email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ปีนหา (ต่อ) 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.9k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 07 เม.ย. 2564 09:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ปีนหา (ต่อ) 100%
แบบอักษร

[Part : ออสติน] 

“โอ๊ย! เบาๆ” ผมร้องโอดโอยขณะนั่งหันหลังให้ออกัสนวดบ่าให้ มันระบมจริงๆ นะ ขนาดผมออกกำลังกายเป็นประจำ กล้ามเนื้อผมน่าจะแข็งแรงพอ แต่มันกลับดูเด็กๆ ไปเลย สำหรับการออกกำลังกายที่ผ่านมาของผม 

ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมหุ่นดินแดนถึงกำยำขนาดนั้น หมอนั่นไม่มีแม้แต่เหงื่อหยด 

“วันนี้ไปตกบ่ออึที่ไหนมา?” ออกัสถามขึ้น ผมสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ นึกโชคดีที่มีกล่องปฐมพยาบาลติดรถมาด้วย ยังดีที่มียานวด ไม่งั้นพรุ่งนี้ระบมจนลุกไม่ไหวแน่ 

“จะเอาบ่อไหนล่ะ สารพัดอึเลย” 

“หึๆ ฉันบอกแกแล้วว่าตาแม็กซ์ดูเป็นคนดีไปเลย อย่างน้อยเขาก็ไม่ให้ฉันไปลงบ่ออึเหมือนแก” ออกัสดูมีความสุขยังไงบอกไม่ถูก ผมเหล่มองมันทางหางตา 

“ตอนแกไปทำนา แกไปยังไง?” ผมติดใจเรื่องหนึ่งอยู่จึงถามหมอนั่น 

“โบกมือเรียกคนงานที่กำลังขี่รถเข้าไร่แล้วขอซ้อนท้ายไปด้วย” คำตอบของหมอนั่นทำให้ผมต้องกัดปากล่างตัวเอง 

หมอนี่ไม่เคยเดินอ้อมไร่สินะ 

“แล้วทำไมเราสองคนพี่น้องต้องมาอยู่ที่นี่ด้วยกัน?” ออกัสย่นคิ้วพร้อมกับโยนหลอดยาใส่กล่อง ผมขยับบ่าตัวเอง รู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย 

“ก็แกอยากไปจับน้องสาวหมอเมลล์ทำเมียทำไมล่ะ” 

“ยัยนั่นปล้ำฉัน” ออกัสกระซิบตอบลอดไรฟัน ผมเลิกคิ้วแล้วหันไปมองหน้าหมอนั่น 

“ก็แค่ปล้ำ ที่ผ่านมาฉันก็เห็นผู้หญิงจับแกปล้ำออกจะบ่อยไป แกไม่เห็นต้องไปไล่ทำนาเพื่อผู้หญิงคนนั้นเลย” 

“มันเหมือนกันซะที่ไหนล่ะ” 

“ไม่เหมือนยังไง เพราะผู้หญิงคนอื่นไม่ใช่น้องสาวหมอเมลล์ใช่มั้ย?” ผมกระตุกยิ้มมุมปาก ยิ่งเห็นออกัสหลบสายตาก็นึกขำ 

หมอนี่ตกหลุมรักไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย ผมคิดว่าคนอย่างหมอนี่จะไม่รู้จักความรักเสียอีก จริงอยู่ที่สมัยเด็กๆ ชอบส่งจดหมายรักไปบ้านพี่สาวข้างบ้าน หมอนี่จีบสาวไปทั่วแต่กลับไม่เคยคิดจะรักใครจริงจังสักคน 

นึกแล้วก็เสียใจแทนผู้หญิงที่หมอนี่ไปหว่านเสน่ห์ให้เหลือเกิน 

“อย่ามาสนใจเรื่องของฉันเลย เอาเรื่องของแกก่อนดีกว่า ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่แล้วมาสู่ขอหลานตาโหดนั่นได้ยังไง 

“ตาแก๊ปมากกว่าคำว่าโหด ต้องเรียกว่าตามัจจุราช พร้อมจะลากวิญญาณฉันลงนรกสุดๆ” ผมกระซิบแก้ตัวให้ตาแก๊ป วันนี้ผมแทบจมบ่ออึตายคาไร่ 

บางคนอาจจะคิดว่ามันแค่อึสัตว์ แต่ขอโทษเถอะ ผมเป็นหมอ ผมใช้ชีวิตเกือบครึ่งชีวิตอยู่แต่ในโรงพยาบาลที่ปลอดเชื้อโรค ต้องล้างมือฆ่าเชื้อทุกครั้งที่ตรวจคนไข้ แต่วันนี้ผมกลับมาอยู่ในแหล่งเชื้อโรคชั้นเยี่ยมเลย 

พูดตรงๆ ว่าผมปรับตัวไม่ทัน 

“จะขอจริงๆ เหรอ?” ออกัสปรับสีหน้าเป็นจริงจัง ผมนิ่งไปพักใหญ่แล้วทิ้งตัวลงนอนหงาย ยกแขนรองหัว จ้องมองคานไม้ของบ้านนิ่ง 

“อือ จับทำเมียไปแล้วก็ต้องรับผิดชอบ” 

“ไปจับทำเมียตั้งแต่เมื่อไหร่ ฉันเห็นไอหมอกชกแกออกจะบ่อย ดูแล้วห้าวเหมือนผู้ชายด้วยซ้ำ” 

“จับทำมาหลายปีแล้ว แต่เขาพึ่งเห็นฉันเป็นผัวเมื่อไม่นานมานี้” ผมตอบเสียงเนือย ทำเสียงไม่พอใจในลำคอ ถ้ายัยนั่นยอมรับตั้งแต่ตอนนั้น ป่านนี้ผมมีลูกมาขี่คอตามัจจุราชนั่นไปแล้ว 

“พ่อรู้หรือยัง?” 

“ไม่รู้ แต่คงจะรู้เร็วๆ นี้” 

“พอจะทำหน้ายังไงตอนเจอหน้าหมอเมฆนะ” ออกัสยกมือลูบปลายคาง ผมเงยหน้ามองหมอนั่นอย่างสงสัย 

“แล้วพ่อจะทำหน้ายังไงตอนเจอหมอมิกซ์นะ” 

“พ่อน่าสงสารชะมัด” ผมกับออกัสพูดออกมาพร้อมกันราวกับนัดกันเอาไว้ ออกัสส่ายหน้า อมยิ้มขำ 

ตอนหมอเมลล์มาจีบยัยอาย หวงลูกสาวดีนัก ตอนนี้โดนกับตัวเองซะบ้าง หมอโรงพยาบาลนี้หนีกันไม่พ้นจริงๆ ทำเวรกรรมอะไรร่วมกันมาหรือยังไง 

“จะไปไหน?” ออกัสร้องถามเมื่อเห็นผมีดตัวลุกขึ้น ยิ้มเสื้อยืดมาสวมลวก ๆ  ผมยักคิ้วให้หมอนั่น 

“ปีนบ้านสาว” 

วันนี้ผมแอบถามลุงว่าไอหมอกพักอยู่บ้านไหน โชคดีที่ยัยนั่นมานอนอยู่บ้านของพี่หมอต้นข้าวแทนที่จะไปนอนบ้านเดียวกับหมอเมฆ 

ผมเดินไปที่บ้านไม้สองชั้นหลังเล็กหลังหนึ่ง มั่นใจว่าต้องเป็นบ้านหลังนี้แหละ ปกติพี่หมอต้นข้าวจะพักอยู่แถวโรงพยาบาลเพราะเขาต้องทำงานที่โรงพยาบาลเกือบยี่สิบสี่ชั่วโมง 

ผมไปหยุดยืนหันซ้ายหันขวาอยู่หน้าบ้านแล้วหยิบมือถือส่งไลน์ไปหาไอหมอก ไม่นานยัยนั่นก็ตอบกลับมาว่ากำลังจะนอนแล้ว 

นอนลงได้ยังไง ไม่คิดจะเป็นห่วงผมบ้างเลยเหรอ จะรู้บ้างไหมว่าวันนี้ผมไปเจออะไรมาบ้าง ถ้าไม่ติดที่ว่าเพื่อยัยนั่น ผมไม่ไปอดทนกับสารพัดอึพวกนั้นหรอก 

ผมมองเห็นต้นไม้ข้างหน้าต่างอีกต้น ต้นนี้ไม่ใช่ต้นมะม่วงแต่เป็นต้นมะขาม หวังว่าจะไม่มีมดแดงอีกนะ ผมไม่อยากจะไปสู้กับพวกมันอีกแล้ว เมื่อสูดลมหายเรียกแรงฮึดให้ตัวเองก็ตัดสินใจปีนต้นมะขาม 

ไม่อยากจะเชื่อว่าหมออย่างผมต้องมาปีนต้นไม้เพื่อจะเข้าบ้านสองครั้งสองครา 

ผมกระโดดเข้าไปในหน้าต่างบ้าน พ่นลมออกจากปากเบาๆ ที่รอดปลอดภัย ไม่ตกลงไปตาย 

“ออสติน” ไอหมอกที่พึ่งจะเดินเช็ดผมเข้ามาในห้องก็ชะงักค้าง ม่านตาขยายออก ร้องเรียกผมหน้าตาตื่น เสียงยัยนั่นดังเกินไปจนผมต้องรีบพุ่งตัวไปปิดปากยัยนั่นด้วยฝ่ามือ 

“อื้อ!” ไอหมอกส่งเสียงอู้อี้ มือเล็กพร้อมจะปล่อยหมัด ผมอาศัยจังหวะที่ยัยนั่นเริ่มเสียหลักจับร่างบางขึ้นอุ้มแล้วโยนลงไปบนเตียงนอน 

“ไอ้….” ไอหมอกยกนิ้วชี้หน้าผมนิ้วสั่น สีหน้าเกรี้ยวกราดที่ถูกผมจับโยนลงบนเตียง ผมยกมือกอดอกเลิกคิ้วขึ้นสูง ยัยนั่นเหมือนจะเริ่มรู้ตัวแล้วว่าไม่ควรส่งเสียงดังจึงขบกัดปากตัวเองแล้วหันไปมองหน้าต่างบ้าน 

“นายปีนขึ้นมาได้ยังไง?” จากนั้นก็หันมาถามผม 

“ปีนต้นมะขามขึ้นมาสิ” ผมยักไหล่แต่ก็แอบนิ่วหน้าเพราะยังรู้สึกระบมอยู่ 

“นี่นายอยากตายหรือไงเนี่ย?” 

“ฉันไม่ตกต้นไม้ตายหรอก อย่าห่วงเลย” ผมส่ายหน้าพลางกวาดสายตามองรอบห้อง นี่คงเป็นห้องของพี่หมอต้นข้าวเพราะข้างผนังถูกตกแต่งเอาไว้เหมือนเป็นห้องของผู้ชายมากกว่า 

“ฉันไม่ได้กลัวว่านายจะตกต้นไม้ตาย ฉันกลัวว่านายจะถูกตาแก๊ปจับหักคอตายต่างหาก” คำอธิบายของไอหมอกทำให้ผมต้องหันกลับไปมองแล้วหรี่ตาลง 

“เธอควรจะถามฉันมากกว่าว่าวันนี้ฉันไปพบเจออะไรมาบ้าง” ผมแยกเขี้ยวใส่ไอหมอก ก่อนจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยๆ วันนี้เหนื่อยจริงๆ แหละ 

ผมไม่เคยทำงานหนักขนาดนี้ นี่ยังนึกสงสัยตัวเองอยู่เหมือนกันว่าทำไมผมต้องทำอะไรขนาดนี้ด้วย ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ทั้งๆ ที่สัตว์ร้ายอย่างผม ไม่มีใครมาบังคับให้ผมทำในสิ่งที่ไม่ต้องการทำได้ทั้งนั้น 

นั่นเป็นเพราะไอหมอกเหรอ 

ผมกลอกตาไปมาช้าๆ แล้วสะบัดหน้าแรงๆ ใส่ความรู้สึกบางอย่างออกไป ผมไม่กล้าตอบตัวเองหรอกว่าที่ทำอยู่นี่ก็เพื่อไอหมอกแล้วเหตุผลที่ทำเพื่อยัยนี่ก็เพราะความรัก 

ผมไม่รู้ว่าผมรักไอหมอกหรือเปล่า  

ในความรู้สึกของผมมันไม่ได้เหมือนการตกหลุมรักเลยสักนิด ความรู้สึกของผมยังคงเหมือนเดิม มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่รู้จักกับไอหมอกแล้ว มันไม่ได้มีความรู้สึกแตกต่างไปเลย ผมรู้จักไอหมอกมาหลายปีมากๆ เห็นยัยนี่แทบจะทุกวัน เพราะฉะนั้น ผมจึงไม่แน่ใจว่าผมรักไอหมอกในแบบเพื่อนหรือคนรักกันแน่ 

แต่ถ้าให้ถามว่าแล้วทำไมผมต้องสู่ขอยัยนั่นด้วย 

มันก็คงเป็นเพราะว่าผมได้ยัยนั่นเป็นเมียแล้ว ถึงสัตว์ร้ายอย่างผมจะไม่ใช่สุภาพบุรุษที่ดีนัก แต่ผมก็ไม่คิดจะทำร้ายไอหมอก ยัยนี่เป็นคนดีและไม่ควรถูกฟันแล้วทิ้ง 

ผมต้องรับผิดชอบไอหมอกในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง 

และทุกครั้งที่ยัยนี่ทำเหมือนไม่ต้องการให้ผมรับผิดชอบ ผมต้องหงุดหงิดทุกที สัตว์ร้ายตัวนี้อุตส่าห์ยอมสูญเสียอิสระในชีวิตก็เพื่อยัยนั่นเลยนะ ยังไม่ต้องการผมอีก 

คิดแล้วหงุดหงิด 

“ตาแก๊ปให้นายไปทำอะไร?” 

“เก็บสารพัดอึสัตว์ในไร่ของเธอไง” ผมตอบกลับเสียงห้วน เดินไปนั่งปลายเตียงแล้วถอนหายใจ ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงหูไอ้หมอตั้มนะ มันต้องหัวเราะเยาะผมสามเดือนแปดเดือนแน่ 

“หึ!” แต่ก่อนจะถึงหูไอ้หมอตั้ม ตอนนี้คนข้างๆ ก็หัวเราะแทนมันไปแล้ว ผมหันไปเหล่มองไอหมอกที่นั่งปิดปากกลั้นขำอยู่ 

“ไม่ต้องมาขำ ตามัจจุราชโครตแสบเลย ไหนจะพ่อเธออีก แกล้งให้ฉันเดินไปคอกม้าไม่พอ ยังให้เดินอ้อมไร่อีก ไกลอย่างกับเดินข้ามอำเภอ” ผมแยกเขี้ยว ไอหมอกกลั้นยิ้มเอาไว้จนแก้มป่องแล้วขยับมาคุกเข่าด้านหลังผม แขนเรียวคล้องที่ต้นคอผมพร้อมกับวางคางเกยบนบ่าผม 

“ตาแก๊ปไม่ใช่คนใจร้ายสักหน่อย ก็แค่แกล้งนายเท่านั้นแหละ ฉันคิดว่าตาแก๊ปชอบนายด้วยซ้ำ” 

“นี่เธอยังคิดว่าเขาชอบฉันอีกเหรอ?” ผมอ้าปากค้าง หันไปมองยัยนั่นแทบไม่ทัน ชอบบ้าอะไรสั่งให้ไปขนอึสัตว์ล่ะ 

“ตาฉันไม่เหมือนใครหรอกนะออสติน ถ้าตาฉันไม่ชอบใคร เขาจะไล่ออกจากไร่ทันที ตาเป็นคนรักสันโดษและไม่ง้อใครด้วย แต่กลับนาย ตาไม่ออกปากไล่สักคำ” 

“นี่มันก็ไม่ต่างจากไล่หรอก” ผมพยายามเค้นคำพูดออกมาทีละคำ ยังรู้สึกระบมเอวอยู่เลยเพราะต้องแบกหามกระสอบบรรดาอึๆ  

ยิ่งมาโดนดินแดนซ้ำเติมอีก ไม่ตายก็บุญนักหนาแล้ว 

“เอาน่า…นายบอกเองว่าไหว” ไอหมอกหัวเราะจนหัวไหล่กระเพื่อม ผมกลอกตาขึ้นบนแล้วถอนหายใจ 

จะไหวไปได้อีกสักกี่วันก็ไม่รู้ ตอนนี้อยากกลับไปอดหลับอดนอนเข้าเวรที่โรงพยาบาลมากกว่า 

“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงไม่มีใครกล้ามาจีบเธอ” ผมหายสงสัยแล้วว่าเพราะอะไรไอหมอกถึงไม่มีแฟนสักที ยกเว้นผมแล้วก็ไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าเข้ามาใกล้ ตอนแรกผมคิดว่าเป็นเพราะหมอเมฆกับพี่หมอต้นข้าวดุ หวงลูกสาวและน้องสาวจนไม่มีใครกล้ามาจีบ 

แต่ตอนนี้ผมรู้ซึ้งแล้วว่าไม่มีใครทนเก็บอึไหวนี่เอง 

คิดถูกหรือเปล่าที่ไปจับยัยนี่ทำเมีย ช่างเป็นผู้หญิงต้องห้ามจริงๆ  

“ก็ฉันพยายามห้ามนายแล้วว่าไม่ต้องรับผิดชอบฉัน นายไม่ฟังเอง อยากดื้อรั้นทำไม นี่แค่วันแรกนะออสติน นายต้องอยู่ที่นี่อีกหลายวันเลยนะ” ไอหมอกขยับลงจากเตียงนอนมาหยุดยืนเช็ดผมเปียกๆ ตรงหน้าผม 

ผมนั่งเงยหน้ามองยัยนั่นแล้วนิ่งเงียบไป บางทีผมก็ไม่เคยเข้าใจความคิดของยัยนี่สักเท่าไหร่ 

“ถามจริงๆ เถอะ เธอไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอที่เสียตัวให้ฉันแล้วปล่อยเอาไว้แบบนี้” ผมหรี่ตาถาม บางครั้งผมก็ไม่เข้าใจในตัวไอหมอกสักเท่าไหร่ 

ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่น หลังจากเสียตัวแล้วก็ยิ่งต้องพยายามเรียกร้องให้ผมรับผิดชอบ แต่ไอหมอกไม่ได้เป็นแบบนั้น 

หรือเสน่ห์ความหล่อเหลา หน้าที่การงานของผมมันจะไม่ส่งผลกระทบอะไรกับยัยนี่เลย ก็แน่ล่ะ ชีวิตยัยนี่เจอคนหล่อนับไม่ถ้วน ตั้งแต่พ่อตัวเองยัยพวกพี่ชาย แม้กระทั่งลูกพี่ลูกน้องอย่างดินแดน เรื่องหน้าที่การงาน ทั้งพ่อทั้งพี่ก็เป็นหมอทั้งคู่ ยัยนี่คงชินชาไปแล้วมั้ง 

“ฉันคุยเรื่องนี้กับนายไปแล้ว อย่ามารื้อฟื้นได้มั้ย? นี่ก็ตกลงคบกันแล้วไง” ไอหมอกปาผ้าขนหนูเปียกชื้นใส่หน้าผม 

“แล้วถ้าฉันทนอยู่ที่นี่ต่อไม่ไหวแล้วบอกเลิกเธอ เธอจะทำยังไง?” ผมลองใจถามดู ไอหมอกยืนนิ่งไป สีหน้าและแววตาไม่ได้เศร้าเสียใจหรือโกรธอะไร ยัยนั่นนิ่งเงียบมาก จากนั้นก็ยักไหล่ 

“ฉันจะเป็นฝ่ายบอกเลิกนายเอง ขอแค่นายพูดว่านายทนไม่ไหวแล้ว ฉันไม่ได้เห็นด้วยหรอกนะที่ตาฉันทำกับนายแบบนี้ ตาไม่ควรทำให้ลูกคนอื่นต้องมาลำบากลำบนแต่ฉันก็เข้าใจตาดี ตาแค่อยากเห็นว่านายจะอดทนเพื่อฉันได้มากแค่ไหน สำหรับพ่อของฉันแล้ว พ่อทนได้เพราะพ่อรักแม่มาก แต่สำหรับนาย ถ้าหากนายทนไม่ได้มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกและไม่ใช่ความผิดของนายเพราะนายไม่ได้รักฉันเหมือนที่พ่อรักแม่ และสำหรับฉันแล้ว ชีวิตฉันไม่เคยขาดความรักหรอกนะออสติน ตั้งแต่โตจนจำความได้ ฉันได้รับความความอบอุ่นจากทุกคนในไร่มาตลอด ฉันคิดว่าถ้าตัวเองไม่ได้รับความรักจากผู้ชายมันคงไม่แย่อะไร ตัวฉันมีความรักอยู่รอบตัวจนไม่ขาดความรักอีกแล้ว ดังนั้นถ้านายจะไม่รักฉัน ฉันก็ไม่เศร้าอะไร แต่ก็นึกเสียดายที่ฉันต้องสูญเสียเพื่อนดีๆ อย่างนายไป”  

ผมนั่งฟังไอหมอกเงียบกริบ แม้กระทั่งยัยนั่นจะพูดจบแล้วผมก็ยังขยับตัวไม่ได้ ยัยนี่ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นจริงๆ นี่คงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผมถึงขาดไอหมอกไม่ได้ 

ผมกระตุกมือยัยนั่นให้ขยับเข้ามาใกล้แล้วดึงร่างบางนั่งลงบนตักของผม  

“จะทำอะไร?” ยัยนั่นทำท่าทางไม่ไว้ใจ ผมแอบยิ้มมุมปาก  

วันนี้รู้ซึ้งแล้วว่าการจะเอาชนะใจคนในไร่ของไอหมอกได้ ผมต้องใช้ความพยายามและแลกกับหยาดเหงื่อความเหนื่อยของตัวเองมากแค่ไหน 

ผมไม่อยากเหนื่อยอีกแล้ว 

ดังนั้นผมจึงมีวิธีดีๆ ที่จะทำให้ไอหมอกเป็นเมียถูกต้องตามกฎหมายได้เร็วขึ้น อืม….คิดเรื่องนี้มาทั้งวันแล้ว 

“ไอ้สัตว์ร้าย ทำหน้าชั่วร้ายแบบนั้น คิดอะไรอยู่?” เสียงของไอหมอกดึงสติผมกลับมา คิ้วเล็กขมวดเข้าหากันจนเป็นปม 

“ฉันกำลังคิดว่าฉันอาจจะมีวิธีดีๆ ที่ทำให้ผ่านด่านตาแก๊ปได้เร็วขึ้น” 

“วิธีอะไร?” 

“เสกเด็กเข้าท้องเธอ" 

ปึก! 

หมัดเล็กๆ พุ่งใส่ปลายคางผมทันทีที่พูดจบ ยัยนี่ไม่เคยปรานีผมเลยจริงๆ ผมเป็นผัวยัยนี่แท้ๆ แต่เหมือนเป็นเครื่องมืิอระบายอารมณ์มากกว่า 

เอะอะก็ชก เอะอะก็ต่อย 

"มันเจ็บนะ" ผมลูบแก้มตัวเองย่นหน้าเบ้ ไอหมอกตะเกียกตะกายลงจากตักผมแล้วชี้นิ้วไปที่ประตูห้อง 

"กลับไปบ้านพักของนายเดี๋ยวนี้เลย" 

"ไม่เอา คืนนี้ฉันจะนอนที่นี่ ใครจะไปนอนกับออกัสได้ลง" ผมส่ายหน้าพรืด ที่ผมต้องมาปีนบ้านสาวเป็นเพราะส่วนหนึ่งไม่กล้านอนกับออกัส 

ตอนเด็กอาจจะเคยนอนด้วยกัน แต่ตอนนี้โตกันขนาดนี้แล้ว ใครจะกล้าไปนอนกับหมอนั่น พลิกตัวกลับมาแล้วเห็นหน้าตัวเองนอนอยู่ข้างๆ แล้วมันรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก 

ผมเห็นท่าทางไอหมอกไม่ยินยอมเลยต้องงัดลูกอ้อนออกมาใช้ ยื่นมือไปจับมือเล็กแล้วแกว่งเบาๆ 

"ขอฉันนอนด้วยนะ" 

"นายมันไว้ใจไม่ได้" ไอหมอกหรี่ตาลงพลางแยกเขี้ยว ผมแอบอมยิ้ม ก็วางแผนอยู่เหมือนกันว่าจะเสกเด็กเข้าท้องยัยนี่สักหน่อย 

"สัญญาว่าจะนอนเฉยๆ" 

"ฉันไม่เชื่อ!" ไอหมอกถลึงตาใส่ก่อนจะดึงมือออกไปแล้วยกขึ้นกอดอก หันหน้าหนี 

"ฉันเคยโกหกเธอเหรอ?" 

"ประจำนั่นแหละ!" ไอหมอกสะบัดหน้ากลับมามองค้อนๆ ผมกำลังจะอ้าปากพูดต่อแต่อยู่ๆ ท้องผมก็ส่งเสียงร้องขึ้นมาขัดจังหวะ 

"นายกินอะไรมาหรือยัง?" ไอหมอกปรับสีหน้าแล้วถามขึ้นเมื่อได้ยินเสียงท้องผมร้อง 

ผมส่ายหน้าให้ยัยนั่นก่อนจะมานึกขึ้นได้ว่า.....ตลอดเวลาที่ยุ่งกับสารพัดอึอยู่นั้น ผมยังไม่ได้กินอะไรเลย ไม่รู้สึกหิวสักนิด 

แต่ถึงจะรู้สึกหิวแต่ก็นั่นแหละ ใครมันจะไปกินอะไรลง 

"ตามมานี่" ไอหมอกกระตุกมือผมให้ลุกขึ้นยืนแล้วพาเดินออกจากห้องนอน ด้านนอกมีครัวเล็กๆ อยู่ด้วย ยัยนั่นให้ผมนั่งบนโต๊ะไม้แล้วหันไปอุ่นอาหารให้ 

"ที่นี่บ้านพี่หมอต้นข้าวเหรอ?" ผมกวาดสายตามองรอบๆแล้วถามขึ้น ผมเห็นมีรูปพี่หมอต้นข้าวอยู่ด้วย 

"ใช่ ช่วงที่พี่ต้นข้าวนอนที่หอพัก ฉันจะมานอนที่นี่" ไอหมอกพยักหน้า มือก็สารวนกับการเตรียมอาหาร 

"แล้วปกติเธอนอนที่ไหน?" 

"ที่บ้านพ่อสิ" ไอหมอกยกจานข้าวกับต้มมาวางตรงหน้า ได้กลิ่นอาหารโชยแตะจมูก ความหิวก็พุ่งขึ้นมาจุกอก 

ผมจัดการกับต้มจนหมดถ้วย ไอหมอกก็ถือจานไปล้าง ระหว่างนั่งรออาหารย่อย ผมก็ลอบมองยัยนั่นไปด้วย 

ไอหมอกดูแลผมมานานมาก ยัยนี่คอยปรนนิบัติเหมือนเป็นแม่อีกคนเลย นึกแล้วก็ตลกดี ถ้าเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ จะทำขนาดนั้นเชียวเหรอ ทำแม้กระทั่งเคยซักผ้าให้ใส่ 

ยัยนี่ไม่ได้เกิดมาเป็นเพื่อนผมหรอก แต่เกิดมาเพื่อเป็นเมียผมมากกว่า 

ผมเดินตามไอหมอกเข้านอน ยัยนั่นปิดไฟในห้องแล้วปีนขึ้นมาบนเตียง ทันทีที่ร่างเล็กล้มตัวลงนอนข้างๆ ผมก็คว้ายัยนั่นเข้ามากอด 

"ออสติน! นายบอกว่าจะไม่ทำอะไรไง" 

"กอดเฉยๆ ไม่ได้เหรอ?" ผมถามกลับในความมืด ได้ยินเสียงจิ๊จ๊ะดังมาจากปากเล็กแล้วนึกมันเขี้ยว 

เดี๋ยวก็ทำมากกว่ากอดซะเลย 

"เธอจะปล่อยให้ฉันอดไปอีกหลายวันไม่ได้นะ อย่างน้อยก็ต้องปลอบใจกันบ้าง" ผมบ่นในความมืด รั้งร่างเล็กมานอนซุกอก 

ใจจริงก็อยากจับยัยนี่กดนั่นแหละ เชื่อเถอะว่าถ้าผมกดจริงๆ ยัยนี่ไม่มีแรงปฏิเสธหรอก แต่ที่ไม่ทำเพราะนี่มันเตียงพี่หมอต้นข้าวน่ะสิ ถ้าเขารู้ว่าผมกดน้องสาวบนเตียงของเขา ผมถูกขยี้แน่ 

ในบรรดาแพทย์รุ่นเดียวกับพีี่หมอต้นข้าว เขาเป็นคนเดียวที่ทุกคนหวาดกลัวและไม่กล้ายั่วให้เขาโกรธ 

"อย่าหื่นให้มันมากนักออสติน" 

"ฉันต้องเร่งเสกเด็กเข้าท้องเธอ ถ้าเธอท้องตาเธอจะได้รีบๆ ยกเธอให้ฉัน" 

"ฝันอยู่หรือไง" ไอหมอกทำเสียงดูแคลนกลับมา ผมหลุบตามองยัยนั่นในความมืดแต่ก็ไม่ได้ตอบโต้เพราะเริ่มง่วงนอน 

เพลียหนักจริงๆ 

เช้าวันรุ่งขึ้นผมตื่นขึ้นมาก็ไม่เจอไอหมอกแล้ว ยัยนั่นลุกจากเตียงไปแล้ว ผมรีบลงจากเตียงเดินไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำก่อนจะรีบออกจากบ้านแล้วกลับไปหาออกัส 

รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกจากบ้าน ออกัสไม่อยู่แล้ว สงสัยโดนลากไปดำนาตั้งแต่เช้า 

ผมพยายามเดินหาไอหมอกจนกระทั่งเดินมาถึงออฟฟิศ เห็นไอหมอกนั่งอยู่ที่ม้านั่งใต้ร่มไม้ ผมจึงเดินเข้าไปหา ตอนแรกผมไม่เห็นว่ามีผู้ชายอีกคนอยู่ด้วย 

เดินเข้าไปใกล้จึงได้กลิ่นบุหรี่ลอยมาจางๆ ผมย่นคิ้วเข้าหากันทันที ก่อนจะได้ยินเสียงไอหมอกที่นั่งหันหลังให้ผมอยู่บ่นขึ้น 

"เรส! ฉันบอกนายกี่ครั้งแล้วว่าห้ามสูบบุหรี่ในไร่" 

ผมหยุดเดินพลางหรี่ตามองร่างสูงที่นอนอยู่ในเปลใต้ร่มไม้ ในปากหมอนั่นคาบบุหรี่อยู่ด้วย แต่หมอนั่นนอนหันหัวมาทางผมจึงมองไม่เห็นผม 

"บ่นเก่งตั้งแต่สาวแรกรุ่นยันสาวแก่เลยนะ" 

"นายว่าใครแก่!" 

"ไม่เอาน่าไอหมอก นานๆจะได้เจอกัน หยุดบ่นแล้วหันมาอ้อนฉันจะดีกว่า" 

"อ้อนกับผีนายสิ!" 

ผมยืนฟังทั้งสองเถียงกันแล้วรู้สึกหัวใจมันกระตุกวูบ ทำไมสองคนนี้ถึงได้สนิทสนมกันนัก ผมรู้จักไอหมอกมาตั้งนานแต่ผมไม่เคยเจอหน้าหมอนั่นมาก่อน 

หมอนั่นเป็นใครกัน? 

"ไอ้เด็กระยำ แกหนีพ่อแกมาอีกแล้วเหรอ?" เสียงตวาดของตาแก๊ปดังขึ้น ร่างสูงเดินดุ่มๆ เข้าไปหาหมอนั่นแล้วกระชากคอเสื้อหมอนั่นจนร่างสูงแทบจะปลิวตกเปล 

"เฮ้อ! ยังเป็นตาแก่จอมโหดเหมือนเดิม" แต่แทนที่หมอนั่นจะหวาดกลัว กลับคีบบุหรี่ออกจากปากแล้วยกยิ้มมุมปาก เลิกคิ้วท้าทาย 

สีหน้าของหมอนั่นทำให้ผมชะงักไป บางสิ่งบางอย่างผุดขึ้นมาในใจแล้วมันเหมืิอนกระชากหัวใจผมให้หล่นวูบ 

ข้างตัวไอหมอก ไม่ใช่ผมคนเดียวที่เป็นสัตว์ร้าย 

ถ้าผมเป็นเสือล่าเหยื่อ หมอนั่นก็คงเป็นหมาป่าล่าเนื้อ 

"โทรให้ไอ้ริกเกอร์มารับลูกชายมันกลับไปเดี๋ยวนี้เลย อยู่กับเด็กอย่างแกแล้วประสาทจะกิน" 

"ตอนนี้พ่อกำลังทำใจอยู่ คงมาเมืองไทยไม่ได้อีกนาน" ร่างสูงยักไหล่ รอยยิ้มมุมปากนั่นราวกับกำลังแสยะ 

"ทำไม?" ตาแก๊ปขมวดคิ้วเข้าหากัน 

"เพราะตำแหน่งของพ่อ ถูกผมแย่งมาแล้วไง พ่อกลายเป็นลูกน้องของผมไปแล้ว" หมอนั่นพูดจบก็อัดบุหรี่เข้าปอด ผมไม่รู้หรอกว่าหมอนั่นพูดถึงเรื่องอะไรอยู่ แต่ดูเหมือนตาแก๊ปจะรู้ดี 

"นี่แก...." ตาแก๊ปชี้หน้าหมอนั่นด้วยสีหน้าอึ้งๆ 

"เอาล่ะ ผมมาที่นี่เพราะมีเหตุผล ไม่ใช่เรื่องงานแต่เป็นเรื่องแต่งงาน" หมอนั่นดีดก้นบุหรี่ทิ้งแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง 

ผมยังคงยืนแอบฟังเงียบๆ อยู่ข้างพุ่มไม้ ไม่รู้ทำไมถึงไม่ก้าวขาออกไป ยิ่งรู้ว่าไม่ได้มีแค่ผมที่สนิทกับไอหมอก แต่ยังมีผู้ชายหน้าหล่อบรรลัยคนนั้นอีกคน มันก็ทำให้ผมหงุดหงิดขึ้นมา 

"นายจะแต่งงานเหรอ?" ไอหมอกลุกขึ้นถามเสียงตื่นเต้น หมอนั่นหันมามองไอหมอกแล้วเดินเข้ามาใกล้ยัยนั่น 

จะใกล้กันมากไปแล้ว! ถอยออกไปห่างๆ จากเมียคนอื่นนะ!  

"แน่นอน" 

"เจ้าสาวของนายเป็นใคร?" 

"ก็เธอไง" คำตอบของหมอนั่นทำให้ม่านตาผมขยายออกจากกัน ไม่จริงน่า...  

เมื่อกี้หูฝาดไปหรือเปล่า ไอหมอกจะเป็นเจ้าสาวของหมอนั่นได้ยังไง ยัยนั่นเป็นเมียของผม! 

"นายเพ้อเจ้ออะไร?" 

"เธอลืมไปแล้วเหรอ สัญญาของเราสมัยเด็ก ถ้าฉันได้ตำแหน่งเจ้าหน้าที่พิเศษเมื่อไหร่ เธอจะยอมเป็นเจ้าสาวของฉัน ตอนนี้ฉันได้ตำแหน่งนั้นมาแล้ว"  

"นะ.....นั่นมันสัญญาวัยเด็กที่ฉันพูดเล่นๆ นายจะเอามาจริงจังทำไมเนี่ย!" 

"หึ! แกมาช้าไปแล้ว" ตาแก๊ปที่ยืนฟังอยู่นานพูดขึ้น กระตุกยิ้มแล้วเดินไปนั่งบนเปล 

"ทำไม?" ร่างสูงหันไปถาม ย่นคิ้วนิดๆ 

"ตอนนี้มีไอ้หมอแฝดมันจะมาสู่ขอไอหมอก ดูท่าทางมันเอาจริงด้วย แกคงหมดสิทธิ์แล้ว" ตาแก๊ปพยักพเยิดหน้าไปที่ไอหมอก ยัยนั่นก้มหน้าลงส่วนไอ้หมอนั่นก็หันมามองไอหมอกคิ้วย่น แต่เพียงอึดใจมันก็ปรับสีหน้าแล้วยิ้มเย็นออกมา 

"ตำแหน่งของพ่อ ฉันยังแย่งมาได้แล้วทำไมฉันจะแย่งเธอมาไม่ได้ล่ะ" คำพูดของหมอนั่นทำให้ผมต้องกำหมัดแน่น กรามทั้งสองข้างบดเข้าหากัน 

กล้าแย่งก็ลองดู! 

"เรส!" 

"หึ! ฉันมันพวกชอบล่า อะไรที่ฉันอยากได้ ฉันต้องได้" 

"เออดี! ไอ้หมอแฝดก็สายล่า พวกแกฟัดกันเอาเองนะ ฉันจะได้ไม่เหนื่อย" ตาแก๊ปพยักหน้าหงึกหงัก ไอ้หมอนั่นหันไปมองตาแก๊ปแล้วยิ้มมุมปากก่อนจะขยับเข้ามาหาไอหมอกมากขึ้น มือหนาจับบ่ายัยนั่นแล้วก้มลงมากระซิบบางอย่างข้างหูไอหมอก 

ขณะที่สายตาเย็นชาเยือกเย็นคู่นั้นจดจ้องมาที่ผมพร้อมรอยยิ้มเยาะมุมปาก 

ใช่แล้ว! หมอนั่นมองเห็นผมและรู้ว่าผมยืนฟังอยู่ 

สัตว์ร้ายอีกตัวดูเหมือนจะร้ายกาจกว่าผมแบบทิ้งช่วงห่างไกลลิบเลย 

นั่นคือของจริง! 

ผมตัดสินใจก้าวเข้าไปหาหมอนั่น ปัดมือหนาออกจากบ่าไอหมอกแล้วรั้งแขนยัยนั่นให้ขยับเข้ามาในอ้อมกอดของผม ไอหมอกเงยหน้ามองผมก่อนจะหันไปชี้นิ้วใส่ไอ้หมอนั่น 

“นายหยุดคิดเรื่องนั้นเดี๋ยวนี้เลย ฉันไม่ได้ตกลงว่าจะแต่งงานกับนาย มันเป็นเรื่องสมัยเด็กแล้วคนอย่างนายเคยคิดจริงจังซะที่ไหนล่ะ ทำไมอยู่ๆ ถึงมาคิดจริงจังเรื่องนี้ได้” ไอ้หมอกถลึงตาใส่หมอนั่น ขณะที่ผมยืนจ้องตากับหมอนั่นอย่างไม่มีใครยอมใคร 

อยู่ๆ หมอนี่ก็โผล่เข้ามาในชีวิตของไอหมอกโดยที่ผมไม่เคยรู้เลยว่าหมอนี่มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ด้วย 

คิดแล้วมันน่าเจ็บใจกับความผยองที่คิดว่าไอหมอกไม่มีวันเป็นของผู้ชายคนอื่นหรอก นี่ผมมัวทำอะไรอยู่ตั้งนาน 

“ไง” หมอนั่นเป็นฝ่ายกระตุกยิ้มแล้วทักทายผมก่อน ผมกัดกระพุ้งแก้มตัวเองจนรับรู้ได้ถึงรสชาติของเลือด แววตาของหมอนี่บ่งบอกกับผมว่าผมไว้ใจหมอนี่ไม่ได้แน่  

ผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดาและไม่ยอมใครง่ายๆ ด้วย 

“เฮ้อ! พวกแกสองคนเหมือนเสือกับหมาป่ากำลังแย่งเหยื่อกันอยู่ไม่มีผิด แต่ขอโทษเถอะ หลานของฉันไม่ใช่เหยื่อของพวกแก!” ตาแก๊ปกระซิบลอดไรฟัน ถึงทำให้ผมกับไอ้หมอนั่นถอนสายตาจากกันได้ ผมลืมตัวลงน้ำหนักกับข้อมือไอหมอกแรงขึ้นจนยัยนั่นต้องเบ้หน้า 

“ฉันเจ็บ” 

“ไปกับฉัน” ผมหลุบตามองยัยนั่นแล้วตัดสินใจลากร่างเล็กเดินออกมา ขืนยังยืนอยู่ตรงนั้น ผมกับไอ้หมาป่านั่นต้องกระโดดฟัดกันแน่นอน ต้องมีเลือดตกยางออกกันบ้างล่ะ เห็นหน้าหมอนั่นแล้วสัญชาตญาณสัตว์ร้ายของผมมันลุกฮือขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก 

“ออสติน เดินช้าๆ หน่อยสิ” เสียงร้องของไอหมอกทำให้ผมได้สติ หันกลับไปมองยัยนั่นแล้วหยุดเดิน 

“หมอนั่นมันเป็นใคร ทำไมฉันถึงไม่รู้จักมัน” ผมขมวดคิ้วถามสีหน้าถมึงทึง มือยังกำข้อมือเล็กไม่ยอมปล่อย ราวกับกลัวว่ายัยนี่จะหายไปพร้อมกับหมอนั่น ไอหมอกลากผมไปนั่งบนโต๊ะไม้ใต้ร่มไม้ริมสระน้ำ 

“หมอนั่นชื่อเรส พ่อของหมอนั่นรู้จักกับพวกเรา ปู่ของหมอนั่นสนิทกับตาแก๊ปน่ะ ตอนเด็กๆ พ่อของหมอนั่นชอบพาหมอนั่นมาที่นี่ ฉันกับเขาเล่นด้วยกันบ่อยเพราะรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่ตอนเรียนมัธยม หมอนั่นต้องกลับไปเรียนต่อที่อเมริกาก็เลยไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่” ไอหมอกอธิบาย ผมยังหรี่ตาจ้องหน้ายัยนั่นอย่างจับผิดและไม่ไว้วางใจ 

รู้จักกันตั้งแต่เด็กเชียวเหรอ ยัยนี่ไม่เคยเล่าเรื่องหมอนั่นให้ผมฟังเลยสักครั้งเดียว คิดถึงตรงนี้แล้วมันน่าหงุดหงิด 

“ลูกครึ่งเหรอ ถึงไปเรียนอเมริกา” ผมถามต่อ เท่าที่สังเกต หมอนั่นก็ดูหล่อเหลาดีแต่ดูยังไงก็ไม่เหมือนพวกลูกครึ่ง 

“ไม่ใช่หรอก ปู่กับพ่อของหมอนั่นทำงานอยู่อเมริกาน่ะ เอ่อ….พวกเขาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐในอเมริกา” ประโยคหลังไอหมอกตอบไม่เต็มเสียงนัก เหมือนไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนั้น ผมเข้าใจถึงเรื่องตำแหน่งที่หมอนั่นพูดถึงแล้วล่ะ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่ผมสนใจ สิ่งที่ผมสนในตอนนี้มากที่สุดก็คือเรื่องแต่งงานนั่นมากกว่า 

“แล้วเรื่องสัญญาในวัยเด็กมันหมายความว่ายังไง” 

“เอ่อ…เรื่องนั้นมันเป็นเรื่องสมัยเด็กน่ะ ฉันก็จำไม่ค่อยจะได้ แต่เท่าที่จำได้ตอนนั้นหมอนั่นไม่อยากกลับไปอเมริกาเพราะชอบที่ไร่และอยากเล่นกับฉัน เรสเป็นพวกเข้าหาคนอื่นไม่เป็นและไม่ค่อยมีเพื่อน หมอนั่นก็เลยไม่อยากกลับไป ฉันก็เลยหลอกล่อหมอนั่นว่าถ้าหมอนั่นโตแล้วได้ทำงานในตำแหน่งเดียวกับพ่อของเขาแล้ว ขอให้หมอนั่นกลับมาแล้วฉันจะยอมเป็นเจ้าสาว” ไอหมอกพูดจบก็ยิ้มแห้งๆ  

อย่ามายิ้ม! 

ผมตวัดสายตามองขุ่นขวาง อ้อเหรอ? จะยอมเป็นเจ้าสาวเหรอ เด็กบ้าอะไรคิดได้ถึงเรื่องแต่งงานไม่ทราบ! 

“หมอนั่นก็เป็นคนแบบนั้นแหละ ไม่ยอมใคร นายอย่าไปถือสาเลย” ไอหมอกโบกมือไปมา ผมกัดกรามแน่นแล้วกระซิบลอดไรฟัน 

“ฉันกำลังจะถูกแย่งเมีย เธอยังจะกล้าบอกให้ฉันอย่าไปถือสาอีกเหรอ?” 

“ถ้าหมอนั่นรู้ว่าฉันเป็นเมียนายแล้ว บางทีอาจจะล้มเลิกไปเองก็ได้ คิดว่านะ” ไอหมอกพึมพำเสียงอ่อย ผมไม่พอใจกับคำพูดสุดท้ายเลยจริงๆ 

“คิดว่านะหมายความว่ายังไง?” 

“เรสเป็นผู้ชายที่นิสัยไม่ค่อยดีนักแต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร หมอนั่นก็แค่ชอบแย่งของของคนอื่นเขา ขนาดตำแหน่งพ่อตัวเอง หมอนั่นยังไม่ปรานีเลย”  

 

เปิดตัวหนุ่มเรส ลูกชายของริกเกอร์ ส 

 

ายล่าเนื้อของจริง แต่ แต่ ไม่ใช่ว่าออสตินจะยอมแพ้ราบคาบนะคะ คุณหมอถูกเรสยั่วจนเสียศูนย์และบอกเลิกไอหมอกกลับกลายเป็นสายล่าอีกคนในภายหลังเด้อ 

รอรับสายดาร์กของคุณหมอได้เลยจ้า 

ความคิดเห็น