facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

“หากมิใช่เพราะอาเชียน ข้าคงได้เป็นสามีของผีร้ายแล้ว เพื่อแสดงความขอบคุณต่ออาเชียน ฐานะข้ายากจน ไม่มีของสิ่งใดที่จะตอบแทนอาเชียน สิ่งของมีค่าที่มีคือตัวข้าเอง มิสู้...ข้ามอบร่างกายเป็นการตอบแทน อาเชียนโปรดรับข้าไว้เถอะ”

ตอนที่ 5 ตระกูลหลินมีปีศาจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 ตระกูลหลินมีปีศาจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ธ.ค. 2563 15:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 ตระกูลหลินมีปีศาจ
แบบอักษร

ณ หน่วนเก๋อ ที่อยู่ของฮูหยินหลิน

             ฮูหยินหลินกำลังพูดถึงเรื่องงานในเรือนอยู่กับอนุภรรยาของมหาเสนาบดีแซ่จางและแซ่สวี

             เพิ่งจะสิ้นเสียงรายงานของสาวใช้ว่าคุณหนูรองมาพบ หลินหวานหว่านก็ก้าวเข้ามาพอดีในตอนนั้น

             ท่าทางของนางคล้าย[1]ดอกสาลี่ต้องฝนที่ใสซื่อน่าสงสาร นางพยักหน้าให้หญิงแซ่จางและแซ่สวี จากนั้นจึงพุ่งเข้าสู่อ้อมอกของฮูหยินหลินพร้อมเอ่ยอย่างน้อยเนื้อต่ำใจว่า "ท่านแม่ ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับลูกด้วย"

             "เอ๊ะ ผู้ใดกันที่กล้ากลั่นแกล้งคุณหนูรองของพวกเรา" หญิงแซ่จางเดินเข้ามาถามอย่างใกล้ชิด

             ส่วนหญิงแซ่สวีก็เข้ามาเพื่อที่จะเช็ดน้ำตาให้หลินหวานหว่าน ทว่าในขณะที่ผ้าเช็ดหน้าเพิ่งจะแตะลงที่แก้มของหลินหวานหว่านนั้น นางพลันเห็นรอยฝ่ามือแดงก่ำ หญิงแซ่สวีจึงเอ่ยด้วยความตกใจว่า "คุณหนูรอง หน้าของคุณหนูโดนอะไรมา"

             หลินหวานหว่านเอามือกุมหน้าของตัวเองเอาไว้ จากนั้นน้ำตาจึงไหลทะลัก "ท่านแม่ หลินเชียนเชียนตบหน้าลูก แถมยังทำร้ายร่างกายสาวรับใช้ที่ลูกพาไปด้วยอีก"

             "หลินเชียนเชียนมีปัญญาทำเช่นนี้ด้วยหรือ" หญิงแซ่จางเอ่ยเบาๆ

             ใช่แล้ว ผู้ใดจะเชื่อว่าหลินเชียนเชียนกล้าทำร้ายคนอื่น ในจวนมหาเสนาบดีนี้มีผู้ใดบ้างที่ไม่รู้ว่าหลินเชียนเชียนหน้าตาน่าเกลียด มีเพียงชื่อว่าเป็นบุตรสาวอย่างถูกต้องเท่านั้น ทว่ากลับโดนรังแกอยู่ตลอด หากบอกว่าหลินหวานหว่านเป็นคนลงมือทำร้ายหลินเชียนเชียนพวกเขาถึงจะเชื่อ

             แต่เมื่อบอกว่าหลินเชียนเชียนทำร้ายผู้อื่น หญิงแซ่จางกับหญิงแซ่สวีไม่มีทางเชื่ออย่างเด็ดขาด

             "เป็นนางเจ้าค่ะ นางเป็นคนลงมือ ท่านแม่และท่านน้าทั้งสองคงไม่รู้ เมื่อวันก่อนหลินเชียนเชียนหายออกไปจากเรือนและเพิ่งกลับมาเมื่อวานตอนเที่ยง หลังจากที่นางกลับมานิสัยของนางก็เปลี่ยนไปมาก เย่ว์เย่ว์กับโยวโยวบอกว่าเมื่อวานพวกนางทั้งสองก็โดนนางตบหน้าเช่นกัน ข้าเห็นว่าน้องสาวถูกรังแกจึงจะไปสั่งสอนนางให้สำนึก แต่ผู้ใดจะรู้เล่าว่าหลินเชียนเชียนจะแรงเยอะอย่างกับวัวบ้า ตบหน้าลูกจนสภาพเป็นเช่นนี้" หลินหวานหว่านเอ่ยพลางมองไปยังพวกที่เพิ่งตามมาทีหลังสองสามคนพร้อมหลินโยวโยว

             "ใช่เจ้าค่ะ ใช่เจ้าค่ะ หลินเชียนเชียนตบหน้าพวกเรา ท่านแม่ ท่านดูหน้าของพวกเราสิเจ้าคะ วันนี้ยังไม่หายบวมเลย" หลินเย่ว์เย่ว์กุมหน้าเอาไว้พลางเดินเข้ามา

             ฮูหยินหลินผู้ที่รักและทะนุถนอมบุตรสาวของตนมาตลอด เมื่อเห็นบุตรสาวทั้งสามของตนโดนรังแกเช่นนี้ นางก็ยิ้มไม่ออกอีกต่อไป "มีอย่างนี้เสียที่ไหน นังหลินเชียนเชียนนั่นกล้าดีขนาดนี้เชียวหรือ"

             "ท่านแม่เดิมทีหลินเชียนเชียนมิได้กล้าดีถึงเพียงนี้ จะต้องมีอะไรบางอย่างครอบงำนาง พวกเราไปพบท่านไต้ซือดีหรือไม่ หากมีปีศาจสิงนางอยู่ก็ส่งนางไปอยู่กับท่านไต้ซือเสีย" หลินหวานหว่านพูดพลางเช็ดน้ำตาไปด้วย

             เมื่อได้ยินคำพูดของหลินหวานหว่านเช่นนี้ หญิงแซ่สวีอดตกใจไม่ได้

             ไต้ซือของต้าเหลียงเป็นคนประเภทใด ก็ผู้ที่มีวิชาหมอผีอย่างไรเล่า เขาทำลายพรหมจรรย์ของหญิงสาวไปไม่รู้กี่คนต่อกี่คนแถมยังปลิดชีวิตผู้คนไปไม่น้อย ปุถุชนทั่วไปไม่รู้ แต่พวกนางจะไม่รู้ได้อย่างไร หากส่งตัวหลินเชียนเชียนไปให้ไต้ซือจริง นั่นก็เท่ากับส่งนางไปสู่ความตาย

             เดิมทีจึงคิดจะออกปากช่วยพูดให้หลินเชียนเชียนสักหน่อย ทว่าหญิงแซ่จางกลับดึงแขนนางเอาไว้แล้วส่ายหน้า หญิงแซ่สวีจึงทำได้เพียงเก็บปากเก็บคำเอาไว้

             เมื่อฮูหยินหลินได้ยินเช่นนั้นก็พบว่าตรงกับสิ่งที่นางคิดเอาไว้พอดี หลายปีมานี้หลินเชียนเชียนมีตำแหน่งเป็นบุตรสาวอย่างถูกต้อง นางย่อมไม่พอใจมานานแล้ว

             มารดาผู้ให้กำเนิดของหลินเชียนเชียนเคยช่วยชีวิตของไทเฮาเอาไว้ ก่อนที่นางจะลาโลกนี้ไปได้ส่งจดหมายฉบับหนึ่งไปหาไทเฮา โดยขอร้องให้ไทเฮามีพระราชเสาวนีย์ให้หลินเชียนเชียนเป็นบุตรสาวที่ถูกต้องเพียงคนเดียวของตระกูลหลิน ไทเฮาไม่เพียงมีพระราชเสาวนีย์เท่านั้น แต่ยังกำหนดงานแต่งงานให้หลินเชียนเชียนกับองค์ชายรองอีกด้วย

             นี่คือเหตุผลที่ตลอดมาฮูหยินหลินไม่สามารถหาทางให้บุตรสาวของตัวเองเป็นบุตรสาวที่ถูกต้องแทนได้

             วันนี้หลินหวานหว่านกลับหาเหตุผลที่ดีให้นางได้

             ใช่แล้ว ขอเพียงไต้ซือเอ่ยปากว่าหลินเชียนเชียนเป็นปีศาจ เช่นนั้นแล้วนางจะยังดำรงตำแหน่งบุตรสาวอย่างถูกต้องอยู่ได้อย่างไร แล้วจะแต่งงานกับองค์ชายรองอีกได้อย่างไร ถึงตอนนี้ต่อให้มีพระราชเสาวนีย์ของไทเฮาก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว

             "ชุนเถา เจ้ารีบไปบอกพ่อบ้านว่าให้ไปเชิญไต้ซือมาที่จวน โดยบอกกับเขาว่าที่จวนหลินมีปีศาจ จึงขอเชิญท่านไต้ซือมาขับไล่ปีศาจ" ฮูหยินซูเอ่ยจบก็หันหน้าไปพยักหน้าให้กับหลินหวานหว่าน

             คนในเรือนหน่วนเก๋อล้วนเข้าใจตรงกันว่าการทำเช่นนี้นั้นคือการหวังชีวิตของหลินเชียนเชียน

             "แค่กๆ ... ท่านแม่เจ้าคะ มู่มู่รู้สึกไม่สบายตัวเอาเสียเลย ลูกขอตัวกลับไปพักผ่อนที่จวนก่อนนะเจ้าคะ" หลินมู่มู่แสร้งเอามือกุมท้องด้วยท่าทางที่เจ็บปวด

             ฮูหยินหลินมิได้มีเวลามาใส่ใจหลินมู่มู่ นางยกมือขึ้นโบกแล้วเอ่ยว่า "ไปเถิด"

             หลินมู่มู่เดินออกจากเรือนหน่วนเก๋อช้าๆ พลางกวาดตามมองไปรอบๆ จากนั้นจึงพูดกับสาวใช้ของตนที่มีชื่อว่าหยางหลิ่วว่า "เร็วเข้า รีบพยุงข้าไปที่ปี้หลินหย่วน"

             "คุณหนูห้า เรื่องที่เกี่ยวข้องกับคุณหนูใหญ่เราอย่ายุ่งจะดีกว่า" หยางหลิ่วประคองหลินมู่มู่ไปทั้งๆ ที่ไม่ยากไป

             "เรื่องสำคัญถึงชีวิตเช่นนี้ ข้าต้องไป"

             ……

             ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ณ ปี้หลินหย่วน ฉือเป่าพึ่งจะกลับมาถึง จากนั้นมันก็กระโดดเข้าไปสู่อ้อมอกของเชียนแล้วเลียที่มือพร้อมเอ่ยว่า "เจ้านาย โชคดีที่ข้าตามหลินหวานหว่านไป มิเช่นนั้นแล้วคงไม่รู้ว่านางจะต้องกลับมารังแกท่านอีก"

             "อ้อ ทำร้ายข้าหรือ" เชียนมองไปยังประตูนั้น จึงเห็นว่าทั้งสองคนนั้นกลับไปแล้วจริงๆ

             "ใช่แล้ว เห็นบอกว่าจะไปเชิญไต้ซือมาไล่ปีศาจ"

             "ไล่ปีศาจ? ไล่ข้ารึ"

             "ใช่ ตระกูลหลินนี่ไม่มีคนดีสักคน"

             "ชู่ว รีบไปหลบเร็วเข้า" เชียนตบหลังของฉือเป่า

             ฉือเป่ากระโดดพุ่งเข้าไปในพุ่มไม้แถวนั้น

             หลังจากที่มีเสียงไอดังขึ้น เชียนก็เห็นโฉมหน้าของบุคคลที่มาเยือน

             เป็นหลินมู่มู่นั่นเอง คุณหนูห้าของตระกูลหลิน ปีนี่มีอายุได้สิบสี่ปีแล้ว หลินมู่มู่ร่างกายไม่แข็งแรง หมอหลวงบอกว่านางจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินอายุสิบเจ็ดปี นางเป็นคนเดียวของตระกูลหลินที่ปฏิบัติกับหลินเชียนเชียนไม่เลว เมื่อนางเข้ามาด้านในก็พูดกับเชียนว่า "คุณหนูใหญ่ ท่านรีบคิดหาวิธีหนีเร็วเข้า พวกฮูหยินจะเชิญไต้ซือมากำจัดท่านแล้ว"

             เชียนเหลือบตาขึ้น สายตาของนางจึงปะทะเข้ากับสายตาที่ขุ่นมัวเพราะอาการป่วยของหลินมู่มู่ จากที่เคยมองอย่างละเอียดแล้ว เดิมทีหลินมู่มู่ก็ไม่ใช่คนที่โชคชะตาอาภัพอะไร ทว่าเรื่องการทำร้ายผู้อื่นนั้น...

             "ข้าไม่หนี" เชียนตอบกลับ

             ตอนนี้หลินหลินมู่มู่ร้อนใจจนแทบอยากจะร้องไห้ นางกำมือเชียนเอาไว้แน่นแล้วพูดอย่างตะกุกตะกักว่า "คุณหนูใหญ่ ครั้งนี้พวกนางไม่ลงมือเหมือนอย่างแต่ก่อนแล้ว ไม่ใช่การรังแกท่านธรรมดา แต่จะส่งท่านไปให้ไต้ซือหมอผีนั่น การไปที่นั่นไม่มีวันได้กลับมาอีก พี่ใหญ่ ฟังคำพูดของน้องเถิด รีบหนีไปซะ หนีไปยิ่งไกลยิ่งดี ไม่ต้องเป็นบุตรสาวของตระกูลหลินอีกต่อไปแล้ว นี่คือกำไลที่ท่านยายให้ข้าไว้ พี่ใหญ่รับไปซะ จะได้เอาไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายระหว่างทาง"

             ระหว่างที่พูด หลินมู่มู่ก็ถอดกำไลออกจากข้อมือเพื่อจะมอบให้เชียน

             เชียนกลับส่ายหน้าแล้วยื่นมือออกไปเช็ดน้ำตาให้หลินมู่มู่ จากนั้นนางจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยวน "จะต้องมีสักวันที่ความดีของเจ้าช่วยให้เจ้าหลุดพ้นจากสถานการณ์อันยากลำบากเช่นนี้ ข้าไม่ต้องการกำไล ข้ายังมีเรื่องที่ต้องจัดการอีกจึงไม่อาจไปจากที่นี่ตอนนี้ได้"

             "พี่ใหญ่ ท่าน...ท่าน..." เนื่องจากหลินมู่มู่ตื่นเต้นมากเกินไป จึงหายใจไม่คล่องและเป็นลมหมดสติลงไป

             เชียนสัมผัสที่บริเวณชีพจรของหลินมู่มู่ เมื่อเห็นว่าไม่เป็นอะไรมากนักจึงพูดกับหยางหลิ่วว่า "มัวตกตะลึงอยู่ทำไมอีก รีบพยุงนางกลับไปสิ"

             หยางหลิ่วจ้องมองเชียน พลางคิดในใจว่าคุณหนูใหญ่ผู้นี้ได้เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

             หลังจากที่หลินมู่มู่กลับไปแล้ว ฉือเป่าก็กระโดดออกมาอีกครั้ง มันยืนอยู่บนไหล่ของเชียนแล้วเอ่ยอย่างข้องใจว่า "คนดีเพียงคนเดียวของตระกูลหลินกลับมีชีวิตที่ยากลำบากเช่นนี้ เจ้านาย ที่นี่ยิ่งอยู่นานก็ยิ่งไม่สนุกเสียแล้ว"

             "เจ้าตัวน้อย ข้ากลับคิดว่าตระกูลหลินน่าสนใจทีเดียว ไปกันเถิด กลับไปนอนกันเถิด เร็วๆ นี้ต้องไปเล่นเป็นเพื่อนกับไต้ซืออะไรนั่น"

             ระหว่างพูด เชียนก็เดินไปยังเตียงที่ดูไม่น่าจะสบายเท่าไหร่

 

             ด้วยความบังเอิญ วันนี้ไต้ซืออยู่ที่วัดพอดี แต่เมื่อได้ยินเรื่องเรื่องไล่ปีศาจ ไต้ซือจึงมีความคิดอยากได้เงินสักก้อนพอดี เขาจึงหยิบอุปกรณ์ไปสองสามชิ้นพร้อมลูกศิษย์ จากนั้นจึงตามพ่อบ้านตระกูลหลินเพื่อไปยังจวนมหาเสนาบดี

             เมื่อฮูหยินเล่าเรื่องคร่าวๆ ให้ฟังแล้ว ไต้ซือจึงขอให้ฮูหยินหลินพาพวกเขาไป

             เชียนที่นอนตะแคงอยู่บนเตียงไม้ เพียงหลับตาลงแต่ยังมิได้นอนหลับ

             "เจ้านาย พวกเขามาแล้ว" ฉือเป่าเอ่ยปากขึ้น

             เชียนยังคงไม่ลืมตาขึ้น "เจ้ารีบไปหลบให้ดีๆ เถิด"

             ฉือเป่าพยักหน้า จากนั้นเงาของสุนัขจิ้งจอกจึงค่อยๆ จางลงไป

             ส่วนเชียนเล่า ตอนนี้ยังคงสวมใส่ชุดนอนไว้อย่างเดิม

             "ท่านไต้ซือ นางอยู่ด้านใน" ฮูหยินชี้ไปยังประตูไม้สลักดอกไม้

             ชายเฒ่าผมขาวผู้ที่สวมใส่ชุดนักบวชสีดำแขนกว้างลูบหนวด จากนั้นจึงสะบัดไปทางด้านหน้าประตู แล้วหันมาพูดกับฮูหยินหลินว่า "ฮูหยินกับคุณหนูถอยหลังไปก่อนเถิด ให้ข้ากับลูกศิษย์เข้าไปแทน หากคุณหนูใหญ่เป็นปีศาจไปแล้วจริงๆ พวกเราแค่จับตัวนางไปเสียก็สิ้นเรื่อง"

             เมื่อไต้ซือเอ่ยจบ ฮูหยินหลินกับหลินหวานหว่านก็ถอยหลังไปหนึ่งจั้ง

             ลูกศิษย์สี่คนของไต้ซือ สองคนอ้วน อีกสองคนผอม พวกเขาแต่งตัวเช่นเดียวกับไต้ซือนั่นคือใส่ชุดนักบวชเต๋าสีดำ "ศิษย์เอ๋ย พวกเจ้าจงเปิดประตูบานนั้นออกเสีย" ไต้ซือลากเสียงยาว

             ลูกศิษย์ร่างอ้วนทั้งสองนำยันต์สีเหลืองไปติดไว้บนบานประตู พลางท่องคาถาที่ไม่มีผู้ใดฟังออกไปด้วย

             ส่วนลูกศิษย์ร่างผอมทั้งสองก็มุ่งหน้าเข้าไปเพื่อผลักประตู

             โครม 

             ประตูไม้ถูกผลักออก เชียนจึงลืมตาขึ้น นางยืนขึ้นช้าๆ แล้วเดินไปยังนักบวชเต๋าสี่คนนั้น

             เมื่อนักบวชเต๋าเห็นหน้าของเชียนก็ตกใจจนผงะถอยหลังไปหลายก้าว พลางคิดในใจว่าบนโลกใบนี้เหตุใดจึงมีสตรีหน้าตาอัปลักษณ์เช่นนี้ได้

             บนริมฝีปากเชียนปรากฏรอยยิ้มบางๆ นางเอ่ยกับนักบวชทั้งสี่คนว่า "รูปโฉมเช่นนี้ทำให้พวกเจ้าตกใจ ข้าผิดเอง"

             แต่นี่ก็ไม่ใช่ความผิดของเจ้าสักหน่อย เหตุใดหน้าตาอัปลักษณ์เช่นนี้ถึงเป็นคุณหนูสูงศักดิ์ของจวนมหาเสนาบดีได้ ไม่ควรเป็นเช่นนี้เลย! นักบวชผอมทั้งสองคนไม่กล้ามองไปที่เชียน

             ส่วนเชียนน่ะหรือ นางกำลังหาวและบิดขี้เกียจ จากนั้นจึงหันไปคารวะนักบวชทั้งสองแล้วเอ่ยอย่างไม่แข็งขืนว่า "ข้าอยากทราบว่าพวกท่านมาที่เรือนของข้าด้วยเหตุใด"

             บรรดานักบวชหนุ่มล้วนหันไปมองอาจารย์ ไต้ซือผู้นั้นไม่เอ่ยสิ่งใด เขากำลังสำรวจเชียนอยู่ เชียนยื่นหน้าออกมาเพื่อมองสายตาเคียดแค้นของฮูหยินหลินและพวก ใบหน้าของนางจึงไม่มีรอยยิ้มให้เห็นอีก

             "พวกท่านเป็นนักบวชที่มาปราบปีศาจงั้นหรือ" เชียนเอ่ยต่อ

             ไต้ซือผู้นั้นยังคงไม่เอ่ยวาจา

             ลูกศิษย์อ้วนคู่นั้นมีความกล้ามากหน่อย เมื่อเห็นอาจารย์ของตัวเองไม่พูดจึงหยิบกระจกปากว้าออกมาแล้วชูขึ้นเหนือศีรษะพลางเอ่ยว่า "มิผิด พวกเรามาเพื่อปราบผี ผีร้ายอย่างเจ้ารีบปรากฏตัวออกมาซะดีๆ"

             เชียนส่องกระจกแล้วหมุนตัวรอบหนึ่งแล้วปิดปากหัวเราะราวกับสาวน้อยคนอื่นทั่วไป "น่าสนใจจริงๆ นี่คือกระจกส่องมารที่เล่าต่อๆ กันในตำนานใช่หรือไม่ เช่นนั้นตอนนี้ข้าเป็นปีศาจหรือเป็นคน พวกเจ้ามองเห็นแล้วหรือไม่ ข้าว่านะ ข้าต้องเป็นปีศาจแน่นอน เพราะหน้าตาอัปลักษณ์เกินไป"

             เมื่อลูกศิษย์อ้วนทั้งสองเห็นว่ากระจกส่องมารไม่สะท้อนอะไรออกมาให้เห็นจึงเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ นั่นก็คือกระบี่ไม้จันทน์ พวกเขาติดผ้ายันต์สีเหลืองไว้ข้างบนกระบี่ ปากของพวกเขาพลางท่องคาถาไปด้วย จากนั้นจึงเอากระบี่จ่อมาที่คอของเชียน

             เชียนยิ้มแล้วลอกผ้ายันต์ออก นางจับเล่นอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะเอ่ยถามต่อไปว่า "ยันต์ผืนนี้ใช้ทำอะไรปีศาจได้บ้าง"

             กระจกส่องมารกับยันต์สะกดผีล้วนไม่ได้ผล ลูกศิษย์ทั้งสี่จึงเริ่มส่งสายตาให้กันไปมา

             คุณหนูใหญ่ของจวนมหาเสนาบดีไม่ใช่ผีร้ายที่ไหนเสียหน่อย

             เดิมทีเชียนก็ไม่ใช่ผีอยู่แลวต่อให้นางออกมาจากร่างเดิม นางก็มีเนื้อหนังเช่นมนุษย์ทั่วไป

             เทพใต้พิภพอย่างเชียน เป็นเทพหญิงที่สมัครใจลงไปสู่ดินแดนหลังความตายเอง อย่าว่าแต่กระจกส่องมารกับยันต์ปลอมๆ ของพวกนักบวชปลายแถวพวกนี้เลย ต่อให้เป็นนักพรตจริงๆ ก็ไม่มีทางบอกว่าเชียนเป็นผีอย่างแน่นอน

             "ท่านไต้ซือ ข้ามิใช่ผี" เชียนเอ่ยพลางมองไปยังไต้ซือ

             หากจะว่ากันตามจริงไต้ซือของต้าเหลียงไม่ใช่คนดีเท่าไหร่นัก อุปกรณ์ต่างๆ ที่เขามีอยู่ในมือนั้นล้วนเป็นของปลอม แต่ไต้ซือผู้นี้กลับมีสายตาเฉียบคมยิ่ง เขาสามารถดูเทพเซียนและมารออก เมื่อครู่นี้ที่เขาไม่ได้เอ่ยอะไรเป็นเพราะว่าเขากำลังดูอยู่ว่าที่แท้แล้วเชียนเป็นอะไรกันแน่

 

 

[1] 梨花带雨  ดอกสาลี่ต้องฝน ท่าทางที่บอบบางอ่อนช้อย

  

ความคิดเห็น