facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

“หากมิใช่เพราะอาเชียน ข้าคงได้เป็นสามีของผีร้ายแล้ว เพื่อแสดงความขอบคุณต่ออาเชียน ฐานะข้ายากจน ไม่มีของสิ่งใดที่จะตอบแทนอาเชียน สิ่งของมีค่าที่มีคือตัวข้าเอง มิสู้...ข้ามอบร่างกายเป็นการตอบแทน อาเชียนโปรดรับข้าไว้เถอะ”

ตอนที่ 13 ห้ามอ่อนแอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 ห้ามอ่อนแอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ธ.ค. 2563 17:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 ห้ามอ่อนแอ
แบบอักษร

 

           "หากนางไม่รู้ว่าตัวเองทำผิด ครั้งหน้าก็จะทำเรื่องเลอะเลือนเช่นนี้อีก ครั้งนี้ข้ากับเจ้าสองย่าหลานดวงแข็งจึงรอดพ้นคราวเคราะห์มาได้ แต่ครั้งหน้าอาจจะไม่โชคดีขนาดนี้ เจ้าเป็นถึงคุณหนูใหญ่ต้องสอนนางให้รู้ว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ" เมื่อเอ่ยจบฮูหยินผู้เฒ่าจึงหันไปมอง 

           ตอนนี้หลินหวานหว่านไม่เพียงแค่เกลียดเชียนเท่านั้นแต่ยังเกลียดฮูหยินผู้เฒ่าด้วย นางรู้สึกว่าฮูหยินผู้เฒ่าเข้าข้างเชียนและอยากให้นางต้องตกที่นั่งลำบาก ใครก็ตามที่ทำให้หลินหวานหว่านต้องตกที่นั่งลำบาก คนผู้นั้นคือศัตรู แม้ว่าจะเป็นท่านย่า นางก็ไม่ละเว้นเช่นกัน 

           “ท่านแม่ ท่านให้เชียนเชียนลงมือลงโทษหวานหว่าน นี่จะไม่เป็นการทำให้ความบาดหมางของทั้งสองพี่น้องยิ่งรุนแรงมากขึ้นหรือ” หลินเชียนหยวนหาโอกาสพูดขึ้นมา 

           แต่ฮูหยินผู้เฒ่าในตอนนี้เริ่มมีทัศนคติไม่ดีกับลูกชายตัวเองเสียแล้ว นางเอ่ยลากเสียงยาวและใช้น้ำเสียงดูถูก “เชียนเชียนเป็นคนจิตใจดี ย่อมไม่มีทางมีใจคิดทำร้ายน้องสาวจิตใจเจ้าเล่ห์อย่างนางหรอก หากหวานหว่านคิดจะแก้แค้น เช่นนั้นก็ให้นางแก้แค้นไปเถิด เชียนเชียนมีข้าอยู่ทั้งคน ต่อไปถ้าผู้ใดกล้าลงมือกับนาง ข้าจะลงโทษตามกฎระเบียบของจวน” 

           เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทุกคนต่างมีสีหน้าตกตะลึง ทว่าท่ามกลางความตกตะลึงนี้ก็มีบางคนยินดี บางคนก็โกรธแค้น บางคนก็โกรธ 

           “เอาล่ะ มีผู้ใดคิดจะช่วยหลินหวานหว่านอีกบ้าง ข้าจะได้ลงโทษไปพร้อมๆ กันเลย!” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยพลางมองไปที่ชุนหลาน 

           ตอนนี้ชุนหลานชี้ไม้ชี้มือให้เหล่าสาวใช้นำตัวหลินหวานหว่านไปนอนลงบนเก้าอี้ 

           ฮูหยินผู้เฒ่าลูบแขนของเชียนเบาๆ พลางเอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า “เด็กน้อย ไปเถิด โบยให้หนักๆ ห้ามใจอ่อนอย่างเด็ดขาด เจ้าก็รู้ว่าครั้งนี้นางต้องการเอาชีวิตเจ้าให้ถึงตาย หากเจ้าไม่ลงมือให้หนักๆ นางก็จำความผิดของตัวเองไม่ได้ ครั้งหน้านางก็จะลงมืออีก” 

           เชียนพยักหน้า ตอนนี้ทั่วใบหน้าของนางมีแต่ผ้าพันแผลจึงไม่มีผู้ใดเห็นใบหน้าของนางได้ชัดเจน 

           เด็กรับใช้คนหนึ่งส่งไม้สำหรับโบยให้เชียนแล้วยืนอยู่ตรงข้ามกับนาง 

           “เริ่ม!” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยเสียงแข็ง เด็กรับใช้จึงเริ่มลงมือโบย 

           จากนั้นหนิงฉี่ก็เริ่มลงมือโบยก่อน 

           บรรดาเด็กรับใช้ถูกสายตาของฮูหยินหลินตักเตือนมาก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงลงมือโบยอย่างออมแรง แต่เชียนกลับไม่เหมือนพวกเขา นางชูไม้ขึ้นสูงแล้วเหลือบมองหลินเชียนหยวน นางจึงได้เห็นสายตาเย็นเฉียบจากหลินเชียนหยวน นางจึงแสร้งทำมือลื่น ไม้โบยจึงหวดใส่หลังหลินหวานหว่านอย่างแรง 

           ไม้ที่ใช้สำหรับโบยของตระกูลหลินบ้างก็หนักบ้างก็เบา หากยกไม้อันหนักขึ้นสูงขนาดนั้น ต่อให้ไม่ออกแรง ตอนที่ร่วงลงมาโดนหลังคนก็ทำให้เจ็บมากเช่นกัน 

           การโบยของเด็กรับใช้เมื่อครู่ไม่ได้ทำให้หลินหวานหว่านมีปฏิกิริยา ทว่าไม้ที่เชียนทิ้งลงไปในตอนนี้ต่างหากที่ทำให้หลินหวานหว่านที่ถูกเลี้ยงมาอย่างทะนุถนอมและมีผิวพรรณอ่อนนุ่มส่งเสียงโอดครวญขึ้นมา 

           “โอ๊ยยย” เสียงโอดครวญของนางแทบจะขาดใจ 

           เชียนแสร้งทำเป็นลังเลเมื่อได้ยินเสียงร้องนี้ นางหันตัวไปมองฮูหยินผู้เฒ่า ฮูหยินผู้เฒ่าจึงเอ่ยว่า “เชียนเชียน อย่าใจอ่อน โบยต่อไป!” 

           เมื่อได้ยินประโยคนี้ เชียนจึงโบยต่อ เด็กรับใช้กับเชียนสลับกันลงมือไปมาจนกระทั่งโบยครบสิบหกที 

           หลินหวานหว่านรู้สึกถึงความเจ็บแสบบนร่างของตน บนหน้าผากของนางมีเหงื่อเย็นๆ ผุดออกมา แววตาของนางมีแต่ความเกลียดชังพลางคิดในใจว่า หลินเชียนเชียน หากเจ้ายังกล้าโบยข้าอีก ข้าจะให้องค์ชายรองจัดการเจ้า 

           ทว่าเชียนที่มองเห็นสายตาของหลินหวานหว่านกลับแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น และในการโบยครั้งท้ายๆ นางยังตั้งใจลงน้ำหนักมือมากยิ่งขึ้นอีกด้วย เดิมหลังของนางที่มีเพียงรอยแดง ตอนนี้เมื่อโดนโบยสี่ไม้สุดท้าย หลังของหลินหวานหว่านจึงเต็มไปด้วยเลือด 

หลินหวานหว่านรู้ดีว่าความเจ็บปวดนี้จะต้องมาจากความเจ็บปวดจากเนื้อที่เปิดออก นางจ้องเชียนด้วยความอาฆาต แต่กลับไม่กล้าปริปากพูดอะไรออกมา เนื่องจากฮูหยินผู้เฒ่าอยู่ตรงนี้ด้วย หากทำให้นางเห็นว่าตนกล้าข่มขู่เชียนเกรงว่าจะโดนสั่งโบยมากขึ้นกว่าเดิม 

           “ท่านพ่อ ท่านแม่เจ้าคะ หวานหว่าน…” หลินหวานหว่านยื่นมือออกไปหาหลินเชียนหยวนกับฮูหยินหลิน จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นอย่างไร้เรี่ยวแรงแล้วถอนใจยาว นางแสร้งทำเป็นหมดสติลง 

           เมื่อเห็นลูกสาวสุดที่รักหมดสติไป หลินเชียนหยวนจึงเริ่มร้อนใจ เขาหันไปพูดกับฮูหยินผู้เฒ่าอย่างเดือดดาล “ท่านแม่ ดูสิว่าหวานหว่านโดนโบยจนเป็นเช่นนี้ไปแล้ว ท่านพอใจแล้วหรือไม่” 

           ฮูหยินผู้เฒ่านั้นร้ายกาจยิ่งกว่า เมื่อถูกลูกชายต่อว่าเช่นนี้ นางไม่เพียงไม่ขอโทษ แต่ยังเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความคุกคามว่า “หากวันนี้ข้าไม่ทำโทษนาง วันหน้านางคงคิดจะเอาชีวิตข้ากับเชียนเชียนอีก” 

           “ท่านแม่พูดอะไรกัน หวานหว่านเป็นหลานสาวแท้ๆ ของท่าน จะกล้าทำได้อย่างไร” เสียงของหลินเชียนหยวนเบาลง เขาไม่กล้าท้าทายมารดาของตัวเอง 

           “หลานสาวแท้ๆ? นางมองข้าเป็นย่าของนางจริงหรือถึงได้ไม่รู้ว่าสวนฮุ่ยหลานอยู่ติดกับปี้หลินหย่วนและกล้าวางเพลิงที่ปี้หลินหย่วน นางคงอยากยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวกระมัง กำจัดข้าได้ก็จะมีคนบางคนขึ้นมาเป็นผู้มีอำนาจแทน” ระหว่างที่พูดฮูหยินผู้เฒ่าก็เหลือบมองไปทางฮูหยินหลินคราหนึ่งอย่างไม่ไว้ใจ 

           ภายในครอบครัวใหญ่หนึ่งครอบครัว แม่ผัวลูกสะใภ้ส่วนมากมักจะดีต่อกันเพียงภายนอก ฮูหยินผู้เฒ่ากับฮูหยินหลินก็เป็นเช่นนั้น 

           ก่อนที่มารดาของหลินเชียนเชียนจะถูกทอดทิ้ง นางได้รับความโปรดปราณจากฮูหยินผู้เฒ่าอย่างมาก เพราะนางเป็นคนมีจิตใจบริสุทธิ์แถมยังมีตำแหน่งเป็นถึงจวิ้นจู่ของท่านโหว ภายหลังถึงจะมาเปลี่ยนเป็นฮูหยินหลินคนปัจจุบัน ดังนั้นไม่ว่าจะอย่างไรทั้งสองคนก็ไม่สามารถลงรอยกันได้ 

           ฮูหยินผู้เฒ่าเลือกการถือศีลนั่นเป็นเพราะไม่อยากสุงสิงกับฮูหยินหลินผู้นี้ แต่ฮูหยินหลินผู้นี้คล้ายเข้าใจผิดว่าฮูหยินผู้เฒ่ากลัวนาง 

           วันนี้ฮูหยินผู้เฒ่าทำให้นางได้เห็นแล้วว่าในจวนแห่งนี้ผู้ที่มีอำนาจตัดสินที่แท้จริงคือตน! ลูกสาวคนโปรดของนาง หากตนบอกให้ลงโทษก็ต้องโดนลงโทษ! 

           “ท่านแม่ ท่านพูดอะไรของท่าน หวานหว่านเป็นเด็กอายุเพียงสิบเจ็ดปีจะมีความคิดอ่านเช่นนั้นได้อย่างไร นางเพียงเสียสติไปชั่วคราวเท่านั้นถึงได้ก่อเรื่องขึ้น ท่านลงโทษนางไปแล้ว อย่าได้โมโหอีกต่อไปเลย” ใบหน้าของฮูหยินหลินมีรอยยิ้มปรากฏทว่าในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความเกลียดชัง 

           “เป็นจริงหรือไม่เจ้าเองก็รู้ตัวดี ข้าออกแรงมาเป็นเวลานานแล้ว ข้าเองก็เหนื่อยเช่นกัน” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยพลางโบกมือให้เชียนแล้วเหลือบมองไปทางชุนหลานที่อยู่ด้านข้าง “เชียนเชียน พวกเรากลับกันเถิด” 

           เชียนพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปพยุงฮูหยินผู้เฒ่าอย่างนอบน้อม 

           เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าเดินออกไปจากศาลเจ้าแล้วสายตาของทุกคนจึงจับจ้องไปยังหลินหวานหว่าน หลินหวานหว่านลืมตาขึ้นแล้วหลั่งน้ำตาออกมาอย่างน่าเวทนา จากนั้นพวกหลินเย่ว์เย่ว์ก็เข้ามาพยุงนางออกไป 

…… 

           ณ จิ้งซินหย่วน ฮูหยินผู้เฒ่านั่งอยู่บนเก้าอี้ราชครู โดยมีเชียนและชุนหลานยืนขนาบข้าง 

           เมื่อชุนหลานรินน้ำชาให้ฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าก็หันไปพูดกับเชียนว่า “เด็กน้อย คราวนี้เจ้าจะต้องจำคำพูดของย่าให้ดี ในจวนแห่งนี้ สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดก็คือความอ่อนแอ หากเจ้าอ่อนแอก็จะมีแต่คนรังแกเจ้า เจ้าจะต้องก้าวร้าวใส่พวกเขาก่อน พวกเขาถึงจะไม่กล้าลงมือกับเจ้าง่ายๆ” 

           เชียนชื่นชมความคิดของฮูหยินผู้เฒ่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด คนที่อ่อนแอก็มักจะโดนรังแกอยู่เสมอ 

           “ท่านย่ากล่าวถูกต้อง แต่เชียนเชียนมิกล้าก้าวร้าวใส่พวกของหวานหว่านก่อนเจ้าค่ะ” เชียนเอ่ยเสียงเบา พยายามให้ตัวเองดูไม่มีความมั่นใจมากที่สุด 

           “อ้อ? เหตุใดจึงมิกล้า” ฮูหยินผู้เฒ่าไม่เข้าใจเท่าไหร่ นางเข้าใจว่าวันนี้ที่นางพยายามสร้างบารมีหนุนหลังให้เชียน เชียนน่าจะเข้าใจเจตนาของนาง ไม่คิดเลยว่าเด็กคนนี้จะยังบอกว่าไม่กล้าอยู่อีก  

           เชียนคุกเข่าอยู่ตรงหน้าฮูหยินผู้เฒ่าแล้วเอามือวางลงบนหน้าตักของฮูหยินผู้เฒ่า แววตาของนางวิบไหว “ข้อแรก เชียนเชียนไม่อยากเปลี่ยนท่าทีเป็นอย่างพวกนางให้เด็กรับใช้ในจวนต้องหวาดกลัว ข้อสองเชียนเชียนไม่อยากให้ผู้อื่นวิจารณ์ท่านย่าว่าหลานที่ท่านย่าสอนมากับมือนิสัยโหดร้าย” 

           เมื่อได้ยินเชียนเอ่ยเช่นนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้า นางหรี่ตาทั้งสองข้างของตน มืออันเหี่ยวย่นของนางลูบศีรษะของเชียนเบาๆ พลางคิดในใจว่าสมแล้วที่เป็นลูกสาวแท้ๆ ของอวิ๋นหลัวจวิ้นจู่ นิสัยอ่อนโยนมีเมตตาเหมือนกับนางไม่มีผิด 

           ชุนหลานผู้ที่ถนัดการสังเกตสีหน้าของคนเป็นที่สุด เมื่อเห็นว่าฮูหยินผู้เฒ่าโปรดปรานเชียนเช่นนี้ก็เอ่ยด้วยความปลื้มใจว่า “ฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าคะ ร่างกายของคุณหนูเชียนเชียนยังฟื้นฟูไม่เต็มที่ ท่านไม่อาจให้คุณหนูนั่งคุกเข่าเช่นนี้นานๆ ได้นะเจ้าคะ” 

           เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินชุนหลานกล่าวเตือนเช่นนี้ถึงจะสังเกตว่าเชียนกำลังนั่งกึ่งคุกเข่าอยู่ นางจึงใช้มือทั้งสองข้างพยุงเชียนขึ้นมาแล้วเอ่ยอย่างเอ็นดูว่า “เด็กโง่ เจ้าจะนั่งคุกเข่าไปทำไมกัน รีบลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้ วันนี้เจ้าเหนื่อยมากพอแล้ว รีบกลับไปพักผ่อนที่ห้องเถิด” 

           เชียนพยักหน้าอย่างว่าง่าย จากนั้นจึงคารวะฮูหยินผู้เฒ่าแล้วเดินก้าวเท้าเบาๆ ออกไป 

…… 

           นางกลับห้องไปได้ไม่นาน ชุนหลานก็ยกขนมและผลไม้เข้ามา 

           เมื่อเห็นใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มของชุนหลาน เชียนก็รู้ว่านางมาที่นี่เพื่อประจบตนจึงกวักมือเรียกอวี้จู๋ที่ยืนอยู่ข้างๆ 

           อวี้จู๋ก้าวเข้าไปรับผลไม้และขนมจากมือของชุนหลานแล้ววางลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง และไม่กล้าเอ่ยอะไรมากนัก 

           “คุณหนูใหญ่ ข้าให้คนไปซื้อของพวกนี้มาจากร้านข้างนอก คุณหนูลองชิมดูว่าถูกปากหรือไม่ หากคุณหนูชอบ พรุ่งนี้บ่าวจะเอามาให้เพิ่มเจ้าค่ะ” ชุนหลานมองเชียนอย่างเอาอกเอาใจ 

           เชียนหัวเราะแล้วเอ่ยตอบว่า “ขอบคุณชุนหลานมาก ฐานะของข้าเป็นเช่นนี้ เจ้ายังดีต่อข้าขนาดนี้ นี่ทำให้ข้าซาบซึ้งใจยิ่ง” 

           “คุณหนูใหญ่พูดอะไรกัน อะไรคือฐานะเป็นเช่นนี้ บ่าวเห็นว่าฐานะของคุณหนูดีมากที่มีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยเหลือ วันข้างหน้าคุณหนูจะใช้ชีวิตอยู่ในจวนหลินได้อย่างไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น อีกอย่างคุณหนูยังเป็นว่าที่ชายาขององค์ชายรองอีกด้วย จึงมีความเป็นไปได้ที่จะได้ขึ้นเป็นฮองเฮาในอนาคต ฐานะของท่านสูงส่งกว่าพวกนางมาก” ชุนหลานพูดพลางรินน้ำชาให้เชียนด้วยตัวเอง 

           ในที่สุดเชียนก็เข้าใจว่าที่แท้แล้วชุนหลานมีความคิดเช่นนี้เอง 

           คิดไปคิดมาก็ถูก ตอนนี้นางมีฮูหยินผู้เฒ่าให้ความความช่วยเหลือ การแต่งงานกับองค์ชายรองก็คงไม่สามารถยกเลิกได้ง่ายๆ แต่ต่อให้องค์ชายรองไม่ยกเลิกการแต่งงาน เชียนก็จะยกเลิกการแต่งงานอยู่ดี เพราะคนผู้นี้ถือเป็นศัตรูคนหนึ่งของเชียนเชียน นางจะแต่งงานเป็นชายาให้กับศัตรูของนางได้อย่างไร 

 

           “คุณหนูใหญ่ ห้องห้องนี้เล็กเกินไปหน่อย พรุ่งนี้ข้าจะพูดเรื่องนี้กับฮูหยินผู้เฒ่าให้นะเจ้าคะ คุณหนูจะได้ย้ายไปอยู่ที่จือหลานหย่วนแทน ที่นั่นดอกไม้ออกดอกดีที่สุด เหมาะกับการรักษาตัวเจ้าค่ะ” ระหว่างพูด ถ้วยน้ำชาในมือของชุนหลานก็ถูกส่งมาอยู่ตรงปากเชียน 

           จือหลานหย่วน? เชียนหรี่ตาลง เป็นสถานที่ที่ดียิ่ง นางเองก็อยากไปอยู่เช่นกัน ในเมื่อชุนหลานตั้งใจจะประจบนาง นางก็ขอรับไว้ก็แล้วกัน จะได้เป็นการรักษาหน้าของสาวใช้คนสนิทของฮูหยินผู้เฒ่าด้วย 

           “เช่นนั้นก็ขอขอบคุณชุนหลานมาก” 

           เมื่อชุนหลานได้ยินเชียนขอบคุณนาง ใบหน้าของนางก็ปรากฏรอยยิ้ม “คุณหนูใหญ่ขี้เกรงใจเกินไปแล้ว คุณหนูคือนาย ข้าคือบ่าว คุณหนูไม่ต้องขอบคุณบ่าวหรอกเจ้าค่ะ พักผ่อนให้มากๆ พรุ่งนี้บ่าวจะส่งคนมาช่วยคุณหนูขนของ” 

           กล่าวได้ว่าชุนหลานติดตามรับใช้ฮูหยินผู้เฒ่ามาตั้งแต่ยังเล็ก ดังนั้นจึงรู้นิสัยของฮูหยินผู้เฒ่าเป็นอย่างดี หลังจากที่นางเดินจากห้องของเชียนมาแล้ว นางก็พูดเป่าหูฮูหยินผู้เฒ่า คำพูดเพียงสองสามประโยคก็ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าอนุญาตให้เชียนย้ายไปอยู่ที่จือหลานหย่วนได้แล้ว 

           ดังนั้นเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น หลังจากที่เชียนกับอวี้จู๋ทานอาหารเช้ากันเสร็จแล้ว ชุนหลานก็พาทั้งสองไปที่จือหลานหย่วน 

           เมื่อเห็นว่าเชียนได้ย้ายไปอยู่ที่จือหลานหย่วน หลินหวานหว่าสามพี่น้องก็ยิ่งโกรธจนกัดฟันกรอด แต่พวกนางก็ทำอะไรไม่ได้ ตอนนี้คำสั่งเพียงประโยคเดียวของฮูหยินผู้เฒ่าก็ทำให้มหาเสนาบดีหลินไม่กล้าขัดแล้ว พวกนางจึงทำได้เพียงเฝ้ามองเชียนใช้ชีวิตอย่างคุณหนูใหญ่อยู่ที่จือหลานหย่วนเท่านั้น 

ความคิดเห็น