ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 39 [100%]

ชื่อตอน : Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 39 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 46.5k

ความคิดเห็น : 187

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2564 02:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 700
× 0
× 0
แชร์ :
Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 39 [100%]
แบบอักษร

 

Why? ทำไมต้องร้าย ทำไมต้องรัก ภาค 2 ...ตอนที่ 39 

Author : 여 님 (ยอนิม) 

                        

               

 

 

“อาหารเช้าไม่อร่อยเหรอวะ” โอมถามแม็ค ที่นั่งทานอาหารเช้าพร้อมกันสามคน แต่แม็คนั่งทานด้วยสีหน้าหงอยๆหม่นๆ นันเหลือบมองคนรักเล็กน้อย  

 

“อร่อย แต่กินไม่ค่อยลง” แม็คบอกออกมาตรงๆ  

 

“อีก 3 เดือนก็เจอกันแล้ว” โอมพูดยิ้มๆ เพราะรู้ว่าเพื่อนหงอยเพราะนันกำลังจะกลับไทย  

 

“รู้ แค่เซ็งๆนิดหน่อย” แม็คตอบกลับ  

 

“กินๆเข้าไปเถอะ กูอุตส่าห์ทำให้” นันพูดเสียงดุเล็กน้อย แม็คก็ยอมนั่งทานจนหมด พอเก็บจานล้างเรียบร้อย เพื่อนๆของแม็คก็มาถึง นันพูดคุยกับทุกคนไม่นานก็ขอตัวขึ้นมาบนห้อง โดยพาแม็คขึ้นมาด้วย  

“เลิกเรียนไปเลยไหม ถ้าจะทำหน้าแบบนี้ตลอดทั้งวันน่ะ” นันว่าออกมาเสียงติดดุเล็กน้อย เขารู้ดีว่าคนรักเป็นอะไร แต่เขาก็ไม่อยากแยกห่างกันด้วยอารมณ์แบบนี้ 

 

“เออๆ กูก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งเวลาที่ต้องห่างกับมึงนั่นแหละ ไม่ชินรึไงล่ะ เดี๋ยวพอมึงกลับสัก 2-3 วันกูก็กลับมาเป็นปกติเองแหละ” แม็คตอบกลับไป  

 

“แมวไม่อยู่หนูร่าเริงสินะ” นันแกล้งว่าออกมา  

 

“เออ” แม็คตอบกลับอย่างหมั่นไส้ ก่อนที่นันจะยกยิ้มมุมปากแล้วเดินเข้ามากอดคนรัก 

 

“ใช้เวลาในช่วงเรียนให้คุ้มค่าที่สุด พอเรียนจบมึงต้องกลับไปเจอชีวิตการทำงานแบบเต็มรูปแบบแน่ๆ ไหนจะโรงงานพ่อ สนามของกู แล้วก็เต็นท์รถอีก มึงกับกูต้องช่วยกันดู เข้าใจไหม” นันพูดเสียงจริงจัง แม็คก็พยักหน้ารับ  

 

“พอมึงพูดแบบนี้กูอยากเรียนต่อยาวๆเลยว่ะ” แม็คพูดเล่นกลับไป นันก็หัวเราะในลำคอเบา แต่ก็พอใจที่เห็นแม็คเริ่มพูดเล่นกับเขาบ้างแล้ว 

 

“พอเหอะ กลับไปให้กูใช้แรงงานดีกว่า” นันบอกออกมาอีก แม็คมองหน้านันแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะซบหน้าไปกับไหล่แกร่งของคนรัก แล้วกอดตอบกันไปเงียบๆ สักพักแม็คก็หายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติตัวเอง แล้วผละออกมา 

 

“โอเค ช่วยกันเอากระเป๋ามึงลงไปกันก่อนเถอะ” แม็คบอกออกมา ถึงแม้ว่าจะออกจากบ้านช่วง 6 โมงเย็น แต่ก็จะเอาไปไว้ท้ายรถให้เรียบร้อยก่อน เพราะยังไง นันก็เก็บทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว  

 

“ทำไมไม่เรียกวะ จะได้ไปช่วย” โอมพูดขึ้น เมื่อเห็นนันกับแม็คช่วยกันขนกระเป๋าเดินทางของนันลงมา 

 

“ไม่เป็นไร กูสองคนยกได้” นันตอบกลับ 

 

“นึกว่าขึ้นไปร่ำลาส่งท้าย” แดนนี่แซวออกมา ซึ่งทุกคนรู้ดีว่าคำว่าร่ำลาที่แดนนี่พูดนั้นหมายถึงเซ็กส์ 

“ฉันไม่ได้หมกมุ่นแบบนายนะแดนนี่” แม็คเหน็บกลับไป แดนนี่ก็หัวเราะขำ พวกเขาใช้เวลาอยู่ด้วยกันในบ้านจนถึงช่วงเย็น ซึ่งจะต้องพานันไปที่สนามบิน พวกเขาช่วยกันยกกระเป๋าเดินทางของนันใส่รถ เมื่อขึ้นรถได้ แม็คก็กอดแขนนันไปตลอดทางโดยไม่พูดอะไร นันก็ตบหลังมือแม็คเบาๆไปตลอดทางเช่นเดียวกัน เพื่อนๆไม่มีใครแซว เพราะรู้ดีว่าทั้งสองคนอยากซึมซับช่วงเวลานี้ก่อนห่างกัน แม็คไม่เคยรู้สึกอยากให้รถติดขนาดนี้มาก่อน แต่มันก็เป็นแค่ความคิด พวกเขามาถึงสนามบินในเวลาไม่นาน นันทำการเช็คอินและเอากระเป๋าไปโหลดเรียบร้อย โดยมีแม็คอยู่ข้างๆตลอด  

“โอเค เรียบร้อย ไปหาอะไรกินกัน” นันพูดขึ้น ทุกคนเลยเดินหาร้านอาหารในสนามบินเพื่อนั่งทานด้วยกัน 

“มึงอย่าเพิ่งรีบเข้าไปข้างในนะ” แม็คพูดขึ้นเมื่อพวกเขาหาร้านอาหารนั่งและสั่งอาหารทานไปแล้ว นันยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู

“อืม อีก 1 ชั่วโมงค่อยเข้าไป” นันตอบกลับ เขาทั้งสองคนนั่งข้างกัน โดยที่แม็คเอาแขนตัวเองไปคล้องแขนนันไว้ตลอด ซึ่งนันก็ไม่ได้ว่าอะไร เขายังจับมือของแม็คเอาไว้เช่นเดียวกัน โดยที่ก็คุยกับเพื่อนๆไปด้วย

“เดี๋ยวอีกสักพักฉันก็จะเข้าไปข้างในแล้ว ฉันรู้ว่าฉันพูดประโยคพวกนี้ทุกครั้งเวลาที่มาหาแม็คแล้วต้องกลับไทย แต่ฉันก็อยากจะขอพูดอีก หวังว่าพวกนายคงไม่รำคาญเสียก่อนนะ” นันพูดยิ้มๆ เพื่อนๆทุกคนก็ยิ้มรับ 

“ฉันฝากพวกนายดูแม็คมันหน่อยนะ ฉันรู้ว่าแม็คมันก็ดูแลตัวเองได้ดีในระดับหนึ่ง แต่บางครั้ง ถ้ามันมีช่วงเวลาที่รู้สึกแย่ หรือคิดไม่ตกในเรื่องอะไรก็ตาม ฝากพวกนายคอยช่วยอยู่ข้างๆมันแทนฉันที แล้วถ้ามีอะไรติดต่อฉันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ฉันรู้ว่าฉันไม่สามารถติดปีกบินมาหามันได้ตอนนั้นหรอก แต่อย่างน้อยก็ให้ฉันได้รับรู้เรื่องของมันให้เร็วที่สุดก็พอ” นันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทำเอาแม็คกระบอกตาร้อนผ่าว การอยู่ไกลบ้าน ไกลคนรัก มันก็มีช่วงเวลาที่ทรมานอยู่แล้ว แต่เมื่อไรที่มีความรู้สึกสับสนหรือเครียดไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม มันก็จะทรมานคูณสองเข้าไปอีก ถึงแม้ว่าจะมีเพื่อนอยู่ แต่เขาก็ยังต้องการครอบครัวและคนรักอยู่ดี  

“ไม่ต้องห่วง พวกฉันจะคอยดูแลแม็คให้ นายสบายใจได้” แฟรงค์ตอบกลับเสียงจริงจังเช่นเดียวกัน นันก็ยกยิ้มอย่างพอใจ 

“ขอบใจมาก” นันตอบกลับ เขาหันมาหาคนรักก็เห็นแม็คหน้าหม่นลงกว่าเดิมเสียอีก แต่นันก็ไม่ว่าอะไรในตอนนี้ และเมื่อได้เวลาที่นันจะเข้าไปด้านในเกท ทุกคนก็เดินมาส่งนันด้วยกัน เพื่อนๆของแม็คต่างอวยพรให้นันเดินทางปลอดภัย โอมเองก็ให้คำมั่นกับนันว่าจะดูแม็คให้ จนมาถึงแม็ค แม็คเดินมากอดนันโดยไม่คิดจะอายใครอยู่แล้ว เขาสองคนกอดกันแน่น นันหอมแก้มแม็คซ้ายขวาสลับไปมารัวๆและจูบหน้าผากย้ำๆ พร้อมกับหัวเราะในลำคอ เมื่อแม็คทำหน้ามุ่ย 

“น้ำลายเต็มหน้าแล้วมั้ง” แม็คบ่นออกมา แต่ลึกๆเขาชอบที่นันทำแบบนี้ ทั้งสองไม่อายสายตาใครแล้ว เพราะหลายคนก็ทำเหมือนกับเขา

“กูก็ตุนไว้ก่อนไง” นันตอบกลับ โอมยิ้มขำเพราะได้ยิน

“ดูแลตัวเองดีๆ อย่าทำอะไรให้กูโมโหเข้าใจไหม” นันกำชับแม็คเอาไว้

“รู้แล้ว ถ้ามีอะไรจะรีบบอกมึงเลย” แม็คตอบกลับ

“ถ้ากูกลับถึงไทยแล้ว จะส่งข้อความมาบอก แล้วมึงยังไม่ต้องโทรกลับหากู เข้าใจไหม” นันพูดขึ้น แม็คก็ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที

“ทำไม” แม็คถามกลับ

“กูจะนอน” นันบอกกออกมายิ้มๆ เลยโดนแม็คต่อยไหล่ไปหนึ่งทีอย่างหมั่นไส้ ทั้งสองยืนมองหน้ากันนิ่งๆ นันยกมือทั้งสองข้างมาประกบแก้มแม็ค

“ตั้งใจเรียน ออกกำลังกายด้วย กูเขียนตารางแปะไว้บนโต๊ะในห้องมึงแล้ว ทำตามโปรแกรมด้วยล่ะ” นันพูดย้ำ เพราะเขาเขียนไว้จริงๆ และแม็คก็เห็นแล้ว แม็คกลอกตาไปมา

“ถ้าวันไหนกูเหนื่อยจากงาน จากเรียน กูไม่ออกนะ” แม็คต่อรอง

“ได้” นันตอบรับ เขาไม่ได้บังคับขนาดนั้น แค่อยากให้คนรักได้ออกกำลังกายบ้างเท่านั้นเอง

“กูต้องเข้าไปข้างในแล้ว” นันพูดบอกออกมา แม็คกอดนันแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เขากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดฝืน

“เข้าไปแล้วโทรหากูก่อนได้ไหม คุยจนกว่ามึงจะขึ้นเครื่องได้ไหมวะ” แม็คขอออกมา นันพยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปหาโอม

“เดี๋ยวมึงกลับบ้านกันเลยใช่ไหม” นันถามโอมเพื่อความแน่ใจ โอมก็พยักหน้ารับ นันถึงหันมามองหน้าคนรักอีกครั้ง แล้วเขาก็กดริมฝีปากไปที่จูบย้ำๆที่ริมฝีปากของแม็ค แต่ไม่ได้ล่วงล้ำเข้าไปแต่อย่างไร นันกับแม็คมองตากัน แล้วนันก็ปล่อยมือออกจากแก้มของแม็ค แม็คเองก็ปล่อยนันออกจากกอดของตนเองเช่นเดียวกัน เพื่อนๆหันมาลานันอีกครั้ง นันยิ้มให้ทุกคน แล้วมองหน้าแม็ค มือแกร่งโยกหัวของคนรักเป็นการส่งท้าย ก่อนจะหันหลังเดินเข้าไปด้านใน โอมมายืนกอดไหล่แม็คเอาไว้ เพราะเขารู้ว่าเพื่อนค่อนข้างเศร้าที่ต้องห่างคนรัก ถึงแม้ว่าจะเป็นระยะเวลาแค่ 3 เดือนก็ตามที แม็คยืนมองจนนันเดินเลี้ยวไปยังเกทที่ต้องรอขึ้นเครื่อง เพื่อนๆของแม็คเลยขอตัวแยกกันกลับไปเลย เพราะเอารถมาสองคันอยู่แล้ว โอมก็พาแม็คกลับบ้านกันสองคน

Tru…Tru…Tru

เสียงมือถือของแม็คดังขึ้น ขณะที่เขากำลังเดินไปที่ลานจอดรถ ซึ่งเป็นนันนั่นเอง แม็ครีบรับสายโดยใส่หูฟังเพื่อความสะดวก

(“จะกลับกันรึยัง”) นันถามขึ้น

“เดินมาที่รถแล้ว” แม็คตอบกลับไป พอได้ยินเสียงคนรักก็ยิ่งคิดถึง ทั้งๆที่เพิ่งแยกจากกันเมื่อกี้นี้เอง

(“เออ บอกไอ้โอมขับรถดีๆด้วยล่ะ”) นันกำชับ แม็คก็ตอบรับไป แล้วทั้งสองก็เงียบกันไปชั่วครู่

(“ตอนนี้กูนั่งรออยู่หน้าเกทละ อีกสักพักก็คงเรียกขึ้นเครื่อง มีสาวนั่งตรงกันข้ามกูด้วย หุ่นดีฉิบหาย”) นันพูดออกมาพร้อมหัวเราะเบาๆ

“กวนตีน” แม็คตอบกลับ ทำให้โอมที่ได้ยินหันมามองแล้วยิ้มขำเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้คิดจะขัดเพื่อนเวลาคุยแต่อย่างไร

(“หึหึ พูดเล่น”) นันบอกออกมา ซึ่งแม็คก็รู้ดีว่าถึงมีหญิงสาวหุ่นดีมานั่งตรงกันข้ามนันจริงๆ นันก็แค่มอง ไม่ได้สนใจอยู่แล้ว ทั้งสองคุยกันไปเรื่อยๆ โดยที่แม็คก็นั่งรถกลับบ้าน นันก็นั่งอยู่หน้าเกททางขึ้นเครื่องในสนามบิน จนแม็คได้ยินเสียงเรียกขึ้นเครื่องจากไฟท์บินของนัน

(“กูต้องขึ้นเครื่องแล้ว คงต้องวางแล้วนะ”) นันพูดบอกออกมา

“อืม ถึงแล้วอย่าลืมส่งข้อความบอกกูด้วยนะ” แม็คย้ำอีกครั้ง นันก็ตอบรับกลับมา

(“รักมึงนะ อีก 3 เดือน เจอกัน”) นันพูดกลับมา ทำให้แม็ครู้สึกว่าหัวใจมันสงบลง

“รักมึงเหมือนกัน” แม็คบอกกลับไปบ้าง เวลาแบบนี้เขาก็ไม่อยากกั๊กคำพูดกันสักเท่าไร เมื่อบอกรักกันแล้ว นันก็ให้แม็ควางสายไปก่อน แม็คก็วางอย่างจำยอม

“เฮ้อ” แม็คถอนหายใจออกมาเบาๆ

“มันจะขึ้นเครื่องแล้วเหรอ” โอมหันมาถาม เมื่อเห็นเพื่อนวางสายแล้ว

“อืม” แม็คตอบกลับสั้นๆ แล้วเอาหัวเอนพิงกระจกฝั่งตนเอง แล้วมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่มืดมิด เขารู้ว่ามองไปก็ไม่เห็นเครื่องบินของนันที่กำลังจะบินขึ้นหรอก แต่ก็ยังอยากมองอยู่ดี

ทางฝั่งของนัน เมื่อวางสายจากแม็คแล้ว เขาก็หยิบกระเป๋าสะพายข้างของตนเองไปขึ้นเครื่องบินเช่นเดียวกัน นันได้ที่นั่งติดริมหน้าต่าง เมื่อได้เวลาเอาเครื่องขึ้น นันก็มองออกไปนอกหน้าต่าง เครื่องบินทะยานขึ้นบนท้องฟ้า ทำให้เห็นแสงไฟตามท้องถนนเป็นเส้นทางยาวและสลับไปมา นันมองลงไปด้านล่างแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่เขาจะเอนหัวไปพิงพนักเบาะนั่ง แล้วหลับตาลง

..

..

นันใช้เวลาเดินทางกลับประเทศไทยหลายชั่วโมง เพราะต้องมีแวะจุดพักและต่อเครื่องอีกรอบ เขาได้ติดต่อบอกไวไว้แล้ว ว่าเขาจะกลับถึงประเทศไทยในวันที่เท่าไรและกี่โมง ตอนอยู่บนเครื่องบิน นันก็ใช้เวลานั่งทำงานของตัวเองไปด้วย จนในที่สุดเขาก็มาถึงประเทศไทยในช่วง 5 โมงเย็น

“ไม่ได้นอนเหรอเฮีย” ไวทักขึ้น เมื่อนันเข็นกระเป๋าออกมาจากประตูทางออก

“อืม เมื่อยตัวฉิบหาย” นันบ่นออกมาเล็กน้อย แล้วทั้งสองก็ตรงไปที่ลานจอดรถทันที

“สนามเป็นไงบ้าง มีใครมาป่วนอะไรไหม” นันถามขึ้น ขณะนั่งรถกลับบ้าน

“ก็มีบ้างครับ แต่เป็นพวกลูกค้าหน้าใหม่ พวกผมจัดการกันได้” ไวตอบกลับ นันก็พยักหน้ารับ เขาอ้าปากหาว เพราะง่วงนอนมาก

“หลับก่อนก็ได้นะเฮีย ถึงแล้วผมปลุก” ไวพูดขึ้น

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวนอนทีเดียวตอนถึงบ้านเลย” นันตอบกลับ เพราะคิดว่าตัวเองคงหลับยาวแน่ๆ ไม่นานนักก็มาถึงบ้าน ลูกน้องของนันก็มาทักทายกันทันที

“ซื้อของมาฝาก แต่รอเอาพรุ่งนี้ละกัน วันนี้ไม่ไหวละ ฝากดูสนามด้วย” นันพูดขึ้น ไวช่วยยกกระเป๋าขึ้นไปบนห้องทันที  

“เฮียจะกินอะไรก่อนไหม” ไวถามขึ้น แต่นันส่ายหน้าไปมา ไวจึงปล่อยให้นันพักผ่อน นันจัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และส่งข้อความบอกแม็ค ว่าเขากลับถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว นันคิดว่าเวลานี้แม็คน่าจะตื่นแล้ว และก็จริงอย่างที่เขาคิด ข้อความที่เขาส่งไปถูกเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว จากที่เคยบอกคนรักว่าไม่ต้องโทรมา แต่กลายเป็นนันที่โทรหาแม็คแทน

(“ฮัลโหล ถึงบ้านแล้วใช่ไหม”) แม็คถามย้ำทันทีเมื่อรับสาย

“ถึงแล้ว กำลังจะนอน” นันตอบกลับ

(“งั้น..มึงนอนเถอะ ตื่นตอนไหนค่อยโทรหากูนะ”) แม็คบอกออกมาด้วยความเป็นห่วง นันยกยิ้มอ่อนๆเมื่อได้ยิน

“อืม แค่นี้นะ” นันบอกกลับไป ก่อนที่จะวางสาย ถึงแม้ว่าจะคุยกันแค่ไม่กี่ประโยค แต่นันก็รู้สึกดีไม่น้อย แล้วเขาก็หลับลงไปในเวลาอันรวดเร็ว

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 50% +++++++++++++++++++++++++++++++++

 

หลังจากกลับมาไทย นันก็ลุยเรื่องงานต่อทันที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานในสนามแข่งรถ หรือเต็นท์รถมือสอง ตอนนี้การก่อสร้างเริ่มขึ้นแล้ว นันออกไปดูงานทุกวันจนหลายๆอย่างเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาอย่างน่าพอใจ นันก็ยังโทรคุยกับแม็คแทบทุกวัน เวลาแม็คจะไปไหนก็โทรหรือไม่ก็ส่งข้อความมาบอกนันเสมอ ส่วนนันนั้น เวลาเขาไปเที่ยวกับกลุ่มของเดย์ เขาก็จะบอกแม็คด้วยเช่นเดียวกัน แม้กระทั่งเรื่องที่เขากับเดย์ไปจัดการคนที่มีเรื่องกับอิฐ นันก็บอกคนรักอย่างไม่ปิดบัง ตอนนั้นแม็คบ่นใส่นันเล็กน้อยด้วยความเป็นห่วง แต่ก็รู้ดีว่ายังไงก็ห้ามนันไม่ได้ เพราะนันนับถือเดย์มาก

อย่างเช่นวันนี้ นันมานั่งเคลียเอกสารอยู่ที่สำนักงานในสนามแข่งรถ และแม็คก็วิดิโอคอลมาหา โดยที่นันวางมือถือไว้ตรงโต๊ะทำงาน แล้วเขาก็นั่งทำงานไปด้วย คุยไปด้วย

 

(“สรุปว่าตอนนี้ไอ้ไวไปอยู่ร้านของเฮียมึงเหรอ”) แม็คถามขึ้นหลังจากที่นันบอกว่า ลูกน้องคนสนิทของเขาอย่างไวนั้น ถูกดึงตัวไปช่วยงานของเดย์

 

“อืม เฮียเค้าเอาไปเป็นสายในร้านน่ะ” นันตอบกลับ

 

(“แล้วไอ้อิฐมันรู้รึยัง”) แม็คถามออกมาต่อ โดยที่ตอนนี้แม็คนอนเล่นอยู่บนเตียงในช่วงวันหยุด

 

“น่าจะรู้แล้ว กูยังไม่ได้คุยกับมันเลย” นันบอกออกมาอีก แม็คก็พยักหน้ารับ ก่อนจะเงียบไป ทำให้นันที่กำลังนั่งก้มหน้าดูเอกสารต้องเงยขึ้นมามองคนรักผ่านหน้าจอมือถือ

“เงียบทำไม” นันถามขึ้น

 

(“กูชวยมึงคุย รบกวนมึงทำงานรึเปล่า”) แม็คถามขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติ

 

“ถ้ารบกวน กูคงตัดสายมึงทิ้งไปแล้วนะ หรือว่าน้อยใจ ที่กูทำแต่งานไม่สนใจมึง” นันถามพร้อมกับยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย

 

(“กูไม่น้อยใจหรอกน่า รู้หรอกว่ามึงมีหลายอย่างต้องเคลีย แค่เผื่อว่ากูทำให้มึงเสียสมาธิจะได้วางก่อนไง”) แม็คตอบกลับ เพราะเขาไม่อยากกวนเวลาคนรักทำงาน แต่พอได้ยิน นันก็วางปากกาและเอกสารลง ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาพร้อมกับเดินไปนั่งที่โซฟาภายในสำนักงาน

(“อ่าว ไม่ทำงานแล้วเหรอวะ”) แม็คถามอย่างงงๆ เมื่อเห็นว่านันวางมือจากงาน

 

“งานไม่ได้สำคัญเท่ามึง” นันตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติ ทำให้แม็คชะงักไปนิด

“เขินล่ะสิ หน้าแดงเลยนะมึง” นันแซวออกไป

 

(“กวนตีน”) แม็คด่ากลับแบบเล่นๆ นันก็หัวเราะขำ

 

“กูพักสายตาบ้าง นั่งทำมาชั่วโมงกว่าละ” นันตอบกลับ แต่จริงๆแล้ว ต่อให้นั่งทำงานนานกว่านี้ เขาก็ทำต่อได้ แต่เขามาคิดได้ว่า นานๆทีเขาและแม็คจะมีเวลาว่างพอจะคุยกันนานๆได้สักครั้ง ก็ไม่อยากเสียเวลาไปกับเรื่องอื่น นอกจากการคุยกับคนรัก

 

(“แล้วตอนนี้ใครมาช่วยงานมึงแทนไอ้ไวล่ะ”) แม็คถามขึ้น เพราะส่วนใหญ่คนที่นันมักจะเรียกใช้งานอยู่เสมอ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็คือไว เพราะนันสนิทกับไวมาก

 

“ตอนนี้ให้ไอ้ตาลกับไอ้บีมันมาช่วยแทนอยู่ ก็สอนงานมันสองคนไปด้วย เพราะเดี๋ยวถ้าเปิดเต็นท์รถเมื่อไร ต้องกระจายคนทำงานแล้วต้องรับคนเพิ่ม อย่างน้อยให้มันสองคนเป็นงานไว้ก็คงช่วยผ่อนแรงกูไปได้บ้าง” นันตอบเป็นการเป็นงาน พร้อมกับยกนิ้วมานวดคลึงระหว่างหัวตาทั้งสองข้างเบาๆ

 

(“เป็นอะไร ปวดตาเหรอ”) แม็คถามขึ้น

 

“สงสัยเมื่อกลางวันตากแดดนานไปหน่อย เลยรู้สึกมึนๆ” นันตอบกลับ เนื่องจากวันนี้เขาไปดูการก่อสร้างเต็นท์รถ และเดินตากแดดคุมงานในช่วงบ่าย ซึ่งแดดค่อนข้างร้อน

 

(“ไม่ได้ใส่หมวกเหรอวะ”) แม็คถามกลับทันที

 

“ลืมหยิบไป” นันตอบกลับ จริงๆเขาใส่หมวกของทางวิศวกร แต่มันไม่ได้ช่วยบดบังแสงแดดเท่าไรนัก

 

(“มึงก็รู้แดดเมืองไทยมันร้อนขนาดไหน ยังจะลืมอีก”) แม็คบ่นเล็กน้อย นันก็หัวเราะในลำคอเบาๆ แต่ไม่ทันจะได้ตอบอะไร เสียงเคาะประตูห้องสำนักงานก็ดังขึ้น พร้อมกับปาล์มที่เดินยิ้มเข้ามา

 

“ไงมึง ไปต่างประเทศไม่บอกกันเลยนะ” เสียงของปาล์มดังเข้าไปในมือถือ ซึ่งทำให้แม็คขมวดคิ้วเข้าหากันทันที เพราะคุ้นเสียง

 

“กูไปส่งเมีย” นันตอบกลับ แล้วหันมามองแม็คผ่านทางมือถือ แล้วปาล์มก็เดินมายืนอยู่ด้านหลังโซฟาพอดี ทำให้แม็ครู้ว่าใครมาหานัน

 

“อ่าว คุยกับแม็คอยู่เหรอ หวัดดีแม็ค” ปาล์มโบกมือส่งยิ้มให้กับคนรักของเพื่อน แม็คพยักหน้ารับด้วยสีหน้านิ่งๆ

 

“มึงมาทำอะไร” นันถามขึ้น

 

“อ่อ กูพาน้องมาแข่งรถ เลยถามลูกน้องมึงว่ามึงกลับมารึยัง พอรู้ว่ากลับมาแล้วก็เลยเข้ามาหา เมื่อเดือนก่อนกูมาหามึง แต่ไวบอกว่ามึงไปต่างประเทศ ไม่เห็นบอกบ้างวะ จะฝากซื้อของสักหน่อย” ปาล์มพูดออกมาเป็นชุด

 

“กูตัดสินใจไปปุบปับไม่ได้บอกใคร” นันตอบกลับไป

 

(“จะคุยกับเพื่อนมึงก่อนมั้ย คุยเสร็จเดี๋ยวค่อยโทรหากูอีกทีก็ได้”) แม็คพูดออกมาอย่างจงใจ เขาไม่ได้มีมารยาทวางสายเพื่อให้เพื่อนได้คุยกัน แต่เขาพูดเพื่อเหน็บแนมทั้งคนรักและเพื่อนของคนรักไปด้วย ถ้าเป็นคีทหรือเป็นฉกาจ แม็คจะไม่พูดแบบนี้ออกมาแน่ๆ แต่พอเป็นปาล์ม แม็คกลับไม่อยากมีมารยาทด้วยสักเท่าไร

 

“ปาล์ม มึงออกไปดูน้องมึงก่อนไป กูขอคุยกับแม็คมันก่อน” นันพูดขึ้น เขารู้ว่าคนรักไม่พอใจเพื่อนของเขา และเขาก็ต้องเลือกคนรักก่อนเป็นอันดับแรก เพราะเขาสองคนไม่ได้อยู่ใกล้กันมากพอที่จะสัมผัสเพื่อสื่อสาร

 

“เออๆ ก็ได้ ลืมไปว่าอยู่ไกลกัน กูอยู่ใกล้มึงมาคุยตอนไหนก็ได้” ปาล์มพูดยิ้มๆ แต่แม็คไม่ชอบคำพูดของปาล์มสักเท่าไร ปาล์มโบกมือให้แม็ค ก่อนจะเดินออกจากสำนักงานไป นันถอนหายใจออกมาเบาๆอย่างอ่อนใจ แล้วมองหน้าคนรักผ่านจอมือถือ

 

(“กูไม่ชอบหน้าเพื่อนมึงคนนี้เลย”) แม็คพูดออกมาตรงๆด้วยความหงุดหงิด

(“เพื่อนๆคนอื่นๆของมึงไม่มีใครทำให้กูหงุดหงิดได้เท่าเพื่อนมึงคนนี้เลยนะนัน”) แม็คบอกออกมาอีก

 

“ใจเย็นๆ กูรู้ว่าไอ้ปาล์มมันชอบกวนประสาท เดี๋ยวกูเตือนมันให้” นันตอบกลับ

 

(“ถ้าคืนนี้เพื่อนมึงขอนอนค้างที่บ้านด้วยล่ะ”) แม็คถามขึ้นมาอย่างนึกสังหรณ์ใจ

 

“มึงอยากให้กูตอบมันยังไง ถ้ามันขอนอนค้างที่บ้าน” นันถามกลับ แม็คนิ่งไปนิด เพราะกำลังคิดทบทวน ว่าเขาจะเอาแต่ใจ หรือว่าแล้วแต่คนรักดี

“กูให้โอกาสมึงตัดสินใจนะ” นันแกล้งกระเซ้าเอาคำตอบ

 

(“ถ้ากูตอบว่าไม่อยากให้เพื่อนมึงนอนค้างด้วย กูจะดูเป็นคนเอาแต่ใจมากไปไหมวะ ยังไงมึงกับเพื่อนมึง ก็รู้จักกันมาก่อนกู การที่กูให้มึงปฏิเสธ เพื่อนมึงจะมองมึงยังไง”) แม็คถามเสียงเครียด ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยชอบปาล์ม แต่ก็ไม่ถึงขั้นโกรธเกลียด

 

“กูคุยกับมันได้” นันตอบกลับ เขาเข้าใจดีว่าแม็คคิดอะไร

 

(“เฮ้อ แล้วแต่มึงเหอะ กูไม่อยากตัดสินใจ ขออย่างเดียว อย่าให้เข้ามายุ่มย่ามในห้องนอนของเราก็พอ”) แม็คพูดขึ้นอย่างเซ็งๆ นันมองสีหน้าคนรักแล้วรู้สึกขัดใจในความห่างไกลขึ้นมา เพราะถ้าอยู่ใกล้ๆ เขาคงดึงคนรักเข้ามากอดสร้างความมั่นใจให้คนรักไปแล้ว แต่นี่ได้แต่มองหน้าผ่านจอมือถือเครื่องเล็กๆเท่านั้นเอง

 

“แล้ววันนี้มึงจะไปไหนรึเปล่า” นันเปลี่ยนเรื่องคุย

 

(“ตอนเย็นจะออกไปทำงานพิเศษที่ร้านอาหารนั่นแหละ”) แม็คตอบกลับ แล้วเขาทั้งสองคนก็นั่งคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้จนเวลาผ่านไปร่วมชั่วโมง นันลุกไปเปิดหาอะไรบางอย่างที่โต๊ะทำงาน

(“หาอะไร” ) แม็คถามขึ้นทันที

 

“หายาพารา” นันตอบตรงๆ

 

(“หาทำไม ปวดหัวเหรอ”) แม็คถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

 

“อืม ปวดหัวนิดหน่อย กินยาเดี๋ยวก็หาย” นันพูดขึ้น เพราะรู้ว่าคนรักเป็นห่วงเขาอยู่

 

(“งั้นเดี๋ยวมึงกินยา แล้วกลับไปนอนพักที่บ้านเถอะ ให้ลูกน้องมึงดูสนามไปก่อน”) แม็คพูดกำชับขึ้น

 

“จะวางสายก่อน หรือว่าจะให้กูกลับถึงบ้านก่อนแล้วค่อยโทรหาอีกที” นันถามออกมา เพราะวันนี้แม็คว่างคุยกับเขาอยู่แล้ว

 

(“วางสายก่อนดีกว่า ถึงบ้านแล้วถ้าคุยไม่ไหวก็นอนไปเลยนะ ส่งข้อความบอกกูก็พอ”) แม็คพูดขึ้น นันรับคำก่อนจะวางสายไป นันหยิบยาพารามากิน แล้วยกมือมานวดคอตัวเอง เพราะรู้สึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวขึ้นมา เนื่องจากเขาโหมงานแทบไม่ได้พักมาหลายอาทิตย์ติดๆกัน นันเดินออกมาจากสำนักงาน เพื่อจะไปสั่งงานลูกน้อง ก็เลยเดินไปหาเพื่อนตัวเองสักหน่อย

 

“คุยเสร็จแล้วเหรอวะ” ปาล์มถามยิ้มๆ นันพยักหน้ารับ

“ดื่มสักหน่อยไหมมึง” ปาล์มส่งกระป๋องเบียร์ให้ แต่นันส่ายหน้าปฏิเสธ

 

“กูเพิ่งกินยาไป ว่าจะกลับไปนอนสักหน่อย” นันตอบกลับ ปาล์มเลิกคิ้วนิดๆ

 

“เป็นอะไรวะ ไม่สบายเหรอ” ปาล์มถามขึ้น

 

“ปวดหัวนิดหน่อย แล้วนี่น้องมึงแข่งยัง” นันถามถึงน้องของปาล์ม

 

“แข่งไปแล้ว ชนะด้วย กำลังคุยโม้อยู่กับเพื่อนมึงอยู่โน่น ว่าแต่มึงเถอะจะกลับบ้านเลยใช่ปะ กูไปด้วยดิ คืนนี้ขอนอนค้างด้วย” ปาล์มพูดขึ้น ทำให้นันชะงักไปนิด เมื่อนึกถึงคำพูดของแม็ค

“มีอะไรรึเปล่าวะ” ปาล์มถามเมื่อเห็นนันมองหน้าเขานิ่งๆ

 

“กูว่า กูคุยกับมึงก่อนดีกว่าว่ะ มีเรื่องจะคุยด้วย เข้าไปคุยในสำนักงานละกัน” นันพูดออกมา ปาล์มมองอย่างงงๆ ก่อนจะเดินไปที่สำนักงานของนันอีกครั้ง แล้วทั้งสองก็นั่งอยู่ที่โซฟา

 

“มีอะไรวะ” ปาล์มถามขึ้นอย่างงงๆ

 

“เอาจริงๆ มันก็ไม่มีอะไรมากหรอก กูอยากถามมึง ว่าทำไมมึงถึงชอบแกล้งป่วนประสาทเมียกูจังวะ” นันถามออกมาตรงๆ ปาล์มชะงักไปนิด ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก

 

“ทำไมวะ เมียมึงโกรธกูเหรอ” ปาล์มถามขึ้นยิ้มๆ

 

“ไม่ได้โกรธ แค่ไม่พอใจ กูเป็นเพื่อนมึง กูก็รู้นิสัยมึงอยู่ ว่ามึงชอบแกล้ง ชอบป่วนประสาท แต่ครั้งนี้กูคิดว่ามึงแกล้งมากไปหน่อย มันทำให้เมียกูเข้าใจมึงผิดไปมากเลยรู้ตัวไหมวะ” นันเตือนออกมา ปกตินันเองก็เป็นพวกชอบแกล้งคนอื่นเหมือนกัน แต่ปาล์มจะมากกว่าเขา

 

“เมียมึงเข้าใจว่าอะไร” ปาล์มถามกลับ นันถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

“แม็คมันไม่ได้พูดออกมาตรงๆหรอก แต่กูก็พอมองออก ว่ามันคิดว่ามึงแอบชอบกู มึงทำให้เมียกูไม่ไว้ใจมึงอยู่นะไอ้ปาล์ม” นันพูดขึ้นมาอย่างอ่อนใจ

 

“แล้วถ้าเมียมึงคิดถูกล่ะ” ปาล์มตอบกลับ นันมองหน้าปาล์มนิ่งๆ ไม่ได้มีท่าทีตกใจในคำพูดนี้เท่าไรนัก

 

“ไอ้ปาล์ม กูไม่ได้โง่ มึงไม่ได้คิดกับกูเกินไปกว่าคำว่าเพื่อน กูมั่นใจ” นันบอกออกมาตรงๆ ปาล์มทำหน้าเซ็งเล็กน้อย

 

“กูหมั่นไส้มึงกับเมีย” ปาล์มพูดขึ้น

“กูหายไปได้ปีกว่า กลับมามึงเสือกมีเมียเฉย แล้วมึงก็หลงเมียฉิบหาย ปกติมึงจะเห็นพวกกูสำคัญที่สุด ขนาดที่มึงกำลังจะล่อสาว แต่พอพวกกูมีปัญหาโทรหามึง มึงก็ทิ้งสาวมาหาพวกกูได้ทันทีเลย” ปาล์มบ่นออกมา

“มึงเห็นเมียดีกว่าเพื่อน” ปาล์มพูดประชด นันได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อรู้สาเหตุว่าทำไมเพื่อนของเขาถึงชอบแกล้งแม็คนัก

 

“เออ กูยอมรับกับมึงตรงๆเลย ว่ากูเห็นเมียดีกว่าใครทั้งนั้นแหละ แต่ใช่ว่ากูจะหลงมันจนไม่ลืมหูลืมตา จนทิ้งเพื่อนเสียเมื่อไร พวกมึงก็สำคัญกับกูมากเหมือนกัน โลกของกูกับเมีย ก็อีกโลกหนึ่ง โลกที่อยู่กับเพื่อนก็อีกโลกหนึ่ง ถ้ามึงเปิดใจสักหน่อย มึงจะรู้ว่าโลกของเมียกับเพื่อน แม่งก็อยู่ด้วยกันได้ ดูอย่างไอ้คีทไอ้กาจ มันก็ไม่เดือดร้อนอะไรเลย ที่กูมีเมีย เพราะมันก็สนิทกับเมียกูด้วย” นันอธิบายออกมา

“มึงกับกู ก็ผ่านช่วงเวลาลำบากมาด้วยกัน ส่วนกูกับแม็คก็ผ่านอะไรที่หนักหนามาไม่ต่างกัน เพียงแค่กูไม่ได้เล่าให้มึงฟังเท่านั้นเอง” นันบอกออกมาอีก

 

“เออ กูเข้าใจละ แต่กูก็หมั่นไส้อยู่ดีนั่นแหละ กูอิจฉานี่” ปาล์มบ่นออกมาอีก แต่นันรู้ดีว่าเพื่อนของเขาเข้าใจจริงๆ เพียงแค่ยังไม่อยากจะยอมรับง่ายๆเท่านั้นเอง

 

“ก็หาเมียไม่ก็หาผัวสักคน เดี๋ยวมึงก็รู้เองว่าทำไมกูถึงได้เป็นแบบนี้” นันเสนอออกมา

 

“เหอะเหอะ มึงก็ช่างแนะนำนะ หาเมียน่ะพอไหว แต่ไอ้หาผัวของมึงเนี่ย ไม่น่าจะไหวว่ะ กูกดคนอื่นมาทั้งชีวิต จะให้กูเปลี่ยนไปเป็นคนถูกกดเนี่ยนะ” ปาล์มถามกลับ

 

“ก็ลองสักครั้ง อาจจะติดใจ” นันเสนอออกมาอีก

 

“มึงพูดเหมือนตัวเองเคยลอง” ปาล์มแขวะเพื่อนตัวเองกลับ

 

“ไม่เคย ก็แค่แนะนำมึงเฉยๆ” นันยักไหล่เล็กน้อย

 

“พอๆ ไม่ต้องแนะนำ ส่วนเรื่องของมึงกับเมีย กูก็เข้าใจละ กูยอมรับ ว่าตอนแรกน่ะ กูอยากลองแทรกแซงดู ว่าเมียมึงจะอ่อนไหวแค่ไหน และถ้ามึงสองคนเลิกกัน ก็แปลว่าแม่งไม่ได้เชื่อใจกันเลย” ปาล์มบอกออกมาตรงๆ

 

“กูกับเมีย เกินกว่าคำว่าเชื่อใจแล้ว กูสองคนอยู่ไกลกันแบบนี้มาปีกว่าแล้วนะ ถ้าไม่เชื่อใจกัน ก็คงแอบมีใหม่กันไปแล้ว แต่นี่กูสองคนก็ยังรักกันดีอยู่ อ่อ แล้วกูอยากเตือนมึงนะปาล์ม มึงอย่าไปลองใจคู่รักคู่ไหนอีก เพราะบางคนไม่ได้รู้ไส้รู้พุงมึงเหมือนกู ถ้าอยู่ๆมึงไปทำให้เค้าทะเลาะจนเลิกกันจริงๆ มึงจะเป็นคนที่โคตรเหี้ยเลยรู้ไหม” นันเตือนเพื่อนตัวเองออกมา

 

“กูก็ไม่กล้าไปแทรกแซงใครที่ไม่ใช่พวกมึงหรอกน่า” ปาล์มตอบกลับ

 

“อ่อ ขอเตือนนะ อย่าไปลองใจคู่ไอ้คีท ถ้ามึงยังไม่อยากถูกจับถ่วงน้ำ” นันพูดออกมาเมื่อนึกได้ ปาล์มก็ได้แต่เลิกคิ้วอย่างงงๆ

 

“ทำไมวะ” ปาล์มถามต่อ

 

“เอาไว้กูจะเล่าให้ฟัง แต่ตอนนี้กูกลับบ้านก่อนละ มึงจะยังไปนอนค้างบ้านกูอยู่ไหม” นันถามเพื่อความแน่ใจ

 

“ไม่ไปหรอก กูแกล้งถามไปอย่างนั้นแหละ กูจะไปต่อกับน้องๆกู” ปาล์มตอบกลับ นันพยักหน้ารับ ก่อนที่เขาทั้งสองคนจะเดินออกมาจากสำนักงาน

“เอาไว้กูมาหามึง แล้วจะให้มึงโทรหาแม็คให้กูนะ กูจะขอโทษเมียมึง” ปาล์มพูดขึ้น นันพยักหน้ารับ แล้วทั้งสองก็แยกกันไป นันเดินไปสั่งงานลูกน้อง และกลับบ้านตัวเองทันที

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 100% +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

2 Be Con

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เดี๋ยวตอนหน้า จะมาลงสวัสดีปีใหม่ ของนันแม็คให้นะคะ เป็นตอนพิเศษ

ความคิดเห็น