facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

“หากมิใช่เพราะอาเชียน ข้าคงได้เป็นสามีของผีร้ายแล้ว เพื่อแสดงความขอบคุณต่ออาเชียน ฐานะข้ายากจน ไม่มีของสิ่งใดที่จะตอบแทนอาเชียน สิ่งของมีค่าที่มีคือตัวข้าเอง มิสู้...ข้ามอบร่างกายเป็นการตอบแทน อาเชียนโปรดรับข้าไว้เถอะ”

ตอนที่ 9 รีบไปช่วยหลานสาวข้า

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 รีบไปช่วยหลานสาวข้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ธ.ค. 2563 12:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 รีบไปช่วยหลานสาวข้า
แบบอักษร

“ขอบคุณท่านมาก ปล่อยข้าลงเถิด” เสียงของเชียนอ่อนแรง จิตวิญญาณของนางยังคงแข็งแกร่ง แต่ช่วยไม่ได้ที่ร่างของมนุษย์นั้นเปราะบางยิ่ง 

           ลั่วชิงเฉินจ้องตาของเชียน สีตาของเขาดำขลับ มือของเขาที่อุ้มเชียนเอาไว้ยิ่งออกแรงมากยิ่งขึ้น 

           “ซี้ดดด” เชียนรู้สึกถึงความเจ็บปวดจึงมองไปที่ลั่วชิงเฉินด้วยสายตาข้องใจ “ลั่วชิงเฉิน ท่านทำข้าเจ็บ” 

           “จริงหรือ...” เสียงของลั่วชิงเฉินอ่อนโยนลง แล้วมองแผลบนหน้าของเชียน จากนั้นจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “ในเมื่อเจ้ารู้จักความเจ็บปวด ก็อย่าใช้วิธีการทรมานตัวเองให้พวกเขาเห็นได้อีก!” 

           หืม 

           เชียนยิ้ม นางคิดไม่ถึงว่าลั่วชิงเฉินจะเข้าใจนางผิดแถมยังเข้าใจผิดเช่นนี้ไปอีก 

           “ลั่วชิงเฉิน ท่านจำเอาไว้ คนอื่นจะมองข้าเป็นอย่างไรก็ไม่มีค่าอะไรกับข้า ที่ข้าทำเช่นนี้เพียงต้องการแก้แค้น สตรีที่ต้องการจะแก้แค้นไม่มีทางคิดจะฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตัวเอง” 

           “เช่นนั้นเจ้า...” ลั่วชิงเฉินถอนใจ ช่างเถิด นางมองผู้หญิงคนนี้ไม่ออก ไม่ออกเลยแม้แต่น้อย 

           “หากท่านจับตาดูข้าต่อไปเช่นนี้ ท่านก็จะรู้ว่าข้าคิดจะทำอะไรต่อไป” เชียนยกมือน้อยๆ ของตนขึ้นเพื่อดึงเสื้อของลั่วชิงเฉิน  

           ลั่วชิงเฉิน “...” 

           “เอาล่ะ ปล่อยข้าลงเถิด หากผู้อื่นเห็นข้าในสภาพเช่นนี้เข้า ข้าจะตกเป็นขี้ปากของชาวต้าเหลียงอีก” เชียนพยายามทำตัวเองให้ดูอ่อนแอขึ้นอีก 

           “อืม” 

           คราวนี้ลั่วชิงเฉินวางเชียนลงแล้วใช้วิชาตัวเบาบินออกจากสวนฮุ่ยหลินไป 

           เชียนรู้สึกเจ็บปวด ทั่วร่างของนางไร้เรี่ยวแรง นางแผ่ตัวลงนอนบนพื้นของสวนฮุ่ยหลิน 

           “เจ้านาย เจ้านาย...” ตอนนี้ฉือเป่าปรากฏร่างจริงออกมาแล้ว 

           เชียนมองไปยังฉือเป่า จากนั้นจึงกัดฟันทนความเจ็บปวดแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ฮูหยินผู้เฒ่าหลินเป็นอย่างไรบ้าง” 

           “ตระกูลหลินเชิญหมอมาดูอาการแล้ว ท่านลุงเหอเป็นห่วงฮูหยินผู้เฒ่าจึงยังไม่ยอมไปไหน ตอนนี้ยังนั่งคุกเข่าอยู่ที่ลานบ้าน เจ้านายทำไมท่านต้องทำร้ายตัวเองเช่นนี้ด้วย ท่านแกล้งทำเป็นป่วยหรืออะไรก็ได้ เหตุใดต้องให้ตัวเองทนทุกข์จากบาดแผลไฟไหม้ด้วย” ฉือเป่ารู้สึกปวดใจ แม้ว่ามันจะรู้ว่านี่ไม่ใช่ร่างที่แท้จริงของเชียนแต่เมื่อนึกถึงความเจ็บปวดที่เชียนต้องเผชิญ มันจึงรู้สึกปวดใจและรู้สึกไม่คุ้มแทนเจ้านายของตัวเอง 

           “เป็นความผิดของข้าเอง คิดไม่ถึงว่าจะเจ็บปวดขนาดนี้” เชียนถอนใจพยายามไม่ให้ตัวเองคิดถึงความเจ็บปวด 

           ฉือเป่านั่งอยู่ด้านหน้าเชียนแล้วเป่าลมเบาๆ ออกมา “นายท่านข้าจะใช้อาคมช่วยท่านระงับความเจ็บปวดก่อน รอให้ฮูหยินผู้เฒ่าหลินส่งคนมารับท่านก่อน ข้าจะรักษาให้ท่าน” 

           “ดี” 

           “อ้อ จริงด้วย เจ้านาย เมื่อครู่นี้ตอนที่ท่านอยู่ในกองเพลิง ลั่วชิงเฉินพยายามสุดชีวิตที่จะช่วยท่าน เขาคิดอะไรไม่ธรรมดากับท่านหรือไม่” ฉือเป่าเอ่ยถาม 

           ตอนนั้นอารมณ์ความรู้สึกของเชียนค่อนข้างแปรปรวน นางจำไม่ได้ว่าลั่วชิงเฉินเข้ามาช่วยนางตอนไหน ซึ่งแตกต่างจากฉือเป่า มันเห็นทุกอย่างอย่างชัดเจน 

           ในขณะที่เชียนกำลังกุมศีรษะของตัวเองด้วยความเจ็บปวด ลั่วชิงเฉินชายผู้ที่สวมหน้ากากก็ฝ่าเข้ามาทางหน้าต่าง ตอนนั้นที่มันเห็นลั่วชิงเฉิน เขาเอ่ยออกมาว่า ‘สมควรตาย’ จากนั้นจึงเข้าไปช่วยเชียน 

           แต่ตอนนั้นที่เชียนยังไม่ได้สติ สายตาของนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ตอนที่ลั่วชิงเฉินอุ้มนางขึ้นมา นางยังเข้าใจว่าลั่วชิงเฉินเป็นภัยคุกคามต่อตน ด้วยความตกใจเชียนจึงข่วนลั่วชิงเฉินไปสองที ที่คอของชายผู้นั้นจึงยังเหลือรอยข่วนทิ้งไว้สองรอย 

           ลั่วชิงเฉินที่โดนข่วน นอกจากจะไม่ยอมวางเชียนลงแล้ว ยังเข้าไปกระซิบข้างๆ หูนางอีกว่า “ไม่ต้องกลัว ข้าอยู่นี่แล้ว ข้าอยู่นี่” 

           เมื่อฉือเป่าเห็นชายผู้นั้นไม่มีเจตนาร้ายกับเชียน ทั้งยังพยายามช่วยนางอย่างจริงใจ มันจึงควบคุมเปลวเพลิงเพื่อให้ลั่วชิงเฉินช่วยเชียนออกมาได้ 

           “เจ้าเด็กน้อย แม้ข้าจะไม่รู้ว่าฐานะของลั่วชิงเฉินคือผู้ใด แต่ข้าก็กล้ายืนยันได้ว่าเขาไม่มีทางชอบผู้หญิงขี้เหร่ที่มีปานทั้งหน้าคนหนึ่งได้ และยิ่งไม่มีทางรู้สึกดีกับสตรีที่โดนไฟคลอกอย่างข้า ที่เขาทำเช่นนี้ก็เพราะเห็นว่าข้าน่าสนใจไม่อยากให้ข้าตายเร็วเกินไปก็เท่านั้น” เชียนมองฉือเป่าด้วยความอ่อนโยน 

           “เจ้านาย ไม่แน่ลั่วชิงเฉินอาจจะเป็นคนพิลึกอย่างนั้นก็ได้ เขาอาจจะชอบสตรีขี้เหร่” ฉือเป่ารู้สึกว่าความรู้สึกของเขาไม่มีทางผิดพลาดแน่ว่าลั่วชิงเฉินรู้สึกดีกับเจ้านายของตัวเอง 

           “หากเป็นเช่นนั้นจริงก็ปล่อยให้เขาชอบไปเถิด ถึงอย่างไรข้าก็ไม่มีทางมีใจให้กับมนุษย์อย่างแน่นอน” เชียนตอบ 

           ใช่แล้ว เจ้านายไม่มีทางชอบมนุษย์ธรรมดา หัวใจของเจ้านายมีแต่ชายน่ารังเกียจผู้นั้น 

           เจ้านายทำเพื่อชายผู้นั้นตั้งมากมาย แต่ชายผู้นั้นกลับไม่เคยชายตามองเจ้านายเลยแม้แต่นิดเดียว ตอนที่เจ้านายถูกสะกดไว้ใต้ทะเลสาบจิ้งเย่ว์ เขาไม่เคยส่งเสียงเรียกเจ้านายเลยแม้แต่ครั้งเดียว หากเทียบกับคนผู้นั้นแล้ว ข้าอยากเห็นท่านชอบลั่วชิงเฉินมากกว่า ข้า...ชอบผู้ชายเช่นลั่วชิงเฉินมากกว่า 

           ฉือเป่ากำลังคิดเช่นนั้น ทว่ากลับมิได้พูดออกมา มันเข้าใจเจ้านายของตนดี ต่อให้เจ็บตัวมากเพียงใดก็ไม่มีทางยอมแพ้ 

           “เจ้านาย ตอนนี้ข้าดับไฟเรียบร้อยแล้ว เวลาก็ล่วงเลยมาไม่น้อยแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าหลินคงใกล้จะฟื้นขึ้นมาแล้ว” ฉือเป่าเปลี่ยนเรื่องสนทนา มันเกรงว่าหากพูดมากเกินไปเจ้านายจะคิดถึงชายผู้นั้นขึ้นมาอีกครั้ง 

           เชียนไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ นางเพียงหลับตาลงอีกครั้ง 

…… 

           ณ จิ้งซินหย่วน ห้องพักของฮูหยินผู้เฒ่าหลิน 

           หลังจากที่ชุนหลานป้อนยาให้ฮูหยินไปแล้วหนึ่งถ้วย นางก็ได้สติขึ้นมา สิ่งที่นางทำเป็นอย่างแรกเมื่อตื่นขึ้นมาก็คือมองหาว่าลุงเหออยู่ที่ใด เมื่อสำรวจมองคนรอบด้านครบหมดแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าก็เอามือกุมศีรษะแล้วเอ่ยถามว่า “ผู้ใดช่วยข้าออกมา” 

           ชุนหลานเช็ดน้ำตาแล้วเอ่ยออกมาอย่างติดขัดว่า “คือ คือ ท่านลุงเหอ” 

           “ลุงเหอ?” ฮูหยินผู้เฒ่าหลินถอนใจ นางนึกออกว่าตอนนั้นไม่ได้มีเพียงลุงเหอแต่เพียงผู้เดียวยังมีหลินเชียนเชียนอีกด้วย 

           “หลินเชียนเชียนเล่า” 

           “ฮูหยินผู้เฒ่า คุณหนูใหญ่ไม่ได้ออกมาเจ้าค่ะ พวกเราเห็นเพียงท่านกับลุงเหอออกมาด้วยกัน ท่านลุงเหอบอกว่า ตอนแรกเขาวิ่งฝ่าไฟเข้าไปเพื่อช่วยคุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ” ชุนหลานกลัวว่าฮูหยินผู้เฒ่าหลินจะโกรธจึงตอบออกไปเช่นนี้ 

           แม้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าหลินจะเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่ในสวนฮุ่ยหลานมานาน แต่นางกลับมิใช่คนตื้นเขินขนาดนั้น เพียงฟังนางก็เดาได้แล้วว่าหลินเชียนเชียนสอนให้เขาพูดคำพูดเช่นนี้ พลางคิดในใจว่าผู้หญิงคนนี้รู้จักปกป้องชื่อเสียงของตนด้วย 

           “หลินเชีนเชียนไม่ได้ออกมาแล้วพวกเจ้าไม่ส่งคนเข้าไปตามหารึ” น้ำเสียงของฮูหยินหลินเฉียบขาด 

           “ฮูหยินผู้เฒ่า พอพวกเราเห็นท่านออกมาก็ ก็เลยลืมคุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ” ชุนหลานนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น เสียงของนางเริ่มเบาลงเรื่อยๆ 

           “ลืมรึ คนเป็นๆ ทั้งคนยังลืมได้ เร็วเข้า รีบไปช่วยนางเดี๋ยวนี้!” ระหว่างที่พูดฮูหยินผู้เฒ่าหลินก็ลงจากเตียง ในใจของนางคิดว่าหลินเชียนเชียนจะตายไม่ได้ มิเช่นนั้นแล้วจะผิดต่อน้ำใจของนาง อีกอย่างหากวันใดที่เรื่องของตนกับลุงเหอหลุดรอดออกไปหรือมีคนขุดคุ้ย แล้วยัดข้อหาให้ตนว่าเพื่อรักษาชื่อเสียงของตนเองจึงฆ่าคนปิดปาก นั่นจะยิ่งซวยเข้าไปอีก 

           ฮูหยินหลินที่ยืนเงียบเฉยอยู่ในห้องมาตลอดเมื่อได้ยินว่าฮูหยินผู้เฒ่าให้ช่วยหลินเชียนเชียนก็รีบเดินเข้ามาแล้วเอ่ยว่า “ท่านแม่ เวลาผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว เปลวไฟก็ลุกลามใหญ่โตเสียขนาดนั้น หากเชียนเชียนยังอยู่ข้างใน ป่านนี้คงแย่แล้ว ต่อให้ส่งคนไปช่วยก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้วเจ้าค่ะ” 

           ฮูหยินผู้เฒ่ารู้เจตนาของฮูหยินหลิน รู้ว่านางไม่อยากให้หลินเชียนเชียนมีชีวิตต่อจึงเอ่ยออกไปด้วยความโมโหว่า “เจ้าพูดอะไรกัน เชียนเชียนเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลหลิน หากยังมีชีวิตอยู่ก็ต้องเห็นตัว หากตายก็ต้องเห็นศพ จะไม่หาตัวหรือไม่ช่วยได้อย่างไร!” 

           “ท่านแม่...” เมื่อฮูหยินหลินเห็นฮูหยินผู้เฒ่าโมโหจริงๆ ก็ไม่กล้าพูดต่อ นางจึงทำได้เพียงยอมตามฮูหยินผู้เฒ่าเท่านั้น แต่นางไม่เข้าใจว่าฮูหยินผู้เฒ่าหลินไม่เคยสนใจหลินเชียนเชียนมาก่อน เหตุใดวันนี้ถึงเปลี่ยนไปได้ คงมิได้เป็นเพราะหลินเชียนเชียนลุยไฟเข้าไปช่วยนางจึงจำแม่นั่นได้หรอกกระมัง 

           “พวกเจ้ามาพยุงข้า ข้าจะไปดูพวกเจ้าช่วยหลานสาวของข้าออกมาด้วยตาตัวเอง” ระหว่างพูดฮูหยินผู้เฒ่าหลินก็กวักมือเรียกชุนหลาน 

           ชุนหลานลุกขึ้นมาจากบนพื้นแล้วพยุงฮูหยินผู้เฒ่าหลินเดินออกไปทางประตู 

           กลางลานบ้าน หลินเชียนหยวนกำลังสนทนากับลุงเหออยู่ เมื่อเห็นฮูหยินผู้เฒ่าหลินเดินออกมาก็รีบเข้าไปทำความเคารพ “ท่านแม่ เหตุใดถึงไม่พักผ่อนอยู่ในห้องเล่า” 

           ฮูหยินผู้เฒ่าหลินเหลือบไปมองเหอปั๋ว นางแสร้งทำเป็นไม่รู้จักแล้วเอ่ยขึ้นว่า “เจ้าเป็นคนช่วยข้าออกมาหรือ” 

           “ขอรับ ฮูหยินผู้เฒ่า” ลุงเหอพยักหน้า 

           “แล้วเชียนเชียนของพวกเราเล่า” ฮูหยินผู้เฒ่าหลินถามขึ้น 

           ลุงเหอเบิกตากว้างคล้ายว่าเพิ่งรู้ตัวว่าเชียนยังอยู่ข้างใน เขารีบคุกเข่าลงกับพื้นแล้วเอ่ยอย่างละอายใจว่า “ฮูหยินผู้เฒ่าโปรดลงโทษ ตอนนั้นคุณหนูใหญ่ให้ข้าช่วยท่านออกมาก่อน ข้า...จึงลืมนาง...” 

           “มิต้องคุกเข่าแล้ว รีบตามข้าไปช่วยนางเร็วเข้า แต่ขอให้เทพเทวดาคุ้มครอง เด็กคนนั้นจะต้องไม่เป็นอะไร” ฮูหยินผู้เฒ่าหลินเอ่ยพลางหันตัวมุ่งหน้าเข้าไปทางสวนฮุ่ยหลิน 

           เมื่อได้ยินฮูหยินผู้เฒ่าหลินเอ่ยเช่นนี้ ลุงเหอจึงเงยหน้ามองฟ้าพลางคิดในใจว่า “ท่านเทพเซียน อย่าปล่อยให้คุณหนูใหญ่ต้องจากไปเช่นนี้เลย มิเช่นนั้นแล้วจะเป็นความผิดมหันต์ของลูก” 

…… 

           เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ฉือเป่าก็ซ่อนตัวอีกครั้ง และกระซิบข้างๆ หูของเชียนว่า “เจ้านาย พวกเขามากันแล้ว” 

           “อืม...” เชียนหลับตาแล้วนอนเงียบๆ อยู่บนพื้น 

           คนที่เดินเข้ามาคนแรกคือเด็กรับใช้ เมื่อเขาเห็นหลินเชียนเชียนนอนอยู่บนพื้นก็ตะโกนเสียงดังว่า “ฮูหยินผู้เฒ่า ฮูหยินผู้เฒ่า คุณหนูใหญ่นอนหมดสติอยู่กลางลานขอรับ” 

           คนที่อยู่ด้านหลังเมื่อได้ยินเสียงก็เริ่มทยอยตามกันมา 

           ยังดีที่เหล่าเด็กรับใช้ เมื่อเห็นใบหน้าของเชียนได้รับบาดเจ็บกลับไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวอะไร ส่วนเหล่าสาวใช้กลับไม่กล้าเอ่ยสิ่งใด 

           คนที่ตามหลินหวานหว่านกลับตั้งใจพูดเสียงดังว่า “อะไรนอนอยู่บนพื้นน่ะ ทำไมหน้าตาถึงน่าสยดสยองเช่นนั้น พวกเรามาดูเร็ว นางยังมีชีวิติอยู่หรือไม่!” 

           เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฮูหยินผู้เฒ่าหลินก็ใช้ให้ชุนหลานถือโคมไฟเข้าไป 

           เมื่อเห็นใบหน้าของเด็กหญิงตัวน้อยโดนไฟลวกทั่วทั้งหน้าเช่นนั้น ฮูหยินผู้เฒ่าหลินก็เริ่มรู้สึกว่าบาปกรรมจริงๆ เพื่อที่จะช่วยชีวิตตนกลับทำให้เด็กหญิงคนนี้เสียโฉมไปเช่นนี้ 

           “เชียนหยวน จะเอาแต่ยืนเหม่ออยู่ทำไม ยังไม่ตามหมอหลวงมาดูอีก” ฮูหยินผู้เฒ่าหลินหันหน้าไปมองลูกชายตน 

           หลินเชียนหยวนกลับไม่อยากช่วยเชียนนัก แต่ท่านแม่ออกคำสั่งมาแล้ว เขาจะขัดคำสั่งไม่ได้ เขาเพียงเอี้ยวตัวไปพูดกับพ่อบ้านว่า “เร็วเข้า รีบไปตามหมอหลวงเฉินมาช่วยรักษาคุณหนูใหญ่ด่วน” 

           เมื่อได้ยินว่าพวกเขาจะรักษาเชียน หลินหวานหว่านก็ลุกพรวดขึ้นมา นางประคองแขนของฮูหยินผู้เฒ่าหลินเอาไว้แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ท่านย่า ข้าเกรงว่าพี่ใหญ่คงไม่มีลมหายใจแล้ว ท่านย่าควรจะไปพักผ่อนได้แล้วนะเจ้าคะ หลานจะให้เด็กรับใช้เอาร่างนางไปฝัง” 

           เสียงของหลินหวานหว่านเพิ่งจะจบลงไป เชียนที่แสร้งหมดสติอยู่ก็เริ่มขยับแขนแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า “ท่านย่า ระวัง ไฟ ไฟอยู่ตรงนั้น” 

           แม้ว่าเสียงของนางจะไม่ดังนัก ทว่าทั้งฮูหยินผู้เฒ่าหลินและหลินหวานหว่านต่างได้ยินได้อย่างชัดเจน 

           ฮูหยินผู้เฒ่าหลินอายุเท่านี้แล้ว นางจึงรู้สึกดีที่มีคนเป็นห่วงนางตลอดเวลาเช่นนี้ หางตาของนางปรากฏน้ำตาซึมออกมา แล้วปล่อยมือออกจากหลินหวานหว่าน จากนั้นจึงหันไปพูดกับหลินเชียนหยวนต่อว่า “เจ้าจะยืนทื่ออยู่ทำไม! อยากให้เด็กคนนี้เจ็บจนตายไปเลยรึ” 

           “ท่านแม่ไม่ต้องร้อนใจ ไม่ต้องรีบร้อน พ่อบ้านกำลังจะไปเดี๋ยวนี้แล้ว ไปเดี๋ยวนี้!” หลินเชียนหยวนหันไปส่งสายตาให้พ่อบ้าน พ่อบ้านจึงรีบเร่งฝีเท้าออกจากสวนฮุ่ยหลินไป 

           “สาวใช้พวกนี้เป็นต้นไม้หรืออย่างไร คุณหนูใหญ่บาดเจ็บถึงเพียงนี้ พวกเจ้าทุกคนทำไมถึงไม่ยอมพยุงนางขึ้นมาอีก” ฮูหยินหลินเอ่ยพลางจ้องเขม็งไปยังบรรดาสาวใช้ที่ยืนแข็งเป็นท่อนฟืนพวกนั้น 

           เมื่อสาวใช้ได้ยินเช่นนี้ก็รีบเข้าไปพยุงเชียนขึ้นมา ส่วนเชียนยังคงแสร้งทำเป็นหมดสติอยู่ เมื่อถูกพยุงขึ้นมาก็พูดออกมาอีกว่า “ท่านย่า ท่านย่า” 

ความคิดเห็น