facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ซย่าชูชีแพทย์หญิงในหน่วยลอบสังหารพิเศษแดงดันย้อนเวลามาอยู่ในร่างของคุณหนูเจ็ดที่มีรอยสักอยู่บนขมับ ช่างอัปลักษณ์นัก! แต่ช่างปะไร เธอขอแค่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็พอ แต่โชคชะตากลับไม่ได้เป็นดั่งหวังเมื่อเธอดันไปขโมยตราพยัคฆ์ทองคำของจิ้นอ๋องเข้าให้ ความซวยจึงบังเกิด...

ตอนที่ 39 จิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือขายวิชาแพทย์!

ชื่อตอน : ตอนที่ 39 จิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือขายวิชาแพทย์!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ธ.ค. 2563 13:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 39 จิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือขายวิชาแพทย์!
แบบอักษร

 

เห็นตัวอักษรแน่นเบียดไม่เป็นระเบียบพวกนั้น จ้าวจวินก็ไม่ได้ตอบกลับเป็นเวลานาน 

สีหน้าของเขาเย็นเยียบ ดำทะมึน หนาวเหน็บ... 

ตรรกะของคนคนนี้ทำให้เธออ่านความคิดไม่ออกเลยจริงๆ 

ซย่าชูชีอ่านอารมณ์ของเขา ทั้งเป็นการราดน้ำมัน 

“นายท่าน คำพังเพยกล่าวได้ดี ทหารไม่อยากเป็นแม่ทัพไม่ใช่ทหารดี ท่านไม่ได้มีความคิดการณ์ใหญ่หรือ...หืม?” 

เขาเหยียดริมฝีปาก มองเธออย่างเย็นชาเงียบงันไม่ได้แสดงความเห็นดังเดิม 

เธอยื่นมือไปบีบนวดไหล่เขา นวดทีบีบที ลากเสียงเล็กใส “นายท่าน ท่านให้ข้าอยู่ คงไม่ได้ให้ข้าแค่บีบไหล่นวดเท้าให้หรอกมั้ง ข้าเข้าใจความกังวลของท่าน สิ่งที่เรียกว่า ทำเรื่องไม่ชอบธรรม ย่อมไม่สำเร็จ เพื่อท่านจึงได้คิดแผนนี้ขึ้น ทำให้ท่านได้นั่งตำแหน่งนั้นอย่าง... ถูกต้องทำนองครองธรรม” 

เธอเพิ่งพูดจบ ข้อมือของเธอก็ตึง คนคนนั้นลากเธอมาไว้ตรงหน้า สายตาที่มองเธอยากจะคาดเดากว่าครั้งไหนๆ เขาค่อยๆ ลุกขึ้น บีบคางเธอเชยขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมา ลมหายใจเบาๆ แทบจะเป่ารดหน้าของเธอ 

“เจ้าเข้าใจข้าขนาดนี้เชียว?” 

ใบหน้าหล่อเหลาที่ใกล้เข้ามาจนทำให้ซย่าชูชีลมหายใจไม่ทั่วท้อง 

“ไม่ใช่เข้าใจท่าน แค่เข้าใจนิสัยคน” 

ประวัติศาสตร์ทั่วไป ใครบ้างไม่อยากเป็นโอรสของฮ่องเต้ 

เมื่อเธอพูดจบ จ้าวจวินก็ปล่อยมือ สะบัดลมหนาวที่อยู่ในแขนเสื้อออก พากลิ่นหอมอ่อนๆ ราวกับกลิ่นหญ้าเขียวสดเข้ามา ได้ยินน้ำเสียงบางเบา จืดจาง หนาวเย็นยากจะจับความรู้สึก 

“เจ้ามีเงื่อนไขอะไร” 

เข้าประเด็นแล้ว ซย่าชูชียิ้มบางเบา “ข้อแรกคืนกระจกให้ข้า ข้อสองปล่อยข้าให้เป็นอิสระ” 

“ข้อแรกได้ ข้อสอง...” เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ชำเลืองมองเธอเย็นเยียบเอ่ยอย่างเมินเฉยว่า “ไม่ได้” 

ฮึ่ย! คนชั่วช้ายังไงก็หน้าด้านหน้าทน หรือจะต้องให้เธอทำงานให้เขาไปตลอดชีวิต 

ซย่าชูชีกัดฟัน ด่าเสียงเบาด้วยความดุดัน “ไอ้กลับกลอก!” 

“เจ้าว่าอะไรนะ” 

แค่กๆ ซย่าชูชีสำลักน้ำลาย แลบลิ้นออกมา “ข้าบอกว่า แฮะๆๆ กับคนอย่างข้าน่ะหรือ นายท่านมีเสน่ห์มากขนาดนี้ เหตุใดข้าต้องจากไปด้วยเล่า” 

ดวงตาของจ้าวจวินหรี่เล็กน้อยแล้วเงียบไปครู่หนึ่ง 

เมื่อเขาเย็นเยียบเช่นนี้ ทำให้รอบด้านเองก็หนาวเหน็บเช่นกัน 

ความจริงแล้ว ซย่าชูชีไม่ใช่คนใจปลาซิวมาแต่ไหน แต่กลับเป็นหญิงใจกล้า 

แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด แม้จะบอกว่าเจ้าคนชั่วช้าแซ่จ้าวหล่อเหลาล้ำเลิศ ก็ไม่ได้มีท่าทางน่ากลัว แต่ทุกครั้งขณะดวงตาราวกับดวงดาวยามค่ำคืน สว่างไสว หนาวเย็บ ลึกล้ำ เพ่งมองอย่างนิ่งเงียบที่อ่านไม่ออก กลับทำให้ใจเต้นรัว ทั้งนี้ความโหดเหี้ยม กลิ่นอายมัจจุราชที่มีกลิ่นคาวเลือด การต่อสู้ การสังหาร ก็มักทำให้เธอหายใจติดขัด 

ขณะเธอใจเต้นจนเกือบจะกระเด็นกระดอนมานอกอกอยู่นาน เขาถึงได้เรียกเสียงเบาอย่างลึกล้ำ 

“เสี่ยวหนูเอ๋อร์...” 

เสียงตะโกนนี้ทำเอาเธอใจสั่นระรัวกัดริมฝีปากพลางเงยหน้าขึ้นมา 

“ข้าอนุญาตทั้งหมด” 

ฟู่! ซย่าชูชีแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก 

บ้าเอ้ย พูดแบบนี้แต่แรกก็จบแล้วไหม จะต้องให้ขู่ก่อนหรือไงกัน 

ขนเธอลุกร่างกายสั่นเทาก้มหน้าหลับตา มองคนหล่อเหลาซึ่งแทบจะไม่มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่ ก็ลูบจมูกอยู่หลายครา พลางไอแค่กเบาๆ เตือนเขาว่าให้พิจารณาข้อด้านล่าง เขาไม่เพียงไม่มีปฏิกิริยา กลับสะบัดแขนเสื้อเผาทำลายทิ้ง 

“นี่ๆๆ ...” 

เธอดึงแขนเสื้อเขาอย่างลนลาน “นายท่าน ข้อด้านล่าง ท่านไม่เห็นหรือ” 

“ตรงไหน” 

เธอชี้ไปยังล่างสุดของหนังสือวางแผนที่เป็นฉบับคัดลอก 

“ค่าใช้จ่ายในการดำเนินแผนการไง นี่น่ะ นี่น่ะ ท่านก็รู้นี้ ทำเรื่องอะไรไม่ต้องใช้เงินบ้าง” 

จ้าวจวินเหยียดมุมปากคล้ายกับรู้นานแล้ว เพียงสำรวจสายตาที่หิวกระหายของเธอ ใบหน้าแช่น้ำแข็งหมื่นปีของเขาแสดงสีหน้าชั่วช้าว่า ‘ข้าเชื่อในความสามารถคนอย่างเจ้า’ แล้วพูดสั้นกระชับว่า 

“จัดการเอง” 

แม้จ้าวจวินจะไม่ได้ออกเงิน แต่ซย่าชูชีก็ไม่ได้รู้สึกท้อถอย 

แต่ไหนแต่ไรเมื่อเงินมาอำนาจก็มี เขาเข้ากับ ‘พูหลัน’ ของเธอ มีค่ากว่าอะไรแล้วไม่ใช่หรือ 

เช้าวันต่อมา เธอปลอบใจเจ้าทึ่มแล้วก็ดำเนินตามแผนขั้นแรก ตรงไปยังที่ว่าการอำเภอชิงกั่ง 

วันนี้เธออกมาทำงานราชการ ใช้รถลาแล้วเดินไปยังถนนใหญ่ที่พรมน้ำแล้ว ดึงดูดสายตาของคนสัญจรไปมา เธอรู้สึกถึง ‘ทำงานราชสวมชุดขุนนางกลับบ้านเกิด’ 

ท้องฟ้าสว่างไสว ลอยละลิ่วซะจริงนะ 

ขณะยื่นกระดาษให้คนเฝ้าประตู ฟั่นฉงเหลียงกำลังฟังเสียงร้องไห้ของอนุอู่ ขณะนั้นก็เดินไพร่หลังไปมาอยู่ในที่ว่าการอำเภอ หมวกขุนนางก็โอนเอนไปด้วย 

“ฮือ ท่านพี่ คิดวิธีช่วยบุตรสาวเถิด” 

อนุอู่ซึ่งร้องไห้เศร้าโศกนั้นไม่ใช่ใครอื่น นางเป็นแม่ของนางฟั่น ลูกสาวแท้ๆ ของนางถูกจินอ๋องตบปากอยู่ถนนส่งสาส์นทั้งยังถูกโบยอีก แม้เด็กในท้องจะคลอดมาแล้ว ชีวิตของนางฟั่นเองก็อยู่ครึ่งๆ กลางๆ เสาะหาหมอและยาดีมาไม่รู้เท่าไร แต่เป็นเพราะร่างกายเสียหายหนัก น้ำคาวปลาจึงยังไหลไม่หยุด เมื่อวานเชิญท่านหมอหัวเมืองจิ่นเฉิงมา เขาบอกว่าคงอยู่ได้ไม่กี่วัน 

“นายท่าน...!” ข้าอำเภอรีบร้อนเข้ามา ไม่ได้ถามสารทุกข์สุขดิบ ก็มอบจดหมายฉบับหนึ่งด้วยตัวสั่นเทา “องค์ชายจิ้นอ๋องให้หมอหลวงของโรงหมอมาดูอาการของคุณหนูสาม...” 

“หา?” 

ฟั่นฉงเหลียงไม่อยากจะเชื่อนัก แต่ตราประทับเต่าที่อยู่บนจดหมายขององค์ชายจิ้นอ๋องกลับเป็นของจริง เขาตกใจจนมือสั่น 

“เร็ว! รีบมาแต่งตัวให้ข้า” 

แม้ตำแหน่งของท่านหมอไม่สูงเท่าเขา แต่เพราะท่านหมอมีคำว่า ‘ฮ่องเต้’ ติดมาด้วย เป็นคนที่เดินทางมาจากในวังหลวง เป็นคนข้างกายขององค์ชายจิ้นอ๋อง นายอำเภอเล็กๆ เช่นเขาจะกล้าเสียมารยาทหรือ 

ยิ่งไปกว่านั้น องค์ชายยังส่งให้คนมารักษาบุตรสาวของตนโดยเฉพาะ เป็นเกียรติเช่นนี้ บรรพบุรุษนอนตายตาหลับแล้วจริงๆ 

เขาออกจากห้องโถงที่สาม บึ่งไปยังประตูหลัก ยังไม่ทันได้มองว่าเป็นใครดี ฟั่นฉงเหลียงก็ประสานมือโค้งตัวคำนับ 

“ท่านหมอฉู่มาถึงแล้ว ข้าน้อยเสียมารยาทไม่ได้ต้อนรับ เสียมารยาทไม่ได้ต้อนรับ” 

“คารวะใต้เท้าฟั่น” 

ซย่าชูชีที่สวมชุดชาย ยิ้มเลียนแบบการคารวะประกบมือของเขา 

“ท่านหมอฉู่ เชิญด้านใน...” เขาส่งรอยยิ้มอย่างเอาใจเพียงเงยหน้าขึ้น ก็พบสายตาจะยิ้มไม่ยิ้มของซย่าชูชี เขาก็ตกใจจนแก้มกระตุก “จะ...เจ้าคือ คือ...” 

“ข้า? ข้าคือใคร? ใต้เท้าฟั่น เหตุใดต้องอ้ำๆ อึ้งๆ” 

เมื่อเห็นแบบชุดสีดำของซย่าชูชี ฟั่นฉงเหลียงก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดองค์ชายจิ้นอ๋องถึงปฏิเสธสาวงามสิบกว่าคนที่เขาส่งไป กลับเอาซย่าชูชีที่ไม่โดดเด่นอะไรมาไว้ข้างกาย 

เขาชอบแบบนี้ หรือนางเป็นหมอหลวงจริงๆ 

ในใจของเขายังคงเก็บความสงสัย แต่ไม่ว่านางจะเป็นใคร ไม่สนว่าจุดประสงค์ที่มาในวันนี้คืออะไร ในเมื่อนางแสดงจดหมายขององค์ชายจิ้นอ๋อง นายอำเภออย่างเขาก็ไม่อาจพูดแทรกได้ 

ความคิดเห็น