facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

“หากมิใช่เพราะอาเชียน ข้าคงได้เป็นสามีของผีร้ายแล้ว เพื่อแสดงความขอบคุณต่ออาเชียน ฐานะข้ายากจน ไม่มีของสิ่งใดที่จะตอบแทนอาเชียน สิ่งของมีค่าที่มีคือตัวข้าเอง มิสู้...ข้ามอบร่างกายเป็นการตอบแทน อาเชียนโปรดรับข้าไว้เถอะ”

ตอนที่ 2 กลับบ้าน

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 กลับบ้าน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ธ.ค. 2563 10:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 กลับบ้าน
แบบอักษร

"คุณชายขอรับ กว่าพวกเราจะมาถึงที่นี่นั้นไม่ง่าย ท่านยังหาสิ่งที่ต้องการไม่พบ ท่านจะกลับจริงๆ หรือ" คงชิงรู้สึกเสียดายแทนคุณชายของตัวเอง 

             "ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่" เมื่อบุรุษผู้นั้นเอ่ยประโยคนี้จบแล้วก็ไม่เอ่ยสิ่งใดต่ออีก 

             เชียนนั่งขดตัวอยู่บนเรือโดยที่ไม่เหลียวมองเงาของชายผู้นั้น นางเหม่อมองออกไปยังทะเลสาบ หนึ่งพันปีมานี้ ตนอยู่ใต้ทะเลสาบมาหนึ่งพันปี เมื่อได้ออกมาวันนี้ จึงพบว่าโลกมนุษย์ได้เปลี่ยนแปลงไปมากทีเดียว 

             "ซี๊ดดด" เกิดความเจ็บปวดขึ้นมาจากบริเวณแขน 

             ไม่ต้องก้มลงไปดู เชียนก็รู้ ในปีนั้นที่หลินเชียนเชียนโดนสตรีนางนั้นเกลี้ยกล่อมให้เขียนคาถาสละร่างนั้น  สตรีผู้นั้นจะต้องบอกว่าจะต้องมีรอยแผลเป็นทิ้งไว้บนแขน ทุกครั้งที่ทำเรื่องๆ หนึ่ง รอยแผลเป็นจะหายไปหนึ่งแผล 

             ผู้ที่ได้รับการสละร่างนั้นหากไม่สามารถทำตามความต้องการของผู้ที่สละร่างได้ คำสาปแช่งจะเข้าตัว สุดท้ายวิญญาณจะดับสูญไปหรือไม่ก็จะถูกสตรีผู้นั้นควบคุม 

             ช่างปะไร มนุษย์มีอายุขัยไม่เกินหนึ่งร้อยปี หนึ่งร้อยปีผ่านไปหลังจากร่างร่างนี้กลับสู่สวรรค์ นางก็จะสามารถหวนคืนสู่โลกใต้พิภพได้ และนางก็จะได้กลับไปเป็นอิสระในโลกใต้พิภพอีกครั้ง 

             อาจจะเป็นเพราะนางตกอยู่ในภวังค์ลึกเกินไป เชียนจึงไม่รู้ตัวว่า พวกเขาได้เดินทางเข้าฝั่งแล้ว คงชิงยื่นมือมาให้นาง "แม่นาง รีบขึ้นจากเรือเร็วเข้า" 

             เชียนไม่ได้คว้ามือของคงชิงเอาไว้ นางอ่อนแอเช่นนั้นเสียที่ไหนกัน 

             เมื่อเห็นว่าเชียนลงจากเรือด้วยตัวเองแล้ว คงชิงก็อดไม่ได้ที่จะหันไปพูดกับคุณชายของตนที่อยู่ด้านข้างว่า "แม่นางผู้นี้นิสัยแปลกประหลาด ไม่มีผู้ใดสั่งสอน แม้แต่คำว่าขอบคุณยังไม่รู้จักเอ่ย" 

             เชียนยังเดินไปได้ไม่ไกลนัก ดังนั้นย่อมได้ยินคำพูดของคงชิงอย่างแน่นอน นางก็เป็นผู้มีหน้ามีตาผู้หนึ่ง เมื่อถูกต่อว่าว่านิสัยแปลกประหลาด ไม่มีผู้ใดสั่งสอนเช่นนี้ นางก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจจึงหันตัวกลับมา 

             ทว่าการหันตัวกลับมาครั้งนี้ นางบังเอิญได้เห็นใบหน้าของชายผู้นั้นที่ใส่หน้ากากปิดบังเอาไว้ หน้ากากของเขาเป็นสีขาว บนหน้ากากมีรูป[1]ดอกปี่อั้นวาดเอาไว้ ดอกไม้แห่งโลกใต้พิภพของนางเอง 

             "นี่ เจ้าเป็นอะไรไป" คงชิงโบกมือไปมาและถามด้วยความหวังดี 

             เชียนหลุดจากภวังค์แล้วหันไปพยักหน้าให้กับคงชิงและคุณชายผู้นั้น จากนั้นจึงเอ่ยออกไปว่า "บุญคุณครั้งใหญ่ยังมิได้ขอบคุณ สักวันหนึ่งข้าจะต้องตอบแทน" 

             "เจ้ามิต้องตอบแทนก็ได้ คุณชายของข้ามิได้ต้องการ อีกอย่าง..." เดิมทีคงชิงอยากจะเอ่ยออกไปว่า อีกอย่างด้วยหน้าตาของเจ้า คุณชายของข้าคงมิกล้าเอาเจ้าไปทำอะไร ทว่าเมื่อนึกขึ้นได้ว่าแม่นางผู้นี้เพิ่งคิดจะฆ่าตัวตายไป เขาจึงฝืนกลั้นคำพูดนั้นเอาไว้ 

             ทว่าคุณชายผู้ที่มีท่วงท่าสง่างามผู้นั้นกลับต่างจากคงชิง เขาเอ่ยขึ้นอย่างยินดีว่า "ดี ข้าจะรอ" 

             เชียนโบกมือไปมาและอดที่จะขำไม่ได้ รอข้า? 

             เมื่อเห็นเชียนเดินห่างออกไปเรื่อยๆ แล้ว คงชิงก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปจึงหันไปพูดกับผู้ที่อยู่ข้างตนว่า "คุณชาย เหตุใดท่านต้องช่วยคนหน้าตาอัปลักษณ์เช่นนั้น แถมยังบอกว่าจะรอนางอีก หน้าตาแบบนาง ท่านไม่ต้องเจอบ่อยนักหรอกขอรับ" 

             ชายที่ซ่อนใบหน้าอยู่ใต้หน้ากากหัวเราะเบาๆ "ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ข้าถึงอยากจะเจอหน้านางอีกหลายๆ ครั้ง" คงชิงส่ายหน้าและอดไม่ได้ที่จะพึมพำเบาๆ ต่อ "นายท่านก็เป็นเช่นนี้ตลอด ชอบทำให้คนสงสัยอยู่เรื่อย คนอัปลักษณ์ผู้หนึ่งยังรู้สึกสนใจได้ แม่อัปลักษณ์นั่นจะเปลี่ยนเป็นเทพเซียนได้หรือ" 

             เนื่องด้วยหูของชายผู้นั้นดีนัก เขาจึงได้ยินคำพูดของคงชิงชัดเจน และไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดเขาจึงแอบถามตัวเองในใจว่า แม่นางผู้นี้จะกลายเป็นเทพเซียนได้หรือไม่นะ คง...ได้กระมัง 

             ทว่าหากมัวแต่เดาส่งเดชอยู่อย่างนี้คงมิสู้คอยตามดูจะดีกว่า ประสบภัยร้ายแรงแต่กลับไม่ตาย แม่นางผู้นี้คงจะต้องเปลี่ยนไปจากเดิมบ้าง 

             "คงชิง พวกเราจะเข้าเมือง" 

             "หา? คุณชายบอกเองมิใช่หรือว่าจะไม่เข้าเมืองเป่ยอัน" ช่างเถิด ใจดวงนี้ของคุณชายก็เปรียบเหมือนเข็มที่อยู่ใต้สมุทร เขาจะเดาถูกต้องได้อย่างไรกัน 

             …… 

             นี่เป็นครั้งแรกของเชียนที่เข้ามาอยู่ในร่างของมนุษย์ จะมากน้อยอย่างไรก็ต้องรู้สึกไม่คุ้นเคยในการใช้งานอยู่บ้าง นอกจากจะเดินได้ช้ากว่าปกติหลายเท่าแล้วยังมักจะรู้สึกหายใจเหนื่อยหอบอีกด้วย 

             ทุกครั้งที่นางหยุดพัก เชียนก็จะพยายามทำสมาธิทุกครั้งเพื่อดูว่าเมื่อก่อนหลินเชียนเชียนมีชีวิตอย่างไรบ้าง ทว่านางไม่พยายามมองเห็นจะดีกว่า เพราะทุกครั้งที่มองนางจะเกิดความรู้สึกอยากจะกระอักเลือดออกมาทุกครั้ง 

             เมื่อชาติที่แล้วแม่นางผู้นี้เป็นคนอ่อนแอที่โดนผู้อื่นเหยียบย่ำอยู่เสมอ ไม่ว่าผู้ใดล้วนกลั่นแกล้งนาง ก่อนที่นางจะกระโดดน้ำตายยังพบเจอกับเรื่องเช่นนั้นอีก 

             มิน่าเล่านางถึงอยากมีรูปโฉมงดงาม อยากแก้แค้นและอยากเป็นฮองเฮา 

             หากอาคมของข้าไม่ถูกสะกดไว้ เรื่องพวกนี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็สำเร็จแล้ว น่าเสียดายที่ตอนนี้นางเป็นคนธรรมดาจึงยังคิดหาวิธีดีๆ ไม่ได้ 

             "แม่นาง เดินไม่ไหวแล้วกระมัง" เสียงของชายชราผู้หนึ่งดังมาจากเบื้องหน้า 

             เชียนเงยหน้าขึ้น ชายชราผู้ที่กำลังบังคับรถลาลากมามีใบหน้าใจดี เขาไม่เคยทำเรื่องชั่วร้ายมาก่อน แต่เป็นคนชะตาอาภัพ 

             แม้ว่านางจะไม่มีอาคมแล้ว ทว่าสายตาของนางนั้น ตั้งแต่ที่นางได้เป็นเทพใต้พิภพมา นางได้พบเจอผีสางมามากมาย ดังนั้นเพียงมองหน้านางก็รู้ถึงโชคชะตาของมนุษย์ผู้นั้นที่เคยผ่านมาในอดีต ดังนั้นด้วยความเคยชิน นางจึงขออ่านชายชราผู้นี้ให้มากขึ้นอีกหน่อย 

             "ท่านลุง ข้าเดินมาจากทะเลสาบจิ้งเย่ว์ ข้าอยากกลับเข้าเมือง ข้าขอติดรถไปกับท่านได้หรือไม่" เชียนไม่อยากเดินกลับจริงๆ ร่างกายของมนุษย์นั้นไม่คล่องแคล่วเลยสักนิด 

             "แม่นาง เจ้าขึ้นมาเถิด ข้าจะพาเจ้าไป" ชายชราผู้นั้นเอ่ยพลางเคาะไปที่ที่นั่งข้างๆ ตน 

             เชียนลากสังขารอันเหนื่อยล้าของตัวเองขึ้นไปนั่งข้างๆ ชายชราผู้นั้น 

             รถลาลากขับไปได้พักหนึ่ง ชายชราผู้นั้นจึงหันมาพูดกับเชียนว่า "แม่นาง เจ้าคิดจะไปกระโดดน้ำตายที่ทะเลสาบจิ้งเย่ว์หรือ" 

             "ไม่ ไม่ใช่" เชียนก้มหน้า พลางคิดว่าชายชราผู้นี้รู้ได้อย่างไร 

             "อย่าปิดบังข้าเลย เจ้าคือบุตรสาวอย่างถูกต้องของมหาเสนาบดีหลิน เจ้าเป็นคนจิตใจดี เจ้าชอบหาข้าวหาน้ำมาแบ่งให้พวกเราเสมอ วันนั้นพวกของพิงถิงจวิ้นจู่แกล้งเจ้าจนอับอาย คนนิสัยอย่างเจ้าคงทนไม่ไหวและคิดสั้นแน่" ชายชราผู้นั้นพูดพลางหยิบยาเส้นขึ้นมาจุดเพื่อสูบ 

             ตอนนี้เชียนเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเมื่อครู่นี้ชายชราถึงเป็นฝ่ายหยุดรถเพื่อถามนาง ที่แท้แล้วเป็นเพราะบุญคุณของเจ้าของร่างเดิม 

             "แม่นาง มนุษย์มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ผู้ใดไม่พบเจออุปสรรคบ้าง เจ้าน่ะ อย่าคิดมากเลย บนรถของข้ามีของสดใหม่ที่เก็บได้มาจากทะเลสาบ เจ้าติดมือไปเพื่อใช้เอาใจฮูหยินผู้เฒ่าของเจ้าเถิด หากเจ้าได้รับการช่วยเหลือจากนางก็อาจจะช่วยให้เจ้าโดนรังแกน้อยลงได้" ชายชราผู้นั้นเอ่ยพลางเอี้ยวตัวชี้ไปที่เห็ดป่าที่วางไว้บนที่นั่ง 

             ฮูหยินผู้เฒ่า? เชียนหรี่ตาทั้งสองข้าง พยายามรำลึกความทรงจำดั้งเดิมของตัวเอง ทว่ากลับไม่พบเรื่องที่ชายชราผู้นั้นเอ่ย นั่นคงจะเป็นเพราะนางไม่ค่อยได้รับความสำคัญมาตั้งแต่ยังเล็ก นางจึงไม่ค่อยได้พบเจอผู้ใด 

             ชายชราผู้นี้กล่าวมิผิด หากจะเข้าไปอยู่ในจวนมหาเสนาบดีก็ควรจะหาคนปกป้องสักหน่อย 

             "ขอบคุณท่านลุงมาก แต่ของสดใหม่เช่นนี้ท่านจะเก็บเอาไว้ขายบ้างหรือไม่" 

             "แม่นาง พรุ่งนี้ข้ายังไปเก็บอีกได้ เจ้าลำบากนัก..." 

             เชียนส่ายหน้าอย่างไร้วาจา ชายชราผู้นั้นจึงไม่อยากจะพูดต่อ 

             จากนั้นเชียนจึงหรี่ตาลงครู่หนึ่ง ชายชราผู้นั้นกลัวว่าผู้อื่นจึงกล่าวหานางมั่วๆ อีก จึงส่งเสียงเรียกเชียนเมื่อมาหยุดอยู่ด้านข้างจวนมหาเสนาบดีแล้ว 

             เชียนร่ำลาชายชราผู้นั้นแล้วมุ่งหน้าไปที่จวนมหาเสนาบดี 

             เมื่อวานที่นางหายไปเป็นเวลากลางวัน และนางก็กลับมาถึงตอนกลางวันของวันนี้ หลินเชียนเชียนหายไปตั้งหนึ่งวัน ทว่าที่จวนมหาเสนาบดีกลับไม่มีผู้ใดตามหา เชียนยืนอยู่ด้านนอกประตูใหญ่อยู่นานถึงจะส่ายหน้าแล้วเดินเข้าไปด้านใน 

             "รีบไปบอกฮูหยินเร็วเข้าว่านางนั่นกลับมาแล้ว" คนที่เอ่ยขึ้นนั้นคือแม่นมเฝิง ฮูหยินประจำจวนมหาเสนาบดี 

             เชียนไม่ชายตามองนางแม้แต่น้อย และสาวเท้ายาวๆ ผ่านตัวนางไป 

             เมื่อแม่นมเฝิงถูกละเลยเช่นนี้จึงยกมือขึ้นเตรียมจะลงมือ ทว่านางยังไม่ทันได้ลงมือ หลินเย่ว์เย่ว์ก็เดินเข้ามา 

             นางแต่งกายด้วยชุดหรูหราราคาแพง นางอายุได้สิบห้าปีและเพิ่งจะผ่าน[2]พิธีปักปิ่นไป บนศีรษะของนางเต็มไปด้วยเครื่องประดับศีรษะหยกและอัญมณีมากมายที่ดึงดูดสายตา นี่คือบุตรสาวของฮูหยินจวนมหาเสนาบดี คุณหนูสี่ของตระกูลหลิน จะให้ไม่ดึงดูดสายตาได้อย่างไร 

             เมื่อหลินเย่ว์เย่ว์เห็นก็ยกมือขึ้นเท้าสะเอวและตะคอกต่อว่าเชียน "เจ้ามันตัวน่าขายหน้า เห็นข้าแล้วยังไม่รีบทำความเคารพอีก!" 

             เชียนหันไปค้อนหลินเย่ว์เย่ว์ พลางคิดในใจว่า ข้าไม่หาเรื่องเจ้า เจ้าก็ยังจะหาเรื่องข้า ข้าชื่อเชียน มิใช่ที่รองรับอารมณ์อย่างหลินเชียนเชียน 

             "เอ๊ะ นังอัปลักษณ์นี่ ยังกล้าจ้องข้าอีกรึ! อยากจะโดนตบรึ" หลินเย่ว์เย่ว์พูดพลางชูมือข้างหนึ่งของตนขึ้นสูง 

             เชียนรู้ดีว่าอีกครู่เดียวฝ่ามือนั้นจะตบมาที่ใบหน้าของตน แต่กลับเพียงใช้สายตาแข็งกร้าวจ้องไปที่หลินเย่ว์เย่ว์ และในขณะที่มือนั้นกำลังจะตกลงด้านล่าง เชียนก็ออกแรงบีบข้อมือของนาง 

             "ข้าคือบุตรสาวคนโตอย่างถูกต้องของบ้าน ได้รับการบันทึกชื่อไว้ในตระกูล แม้ว่ามารดาของเจ้าจะยังมีชีวิตอยู่ แต่สุดท้ายแล้วเจ้าก็เป็นได้เพียงบุตรสาวของอนุภรรยา การที่คนอย่างเจ้ากล้ายกมือจะตบพี่สาวอย่างข้าแสดงว่าตระกูลหลินมิได้สั่งสอนเจ้าหรือ" 

             หลินเย่ว์เย่ว์ตกใจอย่างมาก นี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็นใบหน้านี้แข็งกร้าวขนาดนี้ คิดจะรังแกเขาแต่กลับเถียงสู้เขาไม่ได้ แถมตอนนี้ยังเจ็บข้อมือจนแทบจะทนไม่ไหว หลินเย่ว์เย่ว์จะทำอะไรได้นอกจากเอะอะโวยวาย 

             และได้เห็นเพียงภาพที่แม่นางผู้นี้ถูกบีบมือไว้ข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างแกว่งเปะปะ ขาของนางก็พยายามจะถอยหนี 

             "น่าโมโหนัก น่าโมโหนัก เหตุใดพวกเจ้าจึงได้แต่มอง ข้าถูกคนที่ทั้งอัปลักษณ์และนิสัยไม่ดีรังแกเช่นนี้ พวกเจ้ายังยืนดูอยู่อีก นี่พวกเจ้ายังเห็นว่าข้าเป็นคุณหนูสี่อยู่หรือไม่!" 

             บรรดาสาวใช้รอบๆ ต่างไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรดี เพราะคุณหนูสี่ของพวกนางดูแล้วน่าขันนัก 

             "หากพวกเจ้ายังไม่ยอมมาช่วยข้า คืนนี้ข้าจะสั่งตัดขาของพวกเจ้า!" หลินเย่ว์เย่ว์ทนความเจ็บปวดที่เชียนบีบข้อมือของตนเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป 

             ในบรรดาสาวใช้ ผู้ใดจะกล้ามีเรื่องกับหลินเย่ว์เย่ว์ พวกนางจึงเดินเข้าไปช่วยอย่างกล้าๆ กลัวๆ ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นกลับต้องพบกับสายตาอำมหิตของเชียน 

             อย่าให้พูดเลยว่าปกติแล้วแค่มองใบหน้าของคุณหนูเฉยๆ ก็น่าตกใจแล้ว ตอนนี้ยังมีความอำมหิตเข้าไปผสมอีก ยิ่งทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าต่อปากต่อคำหรือก้าวเข้าไปช่วย 

             "เหตุใดพวกเจ้ายังไม่เข้ามาอีกเล่า พวกสวะ สวะทั้งนั้น!" หลินเย่ว์เย่ว์กัดฟันต่อว่า 

             "นี่พวกเจ้ากำลังทำอะไรกัน" 

             มีผู้ที่อยากร่วมสนุกด้วยมาอีกคน 

             เชียนเงยหน้าแล้วมองไปยังใบหน้างดงามแบบพิมพ์นิยมนั้น หากเทียบกับใบหน้าที่ดูร้ายกาจของหลินเย่ว์เย่ว์แล้วถือว่าน่ามองกว่า ใบหน้าของสตรีที่อยู่เบื้องหน้าตอนนี้เรียกได้ว่างามล่มเมือง นางสวมใส่ชุดสีเงิน ผมของนางประดับด้วยเครื่องประดับสาน ในมือของนางยังถือตำราเอาไว้เล่มหนึ่ง 

             นี่คือหลินโยวโยว คุณหนูสามผู้ที่มีความรู้ดีที่สุดของตระกูลหลิน 

             ทว่าความรู้และรูปโฉมเป็นเพียงเปลือกนอกเท่านั้น 

             "หลินเชียนเชียน เหตุใดเจ้าถึงไม่ยอมปล่อยมือของน้องสี่!" หลินโยวโยวตวาด 

             เมื่อเชียนได้ยินดังนั้นจึงคลายมือออก 

             หลินเย่ว์เย่ว์คิดไม่ถึงว่าเชียนจะปล่อยมือนางตอนนี้ ร่างของนางจึงซวนเซถอยหลังไปชนหลินโยวโยว 

             เมื่อสองพี่น้องชนกันเองเช่นนี้ย่อมไม่ด่าทอกัน พวกนางพุ่งเป้าไปยังศัตรูคนเดียวกันอย่างเชียน 

             "หลินเชียนเชียน เจ้ามันต่ำช้าเข้ากระดูก ที่ปล่อยมือกะทันหันเพราะอยากจะทำร้ายข้ารึ" ท่าทางของหลินเย่ว์เย่ว์ที่กำลังด่าทออยู่ขณะนี้เป็นท่าทางของหญิงปากร้ายอย่างไม่ต้องสงสัย 

             เชียนไม่โต้ตอบ เพียงเอามือทั้งสองของตนโอบรอบอกเอาไว้ด้วยท่าทาง ดูซิว่าเจ้าจะด่าอะไรข้าอีก 

             เมื่อเป็นเช่นนี้ หลินเย่ว์เย่ว์กลับด่าไม่ออกอีก นางคิดในใจว่า ไม่ใช่แล้ว หลินเชียนเชียนในอดีตเพียงโดนต่อว่าก็จะรีบคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อขอร้องให้ปล่อยนางไป และอย่าด่าทอนางอีก แต่วันนี้เกิดอะไรขึ้น 

             หลินเย่ว์เย่ว์หยุด แต่หลินโยวโยวกลับไม่หยุด 

             "หลินเชียนเชียน เจ้าเป็นสตรี แต่เมื่อคืนไม่ยอมกลับบ้าน นำความน่าอายมาสู่ตระกูลก็แย่แล้ว วันนี้เจ้ากลับมายังกล้าทำท่าโอหังเช่นนี้อีก เจ้าช่างหน้าไม่อาย อยากให้ผู้อื่นมายืนชี้หน้าด่าตระกูลหลินรึ" 

 

 

[1] 彼岸花 ดอกลิลลี่แมงมุมมีสีแดง เป็นดอกไม้ที่มีพิษหากนำเข้าร่างกายโดยไม่ตั้งใจอาจถึงตายได้ 

[2] 及笄พิธีปักปิ่น เป็นพิธีที่จัดขึ้นให้เด็กหญิงที่มีอายุได้ 15 ปี และจะถือว่าโตเป็นสาวเต็มตัวพร้อมที่จะเข้าสู่ชีวิตแต่งงานแล้ว 

ความคิดเห็น