facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ซย่าชูชีแพทย์หญิงในหน่วยลอบสังหารพิเศษแดงดันย้อนเวลามาอยู่ในร่างของคุณหนูเจ็ดที่มีรอยสักอยู่บนขมับ ช่างอัปลักษณ์นัก! แต่ช่างปะไร เธอขอแค่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็พอ แต่โชคชะตากลับไม่ได้เป็นดั่งหวังเมื่อเธอดันไปขโมยตราพยัคฆ์ทองคำของจิ้นอ๋องเข้าให้ ความซวยจึงบังเกิด...

ตอนที่ 36 ใครกำลังยั่วเย้า (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 36 ใครกำลังยั่วเย้า (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ธ.ค. 2563 12:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 36 ใครกำลังยั่วเย้า (2)
แบบอักษร

 

“จูบ?” 

ซย่าชูชีถามด้วยใบหน้าอันงดงาม มือข้างหนึ่งก็เกาะคอของเขาโดยที่เขาไม่ทันคาดคิด เธอเงยหน้ากัดริมฝีปาก เอ่ยหัวเราะเสียงเบา “คุณชาย ท่านดูสิที่นี่ไม่เหมาะนัก วันอื่นดีหรือไม่” 

หยวนโย่วยิ้มพลางมองเธอ “วันอื่น? ก็ดี” 

“หึๆ...” ซย่าชูชียิ้มเจ้าเล่ห์แล้วปล่อยมือ 

หยวนโย่วว่างจนเบื่อขั้นสุด เตรียมจะเย้าเธอสักสองประโยค แต่จู่ๆ หลังก็เกิดคันยุบยิบอย่างไม่ถูกเวลา แต่เขาก็มีสติทำท่าทางคุณชายผู้หล่อเหลาเจ้าสำราญ คิดจะถอยออกไปก่อน 

“น้องข้าพูดได้ถูกต้อง งั้นพรุ่งนี้พวกเรานัดกันใหม่ ข้า...อึก ขอลา” 

เขาหดไหล่สั่นเล็กน้อย รีบส่งสายตายั่วยวนจากนั้นหันหลังกำลังจะเดินไป 

“หยุด!” 

น้ำเสียงทุ้มต่ำหนาวเหน็บดังเข้าหู เรียกเท้าของหยวนโย่วให้หยุด และเรียกให้ใจของซย่าชูชีเหน็บหนาว 

เมื่อเห็นร่างสูงเดินออกมาจากใต้ต้นอวี้หลานอย่างเชื่องช้า เอวของเขาตั้งตรง ขาก็ยาว ฝีเท้าหนักแน่น ไม่รีบร้อน นัยน์ตาลุ่มลึกของเขาแฝงการคุกคามอย่างเข้มข้น พร้อมซ่อนความเปล่าเปลี่ยวในดวงตา มีท่าทางองอาจผึ่งผาย 

นอกจากจ้าวจวินใครจะมีนิสัยเฉพาะตัวที่ทำให้คนวิญญาณออกจากร่างได้เล่า 

หยวนโย่วไอแค่กเบาๆ เกือบสำลัก 

ที่เขาหยอกเย้าแม่นางในเขตตั้งทัพทหารถูกท่านมัจจุราชเห็นเข้าเสียแล้ว เขาต้องยืมบันไดสวรรค์หนีไป แต่ปากกลับไม่รักดีคำเรียกที่ไม่เคยใช้ก็พูดออกมา 

“ท่านอาสิบเก้า ท่านเองก็ออกมาสร่างเมางั้นหรือ หึๆ วันนี้ข้าดื่มเยอะไปหน่อย ขอลา ไปก่อนนะ...” 

“รีบอะไร” จ้าวจวินทำหน้าตึงดูความรู้สึกไม่ชัดนัก เพียงเดินเข้ามาใกล้ ร่างของเขาก็ราวกับพากลิ่นหอมเหล้าของน้ำค้างฤดูใบไม้ร่วงอยู่จางๆ มาด้วย “ข้ามีเรื่องพัฒนาอาวุธไฟของค่ายยุทโธสวรรค์พอดี มีความคิดใหม่ เลยเตรียมจะหารือกับเจ้าอีกหน่อย” 

“ตอนนี้เลยงั้นหรือ พรุ่งนี้ค่อยคุยเถิด วันนี้ก็ดึกแล้ว...” นอยยิ้มของคุณชายหยวนกว้างขึ้นกว่าเดิม 

“อยากสร่างเมาไม่ใช่หรือ ข้ามีชาหลงจิ่งก่อนหน้าฝนจากเมืองหลวงพอดี แก้สร่างเมาดีนัก” 

“ข้า ไม่ค่อยสบายเนื้อตัวนัก... ขอตัวไปอาบน้ำก่อนแล้วค่อยมา ดีหรือไม่” หยวนโย่วแอบใช้ข้อศอกเกา เขาเพียงรู้สึกว่าอาการคันนั้นราวกับมีขายาวๆ ยิ่งอดกลั้นไม่เกา ความอยากเกาก็เพิ่มขึ้นจนจะคลั่งตายอยู่แล้ว 

“ไม่ดี” จ้าวจวินกวาดสายตาเย็นแวบหนึ่งด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “ความสบายเนื้อตัวของร่างกายแม่ทัพฝ่ายขวาเช่นเจ้าเป็นเรื่องสำคัญ หรือเรื่องใหญ่ของแผนการทหารสำคัญ” 

คำพูดนี้ทำเอาลิ้นของคุณชายหยวนขาดสะบั้น 

จ้าวจวินสะบัดชุด หันหลังเดินไปห้องใหญ่เพื่อหารือ ท่าทางสูงศักดิ์เลอค่านั่นงดงามจนทำให้ซย่าชูชีตกตะลึงพรึงเพริด เกือบลืมเรื่องใหญ่ของตัวเอง กระทั่งมีสติเตรียมจะเรียกเขา เขากลับหยุดฝีเท้ากะทันหัน พลางชะงักครู่หนึ่งก็หันกลับไปกำชับเจิ้งเอ้อร์เป่าด้านหลังให้พาเจ้าทึ่มไปพักก่อน แล้วชำเลืองมองเธอด้วยดวงตาเหน็บหนาว แล้วขมวดคิ้วด้วยสีหน้าซับซ้อน 

“เข้ามา รับใช้” 

คำพูดนี้ตรงใจเธอพอดี 

เสียงเล็กๆ ของเธอปลอบโยนเจ้าทึ่มเล็กน้อย กระทั่งเขาตามเจิ้งเอ้อร์เป่ากงกงไปยังเรือนซีเพ่ยอย่างไม่เต็มใจนัก ถึงได้วิ่งตามด้านหลังจ้าวจวิน ชำเลืองมองคุณชายหยวนที่เดินกระฟัดกระเฟียดเป็นระยะ ใบหน้าหล่อเหลาที่แทบจะคุมอาการไม่ได้ ก็ทำให้เธอแอบพอใจนัก 

ณ ห้องใหญ่ 

ในเงาแสงเทียน จ้าวจวินกำลังพิงหมอนของเก้าอี้หลัวฮั่นเบาๆ แล้วให้เย่ว์อวี้ชงชา เรียกให้ซย่าชูชีบีบนวดไหล่เขาอย่างเกียจคร้าน ราวกับดูไม่ออกว่าคุณชายหยวนร้อนรนเพียงใด จ้าวจวินเพียงเชิญให้เขานั่ง แล้วเริ่มพูดคุยเรื่องการพัฒนาอาวุธไฟของค่ายยุทโธสวรรค์อย่างเคร่งครัด 

“เส่าหง เจ้าเห็นว่าอย่างไร” 

เห็นว่าอย่างไร เขาจะยังเห็นว่าอย่างไรได้อีก 

อีกด้านก็คันสุดๆ อีกด้านก็กลัวเสียภาพลักษณ์ เขาอดกลั้นจนใบหน้าหล่อเหล่าบิดเบ้ อยากจะนอนกลิ้งกับพื้นเสียให้เรารู้แล้วรู้รอด 

“ท่านอาสิบเก้า ท่านอย่าทรมานข้าอีกเลย ครั้งหน้าข้าไม่ยุ่งกับคนของท่านแล้ว และจะไม่สำราญในค่ายอีก แค่นี้ไม่พอหรือ” 

จ้าวจวินมองอย่างเย็นชา ทั้งส่งสายตา ‘สุนัขกินอุจจาระเปลี่ยนแปลงไม่ได้’ ให้เขา ถึงได้เอียงหน้ามองซย่าชูชี 

“เอายาแก้ให้เขา” 

ซย่าชูชีแกล้งทำเป็นตกใจ แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องราว “ยาแก้อะ...อะไร” 

“ยังทำเป็นไม่รู้เรื่องอีก?” 

ภายใต้น้ำเสียงหนาวเหน็บของเขา หยวนโย่วถึงเข้าใจในทันที เขากระตุกตัวยืนขึ้น ชี้ไปทางซย่าชูชี ดวงตาหงส์เจ้าชู้จ้องตาถลน 

“อ้อ ที่แท้ก็เป็นเจ้านางน้อยใจอำมหิต ข้าก็แค่ล้อเจ้าเล่น เจ้าก็ใจร้ายเกินไปไหม” 

ซย่าชูชีเหยียดรอยยิ้มแปลกประหลาดให้เขา ตอนมองไปทางจ้าวจวินก็เอ่ยอย่างสัตย์ซื่อ “เรียนนายท่าน ไม่มียาถอน มันเป็นผงที่สกัดจากขนพิษของใบต้นเฉียนหมา ให้เขากลับไปต้มน้ำใบอ้ายอาบคงจะได้ผล หากไม่ได้ผลจริงๆ รอให้ผิวคันถึงขั้นสุดก็หายคันแล้ว” 

“อึก...ข้าคันจะตายแล้ว...” หยวนโย่วไม่รักษาภาพลักษณ์อีกต่อไป เขาใช้แรงเกาตามร่างกาย “เทียนลู่ เจ้าดูบ่าวของเจ้า ต้องระวังหน่อยนะ ชิๆ แม้แต่ท่านพี่ของนางยังทำร้ายกันได้ ข้า...” 

เพล้ง 

จู่ๆ ชาร้อนที่ลื่นหลุดในมือของจ้าวจวินก็กระเด็นออกไป ขัดคำพูดของเขา 

“หากผิดวินัยทหารอีก ดูซิว่าข้าจะถลกหนังเจ้าหรือไม่! พรุ่งนี้เจ้าไปรับการโบยสิบทีที่ค่าย” 

ความดุดันกะทันหันนี้ ทำเอาซย่าชูชีอ้าปากน้อยๆ มือที่นวดไหล่อยู่นิ่งค้าง 

กระทั่งเธอสติกลับคืนมา ร่างคุณชายหยวนก็หายไปแล้ว 

เธอก้มหน้าลงนวดไหล่ของเขาต่อ ถามอย่างเลื่อนลอย “ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าวางยา” 

จ้าวจวินเป่าใบชาบนผิวน้ำเบาๆ พลางจิบชา “บ่าวอย่างเจ้า ปากน้ำผึ้งใจขม ประโยคต่อไปว่าอย่างไร” 

เมื่อคิดถึงเรื่องตัวเอง ซย่าชูชีก็เอ่ยตามต่อ “ปากน้ำผึ้ง ใจขม ล่อขาวใจอำมหิต” 

“ฉลาดมาก” 

กระทั่งจ้าวจวินชมจบแล้ว เธอถึงได้รู้ว่าได้ด่าตัวเองแบบไม่ทันระวังไปแล้ว หญิงสาวจ้องมองท้ายทอยเขาด้วยความเกลียดชัง ฉับพลันเธอก็รู้สึกไม่ค่อยเข้าใจนัก หรือว่านี่จะเป็นสิ่งหนึ่งข่มอีกสิ่ง ตามเล่ากันมา ไม่เช่นนั้น สมองอันชาญฉลาดของเธอมักพ่ายแพ้ต่อหน้าเขาได้อย่างไร 

ไม่ทันคิดให้ดี เธอก็จัดระเบียบความคิดแล้วเข้าเรื่องอย่างเป็นทางการ 

“ธนูที่ยิงในป่าดอกนั้น เป็นคนของท่านใช่หรือไม่” 

เธอเดาเอาล้วนๆ 

ในสถานการณ์แบบนั้น คนที่จะช่วยเธอ นอกจากเขาแล้วเธอก็คิดถึงคนอื่นไม่ออก 

เขาไม่ได้ปฏิเสธตามคาด เพียงตอบอืมเสียงเรียบ น้ำเสียงมึนเมานั้นทุ้มต่ำยิ่งขึ้น 

“แรงหน่อย” 

เธอกัดฟันจ้องเขาแวบหนึ่งก็ใช้แรงบีบหนักขึ้น “ท่านช่วยข้า ข้าเองก็ไม่ใช่คนลืมบุคุณคน ข้ารู้ว่าตอนนี้ท่านลำบาก เลยมีแผนการยอดเยี่ยมช่วยท่านคิด ช่วยท่าน...” 

“เสี่ยวหนูเอ๋อร์” จ้าวจวินกดหว่างคิ้วเบาๆ ครู่หนึ่ง พร้อมขัดคำพูดของเธอ แตะมือเธอออก ยืนขึ้นแล้วก้าวเท้ายาวไปข้างนอก “ข้าเหนื่อยแล้ว กลับห้อง” 

ความคิดเห็น