facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ซย่าชูชีแพทย์หญิงในหน่วยลอบสังหารพิเศษแดงดันย้อนเวลามาอยู่ในร่างของคุณหนูเจ็ดที่มีรอยสักอยู่บนขมับ ช่างอัปลักษณ์นัก! แต่ช่างปะไร เธอขอแค่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็พอ แต่โชคชะตากลับไม่ได้เป็นดั่งหวังเมื่อเธอดันไปขโมยตราพยัคฆ์ทองคำของจิ้นอ๋องเข้าให้ ความซวยจึงบังเกิด...

ตอนที่ 38 หน้าด้านหน้าทนจริงๆ ด้วย!

ชื่อตอน : ตอนที่ 38 หน้าด้านหน้าทนจริงๆ ด้วย!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ธ.ค. 2563 15:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 38 หน้าด้านหน้าทนจริงๆ ด้วย!
แบบอักษร

 

เสียงที่มึนเมายิ่งแหบมากขึ้น ความเย็นชาในน้ำเสียงมีน้อย แต่ความมีเสน่ห์กลับมากขึ้น 

บ้านแม่เจ้าเถอะ นั่นน่ะน้ำล้างเท้าเข้าใจไหม 

เธอก่นด่าเขา แต่เห็นแก่ว่าเขาหล่อขนาดนี้ เธอจึงอดทนถือว่าได้กินเต้าหู้[1]ขาวๆ ของเขาก็แล้วกัน 

เมื่อคิดได้เช่นนี้ เธอก็นั่งยองๆ ก้มหน้าลง กวักน้ำล้างเท้าเขาอย่างไม่ค่อยชำนาญ ชำเลืองมองเขาตลอดเวลา พลางแอบเดาถึงสาเหตุที่วันนี้เขาแปลกไป 

หรือเป็นเพราะการปรากฏตัวของตงฟางชิงเสวียน 

ข้อแรกเป็นไปได้ว่าทำให้เขานึกถึงน้องสาวของต้าตูตูสกุลตงฟาง ถูกรักแรกทิ้งไปเจ็บปวดขนาดนั้นเลยงั้นหรือ ภาพวันเก่าอันหอมหวานในอดีตคงลอยเข้ามา ชักดาบมาตัดน้ำก็ตัดไม่ขาด เลยต้องใช้เหล้าดับทุกข์ ถือโอกาสระบายโทสะใส่สาวรับใช้ผู้น่าสงสารอย่างเธอ? 

ข้อสองอาจเป็นไปได้ว่า ตงฟางชิงเสวียนคือผู้บัญชาองครักษ์เสื้อแพร ที่ฟังคำสั่งจากฮ่องเต้เท่านั้น และฮ่องเต้ก็เป็นเสด็จพ่อแท้ๆ ขององค์ชายสิบเก้า ถ้าตงฟางชิงเสวียนไม่ได้มีใจคิดคด มอบ ‘ชื่อเสีย’ พวกนั้นให้กับเขา คนที่อยู่เบื้องหลังใช้วิธีวางยาจะเป็น... พ่อแท้ๆ เขาหรือไม่นะ 

เธอสั่นสะท้านตกใจจนเงยหน้าขึ้น 

และไม่คิดว่าจะสบเข้ากับดวงตาเย็นชาที่อยู่เหนือตัวเธอคู่นั้น 

“แอบอู้อีกแล้ว?” 

มือใหญ่ข้างหนึ่งยื่นมาดึงคอเสื้อของเธอขึ้น 

แล้วร่างของซย่าชูชีก็อยู่ล้มทับร่างเขาครึ่งหนึ่งทันทีอย่างไม่ทันตั้งตัว กลิ่นกายของชายที่แปลกหน้าและคุ้นเคยลอยเข้ามาในจมูกจนเธอเกือบสำลัก 

“นี่ๆๆ สุภาพบุรุษใช้ฝีปากถกเถียงไม่ใช้กำลังต่อยตี ข้าจะชกเจ้าให้หน้าคว่ำเลยเชื่อหรือไม่” 

สีหน้าของเขาภายใต้แสงไฟสว่างบ้างดับบ้างเย็นชา ใบหน้าแดงอย่างแปลกประหลาด ร่างขาวนวลเนียนแอบส่งกลิ่นหอมรบกวนจิตใจ ปลุกปั่นให้คนอยากเมามายนัก แต่ก็ยังคงแผ่ความหนาวเย็นไปทั่ว 

“อย่านึกนะว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่” 

เขาพูดขึ้นฉับพลัน 

ซย่าชูชีจ้องเขาตาถลน เธอใช้แรงอยากจะคลายมือเขาออกจากคอเสื้อ 

“ท่านรู้แผนของข้า? ชิ อย่ามาขู่ข้าเลย ข้าบอกว่ายังมีอะไรจะพูดไม่ใช่หรือ” 

มือข้างหนึ่งของเขาปล่อยเธอ แล้วแค่นเสียงเย็น นอนเอนบนเตียงหร่วนท่า พลางใช้นิ้วมือนวดหน้าผาก 

“เจ้าทำเถอะ ข้าพร้อมแล้ว” 

พร้อมแล้ว? 

นี่นะพร้อมแล้ว? 

คำพูดนี้ทำให้ซย่าชูชีตกใจยิ่งกว่าเขาพูดว่ารู้ว่าเธอคิดอะไรเสียอีก เธอเหลือบมองเขา กลับเห็นเขาหยิบกาเหล้ามันหยกขาวอยู่บนเตียงหร่วนท่า ดวงตาเย็นชาคู่นั้นหลุบลง ท่าทางเช่นนี้ทำให้เธอสงสัยว่าเขาพูดไปเพราะฤทธิ์เหล้าหรือไม่ 

“นายท่าน... ขออภัยหากข้าต้องพูดตามตรง” 

“หืม?” เสียงมึนเมาเล็กน้อยของเขากดต่ำลงกว่าเดิมไม่ได้อีก “เสี่ยวหนูเอ๋อร์ นวดเท้า” 

ชิ! 

เท้าไอ้ชั่วอย่างแก มีอะไรน่านวดห๊ะ 

ซย่าชูชีเบ้ปากนั่งยองๆ ลงแกล้งทำเป็นเศร้าสลด เอาเท้าที่ล้างสะอาดแล้ววางลงบนหน้าขา นวดๆ กดๆ ไปตามจุดทั้งหมดที่รู้ แล้วต่อหัวข้อเมื่อครู่อย่างสงสัย “ไม่ยักรู้ว่าท่านเป็นพยาธิในท้องข้า” 

คำว่าพยาธิทำลายบรรยากาศดีๆ ไปเสียหมด ทำเอาใบหน้าหล่อเหลาของเขาขมวด เขาที่ดื่มเหล้าอยู่ก็หยุดชะงัก 

“เจ้าทึ่มนั่นของเจ้าโดนนางปักปิ่นบีบก้นไม่ใช่หรือ เลยคิดหาช่องแก้แค้น?” 

คำพูดหยาบคายนั่นออกมาจากปากคนสูงศักดิ์เช่นเขา ทำให้ใจของเธอสั่นอีกครั้ง แต่ใบหน้าเมินเฉยของเขา ท่วงท่างดงามเคร่งขรึม กลับทำให้เธอโมโหหนัก 

“โอ้โห เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ท่านยังรู้” 

แน่นอนว่าเขาไม่ได้ตอบ 

เธอยังคงไม่ถอดใจแล้วถามว่า “นี่ที่ข้าจะพูดคือ ท่านคงไม่ได้ให้... องครักษ์เงามาอยู่ข้างตัวข้าอย่างที่เล่าลือใช่หรือไม่” 

เขากวาดตามองเธอนิ่งแวบหนึ่ง เลิกคิ้วอย่างเกียจคร้าน สุขสมกับการปรนนิบัตินวดเท้าของเธอ ไม่ได้คิดจะตอบ 

อมพะนำอยู่นั่นแหละ น่ารำคาญจริงเลย 

ซย่าชูชีนวดตรงกลางฝ่าเท้าเขาแรงขึ้นเป็นการแก้เผ็ด เมื่อพูดกลับมีรอยยิ้ม “แต่ก็นะ ครั้งนี้ท่านเดาผิดแล้วละ ใช่ เรื่องของเจ้าทึ่มข้าต้องยุ่งสิ แต่นั่นน่ะเป็นแค่ผลพลอยได้ แผนของข้าทุกอย่างน่ะ คิดเพื่อประโยชน์ของนายท่านนะเจ้าคะ” 

เขาตอบอืมเบาๆ พลางหรี่ตาเล็กน้อย “เพื่อข้า?” 

“ใช่ เพื่อท่าน” ซย่าชูชีทำหน้าจริงจังและสัตย์ซื่ออย่างมาก 

จ้าวจวินเม้มปากแน่น สั่งเสียงนิ่งเรียบ “ลองพูดมา” 

ซย่าชูชีแลบลิ้นอย่างมีความสุข ใบหน้าเปล่งประกาย “เรื่องนี้พูดแล้วก็ยาว หากพูดสั้นๆ เกรงว่าด้วยสติปัญญาของท่านจะรับไม่ไหว อย่างนี้นะ วันพรุ่งข้ามีแพลนให้ท่านอย่างละเอียด ถึงเวลาแค่เห็นก็รู้แล้ว” 

ดวงตาเย็นชานุ่มลึกจ้องเธอครู่หนึ่ง เขายกมือใหญ่ข้างที่จับกาเหล้าหยกมันขาววางบนศีรษะของเธอ คล้ายกับลูบสัตว์เลี้ยงตัวน้อย เสียงที่มีกลิ่นเหล้าอ่อนๆ คล้ายกับย้อมกลิ่นหอมและเข้มข้นของเหล้าชั้นดี 

“พูหลันแปลว่าอะไร” 

พรูด! 

เธอไม่สนใจการออกเสียงพิลึกพิลั่นและสายตาที่สงสัยนั่น ซย่าชูชีก็หรี่สายตาหยอกเย้า 

เธอต้องการเห็นผลแบบนี้แหละ 

หนังสือฮอต ภาพฮอต เพลงฮอต ฮอต... สิ่งที่เติมคำว่า ‘ฮอต’ ลงไปมีเยอะมาก เป็นสิ่งที่คนทั่วไปมักไม่เข้าใจ? และสิ่งที่คนทั่วไปไม่เข้าใจคือมันดูแพง ยิ่งใหญ่ มีระดับแล้วยังดูเป็นตะวันตกด้วย จ้าวจวินดูคล้ายไม่เข้าใจเธอแต่ทำไมเขาถึงเข้าใจได้มากขนาดนั้น เธอจึงเหลือแต่วิธีนี้ เธอถึงจะได้มีประโยชน์ในสายตาเขาบ้าง 

คนที่มีประโยชน์ ถึงจะมีชีวิตที่ดีขึ้น 

เมื่อออกมาจากพลับพลาอวี้หวง แม้ใจจะอยู่ไม่สุข แต่ซย่าชูชีก็เปลี่ยนความคิด อย่างไรไปดูห้องเย่ว์อวี้ก่อนสักหน่อย เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้า เธอจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเย่ว์อวี้ไม่มีความสุขนัก มีคำพูดกล่าวไว้ว่าเจอปัญหาหาผู้นำ ไม่สู้หาคนที่รับผิดชอบโดยตรงจะจัดการได้มากกว่า ความริษยาของผู้หญิงตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด ครั้งแรกป้องกันได้แต่ก็ป้องกันไม่ได้ตลอด พี่เย่ว์ไม่มีความสุขแล้วเธอจะมีความสุขได้อย่างไร 

ยามเมื่อเข้าห้อง เย่ว์อวี้ก็ไม่ได้หลับอยู่จริงๆ 

แต่อารมณ์ของนางกลับสงบนิ่งกว่าที่เธอคิดไว้ หรือพูดให้ถูกก็คือนางข่มความรู้สึกราวกับไม่เป็นอะไร นางเพียงดึงมือของเธอ กลับส่งรอยยิ้มปลอบใจ ก่อนจะไปยังกำชับเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเป็นพิเศษ 

“ฉู่ชี เจ้าเองก็คงดูออก อารมณ์ของนายท่านเราใครไปแตะไม่ได้ เฮ้อ เขาชอบที่เจ้ามารับใช้เขา เจ้าน่ะ ก็ยอมตามเขาหน่อยสิ ดมื่อนายท่านอารมณ์ดี ชีวิตของเราก็จะดีขึ้นตาม เข้าใจหรือไม่” 

“เข้าใจเจ้าค่ะ ขอบคุณพี่เย่ว์ที่คิดรอบด้านเพื่อฉู่ชี” 

เธอไม่ได้พูดคำพูดคำอื่นอีก ได้แต่ยิ้มพอเป็นพิธีแล้วจากไป 

เขียนสิ่งที่เรียกว่าแผนงานสำหรับเธอไม่ใช่เรื่องยาก แต่มันยากตรงที่เธอไม่ชินกับการใช้พู่กันโบราณเขียนหนังสือ เธอเขียนมันอยู่หลายรอบ ด้วยตัวอักษรที่ขัดสายตาพวกนั้น ไม่ค่อยเหมาะกับหัวข้อ ‘แผนกลยุทธ์ร่วม’ อันยิ่งใหญ่ของเธอนัก แต่ไม่ว่าอย่างไร เรื่องก็สำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง เพียงแค่วันพรุ่งจ้าวจวินเห็นด้วย เธอก็จะได้กระจกคืนมาแล้วพาเจ้าทึ่มไปหาเงิน ออกไปซื้อบ้านเลี้ยงหนุ่มหล่อ... 

วันรุ่งขึ้น ณ เรือนพักแรม 

จ้าวจวินมองดูกระดาษแผ่นนั้นอยู่หลายรอบ เขานั่งอยู่เก้าอี้ไต้ซือด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง 

“นี่คือพูหลันของเจ้า?” 

ซย่าชูชีพยักหน้ากลั้นขำ ยืนอยู่ข้างเก้าอี้เขา ชี้ไปยังหัวข้อใหญ่หลายหัวข้อที่เป็นหนังสือวางแผน สาธยายตัวเองอย่างไม่เกรงใจ “ขั้นแรกใช้วิธีเดียวกันโต้กลับ... ค่อยดูขั้นที่สองหาโอกาสสร้างชื่อเสียง... แล้วต่อมาก็ขั้นที่สามฆ่าคนปิดปาก มันง่ายๆ สบายๆ เทพขิงๆ ไหมล่ะ” 

 

 

------

[1] กินเต้าหู้ หมายถึง แต๊ะอั๋ง

ความคิดเห็น