facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

“หากมิใช่เพราะอาเชียน ข้าคงได้เป็นสามีของผีร้ายแล้ว เพื่อแสดงความขอบคุณต่ออาเชียน ฐานะข้ายากจน ไม่มีของสิ่งใดที่จะตอบแทนอาเชียน สิ่งของมีค่าที่มีคือตัวข้าเองมิสู้...ข้ามอบร่างกายเป็นการตอบแทน อาเชียนโปรดรับข้าไว้เถอะ”

ตอนที่ 15 เอาแผ่นดินมาให้เจ้า

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 เอาแผ่นดินมาให้เจ้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ธ.ค. 2563 10:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 เอาแผ่นดินมาให้เจ้า
แบบอักษร

 

           เดิมทีลั่วชิงเฉินก็มีใจให้เชียนอยู่บ้างแล้ว ตอนนี้เมื่อเห็นนางปรากฏตัวเป็นสาวงามอยู่ตรงหน้าเช่นนี้ หัวใจของเขาที่ไม่ได้เต้นระส่ำมานาน กลับเต้นรัวอย่างบ้าคลั่งจนทำให้เขาตื่นตระหนก 

           เขาคิดในใจว่า โชคยังดีที่เขาใส่หน้ากาก มิเช่นนั้นหากปล่อยให้อาเชียนเห็นว่าเขาหน้าแดง เขาคงจะขายขี้หน้าอย่างแน่นอน 

           แต่สิ่งที่ลั่วชิงเฉินอาจจะไม่รู้ก็คือ แม้ว่าหน้ากากจะปิดบังใบหน้าได้ แต่กลับไม่ได้ปิดบังหูของเขา ภายใต้แสงเทียนสามารถเห็นใบหูของเขาแดงก่ำของเขาได้อย่างชัดเจน 

           เชียนยิ้มแต่ไร้วาจา สถานการณ์เช่นนี้นางไม่ได้เพิ่งเคยพบเจอเป็นครั้งแรก เมื่อก่อนตอนที่นางยังอยู่เบื้องบน บรรดาเทพที่มองว่าตัวเองสูงส่งต่างกลายเป็นคนอ้ำๆ อึ้งๆ ไร้วาจาอยู่เป็นนาน 

           บนแดนสวรรค์ใบหน้านี้ของนางมิได้ถูกตัดสินเพียงครั้งเดียวว่าเป็นนางมารงามล่มเมือง 

           ด้วยเหตุนี้หลังจากที่นางเข้าสู่แดนใต้พิภพ นางจะปรากฏใบหน้าที่แท้จริงของนางต่อหน้าคนที่นางสนิทสนมด้วยเท่านั้น ปกติแล้วนางจึงมักแปลงกายเป็นหนุ่มน้อยหรือไม่ก็สาวงามยวนเสน่ห์ ด้วยเหตุนี้บนโลกมนุษย์จึงมีเรื่องเล่าที่ว่า เทพใต้พิภพบางครั้งก็เป็นหญิงบางครั้งก็เป็นชาย รูปเดิมนั้นมีใบหน้าเป็นสีเขียวเขี้ยวยาว น่าสยดสยองเป็นอย่างยิ่ง 

           คำกล่าวที่ว่าน่าสยดสยองนั้น แน่นอนว่าย่อมเป็นคำพูดของเทพเซียนหญิงบนสวรรค์บางคน 

           ทว่าเชียนกลับไม่สนใจ นางไม่สนใจว่าคนพวกนี้จะคิดอย่างไร ตลอดมานางสนใจสายตาของคนผู้นั้นเพียงคนเดียวเท่านั้น 

           "ดูพอแล้วหรือ" รอยยิ้มของเชียนซุกซน ทำให้ใบหน้าของนางดูมีเสน่ห์ยั่วยวนมากยิ่งขึ้น 

           มือของลั่วชิงเฉินข้างหนึ่งเอาไขว้ไว้ด้านหลัง อีกด้านหนึ่งเอาพักไว้ด้านหน้าช่วงเอว เขาพูดอย่างโอ้อวดว่า "ข้ากลับมิได้มองว่าเจ้าสวยเลย รูปโฉมของเจ้าห่างจากสตรีที่ข้าอยากแต่งด้วยเป็นหมื่นเป็นพันเท่า" 

           "จริงหรือ แต่ข้าไม่ได้อยากฟังท่านพูดเรื่องนี้ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับข้า" เชียนเลิกคิ้ว 

           คำพูดของลั่วชิงเฉินชะงักงันไปครู่หนึ่ง พลางคิดในใจว่าอาเชียนผู้นี้ร้ายกาจยิ่งนัก 

           เมื่อตั้งสติได้แล้ว ลั่วชิงเฉินจึงหยิบหยกหิมะ และขวดกระเบื้องออกมาจากแขนเสื้ออย่างคล่องแคล่ว แล้วจัดวางเอาไว้บนโต๊ะด้านข้างของเชียนอย่างเรียบร้อย 

           เชียนมองลั่วชิงเฉินด้วยความสงสัยแล้วหยิบขวดใบน้อยขึ้นมาใบหนึ่งแล้วมองอย่างละเอียด พลางเอ่ยว่า "พวกนี้คืออะไร" 

           "เมื่อใส่ยาเรียบร้อยแล้ว หยกหิมะจะช่วยรักษาแผลไฟลวกหรือแผลสดได้ ส่วนขวดนั้นสามารถขับพิษได้เป็นร้อยชนิด ข้าคิดว่ามันคงจะมีประโยชน์กับเจ้า" ลั่วชิงเฉินเอ่ยตอบ โดยไม่ได้ละสายตาออกไปจากเชียนเลย 

           แม้ว่าจะบอกว่าการมีฉือเป่าอยู่ทำให้เชียนไม่ต้องการของพวกนี้ แต่นางก็รับขวดใบเล็กนั้นมาไว้ในมือ แล้ววางแต่ละอันลงไปในกล่องไม้จันทน์ที่อยู่ข้างๆ หมอน จากนั้นจึงหันมาพูดกับลั่วชิงเฉินว่า "ขอบคุณมาก" 

           ทว่าใจของลั่วชิงเฉินนั้นเพิ่งจะเริ่มเต้นเบาลงจากเมื่อครู่นี้ แขนทั้งสองข้างของเขากอดอกเอาไว้และเอนตัวพิงเตียง แววตาล้ำลึกของเขาคล้ายกำลังวาบไหว 

           "อาเชียน หากเจ้าอยากจะขอบคุณข้าก็ควรเปลี่ยนวิธี" 

           "เปลี่ยนอะไรรึ" เชียนเงยหน้าขึ้นมาแล้วจ้องกับดวงตาหงส์คู่นั้น 

           "อย่างเช่น...ใช้กายตอบแทนอะไรประมาณนั้น" ลั่วชิงเฉินเอ่ยออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ 

           เมื่อเชียนฟังจบก็ยกมือขึ้นปิดปากแล้วหัวเราะ "อย่าเพิ่งพูดเลยว่าข้าจะกล้าให้ท่านหรือไม่ ท่านต่างหากกล้ารับหรือไม่ อีกอย่างด้วยฐานะของท่านคงเป็นสามีของข้าไม่ได้แน่" 

           "อ้อ ฐานะข้าเป็นอย่างไรรึถึงเป็นสามีของอาเชียนไม่ได้" ลั่วชิงเฉินเอ่ยขึ้นพลางยื่นหน้าเข้าไปข้างๆ หูเชียน น้ำเสียงอันไพเราะนี้สะท้อนก้องอยู่ในหูของเชียน 

           น้ำเสียงเช่นนี้ทำให้นางรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ นางจึงเอียงตัวหลบเล็กน้อยแล้วเอามือดันไว้ที่อกของลั่วชิงเฉินพลางเอ่ยว่า "ข้าอยากเป็นฮองเฮา สามีของข้าจึงต้องเป็นฮ่องเต้ ท่านใช่รึ" 

           "ข้า..." แววตาของลั่วชิงเฉินยากจะเข้าใจ 

           เชียนยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยต่อไปว่า "ใช่แล้ว ท่านมิใช่ฮ่องเต้ ข้าจึงเป็นฮองเฮาของท่านไม่ได้ เช่นนั้นท่านอย่าได้ล้อข้าเล่นแบบนี้อีก" 

           "อาเชียน เจ้าอยากเป็นฮองเฮาจริงหรือ" น้ำเสียงของลั่วชิงเฉินเบาลงจึงฟังไม่ออกถึงความพอใจหรือไม่พอใจที่อยู่ในนั้น 

           เชียนพยักหน้าแล้วเอ่ยตอบว่า "ใช่ ข้าอยากเป็น" 

           เมื่อเห็นเชียนแน่วแน่เช่นนี้ ลั่วชิงเฉินจึงยิ้มออกมา แล้วเอ่ยว่า "เช่นนั้นหากข้าได้เป็นฮ่องเต้แล้ว ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะยอมเป็นฮองเฮาของข้าหรือไม่" 

           เชียนเข้าใจว่าลั่วชิงเฉินกำลังล้อนางเล่นจึงเอ่ยตอบอย่างเย้าแหย่ว่า "ดียิ่ง ข้าว่าเมืองฉางเฟิงที่อยู่ชายแดนนั้นไม่เลวเลย ถ้าอย่างนั้นท่านก็ยึดเมืองฉางเฟิงมาให้ได้แล้วแต่งข้าไปเป็นฮองเฮาให้ท่านดีหรือไม่" 

           "ฮ่าๆๆ... อาเชียนเจ้า..." ลั่วชิงเฉินหัวเราะออกมา 

           ตอนนี้เชียนกลับขมวดคิ้ว มือของนางกำเป็นหมัดแล้วทุบเบาๆ เข้าที่หน้าอกของลั่วชิงเฉิน แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “นี่ท่าน หากผู้อื่นได้ยินเสียงหัวเราะของท่านแล้วเอาไปพูดต่อๆ กันว่าข้าเอาผู้ชายมาไว้ในห้องจะทำอย่างไร” 

           ลั่วชิงเฉินไม่ค่อยพอใจนัก เขาเป็นองค์ชายที่สง่างามที่คิดอยากจะแต่งงานกับเชียนอย่างจริงจัง และเขาก็เป็นองค์ชายรูปงามที่มีฐานะทางบ้านดีเสียจนไม่อาจดีไปกว่านี้ได้อีกแล้ว 

           “เมื่อก่อนอาเชียนเคยบอกเอาไว้มิใช่หรือว่า ไม่สนใจว่าคนรอบตัวจะพูดถึงว่าอย่างไร เหตุใดตอนนี้ถึงกลัวว่าผู้อื่นจะรู้เล่าว่าข้าแอบอยู่ในห้องนี้ หรือว่า...ช่วงไม่กี่วันนี้ในใจของอาเชียนมีชายคนอื่นเข้ามาจับจองเสียแล้วจึงกลัวว่าหากเขาได้ยินจะไม่มาสู่ขอเจ้าเป็นฮองเฮา” ลั่วชิงเฉินพูดพลางเขยิบเข้าไปใกล้ๆ เชียน จงใจจะเย้าแหย่เชียน 

           เมื่อได้ยินลั่วชิงเฉินเอ่ยเช่นนี้ เชียนกลับยิ้มออกมา “ชายที่ข้าชอบน่ะหรือ ท่านเข้าใจผิดแล้ว มนุษย์ธรรมดาไม่มีทางเข้ามาอยู่ในใจของข้าได้” 

           “งั้นรึ” ลั่วชิงเฉินมองเชียน จู่ๆ เขาก็รู้สึกสงสัยบางอย่าง เขารู้สึกว่าถ้าไม่ได้ถามคงไม่สบายใจอย่างแน่นอน เขาจึงนั่งลงบนเตียงของเชียนแล้วเอนตัวไปด้านหลังพลางนั่งไขว้ห้าง เขาเอ่ยถามอย่างอ้อยอิ่ง “อาเชียน เจ้าจะแต่งงานกับคนที่เจ้าไม่รักเพื่อให้ได้เป็นฮองเฮาหรือไม่” 

           เชียนตอบอย่างไม่ลังเลว่า “แต่ง” 

           สำหรับเชียนแล้ว นี่คือการทำตามความปรารถนาของหลินเชียนเชียนให้เป็นจริง นี่เป็นแค่ภารกิจหนึ่งเท่านั้น นางจึงไม่จำเป็นต้องมีใจให้ใครด้วยซ้ำ นางแค่ต้องการฮ่องเต้สักคนที่ไม่น่ารังเกียจมากจนเกินไปนักที่ยินดีแต่งตั้งนางเป็นฮองเฮา นางก็ยอมแต่งงานด้วยแล้ว จากนั้นก็แค่ใช้ชีวิตให้ครบร้อยปีเท่านั้น 

           แต่ลั่วชิงเฉินกลับไม่รู้ความนึกคิดของเชียน เมื่อเขาได้ยินเชียนเอ่ยเช่นนี้ เขาก็รู้สึกไม่ชอบใจนัก เสียงอ้อยอิ่งเมื่อครู่นี้จึงแข็งกร้าวขึ้น “เจ้าทำใจให้คนที่เจ้าไม่ได้รักแตะต้องเจ้าได้หรือ” 

           คราวนี้เชียนกลับไม่ได้ตอบรวดเร็วนัก นางเพียงคิดว่าจะแต่งงานเพื่อเป็นฮองเฮาเท่านั้น แต่กลับไม่ได้คิดว่าเรือนร่างของตนจะต้องตกเป็นของมนุษย์ เรื่องนี้...นางคงจะรับไม่ได้ 

           ความลังเลของเชียนทำให้ลั่วชิงเฉินรู้สึกสบายใจขึ้นมาก น้ำเสียงของเขาจึงอ่อนโยนลง “อาเชียนไม่ตอบแสดงว่าทำไม่ได้?” 

           เชียนไม่ยอมมองลั่วชิงเฉิน ถูกต้อง นางยอมรับว่านางทำไม่ได้ แต่จะอย่างไร นางก็ยังมีฉือเป่า นางสามารถให้ฉือเป่าใช้ภาพลวงตาเสกใครขึ้นมาสักคนมาแทนนางเพื่อไปปรนนิบัติฮ่องเต้แทนก็สิ้นเรื่อง 

           แต่ความคิดนี้ของนางไม่อาจบอกลั่วชิงเฉินได้ เพราะเขาเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา หากให้เขารู้อาคมของฉือเป่านั่นไม่เท่ากับว่าทำให้เขามองนางว่าเป็นปีศาจหรอกหรือ 

           เมื่อเห็นเชียนไร้วาจา ลั่วชิงเฉินจึงนั่งตัวตรงขึ้นมา เขาจ้องมองเชียน ทั้งสองสบตากัน จากนั้นเขาจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน 

           “อาเชียนจะต้องได้เป็นฮองเฮาแน่ถ้าหากแต่งงานกับข้า ข้าจะให้เจ้าได้อยู่ในพระราชวังที่ใหญ่โตบนแผ่นดินหมื่นลี้ ข้าจะไม่ฝืนใจเจ้า และจะไม่ให้ผู้อื่นกังขาในตัวเจ้า ข้าจะเชื่อละปกป้องเจ้า” 

           คำพูดนี้ของเขาสวยงามยิ่ง สวยงามเสียจนทำให้เชียนรู้สึกซาบซึ้งขึ้นมา ทว่าก็เป็นได้เพียงความซาบซึ้งใจ เพราะชายตรงหน้าไม่ใช่คนที่นางรัก เขาเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ในเมื่อนางไม่ได้รักเขาก็ไม่ควรทำให้เขาเข้าใจผิด ความรักของคนผู้หนึ่งนั้นหนักอึ้งนัก นางไม่อยากแบกรับความรู้สึกนี้เอาไว้ 

           นางยิ้มแสร้งทำเป็นเยาะเย้ยเขา “อย่าหลอกข้าเลย ข้ามิใช่เด็กสาวที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ส่วนท่านเองก็มิใช่ฮ่องเต้จริงๆ จะมีพระราชวังหลังใหญ่บนแผ่นดินหมื่นลี้ได้อย่างไร ลั่วชิงเฉินรอให้ท่านมีของเหล่านี้จริงๆ ก่อนเถิด ค่อยมาพูดเรื่องนี้กับข้า” 

           ความรู้สึกของลั่วชิงเฉินในตอนนี้สับสนอย่างยิ่ง เขาไม่รู้จะอธิบายให้เชียนเข้าใจความตั้งใจของเขาได้อย่างไรจึงทำให้ได้เพียงหัวเราะแล้วเอ่ยว่า “ก็จริง ตอนนี้ข้าได้แต่ฝัน ฝันว่าตนเองได้เป็นฮ่องเต้และมีเจ้าเป็นฮองเฮาของข้า” 

           “ตอนนี้ดึกมากแล้ว ท่านควรกลับไปได้แล้ว” เชียนเอ่ยพลางชี้ไปยังหน้าต่างที่แง้มเปิดเอาไว้ 

           เมื่อเหลือบมองบานหน้าต่าง ลั่วชิงเฉินจึงถอนใจ แล้วเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบาว่า “ลมโชยจันทร์กระจ่าง เป็นช่วงเวลาที่ดียิ่ง เดิมตั้งใจจะชวนเจ้าขึ้นไปชมจันทร์ด้วยกันด้านบน คิดไม่ถึงว่า...เจ้าจะรังเกียจข้า ช่างเถิด ข้าไปก็ได้ เดี๋ยวช่วงนี้ข้าจะหมั่นกลับมาเยี่ยมเจ้า” 

           เมื่อเอ่ยจบลั่วชิงเฉินก็ลุกขึ้นเตรียมจะจากไป 

           ทว่าในขณะที่เขากำลังจะก้าวเท้าออกไปทางหน้าต่าง เชียนกลับเรียกเขาเอาไว้ “ลั่วชิงเฉิน พรุ่งนี้...ท่านให้คงชิงเอาหน้ากากมาให้ข้าหน่อยได้หรือไม่” 

           ลั่วชิงเฉินหันกลับมามองเชียนแล้วเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ “หน้ากาก?” 

           “ใช่ หน้ากากที่เหมือนอย่างของท่านทุกอย่าง ข้า...ชอบดอกปี่อั้นที่อยู่บนหน้ากากของท่าน” 

           มันทำให้นางคิดถึงโลกใต้พิภพ และคิดถึงเขา 

           “ได้ ในเมื่อเจ้าชอบ พรุ่งนี้ข้าจะให้คงชิงส่งมาให้เจ้าสักแปดเก้าอัน แต่...ของของข้ามิได้ให้เจ้าเปล่าๆ อีกสองเดือนข้างหน้า ข้าจะกลับมาที่เป่ยอันใหม่ ถึงวันนั้นเจ้าจะต้องเลี้ยงอาหารข้า” ลั่วชิงเฉินเอ่ย 

           “สองเดือน? ท่านจะไปไหน” เชียนมองลั่วชิงเฉินด้วยความประหลาดใจ 

           ลั่วชิงเฉินหัวเราะแล้วเอ่ยเรียบๆ ว่า “ใช่แล้ว ข้าจะไปเอาแผ่นดินมาให้เจ้า” 

           เมื่อเอ่ยจบ ลั่วชิงเฉินไม่หัวเราะอีกต่อไปแล้ว ในความมืดมิดของค่ำคืนเงาของเขาได้หายออกไปแล้ว 

           นางยืนมองเหม่อออกไปในความมืดมิด จากนั้นจึงหันตัวกลับไปแล้วใช้ผ้าพันแผลพันหน้าของตัวเองเอาไว้ คราวนี้นางปิดหน้าต่างแน่นแล้วกลับไปนอนบนบนเตียงนุ่มของตัวเองอีกครั้ง 

           ขณะที่นางกำลังนอนลงนั้น มือของนางกลับคลำไปถูกของนุ่มนิ่มบางอย่าง 

           “ฉือเป่า เจ้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่” เชียนลูบหูของฉือเป่า 

           สุนัขจิ้งจอกตัวน้อยบิดเนื้อบิดตัวแล้วใช้น้ำเสียงออดอ้อนตอบกลับไปว่า “ข้ามาตอนที่เจ้านายคุยกับลั่วชิงเฉินอยู่” 

           “เจ้าตัวน้อยไปหัดแอบฟังมาตั้งแต่เมื่อไหร่ อาหลัวสอนเจ้าใช่หรือไม่” เชียนเอ่ยพลางลูบหางของฉือเป่า 

           คราวนี้ฉือเป่าไม่กล้าขยับตัวแล้ว มันเพียงมองเชียนอย่างว่าง่ายแล้วเอ่ยว่า “อาหลัวจิตใจบริสุทธิ์ ไม่มีทางสอนเรื่องพวกนี้กับข้าแน่ อีกอย่างเมื่อครู่นี้ข้ามิได้แอบฟังท่าน แต่เป็นเจ้านายเองต่างหากที่ตั้งใจคุยกับลั่วชิงเฉินจึงไม่ได้เห็นข้า” 

           “เจ้า...” เชียนลูบหลังของฉือเป่าเบาๆ แต่ไม่ได้ลงโทษ 

           “เจ้านาย ข้าคิดว่าที่ลั่วชิงเฉินพูดนั้นไม่น่าผิด ท่านเองก็เห็นแล้วว่าเขาดูมีสง่าราศีมาก เขาจะต้องไม่ใช่องค์ชายธรรมดาๆ อย่างแน่นอน ไม่แน่เขาอาจจะมีแผ่นดินหมื่นลี้จริงๆ หากท่านแต่งกับเขาเพื่อเป็นฮองเฮา ท่านก็จะได้ไม่ต้องเปลืองแรงคอยเอาอกเอาใจผู้ใด และที่สำคัญที่สุดคือยังทำให้ความปรารถนาของหลินเชียนเชียนสำเร็จได้ นี่ถือว่าคุ้มค่ามากทีเดียว” ฉือเป่าเงยหน้าขึ้นมอง 

           ในสายตาของฉือเป่า ลั่วชิงเฉินไม่ใช่คนน่ารังเกียจอะไร มันคิดว่า แทนที่เจ้านายของมันจะแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้เรื่อง มิสู้แต่งกับผู้ชายที่ไม่ยุ่งวุ่นวายมากนักจะดีกว่า 

           “จริงหรือ เจ้าคิดเช่นนี้จริงๆ หรือ” 

           “แน่นอน เจ้านายมิต้องลังเลอีกต่อไปแล้ว และไม่ต้องกลัวว่าเขาจะรู้สึกอะไรกับท่านจริงๆ ด้วย พวกมนุษย์เขาว่ากันว่า ฮ่องเต้นั้นไม่เคยมีความลึกซึ้ง พวกเขาล้วนมักชอบของใหม่หน่ายของเก่า หากเขาสามารถเป็นฮ่องเต้ก็คงเป็นเหมือนกัน หากท่านได้เป็นฮองเฮาก็สามารถเลือกสาวงามเป็นรอยเป็นพันให้เขาได้ เขาจะเอาเวลาที่ไหนมาสนใจท่าน เช่นนี้แล้วท่านก็ไม่ถือว่าทำผิดต่อเขา เจ้านายคิดว่าอย่างไรบ้าง” 

ความคิดเห็น