facebook-icon

ฝากคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

คั่นเวลา : มนารมณ์ชวนคุย เข้ามาอ่านหน่อยนะคะ ^^

ชื่อตอน : คั่นเวลา : มนารมณ์ชวนคุย เข้ามาอ่านหน่อยนะคะ ^^

คำค้น : #ธัญล่าฝันซีซั่น3 #ธัญวลัยxสถาพรบุ๊คส์

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 628

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ธ.ค. 2563 06:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คั่นเวลา : มนารมณ์ชวนคุย เข้ามาอ่านหน่อยนะคะ ^^
แบบอักษร

27 ข้อพิเศษไม่ใส่ไข่ ใส่แต่หัวใจให้คนอ่าน

 

               (1) สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นขอแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการก่อนนะคะ เผื่อใครยังไม่รู้จัก มนารมณ์ จะเรียก มิ้นท์ ตามชื่อเล่นก็เรียกได้ตามสะดวกเลยค่ะ ไม่ต้องมีคำนำหน้าว่า พี่ ป้า น้า อา เพราะมันปวดใจนักเขียนแก่ๆ คนนี้ อุ้ย! ผิดค่ะ เพราะอยากให้รู้สึกถึงความเป็นกันเองต่างหาก ^O^

               (2) มนารมณ์เป็นคนแต่งนิยายเรื่อง ‘ทางแยก (แยกทาง) รัก’ ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 โครงการธัญล่าฝันซีซั่น 3 ที่จัดโดยธัญวลัย X สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์ โครงการนี้เริ่ดมากบอกเลย มิ้นท์ลุ้นหลายรอบประหนึ่งเก็บตัวประกวดนางงาม พอเข้ารอบ Top 10 คือน้ำตาไหลจริงๆ ยิ่งตอนประกาศได้รองหนึ่ง มิ้นท์ประนมมือไหว้ เกียมย่อตัวรับสายสะพายแล้วนะ ภูมิใจมากค่ะ ต้องขอบคุณทางธัญวลัย สถาพรบุ๊คส์ นักอ่านทุกๆ คน ครอบครัว เพื่อนๆ จากใจจริงที่มอบโอกาสดีๆ แบบนี้ให้ ^/\^

               (3) มนารมณ์มีฝันที่แม่ไม่ได้ฝันแต่ตัวเองนี่แหละฝันว่าอยากเป็นนักเขียน มาตั้งแต่เด็กๆ อาจเพราะถูกครูบังคับเขียนเรียงความยาวหนึ่งหน้ากระดาษตั้งแต่ ป.2 เลยรู้สึกว่าการเขียนอะไรยาวๆ มันไม่ได้ลำบากอะไร ในขณะที่เพื่อนค้อนตาเขียวใส่ว่าเป็นนังผิดมนุษย์มนา (เลยกลายมาเป็นมนารมณ์เหรอ? ก็เปล่านะ อะ...ถามเองตอบเองละ เป็นบ้าค่ะ) T___T

               (4) นามปากกามนารมณ์ มีคนเคยบอกว่าน่าจะเป็น มน (หัวใจ) + อารมณ์ รวมกันหมายถึงอารมณ์แห่งหัวใจ แต่ความจริงมิ้นท์เอาตัวอักษรกับสระที่มีเยอะๆ ในชื่อเล่น ชื่อจริง นามสกุล มาเรียงกันแบบไม่มีหลักการเลยได้คำนี้ออกมา เคยคิดจะใช้นามปากกาอื่นด้วยแหละ แต่มีคนใช้ไปแล้วในธัญวลัย แงงงง TOT

               (5) มนารมณ์เริ่มอ่านนิยายวัยรุ่นตอนอยู่ชั้น ม.2 (สิบกว่าปีที่แล้วเอง บ่งบอกอายุ) เข้าวงการเสพนิยายโดยมีเพื่อนชักจูง เป็นบ้าเป็นหลังกับการเช่านิยายร้านหน้าโรงเรียนมาอ่าน (สมัยนั้นค่าขนมน้อย ถ้าซื้อเองทุกเล่มเกรงว่าจะขาดสารอาหารเนื่องจากต้องอดข้าวเช้า ข้าวกลางวัน) เป็นคนอ่านหนังสือเร็ว 1 เรื่อง 1 วัน เช่าตอนเย็น ตอนเช้าเอาไปคืนร้านเช่าได้เลย รักการอ่านหนังสือบันเทิงคดีสุดๆ ชีวิตแฮปปี้ ฮ่าๆๆ

               (6) ด้วยความที่ชอบ (อ่าน) นิยายผนวกกับมีรุ่นพี่ที่โรงเรียนได้เป็นนักเขียนมีหนังสือตีพิมพ์ มิ้นท์เลยมีแรงฮึดจะทำตามฝันตัวเองบ้าง ก็ก๊อกแก๊กๆ แต่งนิยายจบหนึ่งเรื่อง ส่งให้สำนักพิมพ์หนึ่งแต่ไม่ผ่านการพิจารณา ซึมเศร้าไปหลายวัน

               (7) แต่ฝันมันหยุดอยู่ตรงนั้นไม่ได้ สมัยก่อน (น้านนานอยู่เหมือนกัน) มีนิตยสารวัยรุ่นขายดีที่เอ่ยชื่อทุกคนต้องรู้จัก แต่ไม่เอ่ยดีกว่า ^W^ เพิ่มคอลัมน์พิเศษ เป็นนิยายสั้นกลางเล่ม มีแนะนำคนอ่านว่าสามารถส่งไปให้พิจารณาได้ด้วยนะ มิ้นท์ก็แต่งแล้วส่งต้นฉบับผ่านไปรษณีย์ไป (เดินจากโรงเรียนถึงที่ทำการไปรษณีย์ก็เกือบๆ สองกิโลเมตร) เดินไปส่งอาทิตย์ละครั้ง (สมควรได้รางวัลขยันแต่ง) ทว่าแม้แต่เรื่องสั้นยัง...ยัง...ยัง...ไม่ผ่านการพิจารณาค่ะ  

               (8) มิ้นท์ก็ท้อเป็น แต่ไม่ท้อนานหรอกนะ พอขึ้นม.ปลาย เรียนสายวิทย์ แต่เป็นเด็กวิทย์ติดนิยาย ฮี่ๆ *O* มีโครงการประกวดแต่งนิยายวัยรุ่นโครงการหนึ่งเกิดขึ้นปีแรก มิ้นท์ก็ส่งอีก ไม่ต้องเสียเวลาทายค่ะ ไม่ผ่าน ฮ่าๆๆ พอเขาจัดปีที่สองก็ส่งอีก ก็ไม่ต้องทายหรอก ไม่ผ่าน กระทั่งปีที่สาม อยู่ม.หก พอดิบพอดี นิยายผ่านเข้ารอบค่าาาา แล้วดันตรงกับการเตรียมตัวสอบตรงต่างๆ นานา ปั่นนิยายแข่งและอ่านหนังสือเรียนไปพร้อมๆ กัน บ้านหมุนมากช่วงนั้น แต่นับเป็นโชคดีของชีวิตที่นิยายได้เข้ารอบลึกๆ และสอบตรงติดค่ะ ^-^

               (9) แต่พอเข้ามหาวิทยาลัย ความฝันก็ถูกแช่แข็งโดยปริยาย เวลาทั้งหมดถูกการเรียน กิจกรรมแย่งไปจนหมดสิ้น พอมีเวลาว่างเราก็อยากใช้พักผ่อน ซึ่งมันทำให้มิ้นท์รู้สึกแย่นิดหน่อยที่เราไม่ได้ทำตามความฝันทำตามความชอบ

               (10) คณะที่มิ้นท์เรียนเกี่ยวกับสายการศึกษา เรียนห้าปีตามหลักสูตรบังคับ ตลอดห้าปีได้อ่านพวกตำราวิชาการ งานวิจัยเสียมากกว่านิยาย ได้แต่สั่งนิยายมากองๆ ไว้ จนถึงตอนนี้เรียนจบแล้วบางเล่มไม่ได้แตะก็มี TT_TT

               (11) มิ้นท์สอบได้ทุนเลยได้ทำงานใกล้บ้าน คลุกคลีกับเด็กเกือบสิบชั่วโมงต่อวัน กลายเป็นที่มาของ บุริมนาถ การแต่งนิยายจะง่ายและไหลลื่นถ้าหยิบเรื่องใกล้ตัวมาเขียนค่ะ อันนี้แนะนำจริงๆ อย่างตัวมิ้นท์เองที่ไฟการเขียนเริ่มมอดม้วยหลังคร่ำเคร่งเรียนมานานก็ใช้วิธีนี้เข็นตัวเองให้มีกำลังใจแต่ง ü

               (12) ต่อจากข้อ (11) คือ มิ้นท์เรียนที่เชียงใหม่ สถานที่ในนิยายจึงเลือกเป็นที่เชียงใหม่ ที่ที่เราคุ้นเคยและรักมาก ใครไปอยู่เชียงใหม่ มิ้นท์มั่นใจเลยว่าต้องผูกพันมากๆ งือออ พูดแล้วก็คิดถึง อยากไปนั่งกรี๊ดระบายความทุกข์ใจที่อ่างแก้ว (ทำบ่อย ฮ่าๆๆ)

               (13) ทุกสถานที่ในเรื่องมิ้นท์ไปเยือนมาหมดแล้ว ประทับใจสุดก็ดอยอ่างขาง อยากให้ทุกคนได้ไปเที่ยวค่ะ ซากุระสวยสุดๆ อากาศก็ดี คืนที่มิ้นท์ไปกางเต็นท์นอนฝนตกหนักมาก ฝนหน้าหนาวด้วยจ้า นอนตัวสั่นเหมือนแช่น้ำเย็น ถ้าโควิดคลี่คลายเมื่อไหร่แนะนำให้ไปตามรอยปวีร์ บุริมนาถ สหัสวรรษเลยน้าาา YY

               (14) กลับมาที่การตามล่าฝันอีกครั้ง มิ้นท์เห็นประกาศการประกวดช่วงท้ายก่อนปิดรับผลงาน ด้วยความที่อยากปลุกไฟในตัวเองให้กลับมาอยากเขียนอีกครั้งจึงตั้งใจมากว่าจะส่ง แต่พล็อตในหัวมีแสนแปดล้านเก้ามั่กมาก มันเปลี่ยนทุกวันจนมิ้นท์คิดว่าเมื่อไหร่ฉันจะสรุป เมื่อไหร่ฉันจะได้เริ่มแต่ง เมื่อไหร่ฉันจะได้ส่ง งอแงมากตอนนั้น

               (15) หนึ่งในพล็อตที่ร่างโครงเรื่องไปเกือบครึ่งเรื่องเป็นแนวพีเรียดด้วยค่ะ ย้อนยุคสลับกับปัจจุบันด้วย แต่เราไม่มีความแม่นยำในเรื่องช่วงเวลา – เหตุการณ์ตอนนั้น ไม่มีเวลาศึกษาเพิ่มเติมเพราะเดดไลน์กระชั้นชิดมาก ตัดสินใจเท

               (16) หนึ่งในพล็อต (อีกแล้ว) ที่ชอบเหมือนกัน เกี่ยวข้องกับการสูญเสียความทรงจำของตัวละครหลัก แต่ต้องปัดตก ตัดใจไม่เลือกเพราะกลัวซ้ำกับนักเขียนท่านอื่น (พอพูดถึงความทรงจำ ส่วนใหญ่คนจะนึกถึงการเสียความทรงจำก่อนแน่ๆ)

               (17) มิ้นท์คิดพล็อต ทางแยก (แยกทาง) รัก ได้ในช่วงสิบวันสุดท้าย ตีความหัวข้อความทรงจำคู่กับนิยายรักที่เราถนัด จึงออกมาเป็นความรักความทรงจำที่บุริมนาถอยากลืมค่ะ

               (18) อย่างที่บอกไปแล้วว่ามิ้นท์ทำงานประจำ (ถือเป็นการใช้ทุนด้วย) ทำให้มีเวลาแต่งช่วงสองทุ่มถึงตีสี่ พยายามสุดๆ ในครึ่งเรื่องแรกที่ต้องส่ง อาจจะมีคำผิดบ้าง ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ T/\T

               (19) มิ้นท์ส่งต้นฉบับในวันสุดท้าย เวลาหลายทุ่มแล้ว Y_Y จำได้ว่าตอนกดส่งคือร้องไห้ไปด้วย เราอยากกลับไปอ่าน กลับไปแก้ให้มันดีขึ้นอีก แต่สภาพร่างกายไม่ไหวแล้วจริงๆ มึนหัวมาก คืนก่อนหน้าคือโต้รุ่ง ไม่ได้นอน หลัง ไหล่ระบม ถ้าแขนพูดได้คงบอกว่า ‘มิ้นท์พอเถอะ ฉันไหว้’ U_U

               (20) มิ้นท์ไม่เคยบอกใครว่ามิ้นท์จะส่งนิยายเข้าแข่งขัน จนเช้าวันที่ 24 กันยายน (หลังส่งงานแล้ว) โทรศัพท์ไประบายความในใจกับแฟนว่าเสียใจมากที่ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง มิ้นท์อยากแข่งกับตัวเองคนที่เคยผ่านเข้ารอบการประกวดตอน ม.หก เด็กคนนั้น (มิ้นท์นั่นแหละ) ทำได้ แต่ทำไมมิ้นท์ตอนนี้ถึงไม่เก่งเลย แฟนทำหน้าที่ปลอบใจ เขาคงช็อกนิดๆ ว่ามิ้นท์ใช้เวลาว่างทำอะไรแบบนี้

               (21) และวันที่รอคอยก็มาถึงค่ะ ประกาศผลรอบที่ 1 วันที่ 15 ตุลาคม มิ้นท์ดีใจมากที่ทางแยก (แยกทาง) รัก ผ่านเข้ารอบ 30 คน จำได้ว่าตอนนั้นแว้นออกไปซื้อน้ำเต้าหู้กับน้องสาวข้างบ้าน มิ้นท์กรี๊ด นางก็กรี๊ดด้วย กรี๊ดตลอดทางกลับบ้านเหมือนคนบ้า (จริงๆ ก็บ้านั่นแหละค่ะ ไม่ปฏิเสธ) U

               (22) พอผ่านเข้ารอบ มิ้นท์แจ้งให้ครอบครัวและเพื่อนๆ ทราบ ทุกคนยินดีและให้กำลังใจในการสู้ต่อค่ะ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือแฟนของมิ้นท์เอง เขาไม่ใช่คนที่ชอบอ่านหนังสือประเภทนิยายที่ตัวหนังสือติดกันยาวเหยียด แต่เขาจะเป็นฝ่ายสนับสนุน ไม่รบกวนเวลามิ้นท์แต่งนิยาย จะพิมพ์ข้อความส่งกำลังใจมาให้เท่านั้น เขาบอกว่าเชื่อในความพยายามของมิ้นท์ กระทั่งถึงก่อนวันประกาศผล เขาก็ยังเชื่อมั่นแม้มิ้นท์จะลนลาน เอาแต่บ่นว่ายังทำไม่เต็มที่ เขาบอกว่ามิ้นท์จะได้ที่สอง ใช่ค่ะ...มิ้นท์ได้ที่สองจริงๆ เขาดีใจกว่ามิ้นท์เสียอีก

               (23) หลังจากวันนั้นหนึ่งวัน มิ้นท์ที่นิสัยงอแงง้องแง้งเก่งไม่แพ้บัว บุริมนาถก็มีปัญหากับแฟนตัวเอง เราไม่คุยกันตั้งแต่วันพฤหัสกลางคืนกระทั่งถึงเมื่อวาน แต่เขาอัพเดตชีวิตผ่านไอจี เฟซบุ๊กบ่อยกว่าปกติเสมือนรายงานให้มิ้นท์รู้ว่าเขาอยู่ไหน ทำอะไรบ้าง มิ้นท์ได้รับข่าวที่ไม่ค่อยดีนักตอนบ่ายสองครึ่งของเมื่อวาน แฟนมิ้นท์ส่งข้อความมาในแชทบอกว่าเขาประสบอุบัติเหตุเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลต่างจังหวัด (ปกติเราก็อยู่คนละจังหวัดกันอยู่แล้ว เป็นรักทางไกล แต่เขาเกิดเหตุในอีกจังหวัดหนึ่งที่ไกลกว่าเดิมไปอีก) มิ้นท์ยอมรับว่าตกใจมากเพราะนี่เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่เหตุการณ์บุริมนาถรถชนในนิยาย ถ้าเกิดอะไรร้ายแรงกว่านั้นคงไม่มีทางกลับไปแก้ไขอดีต ถ้อยคำสุดท้ายที่พูดกับเขาค่อนข้างเป็นไปในทางลบ มิ้นท์กับครอบครัวปรึกษากันว่าจะเดินทางไปเยี่ยมเขาในวันพุธ

               (24) แต่ชีวิตจริงก็อาจจะคล้ายนิยายได้เหมือนกัน เมื่อเย็นวันนี้ทางโรงพยาบาลสั่งงดเยี่ยมผู้ป่วยตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เนื่องด้วยสถานการณ์โควิดที่กำลังระบาด แน่นอนว่ามิ้นท์ไม่สามารถไปเจอเขาได้ คงได้แต่ส่งกำลังใจผ่านโทรศัพท์ได้เท่านั้น มิ้นท์เสียใจมากแต่สัญญากับทุกคนค่ะว่าจะเข้มแข็ง

               (25) มิ้นท์ขออนุญาตใช้เวลาช่วงนี้ปรับจูนอารมณ์ความรู้สึกตัวเองก่อน พร้อมๆ กับการปรับแก้ไขทางแยก (แยกทาง) รักให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น หากทุกอย่างลงตัว ทุกคนจะได้ร่วมเดินทางไปกับสหัสวรรษ บุริมนาถ ปวีร์ มนารมณ์และธัญวลัยอย่างแน่นอนค่ะ

               (26) สุดท้ายนี้...มิ้นท์ขออวยพรให้ทุกคนล่วงหน้า เนื่องในวาระดิถีปีใหม่ 2564 ที่กำลังจะมาถึงนะคะ ขออ้างคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกที่ทุกท่านนับถือ โปรดดลบันดาลประทานพรให้ทุกคนมีความสุข สุขภาพร่างกายแข็งแรง (เราจะสู้กับโควิดไปด้วยกัน) สุขภาพจิตดี เบิกบานแจ่มใส ใครที่เรียนอยู่ขอให้ประสบความสำเร็จในการเรียน ใครที่ทำงานแล้วก็ขอให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ใครที่ยังว่างงานเพราะพิษเศรษฐกิจก็ขอให้ได้งานใหม่ในเร็ววัน ใครที่มีฝันขอให้ทำตามฝันจนกลายเป็นความจริงในเร็ววัน รักษาเนื้อรักษาตัวนะคะ

               (27) มิ้นท์รักและขอบพระคุณทุกคนจากใจจริงอีกครั้งค่ะ

 

มนารมณ์

28.12.2020 

ความคิดเห็น