facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ในขณะที่เธอเริ่มหมดศรัทธาในความรัก ผู้ชายจอมเผด็จการคนหนึ่งก็ได้ก้าวเข้ามาพร้อมหยิบยื่นความรักครั้งใหม่ให้โดยที่เธอไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะปฏิเสธมัน!

ตอนที่ 36 พี่ไม่น่ารีบออกจากโรงพยาบาลเลย

ชื่อตอน : ตอนที่ 36 พี่ไม่น่ารีบออกจากโรงพยาบาลเลย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ม.ค. 2564 12:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 36 พี่ไม่น่ารีบออกจากโรงพยาบาลเลย
แบบอักษร

ไม่อาจรับคำปฏิเสธจากเธอได้ 

และก็ไม่มีทางจะมองข้ามไปได้ 

สังหรณ์ของเขาแม่นมาก 

เจอคนแบบนี้ครั้งแรกในชีวิตสำหรับเธอแล้ว ยากเกินจะรับไหว แอบไม่รู้ว่าจะจัดการยังไง 

ดื่มน้ำในมือจนหมด เธอหมุนตัววางแก้วลงแล้วหยิบมือถือขึ้นมาเดินตรงไปยังห้องนอน 

พูดไว้แล้วว่าวันนี้จะเริ่มต้นใหม่ งั้นเธอก็ต้องทำตัวให้เข้มแข็ง ชีวิตครั้งที่สองนี้จะไม่ปล่อยให้ตัวเองตกที่นั่งลำบากแบบนั้นอีกแล้ว 

- 

รุ่งเช้าของวันที่ถัดมา วันจันทร์ 

โฟล์คสวาเกน พาสสาท ซีซี คันสีดำค่อยๆ เคลื่อนตัวบนถนนที่มุ่งหน้าไปยังอาคารใหญ่ของสกุลซู 

ฝนที่ตกตลอดทั้งวันของเมื่อวาน ทำให้อากาศในวันนี้ปลอดโปร่งขึ้นมาก 

เฉินฝานซิงลดหน้าต่างข้างที่นั่งคนขับลง แขนข้างหนึ่งเท้ากับหน้าต่างรถเอาไว้ ส่วนอีกข้างบังคับพวงมาลัยอย่างมั่นคง 

เธอสวมถุงมือสีดำ คู่บาง เสื้อกันลมสีคาราเมลห่อหุ้มร่างอันผอมบางเอาไว้ เส้นผมสีดำนุ่มอยู่หลังศีรษะ ท่าทีผ่อนคลาย สุขุมมีภูมิฐาน 

ความเรียบเฉยบนใบหน้าไม่สื่ออารมณ์ใดๆ แม้แต่น้อย ทว่าความดุดันจากนัยน์ตานิ่งเฉย เพิ่มความน่าเกรงขามและท่าทางอวดดี 

รถค่อยๆ เทียบเข้าใกล้ตัวอาคารใหญ่ของสกุลซู เธอเปิดหน้าต่างรถสองมือหักพวงมาลัยค่อยๆ เลี้ยวเข้าไปจอดในลานจอดรถ 

ตอนที่เธอเพิ่งจะคว้ากุญแจและกระเป๋าลงมาแล้วปิดประตู เสียงแตรรถก็ได้แผดดังท่ามกลางโรงรถใต้ดินอันกว้างขวาง 

เธอชะงักฝีเท้าลง หมุนตัวหันไปมองโรลส์ – รอยซ์มอเตอร์คาร์สของซูเหิงที่วิ่งเฉียดร่างของเธอไปจอดอยู่ ณ ที่จอดรถไม่ห่างออกไปมานัก 

ต่อมาคือภาพของซูเหิงที่รีบกระโดดลงมาจากรถเดินไปเปิดประตูที่นั่งตรงข้างคนขับแล้วยื่นมือออกไป จากนั้นมือขาวอ่อนนุ่มงดงามก็ยื่นมาวางลงบนมือของเขา 

เฉินเชียนโหรวในชุดเดรสผ้าสักหลาดกันหนาวตัวเล็กของชาแนลก้าวลงมาจากรถ 

เรือนผมสีชานมจัดแต่งมาอย่างดีสยายปรกหน้า บนใบหน้าเล็กแต่งเติมอย่างธรรมชาติดูพิถีพิถัน เธอยืนอยู่ที่เดิม เหลือบมองมองซูเหิงที่เผลอหลุดยิ้มอ่อนหวานออกมา 

นัยน์ตาของเธอค่อยๆ วูบไหวอย่างไม่มีทีท่าจะหยุดลง เธอหันกายมุ่งตรงไปยังโถงลิฟต์ 

“ฝานซิง” 

เดินได้ไม่ถึงสองก้าว ซูเหิงก็เอ่ยเรียกเธอ 

เธอไม่ยอมหยุด ทั้งมุ่งตรงไปยังหน้าประตูลิฟต์ยกมือขึ้นกดลงบนปุ่มกดอย่างว่องไว 

ซูเหิงและเฉินเชียนโหรวเดินตามเธอเข้ามาหยุดอยู่ข้างหลัง เสียงของซูเหิงดังขึ้นอีกครั้ง 

“ฝานซิง เธอออกจากโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่เห็นบอกฉันสักคำ” 

เฉินฝานซิงไม่แม้จะหันไปมอง ยังคงหันหลังให้แก่ทั้งสองในใจมีแต่ความเย็นชาและถากถาง 

“เราเป็นอะไรกันงั้นเหรอ แล้วฉันจะบอกนายในฐานะอะไร” 

เขาสีหน้าเคร่งขรึม ดวงตาลึกล้ำฉายแววอึดอัดและสับสน 

เฉินเชียนโหรวที่ได้เห็นท่าทางของเขา ก้มหน้าลงขบริมฝีปากเบาๆ แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองตาซูเหิง 

สังเกตเห็นแววตาน้อยใจและอ่อนไหวของหญิงสาวข้างกาย เขาจึงดึงสติกลับมาได้ ก้มหน้าลงยิ้มปลอบใจ 

เฉินเชียนโหรวผ่อนคลายลง ต่อหน้าซูเหิงเธอเอ่ยขึ้นกับแผ่นหลังของเฉินฝานซิงอย่างตะกุกตะกัก 

“พี่คะ พี่ว่ายน้ำไม่เป็น จมอยู่ในน้ำก็ตั้งนาน ไม่ควรจะรีบออกจากโรงพยาบาลนะคะ...” 

เฉินฝานซิงค่อยๆ ดำดิ่งลงสู่ความเยือกเย็น 

ว่ายน้ำไม่เป็น จมอยู่ในน้ำตั้งนาน? 

คนอื่นฟังไม่ออก แล้วเธอต้องฟังไม่ออกด้วยเหรอ 

เฉินเชียนโหรวคงอยากจะเตือนสติเธอจนแทบทนไม่ไหว... 

รู้ทั้งรู้ว่าเธอว่ายน้ำไม่เป็นซูเหิงยังเลือกที่จะช่วยเฉินเชียนโหรวขึ้นมาก่อนอย่างไม่ลังเล ไม่ใช่เธอ! 

นาทีที่ต้องเลือกว่าจะให้ใครอยู่หรือตาย เพียงพอที่จะทำให้เห็นว่าคนที่ถูกทิ้งนั้นช่างน่าสมเพชและเวทนาเพียงใด 

เรื่องนี้มันข้ามผ่านไปไม่ได้ง่ายๆ แค่เริ่มก็ยากแล้ว 

แต่ นึกเหรอว่าเธอจะจมปลักกับเรื่องนี้ไปตลอดชีวิตเหรอ 

แล้วนึกว่าคนอย่างเฉินฝานซิงขาดซูเหิงแล้วจะอยู่ไม่ได้? 

ความคิดเห็น