facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

“หากมิใช่เพราะอาเชียน ข้าคงได้เป็นสามีของผีร้ายแล้ว เพื่อแสดงความขอบคุณต่ออาเชียน ฐานะข้ายากจน ไม่มีของสิ่งใดที่จะตอบแทนอาเชียน สิ่งของมีค่าที่มีคือตัวข้าเอง มิสู้...ข้ามอบร่างกายเป็นการตอบแทน อาเชียนโปรดรับข้าไว้เถอะ”

ตอนที่ 14 เปลี่ยนผิว

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 เปลี่ยนผิว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ธ.ค. 2563 17:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 เปลี่ยนผิว
แบบอักษร

 

           “ลุงเหอ ท่านมาอีกแล้วหรือ ท่านไม่กลัว...” ชุนหลานขมวดคิ้ว หลายวันมานี้ลุงเหอไม่ได้มาที่นี่ ฮูหยินผู้เฒ่าบ่นบ้างเล็กน้อย โดยส่วนใหญ่บอกว่าไม่อยากพบหน้าเขา 

           เดิมทีนางคิดว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่แล้ว ลุงเหอจะไม่กลับมาอีก แต่คิดไม่ถึงเลยว่าหลังจากผ่านไปเจ็ดวัน ลุงเหอจะยังหิ้วของมาให้อีก ชุนหลานรู้สึกปวดหัวจริงๆ นางจะไล่เขาไปอย่างไรดี? ก่อนหน้านี้ก็พูดไปหลายครั้งแล้ว แต่ดูเหมือนว่าลุงเหอจะฟังไม่เข้าใจ ทุกวันยังคงเอาเห็ดและของป่ามาให้ ราวกับกลัวคนจะไม่รู้ว่าตนเองคิดกับฮูหยินผู้เฒ่าอย่างไร 

           “แม่นางชุนหลาน วันนี้ข้าไม่ได้มาหาฮูหยินผู้เฒ่าหลิน” ใบหน้าของลุงเหอมีความเหนื่อยล้าปรากฏ ราวกับว่าเขาตรากตรำมาตลอดทั้งเจ็ดวันนี้ 

           แต่คราวนี้เชียนบังเอิญเดินผ่านมาพอดี นางจึงเดินเข้าไปหาด้วยความสงสัย เมื่อลุงเหอเห็นเชียนมีผ้าพันแผลทั่วทั้งใบหน้า น้ำตาของเขาจึงไหลพรากแล้วโค้งตัวให้เชียนด้วยความละอายใจ “คุณหนูใหญ่ เป็นเพราะข้าเองที่ทำให้คุณหนูเดือดร้อน” 

           เชียนโบกมือเป็นเชิงปฏิเสธ แล้วเอ่ยตอบอย่างอ่อนโยนว่า “ไม่เกี่ยวกับท่านเลย” 

           ลุงเหอเช็ดน้ำตาตัวเองแล้วส่งตะกร้าในมือตัวเองให้เชียน 

           เชียนก้มหน้าลงจึงเห็นว่าในนั้นมีแต่ดอกไม้ใบหญ้า บางอันยังมีน้ำค้างเกาะอยู่ด้วยซ้ำ เชียนจึงเอ่ยถามเบาๆ ว่า “พวกนี้คืออะไรหรือ” 

           “นี่คือสมุนไพรป่า เอายาพวกนี้ไปใส่ในน้ำเพื่อแช่ตัวจะช่วยเปลี่ยนผิวหนังให้คุณหนูใหญ่ได้” ลุงเหอเอ่ยตอบ 

           ชุนหลานที่อยู่ด้านข้างเมื่อได้ยินคำว่าเปลี่ยนผิวหนังก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ ออกมา “ลุงเหอท่านเลอะเลือนไปแล้วกระมัง บนโลกนี้มีการเปลี่ยนผิวหนังเสียที่ไหนกัน” 

           เมื่อลุงเหอโดนชุนหลานหัวเราะเยาะเช่นนี้ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความอับอาย เขามิใช่เพียงแต่เคยได้ยินมาเท่านั้น แต่ยังไม่สามารถหาหลักฐานมายืนยันได้อีก เขาเพียงคิดว่าเชียนโดนไฟลวกเช่นนี้ หากสามารถเปลี่ยนผิวหนังได้ วันหน้าก็ไม่ต้องกลัวขายไม่ออกอีกแล้ว 

           แม้ชุนหลานจะไม่เชื่อ แต่เชียนกลับเชื่อ 

           การเปลี่ยนผิวหนังที่มนุษย์ทั่วไปพูดกันก็เปรียบเหมือนการลอกคราบของจั๊กจั่นที่ใช้ต้นไม้ใบหญ้าแทนการอาบน้ำจนผิวหนังเดิมหลุดออกไป  ผิวหนังที่เผยออกมาใหม่จึงเป็นผิวหนังที่อ่อนนุ่มราวกับไข่ที่ถูกลอกเปลือกออกแล้ว 

           เชียนกำลังกลุ้มใจที่ไม่สามารถหาเหตุผลในการเปลี่ยนผิวที่ดำและหยาบกร้านของตนได้ ลุงเหอก็นำสมุนไพรมาให้นางพอดี 

           เชียนรับตะกร้าไปแล้วก้มหัวให้ลุงเหอพร้อมเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณลุงลุงเหอมากเจ้าค่ะ คืนนี้ข้าจะลองดู หากสามารถเปลี่ยนผิวหนังได้จริงก็ไม่เสียแรงที่ท่านยอมเหน็ดเหนื่อยบุกป่าปีนเขาเจ็ดวันเพื่อเก็บสิ่งนี้มาให้ข้า” 

           เมื่อได้ยินคำพูดของเชียน น้ำตาของลุงเหอก็พรั่งพรูออกมาไม่หยุด เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเชียนจะมองออกด้วยว่าเขาต้องลำบากตรากตรำเจ็ดวันเจ็ดคืนกว่าจะได้สมุนไพรพวกนี้มา 

           “ไม่ลำบาก ไม่ลำบากเลย ข้าเดินขึ้นเขาเดินป่าจนชินเสียแล้ว” 

           “ยาสมุนไพรของลุงลุงเหอเชียนรับเอาไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ช่วงนี้ท่านย่าปิดห้องถือศีลเกรงว่าคงไม่สะดวกที่จะพบท่าน หากท่านเชื่อเชียนเชียนก็ได้โปรดกลับบ้านไปก่อน หากท่านย่ายินดีพบท่านเมื่อใด เชียนเชียนจะส่งคนไปเชิญท่านมาด้วยตัวเอง” เชียนเอ่ยพลางส่งสายตาให้ชุนหลาน 

           ตัวลุงเหอนั้น ตั้งแต่ผ่านเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนั้นเป็นต้นมาก็ไม่ได้เอาแต่ครุ่นคิดอยากจะเจอฮูหยินผู้เฒ่าหลินทุกวันอีกแล้ว เมื่อเขาเห็นเชียนรับปากเช่นนี้จึงพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “เช่นนั้นต้องขอบคุณคุณหนูมาก ทางบ้านของข้ายังมีงานให้ต้องสะสางจึงไม่ขอเตร็ดเตร่อยู่แถวนี้ต่อแล้ว” 

           เมื่อพูดจบ ลุงเหอจึงคารวะเชียนและชุนหลานตามลำดับ จากนั้นจึงเดินโงนเงนออกไปจากจวนตระกูลหลิน 

           เมื่อส่งลุงเหอกลับไปได้ ชุนหลานก็หายใจทั่วท้อง เมื่อนางหันไปเห็นว่าเชียนยังคงถือตะกร้าใบนั้นอยู่ในมือก็เอ่ยขึ้นอย่างดูแคลนว่า “สมุนไพรพวกนี้ล้วนเป็นของไม่มีค่าอะไร ข้าว่าคงจะไม่ได้ผลเท่าไหร่นัก คุณหนูใหญ่ไม่โยนทิ้งหรือเจ้าคะ ถึงอย่างไรยาฟื้นฟูผิวของหมอหลวงเฉินก็คงได้ผลไม่มากก็น้อย ใบหน้าของคุณหนูจะต้องหายในเร็ววันอย่างแน่นอน” 

           เชียนกำตะกร้าเอาไว้แน่นแล้วส่ายศีรษะ “ในเมื่อนี่เป็นความหวังดีของลุงเหอข้าก็จะลองดู” 

           “อย่างนั้นก็...ดีเหมือนกัน คุณหนูใหญ่อยากลองก็ลองดูเถิดเจ้าค่ะ คืนนี้ข้าจะให้ตงอวี้ต้มน้ำไปให้คุณหนูนะเจ้าคะ"ก็...ดีเหมือนกัน คุณหนูใหญ่อยากลองก็ลองดูเถิดเจ้าค่ะ คืนนี้ข้าจะให้ตงอวี้ต้มน้ำให้คุณหนู ถึงอย่างยาฟื้นฟูผิวของหมอหลวงเ 

           “ดีมาก” เชียนตอบพลางหันเดินกลับไปยังจือหลานหย่วน 

…… 

           ฮูหยินผู้เฒ่าหลินจัดสาวรับใช้เพิ่มให้อีกสามคนและชายรับใช้อีกสี่คนเพื่อให้พวกเขาดูแลเชียนให้ดีที่จือหลานหย่วน แต่เชียนเป็นผู้ที่รักความสงบไม่ชอบพบปะผู้คนมากเกินไปนัก ดังนั้นในห้องของนางนอกจากอวี้จู๋แล้วก็ไม่มีผู้ใดอีก 

           หลังจากกลับถึงห้องแล้ว เมื่ออวี้จู๋เห็นเชียนถือตะกร้าใส่สมุนไพรเข้ามา ก็เดินเข้าไปถามว่า "คุณหนูใหญ่ พวกนี้คืออะไรหรือเจ้าคะ" 

           เชียนบิดขี้เกียจแล้วเอ่ยตอบอย่างเชื่องช้าว่า "คืนนี้ข้าจะลองต้มอาบดู" 

           "คืนนี้คุณหนูใหญ่จะใช้ของพวกนี้ต้มอาบหรือเจ้าคะ" อวี้จู๋อ้าปากค้าง 

           ส่วนฉือเป่าที่เดิมทีพรางตัวอยู่ก็ปรากฏตัวออกมาแล้วกระโดดขึ้นไปยืนบนโต๊ะ มันดมสมุนไพรในตะกร้าอย่างละเอียด ผ่านไปพักหนึ่งจึงถามเชียนว่า "นี่หรือที่มนุษย์เรียกกันว่าน้ำแกงสิบเก้าสมุนไพรลอกผิวหนัง" 

           น้ำแกงสิบเก้าสมุนไพรเป็นตำหรับยาที่ใช้สมุนไพรสิบเก้าชนิดมาประกอบเข้าด้วยกัน ตำหรับยานี้สามารถเปลี่ยนผิวหนังใหม่ได้ ทว่าสมุนไพรเก้าอย่างในนั้นมีพิษจึงมีคนเพียงไม่กี่คนกล้าใช้ ลุงเหอไม่เข้าใจสรรพคุณยา เมื่อได้ยินคนอื่นว่ากันว่ามันได้ผลก็ไปตามเด็ดมาให้ หากเขารู้ว่ามีสมุนไพรเก้าชนิดที่มีพิษ เขาจะต้องไม่เอามามอบให้เชียนอย่างแน่นอน 

           "ใช่แล้ว คืออันนั้น ทีนี้เจ้าก็พูดให้มันน้อยๆ ลงบ้าง" เชียนเอ่ยแล้วยิ้มอย่างซุกซน 

           อวี้จู๋ฟังไม่เข้าใจอยากจะถามออกไปว่าอะไรคือน้ำแกงสิบเก้าสมุนไพร แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากถามจึงทำได้เพียงเหม่อมองยาสมุนไพรพวกนั้นเงียบๆ 

           อาจจะเป็นเพราะนางมีหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู เชียนจึงยื่นมือออกไปลูบแก้มของนางแล้วอธิบายว่า "นี่คือตำหรับยาพื้นบ้านที่ช่วยรักษาผิวหนังที่กระดำกระด่างและหยาบกร้านให้หาย” 

           "อ้อ..." อวี้จู๋ลากเสียงยาวจากนั้นแววตาของนางจึงเปล่งประกาย แล้วเอ่ยถามอย่างตื่นเต้นว่า "เช่นนั้นแล้ว คุณหนูใหญ่จะไม่กลับไปเป็นแบบเดิมแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ" 

           เชียนพยักหน้า "ใช่" 

           "ดียิ่ง คุณหนูของข้าจะเปลี่ยนเป็นโฉมงามแล้ว" อวี้จู๋ปรบมือ สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความตื่นเต้น 

           หากเป็นคนอื่นจะต้องไม่คิดแบบนี้อย่างแน่นอน แต่อวี้จู๋กลับแตกต่าง ในใจของอวี้จู๋หวังเสมอว่าวันหนึ่งคุณหนูของตนจะต้องกลายเป็นโฉมงามล่มเมือง และจะไม่โดนหลินหวานหว่านรังแกอีก รวมถึงองค์ชายรองก็จะไม่รังเกียจนางด้วย 

           "อวี้จู๋ เจ้าเสียงดังเกินไปแล้ว" เชียนเอานิ้ววางไว้บนริมฝีปากเพื่อสื่อให้เบาเสียงลง 

           อวี้จู๋เอามือปิดปาก ในแววตาของนางเต็มไปด้วยความตื่นเต้นราวกับว่าตนความพยายามของตนที่อ้อนวอนต่อเทพเจ้าในที่สุดก็เป็นผลสำเร็จ 

           เชียนอุ้มฉือเป่าที่ยังคงจ้องสมุนไพรพวกนั้นขึ้นมาแล้วเอ่ยถามด้วยอารมณ์ขันว่า "เจ้ามีความแค้นกับพวกมันหรืออย่างไร" 

           ฉือเป่าทำหน้าตาล้อเลียนแล้วเอ่ยอย่างมีอารมณ์ว่า "นี่พวกมันมิได้แย่งความดีความชอบไปจากข้าหรือ ข้าเพียงแค่เลียตามขาของคุณหนู ก็สามารถเปลี่ยนผิวให้ใหม่ได้แล้ว เหตุใดต้องใช้พวกมันด้วยเล่า" 

           “ฮ่าๆๆ” เชียนหัวเราะเพราะมุกของฉือเป่า 

           แม้ว่าฉือเป่าจะมีชีวิตอยู่มาเป็นสองพันกว่าปีแล้ว แต่ก็มีนิสัยใจคอเหมือนเด็กตลอด เมื่อก่อนมันชอบแย่งความรักกับของต่างๆ ของนาง ทว่าวันนี้กลับเพิ่มความร้ายกาจของตัวเองด้วยการหาเรื่องกับสมุนไพรแทน 

           “เจ้านาย ท่านอย่าหัวเราะเยาะข้า ข้าแค่อยากทำลงแรงช่วยท่านให้มากหน่อย” ฉือเป่าพูดพลางเข้ามาซุกออดอ้อนในอกของเชียน 

           “เจ้าตัวน้อย เจ้าเพียงคิดจะช่วยลงแรงให้ข้า แต่กลับมิได้คิดว่าข้าก็ต้องหาเหตุผลที่ถูกต้องในการเปลี่ยนตัวเองให้ดูดีขึ้น สมุนไพรของลุงเหอจึงเข้ามาในจังหวะที่เหมาะสมพอดี” เชียนเคาะหว่างคิ้วของฉือเป่าเบาๆ 

           ฉือเป่าพยักหน้ากึ่งเข้าใจกึ่งไม่เข้าใจแล้วหันกลับไปมองตะกร้าสมุนไพรนั่นอีก จากนั้นจึงเอาเท้าเกาหน้าพลางเอ่ยว่า “ก็ได้ ครั้งนี้จะยอมให้พวกเขาได้ลงแรงดู” 

           “เอาล่ะ เจ้าไปเล่นกับอวี้จู๋เถิด ข้าอยากพักผ่อน” เมื่อเอ่ยจบ เชียนจึงส่งฉือเป่าให้อวี้จู๋ 

           เมื่อทานอาหารเย็นเสร็จ เชียนก็อ่านนิยายของมนุษย์ต่อ จากนั้นจึงให้ตงอวี้และคนอื่นๆ ช่วยกันไปเอาน้ำร้อนมาให้นาง 

           แต่ไหนแต่ไรมาเวลาที่เชียนอาบน้ำก็ไม่ชอบให้มีผู้ใดคอยปรนนิบัติ แม้แต่ฉือเป่าก็ห้ามเข้ามายุ่ง ดังนั้นเมื่อใส่สมุนไพรลงไปแล้ว นางจึงให้อวี้จู๋นำฉือเป่าไปนอนที่ห้องพักทางฝั่งตะวันตก 

           ไอร้อนตลบอบอวนไปทั่ว ที่นี่แม้จะไม่ใหญ่โตเท่าเมืองใต้พิภพของนางแต่กลับทำให้นางอบอุ่นสบายตัวได้ 

           เชียนค่อยๆ ดึงผ้าพันแผลออกช้าๆ ใบหน้าที่งามวิจิตรจึงปรากฏออกมา นางให้ฉือเป่าเปลี่ยนใบหน้าของตนให้เป็นอย่างเช่นใบหน้าเดิมของนางตั้งนานแล้ว เพียงแต่ไม่อยากเปิดเผยเร็วเกินไปนัก ดังนั้นนางจึงใช้ผ้าพันแผลพันเอาไว้ตลอด แม้แต่คนใกล้ชิดนางอย่างอวี้จู๋ก็ไม่รู้ว่าใบหน้าใต้ผ้าพันแผลของนางเป็นอย่างไร 

           เมื่อแกะผ้าพันแผลออก เชียนจึงถอดชุดออก จากนั้นจึงถอดผ้าพันหน้าอกออกอีกชั้น ขาเรียวยาวทั้งสองข้างจุ่มลงไปในน้ำ จากนั้นจึงค่อยๆ เคลื่อนกายนั่งลงช้าๆ ให้ร่างกายของนางทั้งตัวอยู่ในน้ำ 

           เมื่อสมุนไพรสัมผัสน้ำร้อนตัวยาในสมุนไพรจึงค่อยๆ ละลายออกมาในน้ำ แล้วค่อยๆ ซึมเข้าสู่ผิวหนังของเชียนอย่างช้าๆ ร่างของนางรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดอย่างไรอย่างนั้น เนื่องจากยังรู้สึกไม่คุ้นชินเท่าไหร่นัก 

           ท้ายที่สุดแล้วราวกับผิวของนางมีเกล็ดปลาเคลือบเอาไว้อย่างไรอย่างนั้น ภายใต้แสงเทียนที่ส่องต้องจึงปรากฏเป็นแสงสะท้อนวิบวับ เชียนใช้นิ้วของนางถูเข้าด้วยกันจนผิวหนังที่ตายแล้วหลุดลอกออกไป มือทั้งสองของนางจึงปรากฏผิวที่ขาวละเอียดราวหัวหอม นางถูทั่วร่างของตนจนผิวหนังที่ตายค่อยๆ หลุดลอกออก เหลือทิ้งไว้เพียงผิวขาวหมดจด ซึ่งนี่ก็คือสีผิวเดิมของเชียนที่ขาวยิ่งกว่าหิมะ 

           นี่อาจไม่นับว่าเป็นการเกิดใหม่ แต่ก็ถือเป็นการกลับสู่ร่างเดิมของเชียน เชียนพอใจจึงเอนศีรษะพิงถังไม้เอาไว้แล้วหลับตาทั้งสองข้างลงเพื่อซึบซับความสบายจากน้ำอุ่น จากนั้นจึงเคลิ้มหลับไป    

           ทว่าเชียนลืมไปว่าก่อนที่นางจะอาบน้ำ หน้าต่างห้องของนางยังคงเปิดค้างเอาไว้ 

           การที่หน้าต่างยังคงเปิดค้างเอาไว้กลางดึกเช่นนี้ เป็นการเปิดโอกาสที่ดีให้บุรุษแอบย่องเข้ามาได้ 

           ลั่วชิงเฉินกลับมาอีกครั้ง เขากระโดดเข้าทางหน้าต่างไปในห้อง เมื่อเห็นว่าบนเตียงไม่มีคน เขาจึงหันตัวกลับ 

           ในขณะที่เขาหันตัวกลับอีกทางนั้น ร่างของลั่วชิงเฉินก็ตกตะลึง ร่างทั้งร่างของเขามิอาจขยับเขยื้อนไปไหนได้ 

           แต่การมาเยือนของลั่วชิงเฉินกลับปลุกเชียนให้ตื่นขึ้น นางหันหน้ามา ใบหน้าของนางที่ต้องแสงเทียนส่องประกายวับไหว 

           ลั่วชิงเฉินคิดในใจว่า ไม่เคยเห็นสตรีใดงดงามเท่านี้มาก่อน ราวกับว่านางไม่ใช่คนบนโลกนี้อย่างไรอย่างนั้น 

           ส่วนเชียนนั้นคิดว่าเขาเห็นเพียงใบหน้าของตนเท่านั้น ร่างกายท่อนล่างของนางยังคงแช่อยู่ในน้ำ ซึ่งแตกต่างจากหญิงสาวทั่วๆ ไปที่ร้องเสียงดังเพื่อไล่ลั่วชิงเฉินออกไป 

           นางเอามือวางไว้บนถังอาบน้ำแล้วเอาใบหน้าเล็กของตนวางไว้บนมืออีกที จากนั้นจึงเอ่ยอย่างขบขันว่า “ลั่วชิงเฉิน ท่านเข้ามาไม่ให้ซุ่มให้เสียงแบบนี้ ไม่กลัวข้าจะคิดว่าท่านเป็นโจรปล้นสวาทข้าหรือ” 

           เมื่อเชียนเรียกลั่วชิงเฉิน เขาถึงจะเข้าใจขึ้นมาว่าสาวงามที่อยู่ในอ่างน้ำผู้นี้คืออาเชียน 

           “อาเชียน?” เขาเอ่ยยืนยันอีกรอบ 

           เชียนพยักหน้าแล้วเอ่ยตอบอย่างเกียจคร้านว่า “ข้าเอง” 

           คราวนี้ลั่วชิงเฉินเป็นฝ่ายตกตะลึงไป พลางคิดว่า เหตุใดอาเชียนถึงได้งดงามเพียงนี้ได้ นี่ข้ากำลังฝันไปหรือไม่ 

           เมื่อคิดถึงตรงนี้ลั่วชิงเฉินจึงหยิกแขนตัวเอง เขาจึงพบว่าตนรู้สึกเจ็บ ดังนั้นนี่จึงไม่ใช่ความฝันเพียงแต่เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมากเกินไปเท่านั้น นางเป็นหญิงอัปลักษณ์อยู่ชัดๆ หลังจากผ่านเหตุการณ์ไฟไหม้กลับเหมือนได้เกิดใหม่กลายเป็นเทพเซียน? 

           ที่แท้แล้วนางเป็นผู้ใดกัน? 

           บางทีความสงสัยใคร่รู้ของลั่วชิงเฉินคงแสดงออกมามากเกินไปจนทิ่มแทงสายตาของเชียน นางจึงไม่พอใจแล้วเอ่ยเสียงแข็งว่า “ลั่วชิงเฉิน ท่านหันไปทางอื่นเดี๋ยวนี้ ข้าจะลุกขึ้นแล้ว” 

           ตอนนี้ลั่วชิงเฉินคล้ายเป็นตุ๊กตาไม้ที่ค่อยๆ หันตัวกลับไปอย่างช้าๆ  

           เมื่อเขาได้ยินเสียงน้ำ เขาจึงรู้ว่าเชียนกำลังลุกออกมาแล้ว 

           สักครู่หนึ่งเมื่อเชียนสวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว นางจึงเดินนวยนาดออกมา 

ความคิดเห็น