email-icon facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่20 : ความห่วงใยของคนที่รัก

ชื่อตอน : ตอนที่20 : ความห่วงใยของคนที่รัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2564 16:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่20 : ความห่วงใยของคนที่รัก
แบบอักษร

ตอนที่20 : ความห่วงใยจากคนที่รัก

 

 

3 วันต่อมา

 

"ไอ้ธัน! ตื่น! ตื่นได้แล้ว มึงรีบพากูไปส่งบ้านเดี๋ยวนี้เลยนะ ไหนบอกจะไปส่งกูตอนเช้าไง ตื่นนน!" ร่างโปร่งเดินไปเข้าหาคนที่นอนหลับอยู่บนเตียง พร้อมกับเขย่าแขนแรงๆเพื่อให้อีกคนตื่น เขาหงุดหงิดไม่น้อยที่ร่างสูงไม่ยอมตื่นขึ้นมาสักที ทั้งที่เมื่อคืนรับปากแล้วแท้ๆว่าจะไปส่งเขาตอนเช้า แต่นี่มันปาเข้าไปเก้าโมงแล้ว อีกฝ่ายยังหลับไม่รู้เรื่องอยู่เลย

 

ใจจริงเขาอยากกลับบ้านตั้งแต่วันนั้นแล้ว แต่ธันวาก็ไม่ยอมให้เขากลับ บอกให้เขาอยู่รักษาตัวให้หายก่อน เพราะอีกฝ่ายบอกโทรไปบอกเฟยหยางให้แล้ว เขาจึงตัดสินใจยอมอยู่ต่อ เพราะดูจากสภาพตัวเองตอนนั้น เขาเองก็ไม่อยากให้ใครเห็นเหมือนกัน

และยิ่งพอได้เห็นรอยแดงบนตัวในกระจก เขาก็ยิ่งไม่อยากออกไปไหน เพราะมันเยอะจนเขาเองก็ตกใจ และตอนแรกที่เห็นเขาโกรธธันวามาก และไม่ยอมคุยกับอีกฝ่ายเลยทั้งวัน ทำให้คนหล่อหงอยเป็นหมาไปเลย แต่มีหรือที่คนอย่างธันวาจะยอมแพ้ต่อความใจแข็งของเขา ร่างสูงทั้งง้อทั้งอ้อนวอนจนเขาต้องยอมใจอ่อนนั่นแหละ ก็อย่างว่าแหละ ถึงเขาจะใจแข็งมากแค่ไหน แต่สุดท้ายก็แพ้พ่ายให้กับผู้ชายที่ชื่อธันวาอยู่ดี

ทั้งคู่จึงได้อยู่ด้วยกันทุกวัน เพราะธันวาเองก็ไม่ได้ออกไปทำงานเหมือนกัน เขาอยู่ดูแลหมอไป๋โดยไม่ยอมออกไปไหน แล้วให้เลขาอย่างเจตเอาเอกสารต่างๆมาให้ที่บ้าน นั่นจึงทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีขึ้นเรื่อยๆ

หมอไป๋ชอบแอบมองเวลาร่างสูงนั่งดูเอกสารอย่างขมักเขม้น และมักจะเผลอยิ้มออกมาบ่อยๆโดยที่เขาก็ไม่รู้ตัว ซึ่งตอนนี้เขาคงต้องยอมรับแล้วล่ะว่าหลงรักผู้ชายคนนี้เข้าแล้วจริงๆ

 

 

"อือ...จะรีบไปไหนของมึง มานอนต่อก่อนมา" ร่างสูงตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ก่อนจะพลิกตัวกลับมาหาแล้วดึงร่างโปร่งเข้าไปในอ้อมกอด

 

"เฮ้ย! ทำอะไรของมึงอ่ะ...ปล่อยนะเว้ย! ปล่อย!" หมอหนุ่มโวยวายเมื่อโดนธันวาสวมกอดแน่น เขาพยายามขัดขื่นและดิ้นเพื่อให้หลุดจากอ้อมแขนแกร่ง แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะอีกฝ่ายกอดรัดเขาแน่นเกินไป

 

"อย่าเสียงดังครับ ขอนอนต่อแบบนี้อีกสักพักนะ" ธันวากระซิบบอกหมอไป๋เสียงแผ่วเบา โดยที่ยังไม่ยอมลืมตาขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ เขากระชับอ้อมแขนกอดคนหน้าหวานแน่นๆ แล้วซุกใบหน้าหล่อลงกับซอกคอขาวอย่างติดนิสัย จากนั้นก็หลับไปพร้อมกับรอยยิ้มมีความสุขที่ฉายชัดอยู่บนหน้า

 

หมอหนุ่มเองก็ขัดขืนอะไรไม่ได้ นอกจากจำยอมอยู่ในสภาพแบบนั้น เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมาหมอไป๋มักจะถูกร่างสูงสวมกอดแบบนี้ทุกคืน ถึงแม้จะขัดขืนยังไง แต่ก็เอาชนะคนเอาแต่ใจอย่างธันวาไม่ได้อยู่ดี จึงได้แต่ปล่อยให้เลยตามเลย เพราะลึกๆแล้วเขาเองก็รู้สึกดีที่ได้อยู่ในอ้อมกอดแกร่งนี้เหมือนกัน

หมอหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะหลับตาลงช้าๆ แล้วปล่อยให้ตัวเองเข้าสู่ห้วงนิทราตามอีกคนไป

 

 

 

 

14:30 น.

"ไป๋ ไป๋ครับ ตื่นได้แล้วนะ" เสียงทุ้มต่ำดังเข้ามาในโสตประสาท แต่ร่างโปร่งก็ไม่มีท่าทีว่าจะรู้สึกตัวง่ายๆ เขาหันหน้าหนีแล้วพลิกตัวไปอีกทาง พร้อมกับดึงผ้าห่มมาห่มแล้วนอนต่อโดยไม่สนใจเสียงดังกล่าวอีก คนมองยืนอมยิ้มแล้วส่ายหัวให้คนหลับ เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวยังมาปลุกให้เขาตื่นอยู่เลยแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับมานอนขี้เซาเองซะงั้น

 

"น่ารักจริงๆเลยนะมึงเนี่ย" ธันวาเอ่ยชมคนขี้เซาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะขึ้นไปนอนอีกฝั่งแล้วบีบจมูกสวยเบาๆอย่างมั่นเขี้ยว จากนั้นก็นอนเท้าคางมองสำรวจใบหน้าหวานด้วยความหลงไหล ทั้งตา จมูก และริมฝีปากบางที่รับกับใบหน้า ทุกสัดส่วนบนใบหน้าหวานมันดูลงตัวจนเขาละสายตาไม่ได้จริงๆ ทุกครั้งที่จ้องมอง มักจะเหมือนคนโดนมนต์สะกดทุกครั้ง

 

แต่แล้วร่างโปร่งก็ค่อยๆรู้สึกตัวขึ้น เจ้าตัวส่งเสียงในลำคอก่อนจะค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา และทันทีที่เห็นใบหน้าหล่ออยู่ใกล้ๆ เจ้าตัวก็รีบเด้งตัวลุกขึ้นมาด้วยอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ขยับถอยห่างจากร่างสูง ใบหน้าหวานดูจะตกใจไม่น้อยที่ชาบหนุ่มเอาหน้าไปใกล้ตนขนาดนี้

"มะ...มึงจะทำอะไรอ่ะ" เอ่ยถามเสียงสั่นด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ

"ฮาๆๆ ตกใจอะไรขนาดนั้น กูแค่จะปลุกมึงไปกินข้าวเอง" ธันวาหลุดขำเมื่อเห็นสีหน้าและท่าทางที่ตกใจของหมอไป๋ เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มแล้วลุกขึ้นนั่งเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย

 

ตลอดสามวันที่ผ่านมาเขามักจะฉวยโอกาสกับอีกคนทุกครั้งที่มีโอกาส ไม่ว่าจะเป็นทั้งกอดทั้งหอม หรือบางทีก็มีแอบจูบบ้างเมื่อรู้สึกอดใจไม่ไหว เขารู้สึกว่าหมอไป๋น่ารักขึ้นเรื่อยๆจนเขาชักจะหลงอีกฝ่ายมากขึ้นไปทุกที ยิ่งได้สัมผัสก็ยิ่งอยากสัมผัสมากกว่าเดิม จนบางทีเขาก็เกือบห้ามใจตัวเองไว้ไม่ไหว แต่ก็ต้องอดทนเพราะอีกฝ่ายยังไม่หายดี แถมเจ้าตัวยังขู่อีกด้วยว่าถ้าเขาฉวยโอกาสทำแบบวันนั้นอีก จะไม่ยอมให้อภัยเขาอีกเด็ดขาด นี่จึงเป็นสาเหตุที่เขาต้องทนระงับอารมณ์ทุกครั้งที่อยู่ใกล้คนหน้าหวาน เพราะเขาคงทนไม่ได้ถ้าต้องถูกอีกฝ่ายเกลียด ฉะนั้นเขาจึงยอมทำทุกอย่างเพื่อรอวันที่หมอหนุ่มพร้อม พร้อมที่จะเป็นของเขาเองด้วยความเต็มใจ ถ้าถึงตอนนั้น เขาสัญญาเลยว่าจะทบต้นทบดอกให้ครบเลยคอยดู...

 

"ละ..แล้วทำไมต้องเอาหน้ามาใกล้ขนาดนั้นด้วยล่ะ เป็นใครก็ต้องตกใจปะ" หมอไป๋เถียงกลับเสียงตะกุกตะกัก เพราะยังตกใจไม่หายกับเหตุการณ์เมื่อกี้

"ก็อยากเห็นหน้ามึงใกล้ๆไง มึงรู้ตัวปะ? เวลามึงหลับอ่ะ...มึงน่ารักมากเลยนะ" ธันวาบอกกลับด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับยื่นมือไปยีหัวคนหน้าหวานเบาๆอย่างเอ็นดู จนหมอหนุ่มถึงกับตัวแข็งทื่อเพราะไม่ชินกับธันวาในโหมดนี้ โหมดที่ดูอ่อนโยนจนส่งผลให้ใจของเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ ตั้งแต่มีอะไรกันวันนั้น อีกฝ่ายก็ดูเปลี่ยนไปมากจริงๆ ดูอ่อนโยนขึ้นและสุภาพกับเขามาขึ้นด้วย

 

"นะ...น่ารักบ้าอะไรของมึง กูไปกินข้าวละ เสร็จแล้วก็ไปส่งกูด้วย" ไม่พูดเปล่า แต่ยังลงจากเตียงด้วยความร้อนรนแล้วรีบเดินตรงไปยังห้องอาหารทันที เพราะถ้าขืนยังอยู่ตรงนี้นานกว่านี้ เขาต้องหัวใจวายตายแน่ๆ

 

ส่วนคนหล่อก็ได้แต่ยืนยิ้ม เพราะชอบมากจริงๆเวลาที่ทำให้คนหน้าหวานเขินจนเสียอาการได้ ยิ่งเห็นหน้าแดงๆเมื่อกี้เขาก็ยิ่งอยากฟัดให้จมเขี้ยว...

 

 

'ไอ้บ้าเอ้ย! ทำไมชอบมาทำแบบนี้กับกูอยู่เรื่อยเลยวะ' หมอไป๋สบถด่าธันวาในใจ ก่อนจะนั่งลงตรงเก้าอี้แล้วเริ่มจัดการกับอาหารที่ธันวาเตรียมเอาไว้ให้ เขาตั้งหน้าตั้งตากินโดยไม่สนใจอะไรอีก ไม่สนแม้กระทั่งร่างสูงที่ยืนยิ้มมองดูเขาอยู่ที่หน้าประตู

 

"มึงน่ารักขนาดนี้...จะให้กูปล่อยกลับบ้านได้ไงล่ะ" ร่างสูงพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับหมอหนุ่ม เขานั่งเท้าคางมองคนหน้าหวานนิ่งๆ แต่อีกฝ่ายก็ทำทีเป็นไม่สนใจแล้วก้มหน้าก้มตากินอย่างเดียว ชายหนุ่มจึงต้องเตือนเพราะกลัวข้าวจะติดคอเอา

 

"ค่อยๆกินสิ เดี๋ยวก็ติดคอหรอก"

"กูอิ่มแล้ว ไปส่งกูได้ยัง" แต่หมอไป๋กลับหยุดกินไปดื้อๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมาคุยกับชายหนุ่ม

"..." ธันวาเงียบไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขามองใบหน้าหวานนิ่งๆแล้วถอนหายใจออกมา

"ถอนหายใจอะไรของมึง ไปส่งกูเดี๋ยวนี้เลย" หมอไป๋บอกพร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้

 

"ยังไม่กลับไม่ได้เหรอ กูยังไม่อยากให้มึงกลับเลยอ่ะ อย่าพึ่งกลับเลยนะ นะครับ" เสียงออดอ้อนดังมาจากปากของชายร่างสูง เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปกุมมือสวยอย่างขอร้อง พร้อมกับใช้สายตาอ้อนวอนคนหน้าหวานตาปริบๆ โดยที่ไม่สนใจเลยว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันขัดกับบุคลิกที่เป็นอยู่มากแค่ไหน

คิดเอาเองละกัน ว่าผู้ชายตัวควายๆมานั่งขอร้องเหมือนเด็กน้อยอายุสองสามขวบมันจะมีสภาพเป็นแบบไหน...

 

"มึงอย่ามาปัญญาอ่อน กูต้องทำงานนะ จะให้มาอยู่กับมึงทั้งวันแบบนี้ไม่ได้" หมอไป๋บอกกลับเสียงจริงจัง ก่อนจะดึงมือตัวเองกลับ

"ก็กูอยากให้มึงมาอยู่ด้วยนิ มึงก็ไปทำงานของมึง แต่แค่ย้ายมาอยู่กับกูไง นะ" ธันวายังคงอ้อนไม่เลิก เขาเดินเข้ามาใกล้ร่างโปร่งมากกว่าเดิม แล้วเอามือสวยทั้งสองข้างมากุมไว้ ส่วนสายตาคมก็จ้องมองดวงตาหวานนิ่งๆ เพื่อส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาต้องการอีกฝ่ายมากจริงๆ

 

"บะ...บ้านกูก็มี จะให้กูย้ายมาอยู่กับมึงทำไม มึงจะบ้าปะ" หมอหนุ่มบอกกลับด้วยท่าทางเลิ่กลัก ก่อนจะหันหลังเตรียมจากเดินไปที่รถ แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักเมื่อได้ฟังพระโยคที่อีกฝ่ายตอบกลับมา

 

"ก็มึงเป็นเมียกูแล้วไง มึงก็ต้องมาอยู่กับกูสิ ทีเวลมันยังย้ายไปอยู่กับไอ้หยางได้เลย จริงปะ"

 

"... มะ..เมียบ้านมึงสิ! กูไม่อยู่โว้ย! กูจะกลับบ้าน มึงได้ยินมั้ยกูจะกลับบ้าน!" หมอหนุ่มอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะหันกลับไปตะคอกใส่ร่างสูงด้วยใบหน่าที่แดงก่ำ จากนั้นก็เดินเร็วๆออกไปจากตรงนั้นทันที ไม่รอให้ร่างสูงได้พูดอะไรต่อ เขาเขินจนทำอะไรไม่ถูก เพราะไม่คิดว่าจู่ๆธันวาจะกล้าพูดออกมาแบบนี้

 

ร่างโปร่งเดินมาหยุดอยู่ที่ห้องรับแขก ตอนนี้ความรู้สึกหลากหลายมันกำลังตีกันอยู่ในหัว ทั้งเขินทั้งอายและทำตัวไม่ถูก แต่แล้วจู่ๆในใจก็พลันหงุดหงิดขึ้นมาซะอย่างงั้น เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าตนกับธันวายังไม่ได้คบกันเลยด้วยซ้ำ แต่อีกฝ่ายก็มาเรียกเขาว่าเมียซะแล้ว มันดูข้ามขั้นจนเขานึกโมโหขึ้นมา

 

'เหอะ! เมียบ้าบออะไรกัน คบก็ยังไม่ได้คบ'

 

 

และแล้วธันวาก็จำใจพาหมอไป๋มาส่งจนได้ เขานั่งหน้าหงอยเป็นหมาป่วยมาตลอดทาง โดยไม่ยอมพูดอะไรกับคนหน้าหวานเลยสักคำ แต่ก็แอบลอบมองอีกฝ่ายอยู่ตลอด จนมาถึงตอนที่หมอไป๋จะลงจากรถนั่นแหละ ธันวาจึงใช้โอกาสนั้นขโมยหอมแก้มเนียนอย่างรวดเร็ว จนหมอไป๋ต้องหันมาตวาดด่าเขาเสียงดัง แล้วรีบลงจากรถไปด้วยใบหน้าหวานที่เห่อแดงเหมือนลูกตำลึง ทำให้ลูกน้องที่เห็นต่างสงสัยในอาการของผู้เป็นนาย เพราะร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นนายรองมีอาการแบบนี้ ส่วนคนบนรถก็ยิ้มชอบใจใหญ่ เพราะวันนี้ถือว่าเขาได้กำไรคุ้มแล้ว ทั้งนอนกอด ทั้งหอมแก้ม เสียดายอย่างเดียวคือไม่ได้เชยชมคนหน้าหวานอย่างสมใจเหมือนวันนั้น

 

 

และทันทีที่หมอไป๋เดินเข้าไปในบ้าน ทั้งเฟยหยางและเวลต่างก็เข้ามาถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น เขาจึงตอบไปว่าทุกอย่างเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด แล้วก็โกหกไปตามน้ำว่าไปเที่ยวกับธันวามา เพราะเขายังไม่อยากให้ทั้งคู่รู้ว่าเขากับร่างสูงมีอะไรเกินเลยกันแล้ว ทุกคู่จึงเบาใจและแยกย้ายกลับไปพักผ่อน

ส่วนหมอหนุ่มก็ไปหาหลงเว่ยที่บ้านพักบอดี้การ์ด เพื่อขอโทษเรื่องที่ตนเป็นต้นเหตุทำให้ต้องมีเรื่องกับธันวา โดยที่หมอหนุ่มไม่รู้เลยว่าการกระทำของเขาได้สร้างความเจ็บปวดให้หลงเว่ยมากแค่ไหน แล้วไหนจะรอยบนคอที่เขาปิดไม่มิดจนชายหนุ่มสังเกตเห็นอีก ทุกสิ่งทุกอย่างมันยิ่งตอกย้ำให้หลงเว่ยเจ็บ เขารู้สึกพ่ายแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม รู้สึกเจ็บปวดและทรมานอย่างแสนสาหัส แต่ก็ทำได้เพียงฝืนยิ้มและบอกผู้เป็นนายว่าไม่เป็นไร เพราะตั้งแต่เด็กจนโตเขาไม่เคยกล้าที่จะบอกความรู้สึกกับอีกฝ่ายเลย ถ้าเขากล้ากว่านี้สักนิด คนที่เขารักคงไม่ต้องตกไปเป็นของคนอื่นแบบนี้ และถ้าเขาไม่ขี้ขลาดแบบนี้ ป่านี้คนที่ได้หัวใจดวงนี้อาจจะเป็นเขาแล้วก็ได้ แต่มันก็คงสายเกินไปแล้ว เพราะคนหน้าหวานตรงหน้าได้กลายเป็นของคนอื่นไปแล้ว...

 

 

 

22:45 น.

 

ติ้ง! ติ้ง! ติ้ง! ติ้ง...

ในขณะที่หมอหนุ่มกำลังนั่งเคลียร์งานอยู่นั้น มีข้อความแชทดังขึ้นมารัวๆ เขาวางเอกสารลงแล้วหันไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ไม่ไกลแทน และพอเห็นว่าเป็นใครรอยยิ้มหวานก็ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าหวานแทบจะทันที

 

ธันวา อภิพงษ์สกุล

คิดถึงจัง

อยากกอดอ่ะ

ฝันดีนะครับ

...

เมีย :)

 

 

'ไอ้เซี้ยธัน! วันนี้มึงยังทำให้กูเขินไม่พออีกรึไงวะ ไอ้บ้าเอ้ยยย!' ในใจก็สบถด่า แต่ใบหน้าหวานกลับปรากฏรอยยิ้มกว้างที่บ่งบอกถึงความรู้สึกของเจ้าตัวออกมาอย่างชัดเจน หมอไป๋ยิ้มเขินจนแก้มแทบฉีก ใจก็เต้นแรงเมื่อนึกถึงเจ้าของใบหน้าหล่อ เขานั่งยิ้มมองโทรศัพท์เหมือนคนบ้า ก่อนจะตัดสินใจพิมพ์ข้อความตอบกลับไปสั้นๆ

 

 

Paixian

เมียพ่องอ่ะ

ฝันดีไอ้เหี้ย :p

 

 

และทันทีที่เจ้าของใบหน้าหวานตอบกลับมา ร่างสูงก็เด้งตัวลุกจากเตียงแล้วรีบเปิดอ่านทันที

 

"หึ ถ้าอยู่ใกล้ๆนี่กูจะจูบให้ปากเปื่อยเลยคอยดู" ร่างสูงแสยะยิ้มแล้วพึมพำกับตัวเองเบาๆ ใบหน้าหล่อเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ถึงหมอหนุ่มจะตอบกลับมาแบบนี้ แต่เขาก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายรู้สึกยังไงกับข้อความที่เขาส่งไป

 

 

 

วันต่อมา...

"หยาง หลงไปไหนอ่ะ ยังไม่ตื่นเหรอ" หมอหนุ่มเอ่ยถามน้องชายที่กำลังนั่งกินข้าว ก่อนจะมองหาร่างสูงของหลงเว่ยที่มักจะมายืนรอเขาเพื่อไปส่งโรงพยาบาลเหมือนทุกวัน

"ออ เมื่อคืนหลงมันขอลาอ่ะเฮีย อาทิตย์นี้ก็ขอหยุดด้วย " มาเฟียหนุ่มตอบกลับ พร้อมกับตักกับข้าวให้เวลไปด้วย ทั้งคู่นั่งกินข้าวด้วยกันเหมือนทุกวัน จนหมอหนุ่มเองก็นึกถึงช่วงเวลาที่ตนอยู่กับธันวาขึ้นมา

 

ป่านี้มันจะตื่นรึยังนะ...ชายหนุ่มถามตัวเองในใจ พลางคิดถึงเจ้าของใบหน้าหล่อไปด้วย

 

"เฮีย! เฮีย! ได้ยินที่ผมพูดมั้ยเนี่ย" มาเฟียหนุ่มตะโกนเรียกพี่ชายเสียงดัง ทำให้คนที่กำลังเหม่อสะดุ้งและหลุดออกจากภวังค์

"ฮะ...ฮะ! ว่าไงนะ"

"เฮียเป็นอะไรรึเปล่าเนี่ย ทำไมวันนี้ดูเหม่อๆ" มาเฟียหนุ่มเอ่ยถามพร้อมกับเลิกคิ้วมองพี่ชายด้วยความสงสัย

"ปะ...เปล่านิ สงสัยเมื่อคืนนอนดึกไปน่ะ วันนี้เลยดูเพลียๆ ว่าแต่เมื่อกี้แกว่าไงนะ" หมอหนุ่มปฏิเสธแล้วเอ่ยถามน้องชายอีกรอบ เพราะเมื่อกี้เขามัวแต่เหม่อจนไม่ได้สนใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูดเลย แล้วเมื่อคืนเขาก็นอนไม่ค่อยหลับเพราะเริ่มไม่ชินที่ไม่มีคนสวมกอด

 

"ผมบอกว่าเดี๋ยวให้อี้จางไปส่งนะ เฮียจะได้ไม่ต้องขับรถไปเองไง" เฟยหยางตอบกลับมา

"ออ ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวเฮียไปเองก็ได้ แค่นี้สบายมาก"

"แน่ใจนะ?"

"อื้ม งั้นเฮียไปนะ แต่...จะทำอะไรก็เบาๆหน่อยก็ดี เฮียสงสารเวลอ่ะ" พูดจบก็เดินอมยิ้มออกไปจากบ้าน ปล่อยให้เวลนั่งหน้าแดงอึ้งอยู่อย่างงั้น

 

"โอ้ย! มึงจะตีกูทำไมเนี่ย!" เสียงร้องของเฟยหยางดังไล่หลังออกมา ทำให้หมอหนุ่มรู้ได้ทันทีเลยว่าอีกฝ่ายโดนเมียสุดที่รักเล่นงานแน่ๆ ก็แหงล่ะสิ ที่เขาแซวไปแบบนั้นเพราะเห็นรอยแดงที่คอของร่างบางไงล่ะ ถึงว่าเอาแต่ก้มหน้ากินข้าวโดยไม่หันมาคุยกับเขา ทั้งที่ปกติเจอหน้ากันก็จะทัก ที่แท้ก็อายที่มีรอยแดงที่คอนี่เอง

 

แต่เอ๊ะ รอยแดงงั้นเหรอ? เมื่อนึกขึ้นได้ก็รีบดึงคอเสื้อตัวเองลง พบว่ารอยที่ธันวาทำไว้ใกล้จะจางหายไปหมดแล้ว แต่เขาก็ยังต้องใส่คอเต่าเพื่อปกปิดมันไว้ เพราะกลัวคนอื่นจะเห็นและแซวเหมือนกัน ไม่รู้ถ้าตัวเองโดนแซวเหมือนที่แซวเวล จะเขินและอายมากขนาดไหน

 

"เลิกคิดๆๆ ไปทำงานได้แล้วไป๋" หมอหนุ่มส่ายหน้าไปมสแล้วพูดบอกกับตัวเอง จากนั้นก็สตาร์ทรถแล้วขับออกจากบ้านไปทันที

ทุกอย่างที่โรงพยาบาลยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง เพียงแต่วันนี้ทุกคนต่างถามไถ่เรื่องที่หมอหนุ่มไปเที่ยวมา เจ้าตัวก็ยิ้มตอบแล้วตอบกลับไปแบบสุภาพทุกคน เพราะเขารู้ดีว่าทุกคนที่นี่ต่างรักและห่วงใยเขา

ส่วนธันวาเองก็ทักมารายงานตัวกับหมอหนุ่มแทบตลอด แถมไม่พอยังแกล้งหยอดจนอีกฝ่ายต้องด่ากลับไปเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอีก ไอ้คนหล่อมันก็เก่งแหละน้อ ทำให้หมอไป๋เขินได้ทุกวี่ทุกวัน

แถมวันนี้คนเอาแต่ใจยังมัดมือชกจะพาหมอหนุ่มไปดินเนอร์ด้วย เจ้าตัวก็เออออยอมไปด้วยนั่นแหละ และถึงอีกฝ่ายไม่บังคับ เขาก็เต็มใจจะไปด้วยอยู่แล้ว เพราะว่าตอนนี้เขาเองก็รักผู้ชายเอาแต่ใจคนนี้ไปมากแล้วเหมือนกัน

 

 

18:00 น.

"จะกลับแล้วเหรอคะคุณหมอ" หญิงสาวพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์เอ่ยถาม เมื่อเห็นหมอหนุ่มถือกระเป๋าเดินออกมา

"ครับ แล้วทุกคนยังไม่กลับเหรอครับ" หมอหนุ่มตอบ แล้วถามพวกเธอกลับไปบ้าง หญิงสาวหลายคนมองมาที่เขาเป็นตาเดียว พร้อมกับสายตาที่ปิดไม่มิดว่าชื่นชอบเขามากขนาดไหน

"อีกเดี๋ยวก็กลับแล้วค่ะ / กำลังจะกลับค่ะคุณหมอ ขับรถกลับดีๆนะคะ" พวกเธอต่างตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มสดใส ทำให้หมอหนุ่มยิ้มตอบกลับไปอย่างเป็นมิตร

"ครับ เช่นกันนะครับ" หมอหนุ่มตอบกลับไปอย่างสุภาพแล้วหันหลังเดินออกจากโรงพยาบาล ปล่อยให้สาวๆยืนกรี๊ดกร๊าดกับความหล่อแบบไร้ที่ติของเขา

 

"อีกสองชั่วโมง น่าจะทันอยู่แหละ" หมอไป๋บอกกับตัวเองเมื่อมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือ จากนั้นก็สตาร์ทรถแล้วขับออกสู่ถนนใหญ่อีกครั้ง

 

 

ติ้ง! ติ้ง! ติ้ง!

เสียงข้อความแชทดังขึ้นมาหลายครั้ง ทำให้หมอหนุ่มต้องยื่นมือไปหยิบเพราะมันวางอยู่เบาะข้างคนขับ แต่พอหันกลับมาก็มีรถที่แซงขึ้นมาจากข้างหลัง ทำให้ต้องรีบเหยียบเบรคกระทันหัน

 

"เฮ้ยยย!"

เอี๊ยดดด! โครมมม!!

 

เสียงรถชนกับดังสนั่นไปทั่ว แต่ยังดีที่ชนกันไม่แรงมากนัก จึงทำให้หมอหนุ่มไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก เขาแค่หัวโขกกับพวงมาลัยจนมันบวมออกมาแค่นั้น และทันทีที่ตั้งสติได้ หมอหนุ่มก็รีบลงจากรถเพื่อไปดูรถคันหน้าทันที

 

ก็อก ก็อก ก็อก

"ขอโทษนะครับ คุณเป็นอะไรรึเปล่าครับ" มือสวยเคาะกระจกเรียก พร้อมกับถามไถ่คนในรถด้วยสีหน้ากังวล ตอนนี้หมอไป๋กำลังร้อนรน เพราะกลัวว่าเจ้าของรถจะได้รับบาดเจ็บ

 

"ผมไม่เป็นไรครับ คุณล่ะเป็นอะไรมากรึเปล่า" แต่แล้วประตูรถก็ถูกเปิดออกมาจากฝั่งคนขับ พร้อมกับเจ้าของร่างสูงที่เดินมาหาหมอหนุ่มด้วยสีหน้ากังวลไม่แพ้กัน แถมบนใบหน้าหล่อยังมีเลือดไหลออกมาจากหางคิ้วด้วย

"ผมไม่เป็นไรครับ ขอโทษที่ขับรถไประวังนะครับ...เอ้ยคุณ! คุณคิ้วแตกนิ! มาครับ เดี๋ยวผมจะพาคุณไปโรงพยาบาลครับ" หมอไป๋ก้มหน้าก้มตาขอโทษอย่างรู้สึกผิด แต่พอเงยหน้าขึ้นมาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายมีเลือดไหล เขารีบดึงแขนแกร่งให้เดินตามไปที่รถ เพื่อจะรีบพาอีกฝ่ายไปทำแผลและเอ็กซเรย์ที่โรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

"ไม่เป็นไรครับคุณ แค่นิดหน่อยเอง" แต่ชายหนุ่มกลับจับมือสวยเพื่อให้หยุดเดิน แล้วเอ่ยบอกด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม

 

"แต่ผมว่าคุณ.."

"ผมไม่เป็นไรจริงๆครับ ผมสิเป็นคนผิดที่อยู่ๆก็ขับแซงขึ้นมา ยังไงเดี๋ยวผมจะรับผิดชอบซ่อมรถให้เองนะครับ" ยังไม่ทันที่หมอไป๋จะได้พูดอะไร เจ้าของใบหน้าหล่อก็พูดขัดขึ้นมาซะก่อน เขาบอกกลับอย่างสุภาพและยิ้มให้หมอไป๋อย่างเป็นมิตร

"ไม่เอาครับ ผมต้องรับผิดชอบสิ ผมเป็นคนขับชนคุณนะครับ" หมอไป๋บอกกลับเสียงจริงจัง พร้อมกับคิ้วเรียวสวยก็ขมวดเข้าหากันอย่างอัตโนมัติ

"ไม่เป็นไรจริงๆครับ ผมจะเป็นคนรับผิดชอบเอง อย่าทำให้ผมลำบากใจเลยครับ นะครับคุณ" หนุ่มหล่อจับมือสวยแล้วเอ่ยอย่างขอร้อง ทำให้หมอหนุ่มต้องจำใจยอมตอบรับกลับไปในที่สุด

"ก็ได้ครับ แต่ให้ผมทำแผลให้นะครับ ผมรู้สึกผิดมากจริงๆ" หมอไป๋บอกกลับสีหน้าเคร่งเครียด เจ้าของใบหน้าหล่อจึงพยักหน้า หมอไป๋เลยเดินกลับไปที่รถแล้วหยิบกล่องยาที่เอาติดรถไว้ออกมา

 

"ทนเจ็บหน่อยนะครับ" เอ่ยบอกด้วยสีหน้ากังวลก่อนจะเริ่มลงทำแผลให้ชายหนุ่มอย่างเบามือ

"ครับ ผมทนได้ครับ" ชายหนุ่มบอกยิ้มๆ พร้อมกับจ้องมองใบหน้าหวานด้วยแววตาเปล่งประกาย จนเวลาผ่านไปเกือบสิบนาทีหมอหนุ่มก็ทำแผลให้อีกฝ่ายจนเสร็จ

 

"เสร็จแล้วครับ อย่าเพิ่งให้แผลโดนน้ำนะครับ ไม่งั้นมันอาจจะอักเสบได้" หมอหนุ่มบอกเตือนชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วง

"ขอบคุณครับคุณ...เอ่อคุณ..."

"ผมไป๋เซียนครับ หรือเรียกไป๋เฉยๆก็ได้" หมอหนุ่มตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเก็บอุปกรณ์เก็บใส่ในกล่องเหมือนเดิม ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกตกหลุมรักคนตรงหน้ามากกว่าเดิม เพราะผู้ชายคนนี้แสนดีและน่ารักสำหรับเขามากจริงๆ

 

"ครับคุณไป๋ ผมคิมหันต์นะครับ หรือเรียกคิมเฉยๆก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ" เจ้าของใบหน้าหล่อตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มเช่นกัน ก่อนจะยื่นมืออกมาเพื่อจะทำความรู้จักกับหมอหนุ่ม

"ครับคุณคิม ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ" หมอหนุ่มเองก็ตอบรับ แล้วยื่นมือสวยไปจับเพื่อทำความรู้จักชายหนุ่มเช่นกัน

"ครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ส่วนนี่นามบัตรผม ยังไงถ้ารถซ่อมเสร็จก็รีบโทรมาบอกผมนะครับ เดี๋ยวผมจะจัดการให้" ชายหนุ่มบอกยิ้มๆก่อนจะหยิบนามบัตรจากกระเป๋าเสื้อยื่นมาให้หมอหนุ่ม

"ครับ ขอบคุณมากนะครับ" หมอหนุ่มเอ่ยขอบคุณจากใจพร้อมกับรับนามบัตรของอีกฝ่ายไว้

"ครับ งั้นผมไปนะครับ" พูดจบก็ก้มหัวให้คนหน้าหวานหนึ่งที แล้วหันหลังเดินกลับไปที่รถของตัวเอง จากนั้นก็สตาร์ทรถแล้วขับออกไปทันที

 

 

"เป็นคนดีจริงๆ" หมอหนุ่มพูดพึมพำกับตัวเองเบาๆพร้อมกับมองนามบัตรของชายหน้าหล่อด้วยความรู้สึกขอบคูณ

 

คิมหันต์ จิตินิรันดร์ภัทร

 

 

แล้ววันนี้หมอไป๋ก็ไม่ได้ไปดินเนอร์กับธันวาตามที่นัดกันเอาไว้ เพราะทันทีที่เขาโทรไปบอกอีกฝ่ายว่าเกิดอะไรขึ้น คนหน้าหล่อก็รีบบึ่งรถมาหาเขาที่บ้านทันที พร้อมกับบ่นว่าทำไมขับรถไม่ระวังอย่างโน้นอย่างนี้ จนรู้เหตุผลที่ขับรถชนเท่านั่นแหละ เจ้าตัวถึงกับหน้าเศร้าไปทันที

 

 

"คราวหลังถ้าขับรถอยู่ยังไม่ต้องตอบกูก็ได้ มึงรู้มั้ยว่ากูเป็นห่วงมึงมากขนาดไหน" คนหน้าหล่อบอกเสียงเศร้าพร้อมกับลูกหน้าผากที่นูนด้วยความห่วงใย ใบหน้าหล่อตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัดที่ต้องเห็นคนที่รักมาเจ็บตัวเพราะตน

"ครับ...กูรู้แล้ว ต่อไปกูจะระวังมากกว่านี้นะ โอเคมั้ย" คนหน้าหวานบอกยิ้มๆ พร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปอ้อนเพื่อให้ชายหนุ่มรู้สึกดีขึ้น แต่ธันวาก็ยังทำหน้านิ่งเพราะเป็นห่วงคนหน้าหวานมากจริงๆ

"อืม...กูรักมึงมากนะ อย่าทำให้กูต้องเป็นห่วงแบบนี้อีก เข้าใจมั้ย?" แต่แล้วธันวาตอบกลับมาเสียงจริงจัง พร้อมกับดึงร่างโปร่งเข้าไปกอดด้วยความห่วงใย

"ครับ กูรู้แล้ว ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะ" หมอไป๋เองก็กอดตอบกลับไปเช่นกัน เพราะรับรู้ได้จากใจว่าผู้ชายคนนี้รักและเป็นห่วงตนมากแค่ไหน แค่นี้มันก็ทำให้เขามีความสุขและไม่กลัวอะไรอีกแล้ว

 

 

 

"หึ ไป๋เซียน หมอไป๋...น่ารักขนาดนี้นี่เอง มึงถึงหลงมากขนาดนี้" หนุ่มหน้าหล่อแสยะยิ้มแล้วมองรูปถ่ายที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยสายตาบางอย่าง เขาหยิบมันขึ้นมาดูทีละใบแล้วฉีกส่วนที่เป็นผู้ชายอีกคนออก ผู้ชายที่เขาเกลียดแสนเกลียด และพยายามทำทุกอย่างเพื่อแก้แค้นครอบครัวของมัน

 

"หึหึ หลงมากก็ดี เพราะยิ่งมึงรักมึงหลงมากเท่าไหร่กูก็ยิ่งอยากได้มากเท่านั้น ดูสิ้...ถ้าคนที่มึงรักต้องกลายมาเป็นของกู มึงจะเจ็บปวดและทรมานมากแค่ไหน แล้วพ่อแม่มึงล่ะจะเจ็บปวดมากมั้ย ที่เห็นมึงลูกชายสุดที่รักอย่างต้องมามึงตายทั้งเป็นแบบนี้ ฮ่าๆๆ" ชายหนุ่มหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับฉีกส่วนที่เป็นรูปผู้ชายที่ตนเกลียดออกเป็นชิ้นๆ จากนั้นก็ใช้เท้าเหยียบซ้ำๆด้วยความโกรธแค้น ความแค้นที่เขาทนเก็บมาตลอดหลายปี แววตาคมแววโรจน์อย่างน่ากลัว เขากำลังจะกลับมาเอาคืนและแก้แค้นพวกมันให้สาสม ให้สมกับที่เขาต้องสูญเสียทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทั้งพ่อแม่ และจะเงินทองมากมายที่เขาเคยมีอีก เขาจะแก้แค้นพวกมัน แล้วเอาคืนสิ่งที่ครอบครัวมันทำกับครอบครัวเขาไว้อย่างสาสม...

 

 

 

To be continued...

แงง มาแล้วนะครับตามสัญญา พระนายคือหวานกันมาก แบบไรท์เองก็หมั่นไส้มากๆอ่ะ แต่ก็น่ารักมากเช่นกัน อิอิ

ส่วนตัวร้ายก็ปรากฏแล้ว ไม่รู้ว่ามันต้องการจะทำอะไรกันแน่ เราต้องมาลุ้นและให้กำลังใจพวกเขากันนะ

และสุดท้ายนี้ไรท์ก็อยากขอบคุณทุกคนมากๆ ขอบคุณที่ไม่ทิ้งกัน ขอบคุณที่หายไปหลายวันก็ยังรอ ขอบคุณที่เข้าใจว่าไรท์ไม่ค่อยว่างเลย ถ้าว่างเมื่อไหร่จะรีบมาลงต่อให้เลยนะ ขอบคุณที่ไม่ทิ้งกันไปไหนนะครับ ร๊ากกกด...😍😘❤️❤️

 

 

ความคิดเห็น