facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

“หากมิใช่เพราะอาเชียน ข้าคงได้เป็นสามีของผีร้ายแล้ว เพื่อแสดงความขอบคุณต่ออาเชียน ฐานะข้ายากจน ไม่มีของสิ่งใดที่จะตอบแทนอาเชียน สิ่งของมีค่าที่มีคือตัวข้าเอง มิสู้...ข้ามอบร่างกายเป็นการตอบแทน อาเชียนโปรดรับข้าไว้เถอะ”

ตอนที่ 17 ท่านย่าลงโทษนางเร็วเข้า

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 ท่านย่าลงโทษนางเร็วเข้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ธ.ค. 2563 14:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 ท่านย่าลงโทษนางเร็วเข้า
แบบอักษร

 

           “พี่รอง พอก่อนเถิด ท่านดูสิพวกเขากำลังจ้องมองพวกเราอยู่นะ” หลินโยวโยวกระซิบเตือนเบาๆ 

           ก็จริงที่พวกนางตั้งใจจะมาหาเรื่องเชียน แต่ไม่ได้ต้องการให้คนอื่นเห็นพวกนางมาเอะอะโวยวายเช่นนี้ หลินโยวโยวคิดในใจว่า พี่รองเป็นอะไรไป เหตุใดจึงอาละวาดเช่นนี้ ทะเลาะกับหลินเชียนเชียน พี่รองไม่กลัวคนใช้ในบ้านเอาไปวิจารณ์ว่านางเป็นหญิงปากร้ายกันหรอกหรือ 

           คุณหนูรองหลิน ปกติแล้วเป็นคนร้ายกาจมาก ร้ายกาจจนกลบความอ่อนโยนไปหมดสิ้นและไม่สามารถควบคุมตนเองต่อหน้าผู้อื่นได้ 

           หลินโยวโยวกับเหลียนเฉียวย่อมไม่เข้าใจสถานการณ์ แต่เชียนกลับแตกต่างออกไป เมื่อนางเดินเข้าไปในจือหลานหย่วนแล้วก็ให้อวี้จู๋ลงกลอนประตูเอาไว้แล้วกวักมือเรียกฉือเป่าที่กำลังนั่งกินขนมอยู่บนโต๊ะหิน 

           เมื่อฉือเป่าเห็นเจ้านายเรียกเช่นนี้ก็วิ่งเข้าไปซุกอยู่ในอกอย่างกระปรี้กระเปร่า 

           เชียนลูบหัวของฉือเป่าแล้วเดินยิ้มกริ่มเข้าไปในเรือนด้านในแล้วบอกให้อวี้จู๋ติดตามเข้าไปรับใช้ด้วย 

           “ดูแล้วเจ้านายอารมณ์ไม่เลวเลย” ฉือเป่าเลียอุ้งเท้าอยู่ในอกของเชียน 

           อวี้จู๋วางหน้ากากเอาไว้อีกด้านแล้วเดินเข้าไปพูดกับฉือเป่าว่า “แน่นอน เมื่อครู่นี้เจ้ามิได้อยู่ด้านนอกจึงไม่เห็นท่าทางโกรธเป็นฟืนเป็นไฟของคุณหนูรอง เมื่อครู่นางลืมรักษากริยาของตัวเองไปเลย ก็เลย...แถมนางยังไม่รู้ว่ามีคุณชายเผยจากจวนแม่ทัพเฝ้าดูอยู่ไม่ไกลจากนางนัก หากคุณชายเผยเอาไปพูดต่อขึ้นมา ชื่อเสียงความอ่อนโยนของคุณหนูรองคงยากจะรักษาเอาไว้ได้” 

           ฉือเป่ายังไม่ได้ทันตอบคำถามของอวี้จู๋ เชียนก็เอาอุ้งเท้าของมันขึ้นมาลูบแล้วเหลือบตาขึ้นมามองอวี้จู๋พลางเอ่ยว่า “มันจะไม่รู้ได้อย่างไร เกรงว่ามันจะได้ยินเสียงคนนอกเข้ามาเสียด้วยซ้ำจึงตั้งใจทำให้หลินหวานหว่านเสียการควบคุมจนผรุสวาทออกมาจนทำให้ผู้อื่นได้ยิน” 

           อวี้จู๋ไม่รู้ความสามารถของฉือเป่า ตอนนี้เมื่อได้ยินเอ่ยเช่นนี้จึงรู้สึกว่าฉือเป่านั้นเก่งกาจมาก “คุณหนูใหญ่ ฉือเป่าเก่งกาจยิ่ง เทพเซียนส่งมันลงมาเพื่อช่วยคุณหนูใช่หรือไม่” 

           เมื่อฉือเป่าถูกชมเช่นนี้ มันย่อมพออกพอใจเป็นธรรมดา มันเงยหน้าขึ้นมาแล้วเอ่ยว่า “แน่นอนว่าข้าเก่ง แต่เทพเซียนไม่ได้เป็นคนส่งข้าลงมา พวกเขาสั่งข้าไม่ได้หรอก” 

           “เอ๋ เทพเซียนใช้งานเจ้าไม่ได้ ฉือเป่าสรุปแล้วเจ้าเป็นอะไรกันแน่” อวี้จู๋เบิกตากว้างแล้วมองไปยังฉือเป่าด้วยความเอ็นดูเป็นอย่างยิ่ง 

           เมื่อได้รับการยกย่องเช่นนี้ ฉือเป่าก็ภูมิใจในตัวเองขึ้นมา มันยิ้มจนตาหยี 

           เชียนยิ้มแล้วอธิบายว่า “มันกำลังโอ้อวดต่อหน้ามนุษย์อยู่” 

           “โอ้อวด?”อวี้จู๋ยังไม่เข้าใจจึงเอียงคอมองเชียน 

           เมื่อฉือเป่าได้ยิน แก้มของมันก็กระตุกแล้วเอ่ยอย่างควันออกหูว่า “เจ้านาย ท่านแย่มาก!” 

           “ฮ่าๆ .... ข้านิสัยไม่ดี หรือเจ้าไม่ดีกันแน่ ทั้งๆ ที่รู้ว่าความคิดอ่านของอวี้จู๋บริสุทธิ์ ยังจะพูดออกมาอีกว่าเทพเซียนใช้งานเจ้าไม่ได้ พวกเขาใช้เจ้าไม่ได้จริงหรือ พวกเขายังไม่เคยเห็นเจ้าเลยด้วยซ้ำ” เชียนยิ้มอย่างร่าเริง ตอนนั้นเองก็คล้ายกับเวลากำลังหมุนย้อนกลับ กลับไปยังช่วงเวลาที่ยังไม่พบคนผู้นั้น 

           ฉือเป่าเองก็ไม่ได้ยินเสียงหัวเราะเช่นนี้ของเชียนมานานแล้ว ตอนนั้นเองจึงมองเชียนอย่างล่องลอยแล้วคิดในใจว่า หากเจ้านายมีรอยยิ้มได้เช่นนี้ตลอดไป ข้าไม่มีทางฝึกตนจนมีเก้าหางได้อย่างแน่นอน 

           เมื่อยิ้มอยู่พักใหญ่ เชียนจึงนึกถึงหน้ากากดอกปี่อั้นขึ้นมา 

           “อวี้จู๋ เจ้าไปเอาหน้ากากมานี่” 

           อวี้จู๋พยักหน้าแล้วเปิดกล่องงามวิจิตรใบนั้น จากนั้นจึงหยิบหน้ากากออกมาแล้วส่งให้เชียน 

           “คุณหนูใหญ่ ดอกไม้ที่อยู่บนหน้ากากคือดอกอะไร งามยิ่ง” อวี้จู๋จ้องหน้ากากที่อยู่ในมือของเชียน 

           มือขาวผ่องของเชียนสัมผัสอยู่บนหน้ากาก นางเอ่ยตอบอย่างอ่อนโยนว่า “นี่คือดอกปี่อั้น” 

           “ดอกปี่อั้น? คุณหนูใหญ่ ดอกชนิดนี้มีอยู่ที่ใดหรือเจ้าคะ คุณหนูใหญ่ชอบมันขนาดนี้ บ่าวจะไปเก็บมาให้แล้วเอามาปลูกมาไว้ในสวนที่นี่ดีหรือไม่” อวี้จู๋ถามอย่างบริสุทธ์ใจ 

           “เด็กโง่ เจ้าเก็บมันมาไม่ได้หรอก” เชียนเอ่ย สีหน้าของนางสงบนิ่งลงมาก 

           "ขอแค่คุณหนูใหญ่ชอบ ต่อให้ต้องบุกน้ำข้ามทะเลข้าก็จะไปเก็บมาให้ได้" อวี้จู๋ตบที่อกของตัวเองเพื่อตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ 

           "เป็นดอกไม้ที่มีเฉพาะแดนใต้พิภพ เจ้าจะไปเก็บมาอย่างไรเล่า" 

           เดิมทีอวี้จู๋อยากจะพูดต่อแต่เมื่อเห็นฉือเป่าส่ายหน้าไม่ให้นางพูดต่อ นางก็เริ่มสับสนว่าแดนใต้พิภพคือที่ใดกัน 

           "เจ้านาย หรือจะให้ข้าสั่งให้พวกอาหลัวเผาดอกปี่อั้นทิ้งให้หมดดี ท่านจะได้ไม่ต้องเห็นให้เจ็บใจอีก" ฉือเป่าพูดข้างๆ หูของเชียน 

           เชียนนำหน้ากากขึ้นมาเพื่อเทียบกับใบหน้าของตัวเองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบออกมาว่า "ดอกไม้ที่อยู่ในดินแดนใต้พิภพไม่ได้ง่ายๆ เช่นนี้ เจ้าจะยังเผามันทิ้งอีกหรือ เจ้าจิ้งจอกน้อย เจ้าอยากให้ข้าเสียใจหรือ" 

           "นายท่าน" ฉือเป่าทำปากมุ่ย ทำอย่างไรได้ นิสัยของนายท่านเป็นเช่นนี้ เฮ้อ เห็นชัดๆ ว่าเสียใจแต่กลับทำใจไม่ได้ เจ้านายโง่ 

           "เอาล่ะ รีบไปแอบซะ ชุนหลานกำลังมา" เชียนได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดูรีบร้อนก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นฉือเป่าอย่างแน่นอน 

           ฉือเป่าส่ายหน้าแล้วซ่อนตัวอย่างไม่เต็มใจนัก 

           จากนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น "คุณหนูใหญ่อยู่ด้านในหรือไม่เจ้าคะ" 

           อวี้จู๋ยังไม่ได้ตอบอะไร แต่หันไปมองหน้าเชียนก่อน เมื่อเชียนพยักหน้าให้ นางถึงจะเดินไปเปิดประตู 

           "พี่ชุนหลาน มีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ" อวี้จู๋เอ่ยถาม 

           ชุนหลานยื่นหน้าเข้ามามองด้านใน เมื่อเห็นเชียนกำลังถือหน้ากากรูปดอกปี่อั้นอยู่ ก็รีบวิ่งเข้าไปหา "คุณหนูใหญ่ของข้า เหตุใดจึงยังถือหน้ากากนี่เอาไว้อยู่อีก คุณหนูรีบไปที่จิ้งซินหย่วนเถิด คุณหนูรองกับคุณหนูสามกำลังฟ้องฮูหยินผู้เฒ่าอยู่เลยว่าท่านแอบติดต่อกับคนภายนอก มีหลักฐานเป็นหน้ากาก" 

           "เอ๊ะ พวกนางไวขนาดนี้เชียว" เชียนเอ่ยพลางใส่หน้ากากไว้ที่หน้า 

           "ฮูหยินผู้เฒ่าบอกว่าเรื่องนี้ของถามคุณหนูด้วยตัวเอง ดังนั้นข้าจึงรีบมาหาคุณหนู พวกเรารีบไปก่อนเถิด มีอะไรก็ไปพูดกันต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าเถิด" 

           "เข้าใจแล้ว ไปกันเถิด" เชียนเอ่ยพลางจัดคอเสื้อ จากนั้นนางพร้อมอวี้จู๋จึงเดินไปจิ้งซินหย่วนพร้อมๆ กับชุนหลาน 

           ตอนนี้ ณ ห้องสวดมนต์ในจิ้งซินหย่วน หลินหวานหว่านสงบจิตสงบใจลงได้มากแล้ว นางกับหลินโยวโยวจึงบรรยายเรื่องราวรักๆ ใคร่ๆ ของเชียนกับคุณชายหลัวด้วยท่าทีตื่นเต้น 

           ฮูหยินหลินหรี่ตาฟังเรื่องราวพลางพยักหน้าไปพลางๆ 

           "ท่านย่า เหตุการณ์ทั้งหมดก็มีเพียงเท่านี้เจ้าค่ะ ท่านเห็นควรจะจัดการอย่างไรดี หากปล่อยให้พี่ใหญ่เป็นเช่นนี้ต่อไป องค์ชายรองจะต้องไม่พอพระทัยอย่างแน่นอน" หลินหวานหว่านดึงแขนของฮูหยินผู้เฒ่าเบาๆ แล้วบิดตัวไปมาเพื่อออดอ้อนเหมือนอย่างแต่ก่อน 

           ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้เอ่ยอะไร นางจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าคำพูดเมื่อครู่นี้ของหลินหวานหว่านและหลินโยวโยวคือเรื่องแต่ง แถมนางยังรู้ด้วยว่าหลินหวานหว่านคิดอย่างไรกับองค์ชายรอง เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ความลับอะไรในตระกูล อีกอย่างทุกคนยังรู้ด้วยว่าหลินเชียนหยวนมีเจตนาเป็นพ่อสื่อให้องค์ชายรองกับลูกสาวคนรองของตัวเอง 

           "ท่านย่า เรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว ท่านคงไม่ช่วยพี่ใหญ่อีกใช่หรือไม่" เมื่อหลินหวานหว่านเห็นฮูหยินผู้เฒ่าไม่สนใจนางก็คุกเข่าลงกับพื้น แล้วมองไปยังฮูหยินผู้เฒ่าด้วยสีหน้าอ้อนวอน 

           "ฮูหยินผู้เฒ่า คุณหนูใหญ่มาแล้วเจ้าค่ะ" เซี่ยเหอสาวรับใช้เดินเข้ามารายงาน 

           ตอนนั้นเองที่ฮูใหญ่หลินลืมตาขึ้นมา "มาถึงแล้วก็ดี มาแล้วก็ดี" 

           เมื่อหลินหวานหว่านได้ยินดังนั้นก็รีบลุกขึ้นยืนแล้วหันไปมองทางประตูอย่างหยิ่งผยอง 

           เชียนเดินเข้ามาถึงด้านในอย่างรวดเร็ว นางสวมใส่หน้ากากอยู่ จากนั้นจึงค้อมตัวลงให้ฮูหยินผู้เฒ่า "ท่านย่า ตามข้ามาด้วยเรื่องใดหรือเจ้าคะ" 

           เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าเห็นหน้ากากเชียนที่ใช้สีแดงชาดวาดเป็นดอกไม้ที่มีสีสันสวยสดราวกับเป็นดอกไม้จริงๆ เช่นนั้น นางก็เกิดความรู้สึกชอบดอกไม้ชนิดนี้ขึ้นมา 

           "เชียนเชียน น้องสาวของเจ้าบอกข้าว่าหน้ากากนี้คือของหมั้นหมายของเจ้า" ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยถามอย่างสงบ 

           เชียนถอดหน้ากากออกมาแล้วเดินเข้าไปใกล้ๆ อย่างหนักแน่น "ท่านย่าลองดูเถิดเจ้าค่ะ หน้ากากนี้ไม่มีความประณีตเลยสักนิด จะเป็นของหมั้นได้อย่างไร" 

           "ของขวัญไร้ราคา แต่ความรู้สึกลึกซึ้ง บางทีคุณชายหลัวอาจจะฝีมือไม่ดีจึงทำออกมาได้เพียงเท่านี้กระมัง" หลินโยวโยวเอ่ยเสียดสีออกมาจากด้านข้าง 

           "คุณชายหลัว?" เชียนยิ้มเย้ยหยัน แล้วมองไปทางหลินโยวโยว "มิทราบว่าคุณชายหลัวผู้นี้ที่น้องสามพูดถึงคือผู้ใดหรือ" 

           "แน่นอนว่าเป็นคนรักของท่านอย่างไรเล่า" หลินโยวโยวเอ่ยตอบ 

           "คนรัก?" เชียนจ้องไปทางหลินโยวโยว 

           หลินโยวโยวเมื่อถูกใบหน้าที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลของเชียนจับจ้องเช่นนั้นก็เริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบายใจขึ้นมาจึงพยายามหลบเลี่ยง "ไม่ใช่คนรักหรือที่ส่งหน้ากากมาเป็นของหมั้นให้เจ้า" 

           เมื่อได้ยินหลินโยวโยวเอ่ยเช่นนี้ เชียนก็กุมท้องแล้วหัวเราะออกมา หนำซ้ำยังทำท่าเช็ดน้ำตาพร้อมๆ กับเดินเข้าไปหาฮูหยินผู้เฒ่า 

           "ท่านย่าเจ้าคะ ท่านว่าที่น้องสามพูดนั้นเป็นความจริงหรือไม่ จะมีผู้ใดส่งของประเภทนี้มาเป็นของหมั้นหมายให้ข้าจริงหรือ แถมยังให้มาหลายอันเสียขนาดนั้น?" 

           ฮูหยินผู้เฒ่าไร้วาจาจะเอ่ย 

           หลินโยวโยวจึงเอ่ยขึ้นมาว่า "แน่นอนว่าเป็นของหมั้นหมาย เพราะเขาชอบเจ้าอย่างไรเล่า!" 

           "อ้อ ขนาดน้องสาวของข้าจะพูดกับข้ายังไม่กล้าสบตากับข้าเลย แล้วคุณชายหลัวจะทำได้หรือ" เชียนเอ่ยพลางลากเสียวยาว 

           "เขาไม่เหมือนข้า บางทีเชาอาจจะชอบคนอัปลักษณ์เช่นเจ้าก็ได้" หลินโยวโยวเอ่ยตอบ 

           "ท่านย่าเจ้าคะ หากมีผู้ชายเช่นนั้นอยู่จริงๆ ท่านเชิญเขามาไม่ดีกว่าหรือ หน้าตาของข้าอัปลักษณ์เช่นนี้ ยากนักที่จะมีผู้ใดมาชอบข้า ข้าเองก็อยากจะรู้จักเขาเช่นกัน" เชียนคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่า 

           เมื่อหลินโยวโยวเห็นเชียนคุกเข่าลงก็คุกเข่าลงตาม นางรีบเอ่ยขึ้นอย่างรีบร้อนว่า "ท่านย่า อย่าไปฟังหลินเชียนเชียนนะเจ้าคะ นางกับคุณชายหลัวรู้จักกันและแอบติดต่อกัน ทำให้ตระกูลหลินของพวกเราต้องขายหน้า" 

           "ข้าว่านางไม่เห็นจะน่าขายหน้าตรงไหน แต่เป็นพวกเจ้าต่างหากที่อยากให้นางขายหน้า!" ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป เมื่อครู่ก่อนนางยังคงสงบนิ่ง แต่ตอนนี้กลับดูคล้ายท้องฟ้าที่กำลังมืดครึ้มราวกับว่าฟ้ากำลังจะผ่าลงมาตามด้วยพายุฝนกระหน่ำ 

           หลินโยวโยวรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม นางคิดว่าหลักฐานก็อยู่ตรงหน้าแล้วชัดๆ เหตุใดท่านย่าถึงไม่เชื่อ? 

           "ท่านย่า หน้ากากก็อยู่ตรงนี้แล้ว ท่านไม่ควรจะปกป้องนางอีก" หลินโยวโยวเบะปากคล้ายกำลังจะร้องไห้ 

           "หน้ากากน่ะรึ แค่หน้ากากไม่กี่อันเจ้าจะบอกว่าพี่ใหญ่ของเจ้าแอบคบหากับคนนอกเลยรึ หลินโยวโยวนะหลินโยวโยว เดิมข้าก็นึกว่าเจ้าเป็นคนฉลาด แต่ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะเลอะเลือนเช่นนี้!  เจ้าคิดว่าทำลายชื่อเสียงของพี่ใหญ่ของพวกเจ้าได้แล้วจะหมดคู่แข่งหรือไร โง่เง่า! หากชื่อเสียงของหลินเชียนเชียนเสียหาย พวกเจ้าทั้งสองก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย!" ฮูหยินผู้เฒ่าจ้องเขม็งไปยังหลินโยวโยว 

           "จะกระทบถึงพวกเราได้อย่างไรกัน นี่ท่านย่ากำลังขู่ให้พวกเรากลัวอยู่หรือเจ้าคะ" เสียงเบาๆ ของหลินโยวโยวอู้อี้ นางรู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่ากำลังไม่สบอารมณ์จึงไม่กล้ายั่วยุให้นางโมโหขึ้นมาจริงๆ 

           แม้ว่าเสียงของหลินโยวโยวจะเบามาก แต่ฮูหยินผู้เฒ่ากลับได้ยิน นางมองไปยังหลินโยวโยวแล้วหันไปมองหลินหวานหว่านอีก จากนั้นก็พูดว่า "อย่าคิดว่าข้าไม่รู้เจตนาของพวกเจ้า พวกเจ้าคนหนึ่งอยากเป็นชายาเอกขององค์ชายรอง อีกคนหนึ่งอยากเป็นชายารอง ดังนั้นจึงพยายามสร้างความเดือดร้อนให้เชียนเชียนสารพัดเพื่อทำลายชื่อเสียงของนาง แต่พวกเจ้าคงไม่เคยคิดมาก่อน พี่สาวคนโตที่มีความประพฤติไม่เหมาะสม ผู้ที่ไม่เคยออกไปข้างนอกแต่กลับแอบติดต่อกับชายอื่นลับๆ หากไทเฮาหรือฮองเฮารู้เข้าก็คงจะคิดว่าพวกเจ้ามีพฤติกรรมเลวร้ายเช่นนี้ด้วยเหมือนกัน" 

           ตอนนี้หลินหวานหว่านกับหลินโยวโยวเพิ่งจะฟังเข้าใจ ทั้งสองจึงเบิกตาค้างแล้วเอ่ยถามขึ้นพร้อมกันว่า "จะเป็นเช่นนั้นจริงหรือเจ้าคะ" 

ความคิดเห็น