facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

“หากมิใช่เพราะอาเชียน ข้าคงได้เป็นสามีของผีร้ายแล้ว เพื่อแสดงความขอบคุณต่ออาเชียน ฐานะข้ายากจน ไม่มีของสิ่งใดที่จะตอบแทนอาเชียน สิ่งของมีค่าที่มีคือตัวข้าเอง มิสู้...ข้ามอบร่างกายเป็นการตอบแทน อาเชียนโปรดรับข้าไว้เถอะ”

ตอนที่ 10 ต่อไปย่าจะปกป้องเจ้า

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 ต่อไปย่าจะปกป้องเจ้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ธ.ค. 2563 16:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 ต่อไปย่าจะปกป้องเจ้า
แบบอักษร

เดิมทีนางก็รู้สึกละอายใจอยู่แล้ว และเมื่อได้ยินเชียนพึมพำว่า 'ท่านย่า' ออกมาเสียงดัง น้ำตาฮูหยินผู้เฒ่าจึงไหลพรากออกมาราวกับไข่มุกที่หลุดออกจากสร้อย "พานางไปที่จิ้งซินหย่วน" 

           จิ้งซินหย่วน? หลินหวานหว่านตาลุกเป็นไฟ เหตุใดไม่จับนางไปโยนทิ้งไว้ซอกหลืบตรงไหนสักที่ แต่กลับพาไปที่จิ้งซินหย่วน? หรือว่าท่านย่าคิดจะดูแลเอง  

หลินเชียนเชียนนะหลินเชียนเชียน เหตุใดดวงเจ้าถึงแข็งขนาดนี้ นอกจากจะไม่ตายแล้วยังได้ไปอยู่ที่จิ้งซินหย่วนของท่านย่าด้วย! 

           เมื่อเห็นสีหน้าโกรธจัดของลูกสาว ฮูหยินหลินจึงตั้งใจหยุดฝีเท้าลงเพื่อรอให้หลินเชียนหยวนและคนอื่นเดินห่างออกไปก่อนแล้วค่อยเอ่ยกับหลินหวานหว่านว่า "ต่อให้ได้ไปที่จิ้งซินหย่วนแล้วอย่างไร ใบหน้าของนังเด็กนั่นอัปลักษณ์ยิ่งกว่าแต่ก่อนเสียอีก สตรีที่เสียโฉมเพราะไฟคลอก องค์ชายรองยิ่งไม่มีทางต้องการนางแน่ เจ้าจะโกรธเพราะเรื่องเช่นนี้ทำไมกัน" 

           "แต่ท่านแม่เจ้าคะ ลูกเกลียดนางเจ้าค่ะ นังอัปลักษณ์นี่เหตุใดถึงโชคดีขนาดนี้ ไฟไหม้ร้ายแรงขนาดนี้ยังทำอะไรนางไม่ได้!" หลินหวานหว่านกัดริมฝีปากตัวเองราวกับยังไม่ยอมเข้าใจเรื่องนี้ 

           ฮูหยินหลินเอามือปิดปากหลินหวานหว่านแล้วทำท่าให้นางหยุดพูด "จำไว้ว่าเพลิงไหม้ใหญ่ครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเจ้า!" 

           หวินหวานหว่านพยักหน้า นางเข้าใจความหมายของฮูหยินหลินดี หากฮูหยินผู้เฒ่ารู้ความจริงขึ้นมาจะต้องลงโทษตนอย่างแน่นอน 

…… 

           ณ ห้องฝั่งตะวันตกของเรือนจิ้งซินหย่วน 

           เหล่าสาวใช้นำเชียนวางไว้บนเตียงผืนเล็ก ภายใต้เปลวเทียนนี้ เชียนยิ่งเห็นใบหน้าที่โดนไฟลวกได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เหล่าสาวใช้ไม่มีผู้ใดกล้ามอง จึงต่างพากันหลบหน้าไปทางอื่น ทว่าฮูหยินผู้เฒ่ากลับยังคงจ้องใบหน้านั้นของเชียน 

           เมื่อนึกถึงการที่ตนไม่เอาใจใส่ต่อเด็กผู้นี้ในวันที่ผ่านๆ มา นึกถึงสีหน้าท่าทางที่นางวิ่งฝ่าเข้ามาในหอ และนึกถึงภาพที่นางยังไม่ได้สติแต่พึมพำออกมาว่า 'ท่านย่า' แววตาของฮูหยินผู้เฒ่าจึงอ่อนลง ในจวนนี้มีเด็กตั้งมากมายแต่มีเพียงหลินจื่อเฟิงหลานชายคนแรกกับหลินเชียนเชียนเด็กที่ไม่เคยได้รับความสนใจมาตลอดเท่านั้นที่จริงใจต่อนาง 

           "ฮูหยินผู้เฒ่า หมอหลวงเฉินมาแล้วเจ้าค่ะ” ชุนหลานเชิญหมอหลวงเข้ามาด้านใน 

           “หมอหลวงเฉิน ท่านรีบมาดูอาการหลานข้าเร็วเข้า นางเป็นแบบนี้เพราะช่วยข้า”ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก 

           หมอหลวงเฉินคารวะ จากนั้นจึงยกกล่องยาไปวางไว้ข้างๆ เตียงของเชียนแล้วมองบาดแผลไฟลวกบนหน้าของนาง สีหน้าของหมอหลวงเฉินผู้นี้จึงปรากฎความอนาถใจ 

           “ฮูหยินหลินโปรดวางใจ ข้าจะต้องทำอย่างสุดความสามารถแน่” 

           “รบกวนหมอหลวงแล้ว” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยพลางนั่งลงข้างๆ 

           นางมองไปรอบๆ ห้อง ลูกชายและลูกสะใภ้ของตนล้วนไม่อยู่ที่นี่ด้วย เฮ้อ! ไม่เคยเห็นเด็กคนนี้อยู่ในสายตาแลย เด็กผู้น่าสงสาร ต่อไปย่าจะไม่ปล่อยให้เจ้าต้องถูกมองข้ามเช่นนี้ เพราะย่าทำให้เจ้าเจ็บแท้ๆ 

           ผ่านไปครู่หนึ่ง เมื่อหมอหลวงเฉินตรวจชีพจรเสร็จก็มารายงานฮูหยินผู้เฒ่าว่า “ฮูหยินผู้เฒ่าโปรดวางใจ อาการของคุณหนูไม่น่าเป็นห่วง ใบหน้าของนางถูกไฟลวก ร่างกายของนางยังมีควันพิษอยู่ข้างในเล็กน้อย ข้าจะสั่งจ่ายยาขับควันพิษให้ แค่นี้ก็ไม่น่าเป็นห่วงแล้ว” 

           “เมื่อควันพิษออกไปหมดแล้ว แล้วใบหน้าของนางเล่า...” ฮูหยินผู้เฒ่าคิดว่า สิ่งที่หญิงสาวให้ความสำคัญที่สุดก็คงจะเป็นเรื่องของรูปโฉม หากเสียโฉมไป เด็กผู้นี้จะปวดใจขนาดไหน  

           “รอยแผลบนใบหน้าคุณหนู เพียงใช้ยารักษาแผลเป็นที่ข้าเป็นคนทำก็จะช่วยให้ค่อยๆ ฟื้นฟูขึ้น” หมอหลวงเฉินเอ่ยตอบ 

           เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าได้ฟังดังนั้นก็เอ่ยถามออกมาอย่างประหลาดใจ “จริงหรือ” 

           หมอหลวงเฉินลูบหนวดของตนเองพลางกล่าวตอบออกมาว่า “ยารักษาแผลเป็นของข้าเป็นตำรับยาที่สืบทอดมาตั้งแต่ต้นตระกูลของข้าเอง ไม่เพียงช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของแผลไฟไหม้ แต่ยังจะช่วยผลัดผิวของคุณหนูให้ผิวพรรณดูสดใสกว่าแต่ก่อนอีกด้วย” คำตอบเช่นนี้ทำให้ฮูหยินหลินโล่งอก นางพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “เช่นนั้น...เด็กคนนี้ก็ไม่น่าเป็นห่วงแล้ว ชุนหลานตามไปรับยากับหมอหลวงเฉินด้วย” 

           “เจ้าค่ะ” ชุนหลานพยักหน้าแล้วตามหมอหลวงเฉินที่กำลังเดินออกไป 

           “เด็กหนอเด็ก เจ้าอย่าห่วงเลย ย่าไม่เป็นไร ย่าจะคอยเฝ้าอาการเจ้าเอง” ฮูหยินผู้เฒ่ายืนอยู่ข้างเชียน เพื่อมองหน้าของนางที่กำลังขมวดคิ้วแล้วเช็ดน้ำตา 

           คืนนี้ เชียนยังมิได้ลืมตาขึ้น ถึงแม้ว่าสาวใช้จะมาป้อนยานาง นางก็ยังคงแสร้งทำเป็นหลับใหลไม่ได้สติ 

           จนกระทั่งตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น ฮูหยินผู้เฒ่ามาป้อนยาให้นางด้วยตนเอง ตอนนั้นเองเปลือกตาของนางจึงเริ่มขยับ ริมฝีปากของนางขมุบขมิบคล้ายว่ากำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่าง จากนั้นจึงลืมตาขึ้น 

           “ท่านย่า...” เสียงของเชียนแหบแห้ง 

           “เด็กดี เจ้าตื่นแล้วหรือ” ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าเต็มไปด้วยความเมตตา 

           “ท่านย่า ท่านเป็นอะไรหรือเปล่า” เชียนเอ่ยถามอย่างอ่อนแรง 

           เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าเห็นว่าเด็กผู้นี้เมื่อลืมตาขึ้นมาก็ถามทันทีว่าตนเป็นอะไรไหม ในใจก็เกิดความสงสาร นางเช็ดที่ขอบตาของตนเอง “เด็กดี ย่าไม่เป็นไร แต่เจ้าได้รับบาดเจ็บ แผลที่ใบหน้าของเจ้าก็เป็นเพราะย่าเป็นต้นเหตุ” 

           “ท่านย่าอย่าร้องไห้เลยเจ้าค่ะ ขอแค่ท่านย่าไม่เป็นอะไรก็พอแล้ว ใบหน้าของเชียนเชียนเสียโฉมไปแล้วก็ปล่อยให้เสียไป ถึงอย่างไรตอนแรกก็น่าเกลียดอยู่แล้ว ขอแค่ให้ท่านย่ามีสุขภาพแข็งแรง ต่อให้เชียนเชียนต้องตายไปก็เต็มใจ” เมื่อเชียนเอ่ยจบก็ไอออกมา 

           ฮูหยินผู้เฒ่าพูดพลางประคองเชียนขึ้นมา แล้วเอาฝ่ามือลูบหลังเชียนเบาๆ แล้วเอ่ยด้วยความละอายใจว่า “เจ้าเด็กโง่ ตายเตยอะไรกัน ย่าไม่เป็นไร เจ้าก็ห้ามตาย” 

           “ขอบคุณเจ้าค่ะท่านย่า” เชียนกัดริมฝีปากตัวเอง ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยผ้าพันแผล ดูแล้วน่าเวทนาอย่างยิ่ง ฮูหยินผู้เฒ่าถอนใจแล้วเอ่ยออกมาว่า “เด็กน่าสงสาร” 

           “ท่านย่าอย่าทุกข์ใจเพราะเชียนเชียนเลยเจ้าค่ะ เชียนเชียนไม่น่าสงสาร การได้มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ ได้เป็นธิดาตระกูลหลินถือเป็นโชคดีของข้าแล้ว” เชียนเอ่ยพลางยกมือน้อยๆ ของตนเช็ดน้ำตาให้ฮูหยินผู้เฒ่า 

 “เด็กดี เจ้าช่างเป็นเด็กดีจริงๆ...” 

           เชียนตั้งใจก้มหน้าต่ำ เพื่อมองให้แน่ใจว่ารอบตัวไม่มีผู้อื่น นางกระซิบกับฮูหยินผู้เฒ่าว่า “ท่านย่า เรื่องของลุงเหอ ท่านวางใจได้ เชียนเชียนไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น เชียนเชียนไม่มีทางให้ชื่อเสียงของท่านเสียหายแน่นอน”  

           “ย่ารู้ เชียนเชียนเป็นคนที่ปกป้องย่าได้ดีที่สุด” ตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่ารักและเอ็นดูเชียนทั้งหัวใจ 

           “มานี่ เด็กดี กินยานี่เสีย บาดแผลบนใบหน้าของเจ้า ยารักษาแผลเป็นของหมอหลวงเฉิน ยานี่สามารถรักษาเจ้าให้หายได้” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยพลางยกถ้วยยาขึ้นแล้วป้อนเชียนทีละคำ 

           เมื่อดื่มยาหมดไปถ้วยหนึ่งแล้ว ชุนหลานก็ถือยาทาเข้ามา เมื่อเห็นชุนหลาน ฮูหยินผู้เฒ่าจึงนึกขึ้นมาได้ว่าเชียนไม่มีสาวใช้ประจำตัว นางคิดแล้วคิดอีกจึงเอ่ยกับเชียนว่า “เจ้าไม่เคยมีสาวใช้ประจำตัวเลยกระมัง ย่าจะเลือกสาวใช้คล่องแคล่วให้เจ้าสักคน” 

           เชียนส่ายหน้าพลางก้มหน้าต่ำ “ท่านย่าเจ้าคะ เรื่องนี้มิต้องให้ชุนหลานต้องออกแรงหรอกเจ้าค่ะ มีเด็กอยู่คนหนึ่งคอยแอบให้ความช่วยเหลือหลานมาตลอด หากท่านย่าอนุญาตก็ให้นางมารับใช้เชียนเชียนเถิดเจ้าค่ะ” 

           “อ้อ เจ้ามีคนอยู่แล้วหรือ เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน คนที่เคยติดตามเจ้ามาก่อน ภายภาคหน้าย่อมไม่มีทางทรยศเจ้านาย เด็กผู้นั้นมีนามว่าอะไร” 

           “นางมีนามว่าเสี่ยวอวี้ เป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง แต่เนื่องจากในจวนเด็กรับใช้ชายจะได้เงินเดือนเยอะกว่าสาวใช้ นางจึงปลอมตัวเป็นเด็กผู้ชาย ท่านย่าคงไม่ลงโทษนางกระมังเจ้าคะ” เชียนก้มหน้าลงราวกับว่าตนเป็นคนทำผิดเสียเอง 

           เรื่องการปลอมตัวเป็นเด็กรับใช้ชาย ฮูหยินผู้เฒ่าเคยรู้เรื่องเช่นนี้มาก่อน เพราะบางครอบครัวที่มีฐานะยากจนและต้องการเงินเดือนมากหน่อย บางคนก็มีรูปลักษณ์โดดเด่นจนกลัวเจ้านายจะจดจำ ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร นางจึงไม่รู้สึกโกรธ 

           “เห็นข้าเป็นอะไร ข้าเคยเป็นคนเช่นนั้นหรือ นี่มิใช่เรื่องใหญ่อะไร ให้เด็กหญิงผู้นั้นคอยรับใช้เจ้าก็แล้วกัน” ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้า 

           "ขอบคุณท่านย่ามาก ขอบคุณท่านย่ามากเจ้าค่ะ" เชียนเอ่ยพลางพยายามลุกขึ้นเพื่อก้มหัวคารวะฮูหยินผู้เฒ่า 

           "เจ้าเด็กคนนี้ ร่างกายของเจ้ายังไม่ดีขึ้น ไม่ต้องมากพิธีเช่นนี้หรอก รีบพักผ่อนเถิด เดี๋ยวย่าให้ชุนหลานไปตามนางมาหาเจ้า" 

…… 

           ตอนเที่ยงวันอวี้จู๋เข้ามาหาเชียนโดยเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นแบบสาวใช้เรียบร้อยแล้ว เมื่อเห็นใบหน้าของเชียนมีผ้าพันแผลพันไว้ อวี้จู๋ก็คุกเข่าลงบนพื้นแล้วร้องไห้โฮออกมา "คุณหนูใหญ่ ใบหน้าของคุณหนู เหตุใดถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้เจ้าคะ" 

           "ไม่เป็นไร เดี๋ยวเรื่องร้ายจะกลายเป็นดีเอง" เชียนกล่าวตอบเรียบเฉย 

           แต่เมื่ออวี้จู๋ได้ยินกลับยิ่งปวดใจ "คุณหนูใหญ่..." 

           "อวี้จู๋ มิต้องร้องไห้แล้ว ข้ามีเรื่องจะให้เจ้าทำ" เชียนพยุงอวี้จู๋ขึ้นมา 

           เมื่ออวี้จู๋ได้ยินว่าเชียนมีเรื่องให้ทำก็รีบเช็ดน้ำหูน้ำตาแล้วเอ่ยกับเชียนว่า "คุณหนูใหญ่ว่ามาเถิดเจ้าค่ะ จะให้อวี้จู๋ไปบุกน้ำลุยไฟที่ไหน บ่าวล้วนเต็มใจ" 

           "เรื่องที่หลินหวานหว่านให้คนขนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาที่ปี้หลินหย่วน พวกเด็กรับใช้ในเรือนรู้เรื่องนี้หรือไม่" เชียนเอ่ยถาม 

           อวี้จู๋พยักหน้า "รู้เจ้าค่ะ พวกเขารู้เรื่องนี้" 

           "ดีมาก อวี้จู๋เจ้าฟังให้ดี เจ้าหาโอกาสทะเลาะกับพวกที่ขนน้ำมันเชื้อเพลิงนี่เข้ามา และต้องทะเลาะกันต่อหน้าชุนหลาน และต้องให้ชุนหลานได้ยินว่าหลินหวานหว่านส่งพวกเขาขนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามา" 

           "อวี้จู๋เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ อวี้จู๋จะต้องจัดการอย่างดีแน่" คราวนี้อวี้จู๋ไม่ได้เอ่ยอะไรมาก นางรับเงินเดือนอยู่ในจวนนี้มานาน ย่อมเคยได้ยินเรื่องราวที่สาวใช้ที่อายุมากเล่าเรื่องการทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่แล้ว นางรู้ดีว่าเชียนต้องการแก้แค้นหลินหวานหว่าน ดังนั้นไม่ว่าจะอย่างไรนางจะต้องจัดการเรื่องนี้อย่างดีแน่นอน 

…… 

           กลางดึก หลังจากที่อวี้จู๋ทายาและส่งเชียนเข้านอนเรียบร้อยแล้ว นางถึงจะออกไป 

           ลมราตรีโชยอ่อย มุ้งปลิวไสวตามสายลม แต่เชียนกลับลืมตาขึ้นมา  

           ที่แท้ในห้องนี้มีคนอยู่อีกคนหนึ่ง แถมในมือของเขายังถือสิ่งของบางอย่างอยู่ด้วย 

           "ลั่วชิงเฉิน?" เชียนเอ่ยคำสามคำนี้ออกมา 

           "เหตุใดยังไม่นอนอีก" น้ำเสียงของลั่วชิงเฉินอ่อนโยนอย่างยิ่งราวกับลมต้นคิมหันต์ฤดูที่ทำให้ผู้คนรู้สึกอบอุ่นหัวใจ 

           เชียนประคองตัวเองลุกขึ้น จึงมองเห็นเงาของลั่วชิงเฉินที่ค่อยๆ เคลื่อนกายเข้ามาใกล้ จากนั้นจึงเอ่ยตอบเรียบๆ ว่า "รอท่าน" 

           "รอข้า? มิใช่รอ[1]คนบุปผาอยู่หรือ" ลั่วชิงเฉินเอ่ยพลางนั่งลงข้างๆ เชียน ปกติแล้วเขาไม่ใช่คนขี้ล้อเล่น ทว่าเวลานี้กลับอยากหยอกล้อสตรีที่ซ่อนความลับเอาไว้มากมายผู้นี้ 

           "คนมาบุปผา? คนบุปผาที่ไหนตาบอดเช่นนี้ถึงได้สนใจในตัวผู้หญิงอัปลักษณ์เช่นข้าด้วย คงมิได้มีอะไรมาบดบังจิตใจของท่านจนทำให้ท่านสนใจในตัวข้ากระมัง" เชียนหัวเราะ 

           เนื่องจากนางพบหน้าลั่วชิงเฉินหลายครั้งแล้ว นางจึงกล้าทำตัวตามสบายต่อหน้าเขา 

           ทว่าลั่วชิงเฉินกลับมิได้เอ่ยตอบ ส่วนคงชิงที่เฝ้าอยู่ตรงหน้าต่างกลับคิดในใจว่า มิได้มีอะไรมาบดบังจิตใจของเจ้านายข้า วันนี้ทั้งวันเขาไม่ยอมทำอะไรทั้งสิ้น เอาแต่มาคอยดูคนขี้เหร่อย่างเจ้า 

           "ยังเจ็บอยู่หรือไม่” ลั่วชิงเฉินยื่นขวดที่อยู่ในมือให้เชียน 

           ภายใต้แสงจันทร์สลัวยามค่ำคืน เชียนไม่อาจมองเห็นสิ่งของนั้นได้ จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอึดอัด นางจึงสะกิดที่ตัว เพื่อให้ฉือเป่าที่ซ่อนตัวอยู่ช่วยจุดเทียนให้ 

           ภายใต้เสียงเทียน ลั่วชิงเฉินมองเห็นผ้าพันแผลบนใบหน้าของเชียนชัดเจน ส่วนเชียนเองก็มองเห็นขวดเล็กๆ ที่อยู่ในมือชัดเจนขึ้น 

           ราวกับมีอะไรดลใจ ลั่วชิงเฉินจึงยกมือขึ้นเพื่อจะสัมผัสบาดแผลที่ใบหน้าของเชียน เชียนเอียงหน้าหลบเล็กน้อย แล้วเอ่ยอย่างนุ่มนวลว่า "คุณชาย แม้ว่าท่านจะเคยช่วยข้า แต่นี่เกินขอบเขตแล้ว" 

           ลั่วชิงเฉินลดมือลงแล้วแสร้งกระแอมอย่างเก้ๆ กังๆ เขายืนขึ้นแล้วเอ่ยว่า "ข้าเห็นว่าเจ้าเป็นคนที่น่าสนใจ จึงให้ความสนใจกับเจ้ามาก อย่าคิดว่าข้ามีใจให้เจ้า สตรีที่จะเข้าตาข้าได้ต้องเป็นสาวงามล่มเมืองโดดเด่นเหนือสตรีใด” 

           คงชิงคิดในใจว่า คุณชายนะคุณชาย นี่ใช่ยิ่งพยายามปิดบังก็ยิ่งเปิดเผยหรือไม่ 

           เมื่อเชียนได้ยินดังนั้นก็เอาขวดยาวางไว้ด้านข้างแล้วเอ่ยตอบว่า "บังเอิญนัก ข้าเองก็มิได้คิดอะไรกับท่านเช่นกัน บุรุษที่จะเข้าตาข้าได้ต้องเป็นเจ้าแผ่นดินนี้เท่านั้น" 

           คงชิงคิดในใจต่อว่า แม่นางผู้นี้เสียสติไปแล้วกระมัง หน้าอย่างนางคงเหมาะกับเจ้าแผ่นดินตาบอดเท่านั้น 

           "ดีมาก ในเมื่อข้ากับเจ้าไม่มีความรู้สึกใดๆ ต่อกัน เช่นนั้นเราก็เป็นเพื่อนกันเถิด" ลั่วชิงเฉินหันตัวกลับไป ภายใต้หน้ากากดอกปี่อั้นจึงปรากฏรอยยิ้ม 

 

[1] 采花 มีความหมายถึงเข้ามาคุกคามทางเพศสตรีกลางดึก 

ความคิดเห็น