยังชุนหลาน “ทำไมหรือ” 

           “องค์ชายรองช่างน่าโมโหนัก สองสามวันนี้เขาทำเอาภูเขาชิงมู่วุ่นวายไปหมด!”  

           “เอ๊ะ?”  

           เมื่อชุนหลานเห็นว่าเชียนสนใจจึงวางจานผลไม้ลงตรงหน้าเชียนแล้วนั่งลง มือหนึ่งก็หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาทำเป็นพัดพลางเอ่ยว่า “เขาต้องการหาสตรีนางหนึ่ง” 

           “อ้อ” เชียนรู้แล้วว่าเขากำลังหาตน 

           “คุณหนูใหญ่ เหตุใดจึงไม่ร้อนใจเลยเล่า นี่องค์ชายรองกำลังตามหาสตรีอื่นอยู่นะเจ้าคะ ทั้งๆ ที่คู่หมั้นของตัวเองอยู่ที่ซวีอวิ๋นกวนแท้ๆ เขาไม่เพียงไม่แวะมาเยี่ยมเยียนแต่ยังพลิกแผ่นเดินเพื่อตามหาสาวงามคนอื่นอีก ยังไม่ทันแต่งงานก็เป็นเช่นนี้เสียแล้ว แต่งงานไปแล้วไม่รู้ว่าจะหาสตรีเพิ่มอีกสักกี่คนมาอยู่ที่วังหลัง” ชุนหลานโกรธและร้อนใจ เพราะนางวางแผนเอาไว้ว่าอยากจะอาศัยร่มเงาของเชียนเมื่อเชียนได้ขึ้นเป็นฮองเฮาแล้วเผลอๆ ตนอาจจะได้ตำแหน่งดีๆ ไปด้วย 

           แต่ตอนนี้เชียนไม่เพียงแต่ไม่ร้อนใจเท่านั้น แถมยังมองดูองค์ชายรองตามหาสตรีอื่นอย่างไม่แยแส และหากสตรีผู้นั้นเป็นเช่นเดียวกับคุณหนูรองหลินขึ้นมาที่คอยยุยงองค์ชายรองให้ล้มเลิกการแต่งงาน เช่นนั้นตนก็มิอาจพึ่งบารมีของต้นไม้ต้นนี้ได้แล้ว 

           “ชุนหลาน ต่อไปอย่าพูดเรื่องนี้ต่อหน้าข้าอีก” เชียนเอ่ย นางไม่ได้สนใจว่าองค์ชายรองจะมีผู้ใดอยู่ที่วังหลังบ้าง 

           “คุณหนูใหญ่ เหตุใด...จึง...” เหตุใดจึงเหมือนฮูหยินในตอนนั้นไม่มีผิด หากสตรีไม่แก่งแย่งชิงดี สุดท้ายก็จะถูกบุรุษหลงลืมไปในที่สุด 

           ชุนหลานเม้มปากด้วยความไม่พอใจ 

           “คนในราชวงศ์ก็เป็นเช่นนี้ พวกเขาอยากได้สตรีสักกี่คนก็จะได้ตามที่เขาต้องการ” สุดท้ายเชียนก็เอ่ยตอบชุนหลานออกไป 

           ชุนหลานถอนใจแล้วเอ่ยอย่างเหลืออดว่า “คุณหนูใหญ่ แม้จะเป็นอย่างนั้น แต่คุณหนูต้องคิดแผนการบ้าง พยายามหาทางรั้งองค์ชายรองไว้ให้ได้นะเจ้าคะ” 

           “ฮ่าๆ” เมื่อเชียนได้ยินชุนหลานเอ่ยเช่นนี้ เชียนก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “หน้าอย่างข้าจะรั้งองค์ชายรองเอาไว้ได้อย่างไร” 

           เมื่อชุนหลานได้ยินดังนั้นจึงนึกรูปลักษณ์ของเชียนขึ้นมาได้ พลางคิดในใจว่า จริงสิ รูปโฉมของคุณหนูใหญ่คงไม่อาจทำให้องค์ชายรองโปรดปรานได้ แต่ฐานะของนางนั้นแตกต่างจากสตรีอื่น ไม่ว่าจะอย่างไรก็สามารถเป็นฮองเฮาของฮ่องเต้ได้ ขอเพียงแค่คุณหนูใหญ่มีสาวใช้ที่หัวไวหน่อยไว้คอยปรนนิบัติองค์ชายรองก็คงจะพอแล้ว 

           เมื่อคิดเช่นนี้แล้ว แววตาของชุนหลานก็เปล่งประกายออกมา ข้าชุนหลานเองก็ไม่เลว สาวใช้ในจวนตระกูลหลินมีผู้ใดบ้างที่งดงามเช่นข้า หาก...คุณหนูส่งข้าไปปรนนิบัติองค์ชายรอง ข้าก็จะ...ช่วยคุณหนูได้แน่ๆ 

           เมื่อเห็นใบหน้าของชุนหลานแดงระเรื่อขึ้นมา เชียนก็พอเดาถึงความในใจของชุนหลานได้จึงตั้งใจเอ่ยออกมาว่า "ใบหน้าอย่างข้าไม่ได้ เช่นนั้นข้าก็จะพาสาวใช้สักสองสามคนออกเรือนไปกับข้าด้วย ให้พวกนางรั้งองค์ชายรองเอาไว้ก็คงได้แล้ว" 

           "คุณหนูใหญ่จะพาใครไปหรือเจ้าคะ" ชุนหลานโพล่งขึ้นมาด้วยใบหน้าเปี่ยมความหวัง 

           เชียนยิ้มพลางเอ่ยว่า "ข้าว่าเจ้าเองก็ไม่เลวนะ" 

           ชุนหลานดีใจ นางคุกเข่าลงกับพื้นต่อหน้าเชียนแล้วเอ่ยว่า "ชุนหลานขอบคุณคุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่วางใจเถิด หากข้าได้ปรนนิบัติองค์ชายรอง ข้าจะต้องทำให้พระองค์ทรงรั้งอยู่ข้างกายคุณหนูให้ได้และไม่มีทางหย่าขาดจากท่านเป็นแน่" 

           "เหอะ" เชียนถอนใจ มนุษย์หนอมนุษย์ เพียงเผยความในใจของตัวเองออกมาก็ทำให้กลายเป็นคนอัปลักษณ์ขึ้นมาได้แล้ว 

           "คุณหนูใหญ่ไม่พอใจอะไรหรือเจ้าคะ" ชุนหลานเริ่มรู้สึกว่าอารมณ์ของเชียนไม่ค่อยดีนัก 

           เชียนลุกขึ้นแล้วเอ่ยเสียงแข็ง "ชุนหลาน เจ้าอยู่กับท่านย่ามาตั้งแต่เล็ก ข้าก็นึกว่าเจ้าจะอยู่กับท่านย่าไปจนถึงวันสุดท้ายเสียอีก" 

           "ใช่เจ้าค่ะ บ่าวจะอยู่กับฮูหยินผู้เฒ่า แต่ตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่าก็อยู่ในช่วงบั้นปลายแล้ว อีกไม่กี่ปีก็..." ยิ่งชุนหลานพูดเสียงของนางก็ยิ่งเบาลงเรื่อยๆ 

           "ชุนหลาน เจ้าฟังให้ดี ข้าไม่ชอบคนทรยศเจ้านายตัวเองเป็นที่สุด ข้าจะแต่งกับองค์ชายรองหรือไม่นั้นเป็นเรื่องของข้า เจ้าเองก็อย่าได้คิดฟุ้งซ่านเลย ท่านย่าอายุยืนยาว เจ้าดูแลท่านย่าให้ดีๆ แล้ว วันหน้าข้าจะพาเจ้าไปสู่ความสุขสบาย แต่หากเจ้ากล้ามีความคิดเป็นอื่น เจ้าอย่าหาว่าข้าไม่เตือนแล้วกัน!" 

           ที่เชียนโกรธเป็นเพราะว่าชุนหลานมีใจไม่ซื่อ ตอนที่นางอยู่ที่เมืองใต้พิภพนั้น นางเห็นดวงวิญญาณเช่นนี้มามากแล้ว นั่นก็คือดวงวิญญาณที่เห็นแก่ยศถาเงินทองจนทำร้ายเจ้านายตนเองจนตายนั่นเอง 

ความคิดเห็น