facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ซย่าชูชีแพทย์หญิงในหน่วยลอบสังหารพิเศษแดงดันย้อนเวลามาอยู่ในร่างของคุณหนูเจ็ดที่มีรอยสักอยู่บนขมับ ช่างอัปลักษณ์นัก! แต่ช่างปะไร เธอขอแค่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็พอ แต่โชคชะตากลับไม่ได้เป็นดั่งหวังเมื่อเธอดันไปขโมยตราพยัคฆ์ทองคำของจิ้นอ๋องเข้าให้ ความซวยจึงบังเกิด...

ตอนที่ 37 ข้าพร้อมแล้ว!

ชื่อตอน : ตอนที่ 37 ข้าพร้อมแล้ว!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ธ.ค. 2563 15:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 37 ข้าพร้อมแล้ว!
แบบอักษร

 

เอ๋ คนคนนี้นี่! 

ซย่าชูชีร้อนรน “ข้ายังพูดไม่จบเลย...” 

เขาหันกลับมา สายตาแฝงความเย็นเยียบ 

“เรื่องของเจ้า สำคัญกว่าเรื่องด่วนของข้าหรือ ตามมา!” 

ซย่าชูชีสบตากับเขาคล้ายกับเข้าใจ หรือว่าไม่สะดวกพูดที่นี่ 

ที่นี่ก็มีแต่เธอ แล้วก็เย่ว์อวี้ หรือเขาไม่เชื่อใจแม้กระทั่งเย่ว์อวี้ 

เฒ่าหมาป่า 

เธอเดินตามเขากลับพลับพลาอวี้หวง พบเจิ้งเอ้อร์เป่าหน้าประตู เธอซ่อนตัวด้านหลังฟังข่าวของเจ้าทึ่มจากเขา ถึงได้วางใจเข้าห้อง แต่รอไปรอมาเจ้าคนชั่วแซ่จ้าวเอาแต่พิงอยู่ตรงนั้นอย่างเกียจคร้าน หยิบหนังสือเล่มหนึ่งมาอ่านอย่างสง่าผ่าเผย ราวกับลืมเรื่องที่เธอจะพูดไปนานแล้ว 

ไอ้ชั่ว หน้าฉาบปูนจริงจังเคร่งขึมเหลือเกิน 

ในใจด่าว่าปากกลับอ่อนโอน “นายท่าน ข้ามีเรื่อง...” 

“หืม?” เขามองขึ้นมาด้วยสายตาเย็นเยียบ ดูท่าไม่อยากฟังอย่างเห็นได้ชัด 

ได้ เขาคือนายท่าน 

ข้าเคยพูดบางครั้งก็ต้องอ่อนโอน มันคือความสูงสง่าในการโอนอ่อน 

“นายท่าน ที่ข้าอยากพูดคือ เรื่องด่วนของท่านคืออะไรงั้นหรือ” 

เขาตอบอืมเสียงนิ่งเรียบ จ้าวจวินคล้ายกับพอใจ “ไปเปลี่ยนน้ำล้างเท้า มานวดเท้าให้ข้า” 

“ข้า? ให้ข้าล้างเท้าให้ท่าน เข้าใจอะไรผิดหรือไม่” 

ซย่าชูชีเกือบจะกัดลิ้นตัวเอง 

คิดถึงเมื่อชาติก่อนเธอเคยเจอบทลงโทษแบบนี้ที่ไหนกัน ยังนวดเท้าให้เขาอีก ไม่นวดคอเขาหักก็ดีเท่าไรแล้ว 

เขาเปิดหน้าหนังสือกลางฝ่ามือแล้วชำเลืองมองเย็นชา “ฝืนใจ?” 

ในใจเธอรู้ดีว่าดวงเธอชงกับคนผู้นี้ คำปฏิเสธของซย่าชูชีจุกอยู่ตรงคอ จะยอมก็ไม่ได้ ไม่ยอมก็ไม่ได้ จึงตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น 

“นายท่าน!” เสียงตะโกนเนิบนาบดังขึ้น เย่ว์อวี้เดินเข้ามาดึงซย่าชูชี เอ่ยกลั้วรอยยิ้มว่า “ฉู่ชีเพิ่งมาไม่เข้าใจกฎระเบียบ สองวันนี้ข้าจะสอนนางให้ดี วันนี้ให้ข้าล้างก่อนเถิด เรื่องพวกนี้ข้าทำจนชินแล้ว เพื่อไม่ให้นางขาดตกบกพร่อง ยังรับใช้ไม่ได้เจ้าค่ะ” 

ซย่าชูชีรู้สึกซาบซื้งแวบหนึ่ง แต่เจ้าจวินกลับเอ่ยอย่างเลื่อนลอย “อ้อ? เจ้าจะทำ?” 

เย่ว์อวี้ยิ้มบางๆ ส่งสายตาให้กับเหล่าเด็กรับใช้ในห้อง 

“นี่ก็ดึกแล้ว นายท่านควรพักผ่อน พวกเจ้าไปกันเถอะ” 

“เจ้าค่ะ” 

ซย่าชูชีผ่อนลมหายใจคิดจะเดินไป พอเงยหน้าขึ้นกลับเห็นดวงตาเยิ้มเล็กน้อยของเขา ทำสีหน้าลุ่มลึกยากจะคาดเดา 

“เรื่องของข้า ให้เจ้าเป็นคนจัดการเองตั้งแต่เมื่อใด” 

พรึ่บบบ! 

เสียงเหน็บหนาวที่เสียดแทงกระดูกลอยเข้ามาในหูทุกคำ เหล่าสาวรับใช้ต่างเข้าใจอารมณ์ของเขาดี จึงทยอยคุกเข่ากับพื้น 

“นายท่าน โปรดระงับโทสะด้วย!” 

จ้าวจวินยืนอย่างเชื่องช้า จ้องมองเย่ว์อวี้ที่ฝังหน้าลงเล็กน้อย หนังสือที่ม้วนเล่มนั้นเคาะหัวของนางเบาๆ ใช้น้ำเสียงต่ำอย่างยโส พร้อมกับความน่าสะพรึงที่อธิบายไม่ถูก 

“ไป!” 

เย่ว์อวี้เงยหน้าขวับ หน้าซีดฉับพลัน 

แล้วใบหูก็ร้อนทันใด นางอับอายและน้อยใจ 

นางรับใช้จ้าวจวินมาสิบกว่าปี มีใจจะเติบโตพร้อมกับเขา แม้นิสัยของเขาเย็นชาแปลกประหลาด กลับไม่ค่อยบันดาลโทสะ ทำผิดอะไรก็ได้รับโทษหนักน้อยครั้ง และไม่เหมือนวันนี้ที่ตำหนินางต่อหน้าผู้คน นางกัดริมฝีปาก เดินก้มหน้าตามเหล่าเด็กรับใช้ออกจากพลับพลาอวี้หวง ออกมาถึงหน้าประตูได้เพียงครู่ นางก็เหยียบชายกระโปรงอย่างใจลอย แล้วล้มลงไปกองกับพื้นอย่างแรง 

เหมยจื่อพยุงนางด้วยความลนลาน “พี่เย่ว์อวี้ ท่าน...” 

นางนั่งงอเข่ากับพื้นอยู่นาน น้ำตาพรั่งพรูหยดลงพื้นโคลน 

“พี่เย่ว์อวี้...” เหมยจื่อดึงแขนเสื้อมาเช็ดให้นาง “อย่าเศร้าไปเลย วันนี้นายท่านอารมณ์ไม่ดี ท่าน...” 

“เหมยจื่อ” เย่ว์อวี้ขัดคำพูดนาง สูดจมูกแล้วหยัดตัวขึ้น เช็ดน้ำตาให้แห้ง แล้วเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มปกติ “ไปช่วยฉู่ชีเตรียมน้ำที่ห้องครัว นางไม่คุ้นชินกับนิสัยนายท่าน กลัวว่าจะทำได้ไม่ดี แล้วยั่วโมโหให้เขาไม่สบอารมณ์” 

“เจ้าค่ะ!” 

เหมยจื่อมองแผ่นหลังนางที่จากไปไกล ทำปากงอง้ำแล้วเดินไปห้องครัว 

เมื่อซย่าชูชียกน้ำล้างเท้าเข้ามาเปลี่ยนในห้อง ในใจของเธอยังคงเต้นระทึก เธอรู้จักจ้าวจวินได้ไม่นาน แต่อารมณ์ของเขาส่วนใหญ่ก็ใจเย็น แม้จะจัดการพวกเขาก็ดูเต็มใจ เป็นวิธีจัดการที่ทำให้คนยากจะพูดว่าเป็นความทุกข์ใจออกมา คล้ายกับว่าใช้ท่าทางน่าเกรงขามของนายท่านเป็นครั้งแรก คิดถึงสิ่งที่เหมยจื่อกำชับอยู่ในห้องครัวเมื่อครู่ ทำให้เธอหนาวเหน็บ เหงื่อเปียกขึ้นที่ด้านหลัง 

ได้ 

ข้าเป็นคนมีน้ำใจดั่งมหาสมุทร ไม่ได้รอบรู้เหมือนราชามัจจุราชคนนั้นก็พอแล้ว 

ก็แค่ล้างเท้าไม่ใช่หรือไง เรื่องใหญ่อะไรนักหนา เธอให้เกียรติหน้าตาของท่านอ๋องของสังคมศักดินาก็แล้วกัน 

“นายท่าน น้ำมาแล้ว” 

จ้าวจวินเอนอยู่บนเตียงหร่วนท่าที่สลักด้วยไม้ฮวาหลียังคงทำหน้าตึงเย็นชาถือดี แต่สายตากลับไม่ได้ฉุนเฉียวอย่างเมื่อครู่แล้ว 

“รู้ความผิดแล้ว?” 

เสียงของเขาทุ้มต่ำ คล้ายกับกำลังต่อว่าเธอแต่ก็ไม่ได้คิดจะจัดการเธอจริงๆ ซย่าชูชีชำเลืองมองของแวบหนึ่ง แล้วก็เข้าใจในทันที เขาใช้เธอและไม่ได้จะจัดการกับเธอจริงๆ แค่เธอไปยั่วโมโหท่าทางน่าเกรงขามของท่านอ๋องอย่างเขา เลยต้องลดระดับลงมา 

“นายท่าน ข้าก็ทำความดีชดเชยอยู่ไม่ใช่หรือ มา ข้ามาล้างเท้าแล้ว” 

ใบหน้าฝืนของเธอยิ้ม ไม่ได้มีความกลัวอะไรนั่นนานแล้ว 

เขามองมาด้วยใบหน้าอารมณ์แปรปรวน 

“ข้าจะบอกท่านเลยนา ชั่วชีวิตข้านี้ ขนาดท่านพ่อข้ายังไม่เคยล้างเท้าให้เลย ท่านน่ะ โชคดีเลยนะ ท่านเป็นผู้เบิกฟ้าคนแรก คงแอบดีใจอยู่ละสิ” เธอถอดรองเท้าหนังยาวสีดำ ถอดถุงเท้าผ้าดิ้นสีขาวออก ซย่าชูชีสะกดกลั้นความน้อยเนื้อต่ำใจ ซ่อมแซมความมีเกียรติที่ตัวเองโดนทำร้ายอย่างหนัก เธอไม่ได้พูดว่าจริงๆ แล้วชาติก่อนเธอไม่มีพ่อ จึงไม่ได้โชคดีล้างเท้าให้เขา 

เธอเอาแต่พูดเจื้อยแจ้ว ส่วนจ้าวจวินก็ไม่ตอบอะไร 

กระทั่งเธอวางเท้าเข้าไปในน้ำอุ่นแล้วเงยหน้าขึ้นมาอีก กลับเห็นว่าอารมณ์ที่เขาจ้องมองเธอแปลกพิกล 

“นี่ ตาท่านเป็นหนอน หรือหน้าข้าเป็นดอกไม้กัน” 

“ไปเอาเหล้าด้านหลังฉากกั้นมาให้ข้า” เขาพูดเรียบนิ่ง 

เธอฮึดฮัดอย่างไม่พอใจ หันหลังเดินไป ใจก็ครุ่นคิดว่าจะพูดแผนการของตัวเองอย่างไรดี และเกลี้ยกล่อมเขาได้ 

“นี่เจ้าค่ะ” 

เธอก็ยื่นกาเหล้าหยกมันขาวให้เขา 

แล้วในห้องก็มีกลิ่นเหล้าจางๆ ลอยละล่องอย่างรวดเร็ว 

“เหล้านี้หอมจริง ชื่อว่าอะไรงั้นหรือ” 

เขาไม่ได้ตอบเอ่ยเสียงทุ้ม “ดีจริง เจ้าไม่ได้ใส่สารหนู” 

เธอกรอกตากอดอก “อย่าสงสัยคุณธรรมในตัวข้า ในยุทภพนี้คนเรียกข้าว่าเสี่ยวจูเก๋อหมอเทวดาหน้าหยก ถึงต้องแอบใช้วิธีสกปรกเช่นนี้งั้นหรือ” 

จ้าวจวินประทานดวงตาเย็นชาที่บอกว่า ‘เจ้าเป็นเช่นนั้น’ ให้เธอ แล้วดื่มเหล้าอึกใหญ่ ยามเหล้าเข้าลำคอ ลูกกระเดือกก็ขยับลงๆ มองจนเธอแอบหน้าร้อนใจเต้นแปลกๆ 

“อุ๊ย อะไรกัน เงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวงั้นหรือ” 

“พูดมากอะไรขนาดนี้” เขาชำเลืองมองเธอเย็นเยียบ และทันใดนั้นก็ยกเท้าข้างหนึ่งที่เลี่ยมน้ำขึ้นมา ทำให้น้ำล้างเท้ากระเด็นโดนหน้าเธอ เขาเอานิสัยบ้าอำนาจแบบเดิมออกมาใช้ “ล้างเท้า!” 

ความคิดเห็น