facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

“หากมิใช่เพราะอาเชียน ข้าคงได้เป็นสามีของผีร้ายแล้ว เพื่อแสดงความขอบคุณต่ออาเชียน ฐานะข้ายากจน ไม่มีของสิ่งใดที่จะตอบแทนอาเชียน สิ่งของมีค่าที่มีคือตัวข้าเอง มิสู้...ข้ามอบร่างกายเป็นการตอบแทน อาเชียนโปรดรับข้าไว้เถอะ”

ตอนที่ 3 เรียกตัวฉือเป่า

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 เรียกตัวฉือเป่า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ธ.ค. 2563 10:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 เรียกตัวฉือเป่า
แบบอักษร

 

             เมื่อเชียนฟังจบก็ยิ้มอย่างเย็นชา “พูดจบแล้วรึยัง” 

             หลินโยวโยวเอาหนังสือที่อยู่ในมือส่งให้สาวใช้ที่อยู่ด้านหลัง จากนั้นจึงสะบัดแขนเสื้อตน แล้วยกนิ้วชี้หน้าเชียนพลางเอ่ยว่า “ยังไม่จบ! เจ้ามันเป็นตัวน่าขายหน้า ข้าว่าเจ้าอีกสามวันสามคืนก็ไม่จบ!” 

             “อ้อ” เชียนเอ่ย จากนั้นจึงปิดปากหัวเราะ “ใครๆ ต่างพูดว่าบรรดาคุณหนูของจวนมหาเสนาบดีมีความรู้หลักแหลม อ่อนโยนมีเมตตา พอได้เห็นตอนนี้ โถๆ มีแต่หญิงปากร้ายทั้งนั้น!” 

             “เจ้าว่าผู้ใดเป็นหญิงปากร้าย! หลินเชียนเชียน ข้าจะฉีกปากเจ้า เจ้าจะได้รู้ว่าอะไรควรพูดอะไรไม่ควรพูด!” หลินเย่ว์เย่ว์เอ่ยพลางกระโดดเข้าไปยืนอยู่ด้านหน้าเชียน 

             ตระกูลหลินมีบุตรสาวทั้งหมดห้าคน นอกจากหลินเชียนเชียนกับคุณหนูห้าหลินมู่มู่แล้ว อีกสามคนที่เหลือล้วนเป็นบุตรสาวแท้ๆ ของฮูหยินหลิน หลินเย่ว์เย่ว์และอีกสองคนถูกมารดาของตัวเองสอนให้เป็นคนที่อ่อนโยนแต่เพียงเบื้องหน้า ลับหลังกลับเป็นหญิงปากร้าย 

             บรรดาสาวรับใช้ในจวนมีผู้ใดบ้างที่ไม่มีความคิดเช่นนี้ ทว่าไม่มีผู้ใดกล้าวิพากษ์วิจารณ์ เพราะหากพวกนางรู้เข้า คงจะต้องโดนตัดขาอย่างแน่นอน 

             แต่ในตอนนี้คุณหนูคนโตกลับเป็นฝ่ายเอ่ยออกมาก่อน เหล่าสาวรับใช้แม้ว่าจะก้มหน้าอยู่ แต่อดไม่ได้ที่จะเหลือบตาขึ้นมาแอบมอง เพราะอยากรู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรต่อไป 

             “มีปัญญาก็ฉีกเลย” เชียนแสยะยิ้มและมองพวกนางทั้งสองด้วยสายตาดูแคลน 

             เมื่อจู่ๆ ถูกท้าให้ฉีกปากเช่นนี้ หลินเย่ว์เย่ว์กลับไม่กล้ากระโดดเข้าใส่ และแอบคิดในใจว่า คนชั้นต่ำอย่างหลินเชียนเชียนวันนี้โดนอะไรเข้าสิง เหตุใดจึงกล้าดีเช่นนี้ 

             เมื่อเห็นว่าหลินเย่ว์เย่ว์กับหลินโยวโยวไม่ได้ก้าวเข้ามา เชียนจึงเป็นฝ่ายบุกเข้าใส่ และในขณะที่ทุกคนกำลังมองมาที่นางอยู่นั้น นางก็ยกมือขึ้นตบไปที่ใบหน้าขาวละเอียดของทั้งหลินเย่ว์เย่ว์และหลินโยวโยว ทำให้เกิดรอยฝ่ามือประทับอยู่บนใบหน้าคนทั้งสอง 

             ทั้งสองคนนั้นจึงเอามือปิดหน้าตัวเองเอาไว้ พวกนางตกตะลึงไปเป็นนานกว่าจะได้สติกลับคืนมา 

             "หลินเชียนเชียนนังคนถ่อย เจ้ากล้าตบข้ารึ!" หลินเย่ว์เย่ว์ด่าทอด้วยความโมโห ดวงตาของนางแดงก่ำจนแทบจะลุกเป็นไฟ  

             หลินโยวโยวเองก็โกรธจัดเช่นกันจึงตะเบ็งเสียงด่าว่า "นังคนถ่อย คนชั้นต่ำที่กล้าเปลื้องผ้าให้ผู้ชายดูกลางถนน เจ้ากล้าตบข้า! คนต่ำตม ข้าจะฟ้องท่านแม่ให้นำตัวเจ้าไปขังไว้ในห้องเก็บฟืน อดข้าวอดน้ำสามวันสามคืน!" 

             "เรื่องของพวกเจ้าสิ!" เชียนพูดพลางหันตัวเตรียมจะจากไป 

             เมื่อหลินโยวโยวเห็นว่าเชียนไม่มีอาการหวาดกลัวคำพูดของตนเลย จึงพุ่งเข้าไปขวางด้านหน้าและกางแขนออกเพื่อบังเอาไว้ "นังคนถ่อย เจ้าอย่าเพิ่งไปไหน รอข้าทำโทษเจ้าก่อน" 

             เชียนปัดมือทั้งสองของตัวเอง 

             หลินโยวโยวเข้าใจว่าตนกำลังจะโดนตบอีกครั้ง จึงถอยหลังหนีไปสองก้าว "เจ้าคิดจะทำอะไร! เจ้ารู้หรือไม่ว่าการทำร้ายข้าจะต้องได้รับโทษตามกฎของตระกูล!" 

             "เหอะ" เชียนส่งเสียงหัวเราะ นางส่ายหน้า จากนั้นจึงเอียงคอพูดกับหลินโยวโยวอย่างสบายใจ "ตามกฎของต้าเหลียง ผู้เป็นบุตรสาวอย่างถูกต้องสามารถสั่งสอนบุตรสาวของอนุภรรยาได้ เมื่อครู่นี้เจ้ากับหลินเย่ว์เย่ว์เป็นฝ่ายด่าทอข้าก่อน ข้าลงมือสั่งสอนเจ้าก็ไม่ถือว่าทำผิดกฎอะไร หากพวกเจ้าคิดจะบิดเบือนกฎของตระกูล ข้าจะไปยื่นเรื่องฟ้องที่ร้องที่ที่ว่าการของ[1]จิงเจ้าอิ่ง ถึงอย่างไรข้าก็ไม่กลัวที่ต้องเสียชื่อ เพราะใช้ชื่อของท่านพ่ออยู่ดี..." 

             "เจ้าคิดว่าขู่ผู้ใดอยู่ คิดว่าข้าไม่เข้าใจกฎระเบียบรึ ต่อให้เจ้าไปฟ้อง จิงเจ้าอิ่งก็ไม่มีทางสนใจเรื่องของเจ้า!" ตอนนี้ในใจของหลินโยวโยวเกิดความรู้สึกกลัว แต่นางยังคงแสร้งทำเป็นว่าไม่กลัว 

             "อ้อ งั้นหรือ งั้นข้าจะลองไปดูสักครั้ง" เชียนเอ่ยพลางหันตัวกลับไป 

             หลินโยวโยวเคยเรียนหนังสือมาย่อมรู้ว่ามีกฎข้อนี้ระบุอยู่ในกฎของต้าเหลียงจริง พลางคิดว่าหากเรื่องนี้ไปถึงสำนักจิงเจ้าอิ่ง จะไม่เพียงทำให้ตระกูลหลินขายหน้า นางกับหลิวเย่ว์เย่ว์เองก็อาจจะได้รับโทษไปด้วย เรื่องนี้ถือว่าได้ไม่คุ้มเสีย 

             ช่างปะไร วันนี้จัดการหลินเชียนเชียนไม่ได้ วันหน้าก็ยังมีโอกาส 

             "หลินเชียนเชียน วันนี้พวกข้าจะปล่อยเจ้าไปก่อน เจ้ารีบกลับไปพักผ่อนซะ รูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์เช่นนี้ อย่าออกมาปรากฏตัวให้ผู้อื่นเห็นมากนักเลย" หลินโยวโยวโบกมือใส่ จากนั้นจึงหันไปส่ายหน้าเบาๆ ให้กับหลินเย่ว์เย่ว์ 

             เชียนเหนื่อยมากเช่นกัน นางอยากจะกลับไปพักผ่อนสักพัก ถึงอย่างไรการมาที่จวนมหาเสนาบดีนี้เพื่อแก้แค้นให้เจ้าของร่างคงจะยังคงมีโอกาสอีกมาก 

             "จำเอาไว้ มิใช่พวกเจ้าที่ปล่อยข้าไป แต่เป็นข้าต่างหากที่ปล่อยพวกเจ้า!" เมื่อทิ้งคำพูดไว้เช่นนี้แล้ว เชียนก็มุ่งหน้าไปยังสวนปี้หลินย่วนที่ที่เป็นที่อยู่ของเจ้าของร่าง 

             "พี่สาม เมื่อครู่นี้แม่นั่นบอกว่าปล่อยพวกเรา?" หลินเย่ว์เย่ว์เอามือกุมหน้าเอาไว้ แล้วมองตามเชียนที่เดินไกลออกไปด้วยความสงสัย 

             หลินโยวโยวหายใจเข้าลึกพลางเอ่ยว่า "ใช่แล้ว นางพูดเช่นนั้น หนูสกปรกก็สามารถกัดคนได้" 

             "พี่สาม ข้าแสบหน้าเหลือเกิน พวกเราไปฟ้องท่านแม่ดีหรือไม่" 

             "นังโง่ ห้ามบอกเด็ดขาด หากท่านแม่รู้ว่าพวกเราถูกหลินเชียนเชียนคนหยาบช้านั่นตบหน้า ท่านแม่จะต้องว่าพวกเรายกใหญ่แน่" 

             "อ้อ เจ้าค่ะ" 

             "คนใช้อย่างพวกเจ้ามัวแต่ตกใจอะไรกันอยู่ เหตุใดจึงไม่เช็ดหน้าให้พวกเราอีก!" หลินโยวโยวไม่สามารถกลั่นแกล้งเชียนได้จึงระบายอารมณ์ใส่บรรดาสาวใช้แทน 

             อีกด้านหนึ่ง เชียนเดินมาจนถึงสวนปี้หลินย่วน 

             ชื่อไพเราะใช้ได้ แต่น่าเสียดายที่ที่นี่เป็นแค่ลานเล็กๆ ที่เอาไว้วางกระถางดอกไม้และของจุกจิก ทั่วบริเวณมีเพียงห้องห้องเดียว ภายในสวนนอกจากจะมีกระถางดอกไม้และถังเก็บน้ำใบใหญ่แล้วก็ยังมีต้นหลิวอีกหนึ่งต้น เมื่อมองดูแล้วคล้ายไม่ใช่ที่อยู่อาศัยของคุณหนูจวนมหาเสนาบดีเลยสักนิด 

             แต่ที่แท้แล้วนั่นเป็นห้องพักของคุณหนูจวนมหาเสนาบดีหลินเชียนเชียน 

             หลินเชียนเชียนไม่ได้รับความรักความสนใจมาตั้งแต่เด็ก มารดาของนางจากโลกนี้ไปเร็ว สุดท้ายแล้วการที่นางมีห้องพักเช่นนี้ได้ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว 

             เชียนถูกกักอยู่ใต้ทะเลสาบจิ้งเย่ว์หูมากว่าพันปี จึงไม่ได้มีความต้องการพิเศษอะไรเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ทว่าเมื่อนางเปิดประตูเข้าไปแล้วเห็นเตียงเตียงหนึ่งที่มีผ้าห่มเก่าๆ เชียนถึงกับเลิกคิ้วขึ้น  

             หลินเชียนเชียนเอ๋ย ห้องแบบนี้เจ้ายังทนอยู่ได้ 

             เชียนรู้สึกเกลียดที่อาคมของตัวเองถูกสะกดเอาไว้ มิเช่นนั้นแล้วนางจะต้องเปลี่ยนห้องนี้ให้กลายเป็นห้องที่สวยงามหรูหราแน่นอน 

             เฮ้อออ 

             ท้องของนางว่างเปล่า นางพบว่าร่างกายนี้เริ่มหิว พลางคิดว่าที่อยู่อาศัยเช่นนี้ของหลินเชียนเชียนแสดงให้เห็นว่านางไม่เคยมีสาวรับใช้ประจำตัวมาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นย่อมไม่มีผู้ใดทำอาหารมาให้ ในเมื่อไม่มีคนส่ง นางก็คงต้องหาด้วยตัวเอง 

             เชียนคิดพลางหมุนตัวมุ่งหน้าไปยังครัวด้านหลัง 

             คนในจวนนี้กินอาหารกลางวันกันไปหมดแล้ว ของที่ยังเหลืออยู่ในครัวตอนนี้ก็มีเพียงหมั่นโถวไม่กี่ลูกเท่านั้น เชียนจึงหยิบติดมือมาสองสามลูก จากนั้นจึงเดินกลับไปยังปี้หลินย่วน 

             ทว่าเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว นางก็ได้ยินเสียงเรียกจากด้านหลัง "คุณหนูใหญ่เจ้าคะ" 

             เชียนหันหน้ากลับไปจึงพบเด็กรับใช้คนหนึ่งที่มีหน้าตาธรรมดาที่สวมใส่เสื้อหยาบๆ เรียกว่าเด็กรับใช้ไม่สู้เรียกว่าสาวรับใช้จะดีกว่า เป็นสาวรับใช้ที่แต่งตัวเป็นเด็กรับใช้ชาย 

             เชียนหรี่ตาลงแล้วมองไปยังเด็กคนนั้นที่อยู่ตรงหน้าอย่างสนอกสนใจ "มีอะไรหรือ" 

             เด็กหญิงผู้นั้นหยิบไข่ใบหนึ่งออกมาจากเอวแล้วยื่นให้เชียน จากนั้นจึงเอ่ยเสียงเบาว่า "คุณหนูใหญ่ ทานเถอะเจ้าค่ะ" 

             เชียนมองไปยังไข่ใบนั้นและไม่ได้ยื่นมือออกไปรับ 

             "คุณหนูใหญ่ ทานเถิดเจ้าค่ะ" 

             เชียนมองหน้านางอีกครั้ง แม้ว่าหน้าตาจะธรรมดาทั่วไป ทว่ากลับเป็นคนที่มีจิตใจเมตตา ชาติที่แล้วไม่เคยทำเรื่องผิดบาป ชาตินี้ก็ไม่ทำเช่นกัน 

             เมื่อรับไข่ไก่มาแล้ว เชียนจึงเอ่ยพลางยิ้มบางๆ ให้ "ขอบใจมาก" 

             เด็กหญิงผู้นั้นหน้าแดงขึ้น แล้วพยักหน้าให้เชียนก่อนจะจากไป 

             เมื่อกลับถึงปี้หลินย่วนแล้ว เชียนจึงพยายามค้นหาความทรงจำที่เหลืออยู่ในร่างเดิมเกี่ยวกับเด็กผู้นี้ จากนั้นนางจึงมองเห็นทันทีว่าเด็กคนนี้ถูกขายให้เข้ามาอยู่ในจวนมหาเสนาบดี และแต่งตัวเป็นเด็กผู้ชายมาตลอด ต่อมามารดาของนางก็ป่วยและเสียชีวิตลง นางไม่มีเงินทำศพ เจ้าของร่างเดิมจึงมอบตุ้มหูเพียงข้างเดียวของตนให้นาง เด็กผู้นี้จึงจดจำบุณคุณของเจ้าของร่าง ดังนั้นจึงหาไข่ไก่มาส่งให้นางบ่อยๆ 

             เมื่อระลึกได้ถึงตรงนี้ เชียนจึงตัดสินใจใช้เวทมนต์ที่เหลือเพียงน้อยนิดของตนเรียกเด็กมาคนหนึ่ง 

             นางนอนเอียงตัวอยู่บนเตียงไม้แข็งๆ นั้นแล้วหลับตาเรียก "ฉือเป่า ฉือเป่า" 

             ไม่มีผู้ใดตอบกลับ 

             เชียนลืมตาขึ้นช้าๆ พลางคิดในใจว่า คนกลุ่มนั้นที่อยู่โลกเบื้องบนตั้งใจให้นางตัดขาดจากโลกใต้พิภพ แล้วนางจะพบพวกเขาอีกได้อย่างไร 

             …… 

             ตลอดบ่ายของวันนี้นั้น ที่อยู่ของเชียนอยู่ในความสงบ ไม่มีผู้ใดแวะมาถามไถ่ราวกับว่าคุณหนูใหญ่เป็นบุคคลที่จะมีหรือไม่มีตัวตนอยู่ก็ได้ 

             พลบค่ำ เชียนเป่าเทียนให้ดับและเตรียมจะเข้านอน ในตอนนั้นเองที่นางเห็นเงาสีดำเคลื่อนผ่าน หน้าต่างบานเล็กๆ ถูกเปิดออก เบื้องหน้าของนางจึงปรากฏเด็กคนหนึ่ง 

             "เจ้านาย" เด็กผู้นี้กระพริบตาดวงโต น้ำตาของเขาส่องประกายระยับ 

             "ฉือเป่า เจ้ามาแล้ว" เชียนเดินไปข้างหน้าเพื่ออุ้มสุนัขจิ้งจอกสีเงินตัวน้อย 

             ฉือเป่าสะอึกสะอื้น "หนึ่งพันปีมานี้ ในที่สุดเจ้านายก็เรียกข้า ก่อนหน้านี้ข้าได้ยินเสียงของเจ้านาย ข้ายังคิดว่าตัวเองจำคนผิด แต่เมื่อข้าลองถามอาหลัว เขาจึงช่วยดูให้จนรู้และบอกข้าว่าเจ้านายอยู่ที่นี่ เจ้านาย หนึ่งพันปีที่ผ่านมานี้ ฉือเป่าคิดถึงท่านมาก" 

             สุนัขจิ้งจอกตัวน้อยตัวนี้พูดไปพลางกลิ้งตัวออดอ้อนอยู่ในอกของเชียน 

             เชียนลูบหัวน้อยๆ ของฉือเป่า จากนั้นจึงลูบหางของเขา "มีสองหางแล้วรึ" 

             ฉือเป่าพยักหน้าแล้วเงยหน้าขึ้น จากนั้นจึงยิ้มตาหยีพลางเอ่ยว่า "ตอนที่เจ้านายไม่อยู่ ฉือเป่าฝึกฝนอย่างหนักทุกวันจนมีหางงอกมาเพิ่มอีกหนึ่งหาง แต่น่าเสียดายที่รูปร่างแปลกไปหน่อยจึงต้องพยายามมีเพิ่มอีกหนึ่งหาง" 

             "มิต้องกลัว รอข้าให้กลับไปที่โลกใต้พิภพก่อน ข้าจะต้องช่วยแก้ให้เจ้าและช่วยให้เจ้ามีหางที่สาม" 

             เมื่อได้ยินเชียนเอ่ยเช่นนี้ ฉือเป่าจึงกอดเชียนแล้วเอ่ยว่า "เจ้านายใจดียิ่ง" 

             ทว่าเมื่อพูดจบ ฉือเป่าถึงจะได้เริ่มสังเกตเชียน "เจ้านาย ท่านเปลี่ยนเป็นมนุษย์ธรรมดาได้อย่างไร แถมยังเป็นคนหน้าตาอัปลักษณ์เช่นนี้" 

             "ผู้หญิงคนนั้นสะกดข้า บังคับให้ข้าต้องสละร่าง วันนี้ข้าจึงกลายเป็นมนุษย์ธรรมดาและต้องทำความปรารถนาให้เป็นจริง ข้าต้องมีชีวิตอยู่ที่นี่อีกร้อยปี 

             "เฮอะ! สตรีนางนั้นน่ารังเกียจยิ่ง เทพธิดาหรือเซียนที่ใดกันเป็นแบบนี้ ก็แค่คนที่ดูดีเพียงเปลือกนอกเท่านั้น เจ้านายวางใจได้ ฉือเป่ามาหาท่านแล้ว ข้าจะต้องปกป้องเจ้านายไม่ให้มนุษย์มารังแกท่านได้" 

             เชียนหัวเราะแล้วลูบหัวของฉือเป่าต่อ 

             ฉือเป่าเป็นสุนัขจิ้งจอกที่นางเคยช่วยชีวิตเอาไว้ในตอนนั้น และเป็นสัตว์เลี้ยงคู่บารมีของนางมาเป็นเวลาสองพันปีแล้ว 

             “เจ้านาย อาหลัวดูแลโลกใต้พิภพอย่างดี เพียงแต่ว่าทุกคนล้วนคิดถึงท่าน แต่การไม่มีท่านอยู่ พลังงานมรณะเข้มข้นขึ้นมาก" 

             "ฮ่า เจ้าตัวน้อย โลกใต้พิภพของพวกเราเดิมทีก็เป็นที่ที่ความตายและวิญญาณมากมายอยู่แล้ว" เชียนพูดพลางเอามือเกาหูฉือเป่า 

             "เจ้านาย ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ข้าหมายความว่า…" 

             ฉือเป่ายังพูดไม่ทันจบก็เห็นใบหน้าซีดขาวที่กำลังตกใจอยู่ด้านนอกหน้าต่าง 

             "เจ้านาย ยังมีคนอีกคนหนึ่ง!" ฉือเป่าพูดขึ้นและแยกเขี้ยวเผยให้เห็นฟันที่แหลมคม  

             หากพูดถึงฉือเป่าแล้ว รูปร่างของเขานั้นไม่ใหญ่ราวกับเป็นเพียงแมวตัวหนึ่ง ทว่าเมื่อมีท่าทีดุดันขึ้นมาก็น่ากลัวไม่น้อย ผู้ที่อยู่ด้านนอกเมื่อเห็นท่าทีของฉือเป่าเช่นนี้ก็ไม่กล้าขยับเขยื้อนราวกับโดนมนต์สะกด 

             เชียนจุดเทียนจึงเห็นได้ชัดๆ ว่าเป็นเด็กหญิงผู้นั้นที่มอบไข่ให้นาง 

             "มีอะไรหรือ" เชียนเอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยน 

             เมื่อได้ยินเสียงของเจ้านายอ่อนโยนเช่นนี้ ฉือเป่าก็เก็บท่าทางดุร้ายของตนแล้วกระโดดเข้าไปอยู่ในอ้อมอก 

             เด็กหญิงผู้นั้นตกใจจนตัวสั่นเทา นางเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า "คุณหนูใหญ่ ข้าจะมาบอกท่านว่า พรุ่งนี้คุณหนูรองจะมาจัดการท่าน" 

             "อ้อ...ข้าเข้าใจแล้ว" เชียนตอบ หลินหวานหว่านรึ ก็ไม่มีอะไรน่ากลัวนี่ 

             เมื่อเด็กหญิงผู้นั้นได้พูดในสิ่งที่ตนเตรียมจะพูดออกมาแล้ว และหันตัวเตรียมจากไป ตอนนั้นเองที่นางได้ยินเสียงของเชียนพูดกับนาง "เจ้าเข้ามาเถิด ข้ามีเรื่องอยากจะถามเจ้า" 

             เด็กหญิงผู้นั้นพยักหน้าแล้วเดินมาทางประตู นางผลักประตูเข้ามาอย่างเขินอาย 

             เมื่อเห็นเด็กหญิงคนนี้เข้ามา เชียนจึงยิ้มแล้วถามว่า "เมื่อกี้เห็นชัดๆ ว่าเจ้ากลัวสุนัขจิ้งจอกของข้าอย่างกับอะไรดี เหตุใดพอข้าถามว่าเจ้ามีเรื่องอะไร เจ้าถึงไม่กลัวแล้ว" 

 

[1] 京兆尹จิงเจ้าอิ่ง ชื่อตำแหน่งขุนนางเจ้าเมือง 

ความคิดเห็น