facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

“หากมิใช่เพราะอาเชียน ข้าคงได้เป็นสามีของผีร้ายแล้ว เพื่อแสดงความขอบคุณต่ออาเชียน ฐานะข้ายากจน ไม่มีของสิ่งใดที่จะตอบแทนอาเชียน สิ่งของมีค่าที่มีคือตัวข้าเอง มิสู้...ข้ามอบร่างกายเป็นการตอบแทน อาเชียนโปรดรับข้าไว้เถอะ”

ตอนที่ 8 ห้ามทรมานตัวเองอีก

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 ห้ามทรมานตัวเองอีก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ธ.ค. 2563 11:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 ห้ามทรมานตัวเองอีก
แบบอักษร

       “เจ้านาย” ฉือเป่ากลับมาแล้ว มันเหลือบมองไปที่อวี้จู๋ จากนั้นจึงซุกตัวเข้าไปในอกของเชียน 

           เชียนรู้แล้วว่าฉือเป่าสืบข่าวมาได้แล้ว นางจึงส่งสายตาไปที่อวี้จู๋ อวี้จู๋จึงก้มหน้าแล้วเอ่ยว่า “เวลาล่วงเลยไปพอสมควรแล้ว อวี้จู๋ขอตัวลา คุณหนูรีบพักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ” 

           เมื่ออวี้จู๋ไปแล้ว ฉือเป่าจึงสร้างอาณาเขตในห้องขึ้นมาใหม่ให้ผู้อื่นไม่สามารถได้ยินเสียงจากข้างในได้ “เจ้านาย ลุงเหอกับฮูหยินผู้เฒ่าหลินมีความข้องเกี่ยวกันจริงๆ” 

           เชียนนอนตะแคงข้างอยู่แล้วใช้มือข้างเดียวเท้าศีรษะเอาไว้ จากนั้นจึงเอ่ยอย่างเกียจคร้านว่า “ข้ารู้แล้ว เจ้าเล่าต่อเถิด” 

           "เขาย้ายเข้ามาอยู่ที่เป่ยอันเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว หลังจากเข้ามาอยู่ที่เป่ยอันแล้ว เขาก็เทียวไปที่จวนตระกูลหลินทุกวัน ทั่วทั้งห้องของเขามีรูปของฮูหยินผู้เฒ่าหลินเต็มไปหมด ข้าเดาว่าเขาคือคนรักของฮูหยินผู้เฒ่า” ฉือเป่าวิเคราะห์ 

           เมื่อได้ยินดังนี้ริมฝีปากของนางจึงหยักขึ้นเป็นรอยยิ้ม “ดีมาก ดังนั้นพรุ่งนี้เจ้าหาวิธีให้เขาเข้าไปในจวนหลินให้ได้ในช่วงเวลาประมาณนี้” 

           “เจ้านายคิดจะ...” ฉือเป่าไม่ได้ถามต่อ มันเกือบลืมไปแล้วว่าเจ้านายของมันไม่ชอบให้ผู้อื่นซักไซ้มากนัก 

           เชียนลูบหัวฉือเป่า จากนั้นจึงหลับตาลงช้าๆ 

           วันนี้นางไม่ได้เดินวนรอบจวนมหาเสนาบดีอย่างไร้สาเหตุ นางเพียงอยากเข้าใจที่ตั้งว่ารอบๆ ปี้หลินหย่วนเป็นอย่างไร 

           หลินหวานหว่านอาจมิได้สังเกต แต่เชียนได้ค้นพบว่าสิ่งที่อยู่ด้านหลังกำแพงปี้หลินหย่วนนั้นคือสวนฮุ่ยหลาน หากปี้หลินหย่วนเกิดไฟไหม้ สวนฮุ่ยหลานจะไม่โดนไปด้วยได้อย่างไร แน่นอนว่าไม่รอดแน่! เพราะอวี้จู๋ได้เอาน้ำมันทาไว้รอบๆ เรือนหมดแล้ว 

           เหตุใดเชียนถึงอยากให้สวนฮุ่ยหลินโดนไฟไหม้ไปด้วย 

           นั่นเป็นเพราะนางอยากหาที่พึ่งพิงให้ตัวเองในจวนมหาเสนาบดีนี้ คนผู้เดียวที่จะสามารถเป็นที่พึ่งพิงให้นางได้ก็มีเพียงฮูหยินผู้เฒ่าหลินเพียงคนเดียวเท่านั้น 

           อยากให้ฮูหยินผู้เฒ่าหลินปกป้องนาง คงจะใช้สายเลือดโดยกำเนิดช่วยไม่ได้ 

           สิ่งที่ดีที่สุดก็คือการช่วยชีวิตของฮูหยินผู้เฒ่าหลิน และจะได้ล่วงรู้ความลับของนางไปด้วยในเวลาเดียวกัน แถมยังได้ช่วยปกป้องนางอย่างเอื้ออารี หากเป็นเช่นนี้ฮูหยินผู้เฒ่าจะต้องชอบนางไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน เมื่อได้รับความรักความชอบเช่นนี้ นางจะได้หาทางกำจัดหลินหวานหว่านและพวกได้ง่ายมากยิ่งขึ้น 

…… 

           วันต่อมา หลินหวานหว่านได้ส่งคนเอาน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาไว้ในปี้หลินหย่วนตามที่คาดไว้จริง 

           เชียนไม่ถามอะไรมากมาย นางได้แต่นั่งมองคนพวกนั้นขนของเข้ามา พอถึงเวลาโพล้เพล้ เมื่อบรรดาเด็กรับใช้ขนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามากันหมดแล้ว พวกเขาก็ทยอยกันออกไปจากปี้หลินหย่วน 

           หลังจากกินอาหารค่ำเสร็จ เชียนรอเวลาให้หลินหวานหว่านลงมืออยู่ในห้อง 

           และไม่เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด เมื่อเข้าสู่ช่วงค่ำ คนของหลินหวานหว่านก็เริ่มลงมือจุดไฟ 

           เดิมทีเปลวเพลิงจะปะทุขึ้นมาต้องใช้เวลาสักครู่หนึ่ง แต่เชียนให้ฉือเป่าสร้างลมให้พัดเปลวไฟพวกนั้น เปลวไฟจึงโหมขึ้นสู่หลังคาและลามไปถึงสวนฮุ่ยหลิน 

           “เจ้านายยังจะอยู่ในห้องต่ออีกหรือ” ฉือเป่าเริ่มร้อนใจ มันไม่อยากให้เชียนอยู่ในเปลวไฟนานเกินไป 

           “พวกเราไปสวนฮุ่ยหลินกันเถิด” เชียนเอ่ยพลางอุ้มฉือเป่าไปด้วย 

           เมื่อมีฉือเป่าอยู่ด้วย เปลวไฟที่ลุกโหมอยู่ก็ได้แหวกออกเป็นทางเดิน เชียนเดินออกจากประตูหลังอ้อมออกไปยังด้านนอกประตูของสวนฮุ่ยหลิน 

           “ฉือเป่า เปลวไฟเล็กเกินไปหรือไม่” 

           ฉือเป่าโบกกรงเล็บเล็กๆ ของตัวเอง เปลวไฟจึงโหมกระพือขึ้น 

           คราวนี้เริ่มมีเสียงตะโกนดังขึ้น “ไฟไหม้สวนปี้หลินหย่วน ไฟไหม้สวนปี้หลินหย่วนแล้ว!” 

           เชียนเริ่มเห็นบรรดาสาวใช้วิ่งออกมาจากประตูสวนฮุ่ยหลาน เมื่อนางเอาฉือเป่าแอบไว้ในตัวนางเรียบร้อยแล้ว นางก็จึงวิ่งเข้าไป 

           “ฮูหยินผู้เฒ่าหลินยังติดอยู่ด้านใน ฮูหยินผู้เฒ่ายังอยู่ในหอว่างเย่ว์ รีบไปช่วยฮูหยินผู้เฒ่าเร็ว!” ชุนหลานตะโกนร้อง 

           ทว่าเปลวไฟนั้นลุกโชนโหมกระหน่ำ ผู้ใดจะกล้าเข้าไปช่วย เหล่าสาวใช้และเด็กรับใช้ล้วนทำได้เพียงสาดน้ำเข้าไปบนเปลวเพลิงเท่านั้น 

           “พวกเจ้ารีบเข้าไปช่วยฮูหยินผู้เฒ่าเร็วเข้า อย่าเอาแต่สาดน้ำสิ!” ชุนหลานร้อนใจจนกระทืบเท้า 

           “แล้วทำไมเจ้าไม่เข้าไปเองเล่า เจ้ามิใช่คนที่ฮูหยินผู้เฒ่าเชื่อใจที่สุดหรือ” 

           ชุนหลานโกรธจนร้องไห้ นางก็อยากเข้าไป แต่นางก็กลัวตายเช่นกัน 

           เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ เชียนจึงแย่งถังน้ำจากมือของเด็กรับใช้มาราดลงบนตัวของตัวเอง จากนั้นจึงสาวเท้ากว้างๆ เข้าไปในหอของฮูหยินผู้เฒ่า 

           “คุณหนูใหญ่ คุณหนูจะต้องพาฮูหยินผู้เฒ่าออกมาอย่างปลอดภัยนะเจ้าคะ” ชุนหลานตะโกน 

           เชียนไม่ได้เหลียวหลังกลับมาราวกับว่านางไม่ได้ยินที่ชุนหลานพูด นางปีนขึ้นไปบนหอ เปลวไฟที่ลุกโหมนั้นอยู่ภายใต้การควบคุมของฉือเป่าจึงยังไม่ทันทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าได้รับอันตราย 

           “คุณหนูใหญ่” 

           เสียงตะโกนเรียกอันตื่นตระหนกดังขึ้น จากนั้นเชียนจึงเห็นลุงเหอ  

           มิผิด เชียนให้ฉือเป่าคิดหาวิธีล่อลุงเหอมาที่นี่ เพื่อให้เขาได้เห็นเหตุการณ์ที่ปี้หลินหย่วนเกิดเพลิงไหม้ สิ่งที่ลุงเหอกังวลมากที่สุดก็คือความเป็นความตายของฮูหยินผู้เฒ่าหลิน เขาจะต้องเป็นคนแรกที่เข้าไปในห้อง 

           ฮูหยินผู้เฒ่าหลินที่กำลังอยู่ในความฝันเมื่อได้ยินเสียงของลุงเหอ แน่นอนว่าในตอนแรกจะต้องเริ่มจากการด่าเขา ระหว่างที่ทั้งสองกำลังเถียงกันอยู่นั้น เปลวไฟก็ได้ล้อมรอบห้องของพวกเขาเอาไว้หมด 

           ด้วยนิสัยเดิมของฮูหยินผู้เฒ่าหลินนั้น นางไม่มีทางยอมให้ลุงเหออุ้มนางออกไปอย่างแน่นอน เพราะนางไม่อยากให้ผู้อื่นว่านางได้ว่านางมาดีแตกตอนแก่ 

           ดังนั้นคนทั้งสองจึงโต้เถียงกันอยู่อย่างนั้น 

           “ท่านลุงเหอ เหตุใดท่านกับท่านย่าถึงได้...” เชียนแสร้งทำตกใจ 

           ตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่าหลินโกรธจัดจนน้ำตาแทบจะไหลออกมา นางวิ่งเข้าใส่ลุงเหอพลางตะคอกใส่เขาว่า “เจ้าเข้ามาที่นี่ทำไม เจ้าปล่อยให้ข้าโดนไฟคลอกตายยังจะดีกว่า ข้าจะได้ไม่ต้องโดนเด็กรุ่นหลังนินทาเอาได้ว่าข้าดีแตกตอนแก่!” 

           “เจ้าก็รู้ว่าข้าทำไม่ได้ ข้าจะยอมเห็นเจ้าตายได้อย่างไร! เยียนเอ๋อร์ ตอนนั้นข้าทำให้เจ้าผิดหวัง จึงทำให้เจ้าต้องอยู่คนเดียวมาจนถึงบัดนี้ ข้าไม่สนใจว่าคนอื่นจะมองข้าว่าอย่างไร ข้าแค่อยากให้เจ้าปลอดภัยเท่านั้น!” ลุงเหอเริ่มรู้สึกอัดอั้นตันใจขึ้นมา 

           “เหอรุ่ย เจ้าไม่สนใจ แต่ข้าสนใจ! ข้าอายุถึงปานนี้แล้ว ข้าไม่อยากตกเป็นขี้ปากของคนอื่น! เหตุใดเจ้าจึงไม่เข้าใจข้าเลย...” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยด้วยร่างกายที่โงนเงนไปด้านหลัง จากนั้นนางจึงเป็นลมล้มพับไป 

           "เยียนเอ๋อร์ เยียนเอ๋อร์!" ลุงเหอตะโกนเรียก 

           "ท่านลุงเหอ ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่จะมารำพึงรำพัน ท่านรีบพยุงท่านย่าของข้าออกไปเร็วเข้า หากมีคนถามให้บอกไปว่า ท่านเห็นข้าลุยเปลวเพลิงเข้ามา ท่านจึงเป็นห่วงเลยกระโดดเข้ามาช่วยข้าจากทางหน้าต่างด้านหลัง" 

           "ดี ขอบคุณคุณหนูใหญ่มาก" ลุงเหอตอบกลับพลางพยุงฮูหยินผู้เฒ่าหลินขึ้นมา 

           ทว่าลุงเหออายุมากแล้ว เดินได้เพียงไม่กี่ก้าวเรี่ยวแรงก็เริ่มหมดลง เขาโงนเงนจนทรุดตัวล้มลง 

           เชียนรีบเข้าไปช่วยเขา คนทั้งสามทุลักทุเลกันอยู่พักหนึ่งกว่าจะลงจากหอมาได้ 

           ไฟที่ลุกโชนอยู่บนหอนั้นไม่ได้ร้ายแรงมากนัก ทว่าเบื้องล่างหอนั้นไม่เหมือนกัน เมื่อครู่ตอนที่เชียนบุกเข้ามา เปลวเพลิงยังลุกอยู่ตรงปากประตูเท่านั้น แต่ตอนนี้ไฟได้โหมกระพือขึ้นไปถึงเพดานแล้ว 

           เชียนดันลุงเหอเพื่อให้พวกเขาเดินข้ามเปลวเพลิงที่อยู่ด้านหน้าประตูไปก่อน แต่ตัวนางเองกลับไม่ตามออกไป 

           ใบหน้าจะต้องมีรอยแผลไฟไหม้ มิเช่นนั้นแล้วจะเปลี่ยนใบหน้าได้อย่างไร 

           "ฮูหยินผู้เฒ่า ฮูหยินผู้เฒ่า ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่" 

           "เร็วเข้า รีบไปตามหมอมาดูอาการฮูหยินผู้เฒ่าเร็ว!" 

           "คุณหนูใหญ่ คุณหนูหลินยังคงติดอยู่ด้านใน พวกเจ้าช่วยเข้าไปช่วยที!" 

           เชียนอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง นางได้ยินเสียงของชุนหลานและนางก็ได้ยินเสียงลุงเหอ เหตุการณ์ทั้งหมดล้วนอยู่ในแผนการของนาง ตอนนี้นางต้องทำให้ใบหน้านี้โดนไฟไหม้ 

           "เจ้านาย ท่านกำลังจะทำอะไร" เมื่อฉือเป่าเห็นเชียนถือไม้ที่กำลังติดไฟจ่อมาที่หน้าของตัวเองก็ตกใจจนตาของมันเบิกกว้าง 

           "ข้ากำลังจะทำลายใบหน้านี้อย่างไรเล่า มิเช่นนั้นเจ้าจะช่วยข้าเปลี่ยนใบหน้านี้ได้อย่างไรโดยที่จะไม่ทำให้มนุษย์พวกนั้นสงสัย" เชียนเอ่ยพลางเอาไม้ที่ติดไฟจ่อเข้ามาที่ใบหน้าของตัวเอง 

           "ไม่ได้นะเจ้านาย!" ฉือเป่าเอ่ยพลางพยายามจะดับไฟที่อยู่ในมือของนาง 

           ทว่าสายเกินไปเสียแล้ว เชียนเอาไม้จิ้มเข้าไปที่ใบหน้าตัวเองแล้ว 

           กรี๊ดดดด เชียนร้องเจ็บปวด ใบหน้าเดิมที่ไม่น่าดูอยู่แล้วกลับยิ่งดูน่ากลัวมากขึ้นไปอีก 

           การถูกไฟลวกเช่นนี้ทรมานยิ่ง เดิมทีเชียนคิดว่าการที่นางเคยสละร่างแล้ว จะทำให้ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นบนผิวหนังของนางไม่หนักหนาเท่าไหร่ ตอนนี้ดูท่าแล้วนางคงเข้าใจผิดไปเพราะความเจ็บปวดนี้เจ็บแปลบเข้าไปถึงหัวใจของนาง 

           ทว่าความเจ็บปวดหลังจากถูกไฟลวกนี้ทำให้นางย้อนนึกถึงความทรงจำในปีนั้น ตอนที่นางถูกเปลวเพลิงสีแดงฉานเผา 

           เชียนเป็นเทพ นางต้องการช่วยลูกกวางตัวหนึ่ง นางจึงตกอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงของมังกรไฟที่โอบล้อม 

           แขนของนางถูกไฟลวก นางเจ็บเสียจนร่างทั้งร่างของนางสั่นเทา แต่นางกลับไม่สามารถหนีออกมาจากเปลวเพลิงนั้นได้ และในตอนที่นางคิดว่านางจะต้องตายอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงนั้น เขาก็ลงมาจากเบื้องบนแล้วใช้ฝนหวานดับไฟสีแดงที่มีอานุภาพปลิดชีพเทพได้ 

           ตอนนั้นนางจึงตัดสินใจว่า ไม่ว่าจะต้องจ่ายค่าตอบแทนมากแค่ไหน นางก็จะต้องทำให้ชายผู้นี้หลงรักนางให้จงได้ 

…… 

           "แม่นางคนนี้หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ!" เกิดเสียงดังขึ้นคล้ายลมพัดเอื่อยมาเข้าหูนาง เชียนจึงถูกดึงออกมาความทรงจำเมื่อหลายปีก่อน 

           เมื่อนางลืมตาขึ้น นางก็เห็นหน้ากากที่มีรูปดอกปี่อั้นวาดอยู่ด้านบน นางรู้สึกถึงลมเบาๆ ที่พัดผ่าน  ใบหน้าของนางเจ็บปวดเสียจนนางรู้สึกชาไปทั่วทั้งหนังศีรษะ 

           ที่แท้แล้วเมื่อเข้ามาอยู่ในร่างของมนุษย์ธรรมดา ประสาทสัมผัสทั้งห้าก็จะรับรู้เช่นเดียวกับมนุษย์ หากรู้แต่แรกว่าจะเจ็บปวดถึงเพียงนี้คงเลือกวิธีแปลงโฉมไปแล้ว 

           "ท่านช่วยข้าไว้หรือ" เสียงของเชียนแหบแห้ง 

           ลั่วชิงเฉินไม่ตอบอะไร เขาเพียงจ้องเชียน ใบหน้าภายใต้หน้ากากอันนี้ดูราวกับว่ากำลังโมโห 

           "หากมิใช่คุณชายของข้าแล้วจะเป็นผู้ใดไปได้ เจ้าคิดว่าคนในตระกูลหลินของพวกเจ้าจะช่วยเจ้ารึ หลังจากที่ฮูหยินผู้เฒ่าถูกนำตัวออกมาแล้ว พวกเด็กรับใช้พวกนั้นก็หนีกันไปเกลี้ยง แม่นางอัปลักษณ์ผู้นี้เหตุใดถึงโชคร้ายขนาดนี้ คนที่คิดจะช่วยเจ้าสักคนยังไม่มี" คงชิงเอ่ยพลางรู้สึกโมโหไปด้วย ที่เขาโมโหไม่ใช่เพราะเชียน แต่เพราะคนไร้จิตใจพวกนั้นต่างหาก 

           เดิมทีพวกเขาเพียงเป็นผู้สังเกตการณ์ เมื่อคงชิงรู้สึกโมโหมากก็สะกิดลั่วชิงเฉินโดยบอกกับเขาว่าอย่าสนใจเรื่องของตระกูลหลินเลย แต่คุณชายของเขากลับอยากจะเข้าไปช่วย พอช่วยมาแล้วก็ต้องมาเห็นหน้าตาที่น่าสยดสยองเช่นนี้ ไม่เข้าใจจริงๆ เลยว่าคุณชายคิดอะไรอยู่ 

           แต่หากเทียบกับคุณชายแล้ว คงชิงรุ้สึกว่าแม่นางอัปลักษณ์ผู้นี้เข้าใจยากกว่า เห็นชัดๆ ว่าสามารถหนีออกมาได้ ทำไม่ต้องเข้าไปช่วยฮูหยินผู้เฒ่าด้วย 

           เลอะเลือน แม่นางอัปลักษณ์ผู้นี้เลอะเลือนไปแล้ว! 

           เชียนฝืนทนความเจ็บปวดแล้วหัวเราะเยาะตัวเอง "นี่แหละคือตระกูลหลิน ข้าชินเสียแล้ว" 

           "เจ้า..." คงชิงไม่รู้จะเอ่ยอะไรออกมาดี จู่ๆ เขาก็รู้สึกขึ้นมาว่าแม่นางผู้เสียโฉมเบื้องหน้าตนผู้นี้น่าสงสารยิ่ง 

           สภาพเช่นนี้มิสู้ให้นางไปเกิดในครอบครัวชาวนาเล็กๆ จะดีกว่า อย่างน้อยๆ ก็ไม่มีผู้ใดรังแกนาง 

           "เจ้าจำเอาไว้ ข้าช่วยชีวิตเจ้าเอาไว้สองครั้ง ชีวิตของเจ้าไม่ใช่ของเจ้าอีกต่อไป แต่เป็นของข้า หากไม่ได้รับอนุญาตจากข้า เจ้าห้ามทรมานตัวเองเช่นนี้อีก!" ลั่วชิงเฉินเอ่ยด้วยความโมโห พร้อมความรู้สึกอดทนฝืนกลั้น อีกทั้งยังรู้สึกอึดอัดอีกด้วย 

           โมโหเพราะเขาเข้าใจว่าเชียนจะฆ่าตัวตายอีกครั้ง และทนไม่ได้ที่เชียนน่าสงสารเพียงนี้ และอึดอัดเพราะเขาไม่สามารถลงมือแก้ปัญหาให้นางได้ 

           หลังจากที่เชียนอยู่ใต้ทะเลสาบจิ้งเย่ว์มานาน ดวงใจดวงนี้ของนางก็ไม่เคยเกิดความรู้สึกใดๆ ต่อผู้อื่นอีก ทว่าตอนนี้คำพูดของลั่วชิงเฉินกลับเหมือนน้ำอุ่นๆ ที่แทรกซึมเข้าสู่หัวใจดวงนี้ของนาง เชียนเอ่ยตอบเบาๆ ว่า "วางใจเถิด ข้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดี" 

           "จะใช้ชีวิตอย่างดี เจ้าเนี่ยหรือใช้ชีวิตอย่างดี ปล่อยให้ตัวเองโดนไฟลวกเช่นนี้!" คงชิงอดไม่ได้ที่จะต่อว่า 

           นางเข้าใจความหมายของคงชิงจึงไม่ได้โกรธอะไร นางสูดหายใจเข้าลึก จากนั้นจึงเอ่ยว่า "พวกท่านช่วยพาข้ากลับไปที่สวนฮุ่ยหลินที มิเช่นนั้นแล้วความตั้งใจของข้าคงสูญเปล่า" 

           ลั่วชิงเฉินไม่เอ่ยวาจา เขาเพียงอุ้มเชียนขึ้นมาแล้วพาขึ้นไปบนหลังคา "ไฟที่สวนฮุ่ยหลานยังไม่หยุด เจ้าจะกลับไปที่นั่นตอนนี้จริงๆ หรือ" 

           "กลับไปตอนนี้" เชียนไม่อธิบายใดๆ และเอ่ยเพียงสี่คำนี้เท่านั้น 

           "ตกลง!"  

           ลั่วชิงเฉินใช่วิชาตัวเอาบินขึ้นไปเพียงไม่กี่รอบก็ถึงลานของสวนฮุ่ยหลาน ที่นี่ยังคงไม่มีผู้ใดดับไฟราวกับว่าทุกคนยินดีที่จะให้ที่นี่กลายเป็นซากปรักหักพัง 

ความคิดเห็น