email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 40.หนึ่งในสอง และ หนึ่งที่ไว้ใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 40.หนึ่งในสอง และ หนึ่งที่ไว้ใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 68

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ธ.ค. 2563 11:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 40.หนึ่งในสอง และ หนึ่งที่ไว้ใจ
แบบอักษร

“อีกไม่นานจะเข้าเขตตลาดแล้วเพคะพระชายา”

“อ้อ อือ”

เสียงจีมินพูดขึ้นเตือนให้พระชายาได้รู้ถึงหนทางเบื้องหน้า อียูละสายตาเหม่อลอยก่อนจะพยักหน้ารับคำของจีมิน

ใบหน้าเล็กเงยมองออกไปยังนอกหน้าต่างอีกครั้ง เพราะจีมินกับจีซูที่เดินอยู่ทำท่าผลักกันไปมา ทั้งสองทำปากขมุบขมิบจนอียูเกิดสงสัย

“มีอะไรกันหรือ?”

“มะ หม่อมฉันกับจีซู เอ่ออออ ถ้าพระชายาไม่ว่าอะไร หม่อมฉันขอ....เอ่อออ”

“เฮ้ออออ เอาเถิดๆ ข้าอนุญาต”

“จะ จริงหรอเพคะ!!?” ตาเป็นประกาย

ทั้งสองอ้ำอึ้งจนอียูถอนหายใจมองจีมินและจีซูด้วยสายตารู้ทันออกมาจากหน้าต่าง ถ้าเทียบกันแล้วทั้งสองคนเป็นนางใน ต่างจากข้าที่เพิ่งจะได้เข้าไปอยู่ในวัง การได้ออกมาข้างนอกมีหรือหญิงสาวจะไม่รู้สึกตื่นเต้น แค่มองตาข้าก็สามารถรู้ได้เลย

“ข้าจะตรงไปรอที่บ้าน เที่ยวเล่นได้เท่าที่พวกเจ้าต้องการแล้วค่อยกลับ”

“ขอบพระทัยเพคะพระชายา” จีมิน/จีซู

ทั้งสองยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ราวกับว่าได้ของขวัญที่แสนวิเศษจนต้องถูกองครักษ์ที่ขี่ม้าตามหลังมากระแอมในลำคอเตือนสติและกิริยาของทั้งสองคนไว้

ภายใต้ศาลาเล็กๆ ในสวนอียูยืนมองออกไปยังทิวทัศน์เบื้องหน้า มีเพียงทุ่งกว้างต้นไม้นานาพรรณ ดอกไม้สีสันสวยงามยามเมื่อต้องกับแสงแดดอ่อนๆ ภายในสวนหลังบ้านของตนเอง

พาให้นึกย้อนไปในวันที่เกิดเหตุการณ์เลวร้ายกับข้าและครอบครัว ทำให้ข้าได้รู้ว่าแม้ตระกูลคังจะยิ่งใหญ่เพียงใด ก็สามารถพังทลายลงไปในชั่วพริบตา

คนร้ายที่อยู่ใกล้ตัว แต่ข้ากลับมองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ ข้าจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อนำศักดิ์ศรีตระกูลกลับคืนมาก

พรึบ!

“....!!”

ผ้าคลุมสีฟ้าถูกใครบางคนหยิบขึ้นคลุมไล่บางๆ อียูเบามือ อียูหันกลับไปจึงได้รู้ว่าใต้เท้า คังอินซา ผู้เป็นพ่อยืนยิ้มอยู่ด้านหลัง

“อากาศเย็นลงมากแล้วพะยะค่ะ”

“ขอบคุณเจ้าค่ะ”

“พระชายา!..”

“ไม่เอา อยู่บ้านข้าอยากเป็นแค่ลูกสาวของท่านพ่อนี่เจ้าคะ”

“แต่......เจ้าลูกคนนี้ ฮ่าๆๆ”

เสียงหัวเราะและใบหน้าเปื้อนยิ้มของคนเป็นพ่อบอกเป็นนัยๆ แม้ว่าอียูจะถูกอบรมเลี้ยงดูจากคนในวังมากเพียงใด ก็ไม่อาจเปลี่ยนนิสัยหัวแข็งของนางได้เลย

“มีเหตุอันใด จึงเสด็จมาบ้านหรือพะยะค่ะ”

“ข้าคิดถึงท่านพ่อเจ้าค่ะ”

“หืม?”

“.....”

“หากเป็นเช่นนั้นจริง พระชายาทรงยืนเหม่อด้วยเหตุใดพะยะค่ะ?”

“.....”

อยู่ๆ รอยยิ้มเมื่อครู่ก็แปลเปลี่ยนเป็นสีหน้าอมทุกข์ อียูก้มหน้านิ่งก่อนจะค่อยๆ ถอนถายใจพร้อมกับเงยหน้ามองผู้เป็นพ่ออีกครั้ง

“ขัาสบายใจ เมื่อได้ยืนอยู่ที่นี่ อยู่กับคนของข้าและท่านพ่อ”

“.....”

“ข้ายังคงกังวล และหวาดระแวง เมื่อต้องอยู่ในวัง”

“พระชายา จะไม่มีทางเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นกับพระองค์อีกพะยะค่ะ ทรงวางพระทัย”

“ข้า เป็นห่วงท่านพ่อ และทุกคนที่อยู่ที่นี่ ในเมื่อทางการยังหาตัวคนร้ายไม่เจอ ข้าก็มิอาจวางใจ”

“เวลาจะพิสูจน์ กระหม่อมเชื่อว่าอีกไม่นาน ทางการจะต้องหาตัวคนร้ายเจอพะยะค่ะ”

“.....”

ท่านพ่อดูจะใจเย็นเป็นพิเศษ เนื่องด้วยรับรู้ได้ถึงความกังวลใจของอียูผู่เป็นลูกสาว เพราะตอนนี้ตระกูลคังถูกทางการจับตามองอยู่ตลอด ยากที่จะทำอะไรได้ตามอำเภอใจ

ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในวัง ข้าไม่อาจนิ่งนอนใจได้เลยสักวัน และนี่คือเหตุผลที่ข้าต้องกลับมาบ้าน

“ท่านกลับไปพักผ่อนเถิด ข้ายังอยากอยู่ตรงนี้อีกสักหน่อย

“ขอบพระทัยพระชายา”

อียูมองแผ่นหลังของผู้เป็นพ่อจนลับสายตา ด้วยความหนักใจ ในช่วงเวลาแบบนี้ สิ่งที่ข้าพอจะทำได้มีไหมนะ

แกร๊กๆๆ

ชายวัยกลางคนกำลังใช้ไม้กวาดกวาดใบไม้แห้งบนพื้นพร้อมกับผิวปากอารมณ์ดี ในขณะเดียวกันเสียงฝีเท้าของม้ากำลังเข้ามาใกล้ฉุดให้เขาหันไปมองยังเบื้องหน้า ม้าตัวใหญ่สีขาว พร้อมด้วยหญิงสาวในชุดลำลองของผู้ชายที่นั่งอยู่บนหลังม้า กำลังมุ่งหน้าเข้ามาใกล้

พรึบ!!

ร่างบางดึงบังเหียนให้ม้าหยุดวิ่งแล้วจึงเอี้ยวตัวยื่นมือเรียวลูบไล้ไปที่แผงคอของม้าเบามือ สายตาจดจ้องไปหาผู้ชายที่กำลังยืนงง ในมือถือไม้กวาดไว้แน่นอยู่ด้านล่าง

“ทะ ท่านมาหาใครหรือขอรับ?”

“ข้ามาเพื่อพบ ซอ จียง”

“......!”

“เชิญทางนี้ขอรับ”

“ข้าจะรอที่ลานฝึกธนู ช่วยบอกเขาเช่นนั้นก็พอ”

“เอ่อออ ขอรับ”

“ย่า~”

พรึบ!!

ยังไม่ทันได้ถามไถ่ถึงชื่อเสียงเรียงนาม หญิงผู้นั้นก็สะบัดบังเหี้ยนควบม้าออกไปจากลานบ้านเสียแล้ว แบบนี้ตนจะแจ้งแก่นายท่านอย่างไรดี

พระราชวัง

“ตรงนั้น มีอะไรกันหรือ?”

“.....?”

ระหว่างเดินเล่นชมดอกบัวบนสะพาน องค์หญิงโซรองสังเกตเห็นใครบางคนกำลังนั่งอยู่ที่ศาลาดอกบัว นางจึงพยักหน้าให้แก่วอนฮีให้ช่วยดู

“คุณหนูดาจอง กับคุณหนูมุนอาเพคะองค์หญิง”

“พวกนางกำลังทำอะไรกันหรือ?”

“เอิ่ออออ...”

“....”

ด้วยความอยากรู้องค์หญิงไม่รอให้วอนฮีได้เพ่งมอง โซรองเดินอ้อมลงจากสะพานข้ามสระบัวตรงไปยังศาลาที่มีดาจองและมุนอาอยู่

“ข้ามาถึงก่อน ผู้ที่มีสิทธิ์ย่อมเป็นข้ามิใช่หรือ”

“จะเป็นเจ้าได้อย่างไรเล่าดาจอง ในเมื่อข้าให้นางในนำของมาวางเอาไว้แล้ว”

มุนอายืนยันตนเองด้วยการชี้นิ้วไปที่ห่อผ้าด้านในเป็นเครื่องน้ำชาและขนมมากมาย

ดาจองไม่ได้สนใจสิ่งที่มุนอาบอกแม้แต่น้อยเพราะกลัวจะเสียโอกาสได้พบกับองค์รัชทายาท หลังจากได้ข่าวว่าพระองค์จะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปๆมาๆที่ศาลาดอกบัวเพราะถูกกักบริเวณ

“งั้นเจ้าจะโทษว่าข้ามาช้า เพียงเพราะเจ้านำของมาวางเพื่อจองที่เอาไว้แค่นั้นหนะหรือ น่าไม่อาย”

“คิมดาจอง!”

“ต่อหน้าพระพักตร์องค์หญิงโซรอง หยุดวาจาหยาบคายของพวกท่านเสีย”

“!!!!!!ขะ ขออภัยเพคะองค์หญิง”

“!!!!!!!ขออภัยเพคะองค์หญิง”

เสียงทุ้มต่ำของวอนฮีทำให้ทั้งสองหยุดถกเถียง ก้มหัวเคารพแด่องค์หญิงอย่างพร้อมเพรียง

“พวกท่านกำลังทำอะไรกันอยู่หรือ?”

“หม่อมฉันกำลังจัดเตรียมเครื่องชาและขนมหวานนั่งชมดอกบัวที่ศาลานี้เพคะ”

“หม่อมฉันก็ด้วยเพคะ”

ทั้งสองลอบส่งสายตาเฉียดเฉือนกันไปมาอย่างเงียบๆ เมื่อถูกจ้องมองจากองค์หญิงทั้งสองก็สามารถปรับเปลี่ยนสีหน้ายิ้มแย้มได้อย่างทันท่วงที

“ข้าขอร่วมวงน้ำชากับพวกท่านทั้งสอง จะได้หรือไม่?”

“แน่นอนเพคะ!”

“..!!!”

มุนอาชิงพูดขึ้นในทันที ดาจองถึงกับก้มหน้ากัดฟันอย่างเคืองๆ แต่ก็ผ่านไปด้วยดี ทั้งสองต้องการที่จะเอาอกเอาใจองค์หญิงเป็นพิเศษ เพียงเพื่อทำคะแนนอย่างไม่มีใครยอมใคร

“องค์หญิงลองชิมขนมไหมเพคะ หม่อมฉันทำเองกับมือ”

“.....”

โซรองหยิบขนมน่าตาน่ากินมาจากมือเรียวของมุนอา ก่อนจะกัดกินขนมอย่างเงียบๆ

ทางฝ่ายดาจองเห็นอย่างนั้นจึงอยากเสนอสิ่งที่ตนนำมาด้วยบ้าง เพื่อไม่ให้น้อยหน้ามุนอาแล้ว ชากุหลาบหวานหอมที่ตนหวังจะถวายให้แก่องค์รัชทายาทนั้นตอนนี้จำเป็นจะต้องล้มเลิกไปก่อน

“องค์หญิง ดื่มชากุหลาบหน่อยเถิดเพคะจะได้โล่งคอ”

“.....”

สายตาของทั้งสองฟาดฟันกันอีกครั้งและทุกครั้งที่มีโอกาส

“อืม ชากุหลาบนี้ ท่านก็ทำเองอย่างนั้นหรือ!?”

“แน่นอนเพคะ ตระกูลคิมของหม่อมฉัน ขึ้นชื่อในเรื่องการทำไร่ชาหลากหลายชนิด นั้นรวมถึงชาที่เหล่าราชวงศ์ทรงนิยมดื่มก็มาจากตระกูลของหม่อมฉันเองเพคะ”

“อืม ข้าชอบนะ”

“ขอบพระทัยเพคะ องค์หญิง”

“.....”

ดาจองยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พรางบิดไปมาเยาะเย้ยมุนอาอย่างผู้ชนะ

“หากหนึ่งในพวกเจ้า เป็นพระชายาขององค์รัชทายาท ก็คงจะดีไม่น้อย”

“จะ จริงหรือเพคะ!!”

“..!!!!”

สิ้นเสียงของโซรอง ทั้งมุนอาและดาจองต่างก็ตาลุกวาวอย่างดีใจ อย่างน้อยทั้งสองก็พอจะได้รู้แล้วว่าองค์หญิงนั้น ยังคงอยู่ฝั่งเดียวกับทั้งสอง

อย่างน้อยองค์หญิงที่นานๆ จะเจอกันทีก็ยังตาถึงกว่าองค์รัชทายาทเสียด้วยซ้ำ เหตุใดพระองค์จึงไม่เลือกหนึ่งในพวกนาง นั่นถึงจะสมเหตุสมผล

“องค์หญิงก็ทรงคิดเหมือนกับหม่อมฉันใช่ไหมเพคะ?”

“.....”

โซรองไม่พูดอะไรเพียงแต่พยักหน้าไปกับดาจองก่อนจะยกน้ำชาขึ้นจิบเป็นพิธี

“พระชายา หากเทียบกับพวกหม่อมฉันแล้ว นางช่างไม่เป็นกุลสตรี ไม่มีอะไรที่เหมาะสมกับเสด็จพี่แม้แต่น้อย”

“......”

กึก!

โซรองวางแก้วชาลงด้้วยสีหน้าเรียบนิ่ง มีเพียงแค่วอนฮีเท่านั้นที่รู้สึกได้ถึงความหงุดหงิดเล็กๆ ที่กำลังเกิดขึ้นกับองค์หญิงของตน

“นั่นสิ พระชายาไม่เหมาะที่จะอยู่ที่นี้สักนิดเดียว”

“แน่นอนเพคะ ไม่นึกเลยว่าองค์หญิงจะทรงมองออกถึงเพียงนี้ อย่างพระชายาหนะ หม่อมฉันแอบคิดว่า...หึ หากพระชายาไม่ได้กลับมาคงจะดีไม่น้อยนะเพคะ”

“คิดคักๆๆๆๆ”

“.....”

โคร่มมมม!!!...

“ว้ายยยย!!!! ขะ ขอประธานอภัยเพคะองค์หญิง”

“ว้ายยย อะ องค์หญิงเพคะ!!!!”

ตะกร้าขนมหวานรวมไปถึงเครื่องน้ำชาต่างๆ ถูกองค์หญิงโซรองกวาดทิ้งอย่างไม่ใยดี ทำเอาทั้งมุนอาและดาจองตกใจจนเผลอกอดกันกลม

ใบหน้าที่เคยสดใสบัดนี้กลับบึ้งตึงอย่างไร้เหตุผล มีเพียงวอนฮีและนางในติดตามเท่านั้นที่เข้าใจองค์หญิงในตอนนี้ ทุกคนปิดปากเงียบ ราวกับกำลังรอให้พายุค่อยๆพัดผ่านไปเอง

“ข้าต้องขอตัวกลับตำหนักก่อน ขอบใจพวกท่านทั้งสองมาก”

“พะ เพคะองค์หญิง!!”

“เพคะองค์หญิง!!”

โซรองพูดในขณะที่สายตามองเหม่อออกไปยังด้านนอก ไม่ได้สนใจคุณหนูทั้งสองที่กำลังก้มหน้าตัวสั่นแม้แต่น้อย

เมื่อองค์หญิงทรงเสด็จกลับไป ทั้งดาจองและมุนอาต่างก็งุนงงในการกระทำขององค์หญิง ราวกับไม่เชื่อสายตา นางทั้งคู่พูดอะไรผิดไปอย่างนั้นหรือ?

ลานฝึกธนู

แสงแดดแก่ๆ ลมที่ผัดผ่านไปเรื่อยๆ ทำให้นึกหวนคิดถึงวันเวลาเก่าๆ ยามที่ได้ฝึกยิงธนู อียูก้มมองมือของตนที่ถือลูกธนูอยู่ขึ้นเล็งไปที่เป้า

ฟิ่ววววว~ ซึบ!!!

ลูกธนูที่ถูกปล่อยออกไปปักลงเป้าอย่างไม่ยากเย็นนัก แต่ก็ยังห่างจากกลางเป้า อียูเตรียมหยิบลูกธนูอันใหม่จากซองที่อยู่ด้านข้างขึ้นเตรียมเล็งอีกครั้ง

ฟิ่วววว~ ซึบ!!

“....!!!”

ยังไม่ทันที่จะปล่อยลูกธนูออกไป เสียงลูกธนูของใครบางคนก็ลอยมาจากด้านหลังผ่านหูข้าไปปักที่กลางเป้าพอดีเป๊ะ

อียูผ่อนแรงที่มือลดธนูลงก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับผู้เป็นเจ้าของลูกธนูเมื่อครู่

“ฝีมือของท่าน แผ่วลงแล้วอย่างนั้นหรือพะยะค่ะพระชายา?”

“.....!”

จียงอยู่ไม่ห่างจากอียูมากนัก เขามองมายังข้าด้วยใบหน้ายิ้มเล็กๆ มือข้างหนึ่งถือคันธนู ก่อนจะก้มตัวคำนับแล้วเดินเข้ามาหาช้าๆ

นี่ใช่จียงจริงๆหรือ ข้าหมายถึงตอนที่เขาอยู่กับข้าเขาก็หล่อและดูดีอยู่แล้ว แต่ตอนนี้การแต่งตัวของเขาดูเปลี่ยนไปเพราะเขากลายเป็นหัวหน้าตระกูลใหญ่ ก็นะ ต้องให้สมกับฐานะอยู่แล้วสิ

“ไม่เจอเจ้าเสียนาน...ไม่สิ เป็นอย่างไรบ้างใต้เท้าซอ?”

“กระหม่อมดีใจ ที่พระชายาทรงปลอดภัย”

“เอ่อออ ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว ขอบคุณท่านมาก”

“ขออภัย หากกระหม่อมล่วงเกิน”

“หืม...?”

จียงกล่าวขอโทษพร้อมกับผายมือไปที่เป้าธนูที่เขาเป็นคนยิงออกไปเมื่อครู่ด้วยสายตาจริงจัง

“เป็นข้าเสียมากกว่าที่ต้องขอโทษท่าน เทียบกับที่ท่านสอน ข้าเคยทำได้ดีกว่านี้”

“......”

จียงมองอียูด้วยความกังวล แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป เขายังคงสงบเสงี่ยมเว้นระยะห่างจากอียูอย่างชัดเจน เพื่อไม่เป็นการล่วงเกินต่อพระชายาในพื้นที่ลับตาคนเช่นนี้

“เอาหละๆ ไหนดูซิ ว่าธนูดอกนี้จะตัดสินชะตาของข้าได้หรือไม่”

วืด..

ว่าแล้วก็ยกธนูขึ้นเล็งอีกรอบ

“พระชายา ท่านไม่ได้เดินทางไกลมาถึงนี่เพียงเพื่อยิงธนูใช่หรือไม่?”

“....!”

จียงก็ยังคงเป็นจียง เขามองข้าออกก่อนใครทั้งหมดที่ข้าเคยรู้จัก อียูถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะปล่อยมือจากสายธนู

ฟิ้ววว ซึบ!!

ลูกธนูวิ่งเข้ากลางเป้าเบียดเสียดกับลูกธนูของจียงอยู่ในวงกลมสีดำเล็กๆ อย่างไม่คาดคิด จียงเองที่ยืนมองอยู่ก็แอบแปลกใจอยู่ไม่น้อย จนต้องเผลอยิ้มออกมาอย่างยินดี

พรึบ!!

มือเรียววางคันธนูลงบนโต๊ะด้านข้างก่อนจะเดินอ้อมจียงไปนั่งลงบนเก้าอี้ จียงเห็นดังนั้นจึงย้ายตนเข้าไปนั่งตรงฝั่งตรงข้ามบ้าง

“ข้ามาเพื่อขอร้องท่าน”

“หากกระหม่อมช่วยได้ กระหม่อมก็ยินดีจะช่วย”

“คนที่ข้าไว้ใจที่สุดในตอนนี้ มีเพียงแต่ท่าน”

“......”

 

ความคิดเห็น