facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ซย่าชูชีแพทย์หญิงในหน่วยลอบสังหารพิเศษแดงดันย้อนเวลามาอยู่ในร่างของคุณหนูเจ็ดที่มีรอยสักอยู่บนขมับ ช่างอัปลักษณ์นัก! แต่ช่างปะไร เธอขอแค่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็พอ แต่โชคชะตากลับไม่ได้เป็นดั่งหวังเมื่อเธอดันไปขโมยตราพยัคฆ์ทองคำของจิ้นอ๋องเข้าให้ ความซวยจึงบังเกิด...

ตอนที่ 40 มอบของที่ทั้งประหลาดและกระอักกระอ่วน! (1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 40 มอบของที่ทั้งประหลาดและกระอักกระอ่วน! (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ธ.ค. 2563 11:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 40 มอบของที่ทั้งประหลาดและกระอักกระอ่วน! (1)
แบบอักษร

 

ซย่าชูชีเข้ามาในประตูใหญ่เคลือบสีแดง จากการเดินนำของฟั่นฉงเหลียง เธอก็ชื่นชมรูปแบบของที่ว่าการอำเภอโบราณ ไม่นานก็อ้อมผ่านฉากกั้นลมของห้องพิจารณาคดี ถึงเรือนลานพักด้านหลัง เห็นนางฟั่นที่นอนอยู่บนตั่งด้วยใบหน้าซีดขาว

นางฟั่นเป็นคนแรกบนโลกใบนี้ที่เธอมาดู

เห็นนางดูผอมหุ้มกระดูกเช่นนี้ เธอก็บรรยายอารมณ์ตัวเองออกมาไม่ถูก แล้ววางมาดด้วยท่าทีของหมอหลวง จับชีพจรถามอาการเสียงเบา แล้วยื่นมือไปกดท้องน้อยของนางฟั่น

“เจ็บหรือไม่”

“เจ็บ เจ็บ เจ็บ...” นางฟั่นครวญคราง

เจ็บน่ะถูกแล้ว ไม่เจ็บสิถึงแปลก

ซย่าชูชีกดลงอีกที่หนึ่ง “ตรงนี้ล่ะ”

“เจ็บ เจ็บมาก โอ๊ยย เจ็บจะตายอยู่แล้ว...”

“ตรงนี้เจ็บกว่าหรือตรงนั้นเจ็บกว่ากัน”

“ฮือ เจ็บหมด...ช่วย...ช่วยข้าด้วย...” นางฟั่นเจ็บจนจอนผมเปียก ร่างกายโค้งงอราวกับกุ้ง ริมฝีปากม่วงหน้าคล้ำเช่นนี้ดูน่าสงสารไม่น้อย

“ท่านหมอฉู่ มีทางรักษาบุตรสาวของข้าหรือไม่” ฟั่นฉงเหลียงไม่ค่อยเชื่อชูชีนัก เห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้รีมฝีปากก็กระตุกเกร็ง คำพูดกลับค่อนข้างถูกกาลเทศะ

ซย่าชูชีรูดแขนเสื้อตั้งใจใช้อุบายให้มึนงง เอ่ยพูดเสียงนิ่ง “มีข้าแซ่ฉู่อยู่ ย่อมรักษาได้แน่นอน”

พอได้ยินคำนี้ อนุอู่ก็คุกเข่าลงพรึ่บให้เธอด้วยน้ำตานองหน้า

“ท่านหมอหลวง ช่วยรักษาบุตรสาวของข้าด้วย ข้ามีนางเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียว”

เธอพยุงนางขึ้น ซย่าชูชีหัวเราะเสียงกังวาน เอียงหน้าถูนิ้วมือไปทางฟั่นฉงเหลียง พูดยิ้มจอมปลอม “คนเป็นหมออย่างข้า ได้รับหน้าที่รักษาราษฎรใต้หล้า เพียงแต่...”

เธอไอเบาๆ ราวกับหมอกังฉิน ฟั่นฉงเหลียงก็เข้าใจในทันที

“ท่านหมอโปรดรักษาอย่างวางใจ ในส่วนค่าตอบแทนนั้น...ข้าน้อยจะพยายาม...ให้เหมาะสมที่สุด”

ซย่าชูชีหยักริมฝีปากล่างหัวเราะหึๆ อารมณ์แจ่มใสทันที ในใจคิดว่า ไม่เอาเงินของขุนนางกังฉินก็น่าเสียดาย แล้วยิ่งเจ้าคนชั่วแซ่จ้าวให้เธอ ‘จัดการเอง’ เป็นเหตุผลที่ ‘ประหยัดใช้จ่ายงานราช’ ไม่ใช่หรอกหรือ เรื่องยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเช่นนี้ทำไมเธอจะไม่ทำเล่า

เธอคิดในใจอยู่นาน เมื่อเล่นตัวพอแล้วถึงได้ถอนหายใจยาว “รักษาอาการป่วยเข้าขั้นวิกฤต ต้องดูอาการโรคถึงจะใส่ยาได้ ลูกสาวของท่านฝ้าเป็นลิ้นสีขาวบาง ชีพจรสั้น ถี่ เต้นเร็ว ตอนก่อนคลอดทำลายช่องคลอดอ่อนทำให้เส้นชีพจรเสียหาย เลือดไหลไม่หยุด เพราะเสียเลือดจึงทำลายหยิน ขณะบำรุงพลังชี่บำรุงเลือด สร้างเนื้อเยื่อเส้นเลือดให้แข็งแรง กลับรักษาอาการเลือดคั่ง จะหายป่วยได้อย่างไร”

“นี่ๆๆ ...เฮ้อ!” ในใจฟั่นฉงเหลียงราวกับเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่กลับต้องแกล้งทำเป็นถีบอกของบ่าวที่อยู่ข้างตัว “เจ้าคนชั้นต่ำอำมหิตนัก ข้าให้เจ้าไปเชิญหมอหลวงดีๆ ทำบุตรสาวข้าเป็นอันตรายเสียดาย”

“ใต้เท้าฟั่น อย่าได้โมโห...”

ใจของซย่าชูชีรู้ดีว่าแค่อาศัยคำพูดพวกนี้จะได้รับความไว้วางใจจากเขา เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว อย่างไรก็ต้องแสดงความสามารถตนเขาถึงจะเชื่อ

หากเปลี่ยนเป็นยุคปัจจุบัน สถานการณ์เช่นนางฟั่น ก่อนอื่นเรื่องที่ควรจะรีบทำคือถ่ายเลือด หยุดเลือด แต่ตอนนี้จะทำอย่างนั้นได้อย่างไร

เธอหยิบเข็มเงินชุดหนึ่งออกมาจากกล่องเครื่องมือแพทย์อย่างเชื่องช้า รวบรวมสมาธิครู่หนึ่ง แล้วยกเท้าเปลือยเปล่าของนางฟั่นขึ้น แทงเข้าที่จุดเส้นลมปราณตับของนาง

แล้วรมยาตรงจุดนี้ เป็นวิธีการหยุดเลือดที่ออกจากมดลูกของผู้หญิงได้ดีที่สุดและเห็นผลทันตา เพียงครู่เดียวสีหน้าของนางฟั่นก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“เลือด รู้สึกว่าจะหยุด หยุดแล้ว”

ซย่าชูชีทำท่าทำทางย้ำไปที่ร่างของนางอีกรอบ แล้วเค้นถึงที่สุด นางฟั่นเองก็ยิ่งตื่นเต้น “ท่านพ่อ ท่านแม่...ลูก ลูกรู้สึกว่าดีขึ้นมากแล้ว...”

“หมอเทวดา หมอเทวดา...!” คนในห้องคุกเข่าลงบนพื้นพร้อมกับร้องไห้พลางตะโกนออกไป

“องค์ชายจิ้นอ๋อง ทรงพระเจริญพันปี ขอบพระทัยองค์ชายพันปี!” ฟั่นฉงเหลียงเองก็ไม่รู้ว่าขอบคุณจ้าวจวินจากใจจริงหรือไม่ หรือตั้งใจแสดงละครต่อหน้าเธอ เขาหันไปทางที่พักแรมคุกเข่าโขกศีรษะหลายครา เสียงโขกดังนั้นคงจะโขกคล่องแคล่วกว่าท่านพ่อท่านแม่ของเขาเสียอีก

ใจของซย่าชูชียิ้มเยาะเย้ย แต่หน้ากลับยิ้มตาหยี

เพราะรังเกียจตัวอักษรที่น่าเกลียดของตัวเอง ทั้งยังขี้เกียจขยับพู่กัน เธอจึงให้ฟั่นฉงเหลียงนั่งตรงหน้าโต๊ะ ส่วนตัวเองก็อ่านออกไปอย่างผ่อนคลาย “ปักคี้แปดเชียน กระดูกปลาหมึกสี่เชียน แต่ละอย่างสามเชียนสองเฟิน รมยาไฟเบาทีแรงที หวงฉินคั่วสามเชียน โสมซานซีหนึ่งเชียนสามเฟิน เฉ่าเหอเชอแปดเชียน... หลังจากทำติดต่อกันสามวัน ข้าจะมาเอายาบำรุงให้แม่นางเพิ่ม”

“ขอบคุณท่านหมอฉู่ที่มอบยาให้”

ในขณะที่สกุลฟั่นขอบพระคุณในความเมตตา ซย่าชูชีก็ออกมาจากเรือนลานพัก ผ่านประตูฝั่งซ้ายข้างที่ว่าอำเภอได้ไม่เท่าไร ก็เห็นบัณฑิตอำเภอหลานที่รีบตามมา

“เจ้าคือ...”

เมื่อบัณฑิตอำเภอหลานเห็นว่าเป็นเธอก็ตกใจนัก ฟั่นฉงเหลียงก็แย่งขัดคำพูดเขา “จื่ออัน ยังไม่รีบขอบคุณท่านหมอฉู่อีก?”

ได้ยินคำพูดของพ่อตา แม้จะรู้สึกแปลกใจนัก บัณฑิตอำเภอหลานก็ไม่ได้เสียมารยาท

“วันนี้ขอบคุณบุญคุณอันยิ่งใหญ่ของท่านหมอฉู่ ข้าแซ่หลานจะตอบแทนในภายภาคหน้าแน่นอน”

ซย่าชูชีที่เดิมมีเจตนาไม่ดี แต่ก็ทนกับความตื้นตันจนน้ำตาร่วงของคนพวกนี้ไม่ได้ จึงเคารพนอบน้อมอย่างเป็นพิธี กระทั่งเขาหันหลังจากไป เธอก็กดเสียงมองไปทางฟั่นฉงเหลียงทันใด “ใต้เท้าฟั่น ข้ามีเรื่องจะพูด ข้าแซ่ฉู่ไม่รู้ควรเอ่ยดีหรือไม่”

ฟั่นฉงเหลียงประสานมือและกำหมัดเคารพ “ท่านหมอฉู่พูดมาเถิด”

ซย่าชูชียกมุมปากอย่างมีความสุข ขยิบตาให้กับแผ่นหลังของบัณฑิตอำเภอหลาน “เมื่อสองสามวันก่อนข้าแซ่ฉู่บังเอิญได้ยินเรื่องสนุกเรื่องหนึ่งเข้า ใต้เท้าฟั่น นางหลิวภรรยาของมือปราบหม่าในว่าการอำเภอของท่าน ดูท่า... กับบุตรเขยลูกสามของท่าน...หึๆ ...”

ฟั่นฉงเหลียงเอ่ยประหลาดใจ “มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ”

เธอไอแค่กเบาๆ ซย่าชูชีเกาจมูกอย่างจนปัญญา “นางหลิวและบุตรสาวของท่านมีไมตรีดีต่อกัน ความสัมพันธ์เช่นนี้บ้านเกิดของข้าแซ่ฉู่เรียกว่า ‘เพื่อนรัก’ ที่เรียกว่า ‘เพราะเพื่อนรัก เป็นเครื่องมืออย่างดีในการแย่งสามี!’ หึๆๆๆ ...ใต้เท้าฟั่น ข้าแซ่ฉู่ขอลา ท่านก็ถือซะว่าข้าพูดมากไปแล้วกัน”

พูดออกไปก็พอ พูดมากไปก็ไร้ประโยชน์ นางหลิวมาลวนลามเจ้าทึ่มของเธอ เธอสวนกลับไปหมัดเดียวก็พอ ไม่ว่าใจของฟั่นฉงหลานจะเชื่อหรือไม่ ก็ต้องไว้หน้าเธอมาก เพราะหน้าน้อยๆ ของเธอ ก็คือหน้าทองคำของจ้าวจวิน พูดให้ชัดก็คือ เธออยู่ในที่ว่าการอำเภอ ด้านหนึ่งคือขายวิชาแพทย์ ด้านหนึ่งคือ ‘สุนัขจิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ[1]’

แต่ใจเธอรู้ดี ขั้นแรกของ ‘พูหลัน’ คือ ‘เชิญท่านลงโอ่ง[2]’ เป็นไปตามแผนของเธอ

แต่เนื่องจากไม่สามารถใส่ยาแรงเกินไปในครั้งเดียว ต่อไปก็ได้แต่รออาการของนางฟั่นหายดีแล้วสองวัน ค่อยดำเนินแผนต่อก็ยังไม่สาย

ขณะนั่งรถลาเธอหยิบค่าตอบแทนหนึ่งร้อยเหลี่ยงที่ขูดรีดจากฟั่นฉงเหลียงออกมา พลางฮัมเพลงอย่างสบายใจกลับที่พักแรม หลังจากแปะป้ายทะ... เทพขิงๆ ให้ตัวเองอย่างเรียบง่าย เธอรู้สึกว่าช่างเป็นวันที่สวยงามลมพัดเย็นสบายเหลือเกิน หญิงสาวรู้สึกปลอดโปร่งไปทั่วทั้งร่าง แต่รถลายังไม่ทันถึงที่พักแรม กลับเห็นรถม้าที่สร้างอย่างงดงามคันหนึ่งกำลังขับเข้าไปในประตูเมืองจากที่ไกลๆ เธอเห็นตัวอักษรบนธงสีดำที่ปลิวไสวใจก็ผวาทันที

“องครักษณ์เสื้อแพรแห่งกองบัญชาการทหารสูงสุด!”

ความคิดเกี่ยวกับองครักษ์เสื้อแพรนี้ ซย่าชูชีรู้จากปากเหมยจื่อมาไม่น้อย ก็สรุปออกมาได้แค่ว่า เทพขิงๆ โรคจิต โคตะระเทพ โคตะระโรคจิต

 

 

------

[1] สุนัขจิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ สำนวนจีน เปรียบเทียบ แอบอ้างบารมีผู้อื่นมาข่มเหงหรือข่มขู่คนอื่น

[2] เชิญท่านลงโอ่ง เปรียบเทียบ เสียทีเพราะแผนตัวเอง

ความคิดเห็น