facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ซูหว่านเข้าไปเป็นตัวละคร ‘แฟนเก่า’ ในโลกต่างมิติเพื่อวางแผนทำลายพวกตัวละครเอกที่ไม่ได้เรื่อง ไม่มีหรอกคำพูดที่ว่า “พระเอกกับนางเอกจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขตลอดไป” จะมีก็แต่ ‘แฟนเก่า’ ที่ยังไม่จัดการขั้นเด็ดขาดเท่านั้นแหละ!

ตอนที่ 2 วิวาห์สลับตัวองค์หญิง (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 วิวาห์สลับตัวองค์หญิง (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.พ. 2564 16:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 วิวาห์สลับตัวองค์หญิง (2)
แบบอักษร

ตอนที่ 2 วิวาห์สลับตัวองค์หญิง (2) 

ลี่ว์จูป้อนโจ๊กกับอาหารง่ายๆ ให้ซูหว่านก่อนจะรอให้นางพักผ่อน ซูหว่านรู้ว่าร่างกายเธอต้องการพักผ่อนแต่พลันนึกขึ้นได้ว่าเซวียนหยวนรุ่ยกับเยี่ยจือหวาอยู่ที่ลานประหาร หลังจากรอมาหนึ่งชั่วยาม เซวียนหยวนชิงและเยี่ยจือจิ่นก็จะถูกส่งออกไป ตอนนี้เยี่ยจือหวาจึงอารมณ์ดีเป็นพิเศษ!  

เหอะๆ ถ้าซูหว่านไม่ทำอะไรสักอย่างเพื่อป่วนเยี่ยจือหวา เธอคงจะอารมณ์เป็นแม่ ดังนั้นเธอจึงขอพู่กัน แท่นฝนหมึกกับกระดาษจากลี่ว์จู ก่อนจะปลอมลายมือให้เหมือนกับเจ้าของร่างเดิม เขียนจดหมายส่งกลับไปที่บ้าน 

“จวิ้นจู่ นี่ท่าน…..” 

เมื่อเห็นนายท่านเขียนจดหมายถึงบ้าน ลี่ว์จูก็นึ่งอึ้งไปพลันเพราะตั้งแต่ซูหว่านแต่งเข้าจวนอ๋องไป ก็ตัดสายสัมพันธ์กับจวนท่านแม่ทัพ แต่จะให้ทำเช่นใดเล่า ย้อนกลับไปตอนนั้นแม่ของนาง หรูอวี้กงจู่ ก็มาสิ้นพระชนม์ไปเสียก่อน ทิ้งจวิ้นจู่ตัวน้อยผู้อ่อนแอไว้กับท่านแม่ทัพ ในทางตรงกันข้าม ท่านแม่ทัพซูก็อยากได้บุตรชายเพื่อเป็นทหารออกรบ 

ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงไม่ชอบซูหว่าน และเมื่อซูหว่านอายุยังไม่ถึงหกเดือนด้วยซ้ำ ไม่มีใครคาดคิดว่าฮ่องเต้จะทรงรีบร้อนจัดสมรสพระราชทานให้แก่ท่านแม่ทัพซูอวี้เฟิง คราวนี้คู่สมรสเป็นเชื้อพระวงศ์มีนามว่า องค์หญิงฉิงอวี้ องค์หญิงทำให้ท่านแม่ทัพสมหวังได้ เก้าเดือนต่อมา นางให้กำเนิดบุตรชายคนโตนามว่าซูรุ่ย ซูรุ่ยอายุน้อยกว่าซูหว่านหนึ่งปี ร่างกายเขาแข็งแรงกำยำตั้งแต่เด็ก เริ่มฝึกวิทยายุทธตั้งแต่อายุสามขวบ และเมื่ออายุประมาณเจ็ดแปดขวบ เขาก็สูงว่าซูหว่านมาก  

ตั้งแต่วัยเด็ก ความสัมพันธ์ระหว่างพี่สาวกับน้องชายเป็นไปด้วยดี ซูรุ่ยรู้จักปกป้องพี่สาวตั้งแต่เยาว์วัย ทำให้ท่านแม่ทัพซูพึงพอใจมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์ระหว่างสองพี่น้องก็ไม่ดีเหมือนเดิมและเปลี่ยนแปลงไปมาก 

เรื่องราวในจวนท่านแม่ทัพซูถูกข้ามไปไม่ได้เล่าในชาติภพเดิม อย่างกับมีซอฟต์แวร์ขัดข้องอย่างไรอย่างนั้น ทำไมซูหว่านจวิ้นจู่ถึงมีจุดจบหดหู่อย่างนี้ ดูภายนอกสูงศักดิ์ แต่แท้จริงแล้วต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดายไร้ที่พึ่งพิง 

บิดานางเป็นแม่ทัพคนสำคัญในราชวงศ์ปัจจุบัน แม้ว่ามารดาจะเสียชีวิต แต่ก็มีศักดิ์เป็นถึงองค์หญิงผู้มีแต่คนชื่นชอบ เช่นนั้นจึงเกิดคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นกับตระกูลซูที่คนอื่นไม่รู้  

ซูหว่านสูญเสียตำแหน่งพระชายาไป ซ้ำยังถูกเนรเทศมายังตำหนักเย็น เหตุใดตระกูลซูจึงไม่สนใจไยดีเลย 

เบื้องลึกของเรื่องนี้ ซูหว่านเป็นผู้ที่รู้ดีมากกว่าใครทั้งหมด ดังนั้นหลังจากได้ความทรงจำในวัยเยาว์มาจากเจ้าของร่างเดิม ซูหว่านจึงรู้สึกเหมือนได้ชาร์จแบต! 

ซูหว่านไม่ใช่เจ้าของร่างเดิม แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เธอก็ยังเป็นคนที่ต้องบรรลุเป้าหมายให้ได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม เจ้าของร่างคนเก่ากล่าวว่าจวนของท่านแม่ทัพซูเปรียบเหมือนถ้ำเสือ แต่ซูหว่านผู้ครองร่างในปัจจุบันกล่าวว่า  “แม่เจ้าโว้ย ลาภลอยมาถึงที่!” 

“ลี่ว์จู ให้อั้นอูไปส่งจดหมายให้ซูรุ่ยตอนนี้ เร็ว” 

ลี่ว์จูเห็นความมุ่งมั่นในแววตาซูหว่าน หน้านางก็ซีดเผือดไป ริมฝีปากสั่นระริก “นายท่าน จดหมายที่ท่านส่ง...จะไม่มีใครตอบนะเจ้าคะ” 

“เฮอะ” 

ซูหว่านได้แต่แค่นหัวเราะอย่างสิ้นหวัง “ตอนนี้เปี่ยวเกอไม่เหลือทางเลือกให้ข้าเลย ไหนๆ ก็เป็นเช่นนี้แล้ว ข้า...ก็จะไม่เหลียวหลังกลับไปตลอดชีวิต!” 

ลี่ว์จูได้ยินซูหว่านกล่าวเช่นนั้น สีหน้านางก็ซีดเผือด จวิ้นจู่…ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วเช่นนั้นหรือ 

ดูเหมือนท่านอ๋องจะทำร้ายจิตใจจวิ้นจู่ หาไม่แล้วจวิ้นจู่จะเขียนจดหมายถึงซูรุ่ย สุนัขป่าผู้หิวกระหายได้อย่างไร 

ลี่ว์จูถือสมุดมือสั่นเทา ตอนนี้ชีวิตจวิ้นจู่อยู่ในมือของนางแล้ว! 

“จวิ้นจู่ โปรดตรึกตรองดูอีกสักครั้งเถอะเจ้าค่ะ…..” 

“ข้าบอกให้ไป รีบไปเร็ว! แค่กๆ แค่กๆๆ” 

ซูหว่านมีอาการไอหนักมากมาช่วงระยะหนึ่งแล้ว จนมีจุดสีแดงเข้มตรงมุมปาก แต่นางไม่เคยมีแววตาเปล่งประกายเช่นตอนนี้มาก่อน เมื่อลี่ว์จูเห็นนางมีความมุ่งมั่นเช่นนี้ นางจึงตัดสินใจรีบรุดออกไปจากห้องทันที 

ตำหนักเย็นที่พวกนางพำนักอยู่ ตั้งอยู่ในพื้นที่อันห่างไกลไร้ผู้คน แต่อยู่ในสภาพสะอาดสะอ้านเรียบร้อยเนื่องจากลี่ว์จูที่ช่วยดูแลอยู่ตลอด เซวียนหยวนรุ่ยไม่ได้เนรเทศนางมาที่นี่ ลี่ว์จูมีอิสระที่จะเข้าออกจวนท่านอ๋องเย่ว์ ยกเว้นในช่วงนี้ ลี่ว์จูไม่ได้ออกไปจากลานหน้าจวน นางได้แต่ยืนอยู่หลบมุมส่งเสียงเรียก “อั้นอู” 

ท่ามกลางเงามืด ร่างหนึ่งในชุดดำก็ปรากฏตัวขึ้นให้เห็นเพียงโครงร่าง ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเป็นใคร 

เมื่อเห็นร่างที่ดูคุ้นๆ แต่น่ากลัว สัญชาตญาณก็สั่งให้ลี่ว์จูถอยหลังไปก้าวหนึ่ง หลังจากนี้นางก็นึกอะไรขึ้นมาได้บางอย่าง ลี่ว์จูสูดหายใจลึก ยืนตัวตรง ชูจดหมายในมือขึ้น “จวิ้นจู่ให้นำจดหมายนี่ไปให้นายท่านของเจ้า ถ้ามีอะไรผิดพลาด เจ้าต้องรับผิดชอบ!” 

แม้แต่ความตายยังไม่กลัว แล้วจะกลัวพวกเขาทำไมเล่า 

ณ ตอนนี้ ลี่ว์จูรู้สึกว่าตัวเองสุดยอดมาก 

อั้นอูรับจดหมายแล้วก็หายลับไปในทันที 

จวิ้นจู่แต่งเข้าจวนอ๋องเมื่ออายุสิบห้าปี อั้นอูก็ติดตามจวิ้นจู่มาตลอดจนเวลาผ่านไปถึงสี่ปีโดยไม่รู้ตัว หรืออาจเป็นเพราะเขาคุ้นเคยกับนิสัยใจคอของจวิ้นจู่มากและตัวเขาเองก็ถูกนายท่านทอดทิ้ง ไม่เช่นนั้นแล้วเหตุใดนายท่านจึงส่งเขาไปทำภารกิจที่ไม่อาจทำสำเร็จได้จนชั่วชีวิต 

แต่ในวันนี้ วันนี้นี่เอง ที่ภารกิจที่ไม่อาจทำได้สำเร็จจะสำเร็จลุล่วงไป 

ณ ตอนนี้ อั้นอูรู้สึกว่าตัวเองสุดยอดมาก 

เอาละ เมื่อเยี่ยจือหวาผู้อยู่ห่างไกลจากลานประหารเห็นว่าใกล้จะได้เวลาแล้ว นางก็รู้สึกว่าตัวเองก็สุดยอดเช่นกัน 

อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครหรือสิ่งอื่นใดจะรู้สึกสดชื่นและมีพลังเท่าซูหว่านอีกแล้ว 

หลังจากซูหว่านเขียนจดหมายจบ นางก็นอนยิ้มอยู่บนเตียง ตอนนี้มีตัวละครซูรุ่ยสุนัขป่าผู้หิวกระหายเพิ่มเข้ามา ในที่สุดละครจริงๆ ก็ได้แสดงบนเวทีเสียที รอเพียงเปิดม่านเท่านั้น นักแสดงทุกคนพร้อมแล้ว!  

เมื่อลี่ว์จูกลับไปที่ห้องก็เห็นซูหว่านกำลังหลับสนิท ครั้งนี้นางไม่ได้แกล้งเพราะร่างกายนางอ่อนแอลงจริงๆ …… 

เมื่อซูหว่านตื่นขึ้นอีกครั้ง ลี่ว์จูไม่ได้รออยู่ที่ห้องแล้ว ผู้ที่นั่งเหม่อลอยอยู่ข้างเตียงนางกลับเป็นบุรุษหนุ่มที่ดูอ่อนโยนในชุดคลุมสีขาว พอเห็นนางตื่นขึ้นมาเขาก็จ้องนางอย่างเลื่อนลอยอยู่ครู่หนึ่งด้วยสีหน้าขัดเขิน และเอ่ยถามอย่างกระอักกระอ่วนว่า “จวิ้นจู่ ท่านตื่นแล้วหรือ” 

“อืม” 

ซูหว่านตอบท่านหมอและเริ่มแสดงท่าทางราวกับดอกบัวขาวอันงามลออ น่าสงสารและน่าทะนุถนอม นางมองบุรุษผู้นี้ด้วยดวงตาที่พร่ามัว “หมอหลวงซือ ท่านอ๋องส่งท่านมาหรือ พระองค์กลับมาแล้วหรือ ข้าอยากพบ!” 

ตามพล็อตเรื่องหลังจากเยี่ยจือหวากลับชาติมาเกิด ในตอนนี้ซูหว่านจวิ้นจู่จะต้องหมดความอดทนที่จะรอคอยเซวียนหยวนรุ่ยให้เปลี่ยนใจ และสุดท้ายก็ได้แต่ช้ำใจ 

ซูหว่านรู้ว่าร่างของนางมีสภาพไม่ดีแล้ว นางต้องยิ่งเพิ่มสีสันดึงดูดชายที่อยู่ตรงหน้าให้มากขึ้น 

ชายผู้นี้เป็นที่รู้จักในนามหมอหลวงซือ เขามาจากตระกูลแพทย์ยอดฝีมือ มีความสามารถทางการแพทย์เป็นเลิศ เดิมทีเขาได้รับเชิญจากเซวียนหยวนรุ่ยให้มาดูแลสุขภาพของเยี่ยจือหวา ทว่าเยี่ยจือหวาอยากแสดงให้เซวียนหยวนรุ่ยเห็นว่านางยกโทษให้ซูหว่านและปรารถนาดีต่อนาง นางจึงขอให้ซืออวี้มาดูแลซูหว่านแทนนาง 

การทำเช่นนี้ทำให้ชายสองคนรู้สึกดีต่อนางได้พร้อมกันในคราวเดียว หมอซือได้ตรวจอาการของซูหว่านแล้วบอกเยี่ยจือหวาว่านางจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน อย่างไรก็ดี ในตอนนี้ดูเหมือนว่าเยี่ยจือหวาจะถูกสิงด้วยวิญญาณแม่พระใจดี จึงดื้อดึงรบเร้าว่าอยากพบซูหว่าน นางไม่เพียงอยากพบซูหว่าน แต่อยากส่งยาและสิ่งของอื่นๆ ให้ซูหว่านด้วย และเมื่อจวิ้นจู่ตัวน้อยผู้ต้องสะกดกลั้นความคับข้องใจมากมายเอาไว้ในอกได้เห็นศัตรูหัวใจของนางมาทำกริยา “เสแสร้ง” ด้วยนางเป็นผู้เกิดในตระกูลสูงศักดิ์ จึงรู้สึกว่าตนโดนดูถูกดูแคลน ซึ่งยิ่งทำให้อาการป่วยของนางทรุดลงไปอีก 

ในฐานะคนนอก ท่านหมอซือรู้สึกอ่อนไหวมากต่อ “ความปรารถนาดี” ของเยี่ยจือหวา! 

แม่เจ้า ชายคนนี้โง่จริงหรือเนี่ย 

  

เธอไม่ได้อยากจะเย้ยหยันอะไรใครทั้งนั้น เพราะเยี่ยจือหวาได้แต่ร้องไห้คร่ำครวญด้วยความเศร้าโศกเมื่อเจ้าของร่างเดิมป่วยหนักบอกท่านหมอซือว่าพี่สาวของนางเจ็บปวดมาก จวิ้นจู่ตัวน้อยช่างน่าสงสารจริงๆ ถ้านางหลับและตายไปเสียเลยก็จะไม่เจ็บปวดมากเท่านี้ ท่านหมอซือผู้แอบรักเยี่ยจือหวาจึงทำ “การุณยฆาต” ให้กับเจ้าของร่างเดิม! 

ทำการุณยฆาตน้องสาวตัวเอง! 

อย่ามองว่าซูหว่านกำลังมองท่านหมอซือด้วยแววตาที่น่าสงสาร เพราะในความเป็นจริงแล้ว เธอกำลังคิดจะใช้ประโยชน์จากเขา 

ท่านหมอซือไม่อาจล่วงรู้ว่าซูหว่านกำลังคิดอะไรอยู่ เขารู้สึกเพียงว่าจวิ้นจู่ตัวน้อยผู้นี้ช่างน่าสงสารจริง เขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเบาๆ ว่า “จวิ้นจู่ ตอนนี้ท่านอ๋องมีภารกิจยุ่งมาก เมื่อพระองค์มีเวลาจะมาพบท่านแน่นอน” 

“จริงหรือ” 

ซูหว่านยิ้มอย่างหมดหวัง หยาดน้ำตาใสเป็นประกายค่อยๆ ไหลอาบแก้มนองหน้าที่ใสบริสุทธิ์และอ่อนโยน “เปี่ยวเกออยู่กับเยี่ยจือหวาหรือ จริงสินะ ข้าไม่ควรไปรบกวนพวกเขา ข้า...ข้าไม่อาจอยู่เคียงข้างพระองค์ได้ แม้แต่มีบุตรให้พระองค์ ข้าก็ทำไม่ได้...” 

เมื่อพูดถึงตรงนี้ มือเล็กๆ ของซูหว่านก็กำผ้านวมปักลายดอกที่ห่มร่างตนไว้แน่น หัวใจเต้นแรงแทบระเบิดออกมานอกอก “แม้แต่หน้าที่ภรรยา ข้าก็ทำไม่ได้” 

อะไรนะ 

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ท่านหมอซือตกใจอยู่ครู่หนึ่ง เขาเลิกคิ้วขึ้นมองความงามของใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตา 

เจ้าของร่างเดิมเป็นผู้เกิดในตระกูลสูงศักดิ์พร้อมด้วยรูปโฉมงดงามอ่อนช้อย จึงทำให้เซวียนหยวนรุ่ยหลงรักได้มากขนาดนี้ 

แต่ขณะนี้ ซูหว่านสวมเพียงเสื้อซับใน ปกเสื้อไม่เรียบร้อย ผมฟูฟ่องสยายประบ่า อาจเป็นเพราะนางเพิ่งร้องไห้ ดวงตาจึงแดงและใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ท่านหมอซือจึงรู้เพียงว่าแม้นางจะป่วยแต่ก็เป็นหญิงงามคนหนึ่ง 

เอ่อ ทำเช่นนี้ไม่บังควร! 

ท่านหมอซือหน้าแดงก่ำ ค้อมศีรษะลงบ่นพึมพำว่า ข้าเป็นอะไรไปนี่ เหตุใดข้าจึงเสียมารยาทต่อจวิ้นจู่น้อย! 

พูดตามตรงเลยว่าท่านหมอซือไม่รู้หรอกว่าจวิ้นจู่น้อยกับท่านอ๋องไม่ได้อยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยามาตลอดสี่ปี เรื่องนี้ทำให้เขาตกใจมาก 

เรื่องนี้เป็นความลับระหว่างซูหว่านกับเซวียนหยวนรุ่ย ตอนที่ทั้งคู่อายุน้อยกว่านี้และเพิ่งแต่งงานกัน พระองค์ทนทุกข์ทรมานรักกับซูหว่าน นางเองก็กลัวแม้ความเจ็บปวดเพียงเล็กน้อย พระองค์เองก็รู้ว่าร่างกายนางไม่แข็งแรง จึงไม่กล้าแตะต้องนางมาก หลายครั้งที่พระองค์ต้องควบคุมตนเองที่ร้อนรุ่มเพราะไฟที่นางสุมในตัวพระองค์โดยไม่ได้ตั้งใจ แต่เมื่อพระองค์เห็นซูหว่านตัวสั่นเทาและมีสีหน้าที่หวาดกลัว พระองค์ก็ล้มเลิกความตั้งใจที่จะมีอะไรกับนาง 

ในตอนนั้น เซวียนหยวนรุ่ยตั้งใจจะดูแลสุขภาพของนาง ทั้งสองใช้ชีวิตร่วมกันบนเส้นทางข้างหน้าที่ยังต้องเดินไปอีกยาวไกลนัก 

แต่ทว่าหลังจากเซวียนหยวนรุ่ยได้พบกับเยี่ยจือหวา เยี่ยจือหวาก็ได้แต่แต่งเข้าจวนอ๋อง เซวียนหยวนรุ่ยจึงได้สัมผัสกับความรื่นรมย์จากความใกล้ชิดเช่นคู่รัก เยี่ยจือหวาไม่เพียงเป็นคนเก่งมีความสามารถ แต่ความงดงามของนางยังไม่เป็นรองใคร ไม่ว่าจะด้านรูปโฉมภายนอกและจิตใจ เซวียนหยวนรุ่ยล้วนพึงพอใจในตัวนางมาก 

พระองค์เติบโตเป็นผู้ใหญ่และมีความทะเยอทะยานตามเส้นทางของตน ไม่ใช่เด็กหนุ่มที่พึงใจเพียงความรักอีกต่อไป ความรักที่มีให้กับจวิ้นจู่น้อยผู้เป็นหวานใจของพระองค์ในวัยเด็กค่อยมลายหายไป พระองค์ไม่อาจทนเผชิญหน้ากับนางและละความสนใจจากร่างกายอันผ่ายผอมอ่อนแอที่แตะเพียงเบาๆ ก็เจ็บแล้ว 

จริงๆ แล้วตอนนี้ซูหว่านมีความคิดชั่วร้ายอยู่ในใจว่า ถ้าเนื้อเรื่องเปลี่ยนไปเป็นแบบนิยายรักโศกนาฏกรรมธรรมดา ก็จะหมดสนุกไปเลย 

เซวียนหยวนรุ่ยชอบจวิ้นจู่น้อย แต่พระองค์แตะต้องนางไม่ได้ ทุกครั้งที่พระองค์ต้องการจะระบายอารมณ์จึงต้องหาตัวแทน และตัวแทนคนนั้นก็คือเยี่ยจือหวานั่นเอง เยี่ยจือหวาเคยรักเซวียนหยวนรุ่ย ทว่าหลังจากที่พระองค์ทำร้ายจิตใจนาง นางจึงเลิกรักพระองค์ หลังจากนางกลับชาติมาเกิดใหม่ ก็คิดจะตีจากเซวียนหยวนรุ่ย แต่ครั้งนี้เซวียนหยวนลุ่ยกลับบังคับขืนใจนาง เป็นผลให้ทั้งคู่ทั้งอยากรักกัน อยากกำจัดกัน แล้วก็อยากกลับมารัก จากนั้นก็อยากกำจัดกันไปให้พ้นทางและจบอย่างมีความสุข 

แค่คิดถึงฉากนี้ก็น่าสนุกแล้ว 

เมื่อแสงไฟจากเทียนในห้องดับลง ซูหว่านก็ไม่เอ่ยคำใดอีก เมื่อท่านหมอซือเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็เห็นสายตาของซูหว่านมองไปไกลๆ อย่างเลื่อนลอยไปยังเปลวเทียนที่ดับแล้ว และมีรอยยิ้มเยาะอันเจ็บปวดที่มุมปาก 

จวิ้นจู่ผู้เจ็บปวดและสิ้นหวัง ติดตรึงอยู่ในหัวใจดวงน้อยของท่านหมอซือ กระตุ้นให้เขาอยากช่วยชีวิตนาง! 

เอาละ เจ้าบุรุษหนุ่ม จินตนาการเป็นอาการป่วยชนิดหนึ่ง เจ้ารักษาได้หรือไม่ 

แน่ละนางช่วยไม่ได้ที่เรื่องของซูหว่านเลยเถิดไป ได้แต่แอบขำ 

ความคิดเห็น