facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

“หากมิใช่เพราะอาเชียน ข้าคงได้เป็นสามีของผีร้ายแล้ว เพื่อแสดงความขอบคุณต่ออาเชียน ฐานะข้ายากจน ไม่มีของสิ่งใดที่จะตอบแทนอาเชียน สิ่งของมีค่าที่มีคือตัวข้าเอง มิสู้...ข้ามอบร่างกายเป็นการตอบแทน อาเชียนโปรดรับข้าไว้เถอะ”

ตอนที่ 1 สละร่าง

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 สละร่าง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ธ.ค. 2563 15:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 สละร่าง
แบบอักษร

“ได้ยินข่าวของคุณหนูใหญ่ของจวนมหาเสนาบดีหรือยัง เมื่อวานเปลื้องผ้าตัวเองออกจนเกลี้ยงล่อนจ้อนอยู่กลางถนน ใครๆ เขาก็เห็นกันทั่ว” 

             เวลาเพียงชั่วข้ามคืน ข่าวๆ นี้แพร่กระจายไปทั่วเมืองเป่ยอันอย่างรวดเร็วราวติดปีก ระยะเวลาไม่นานนักผู้คนทั่วทุกถนนต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงคุณหนูใหญ่ของจวนอัครมหาเสนาบดี 

             “แม่หลินเชียนเชียนนั่นช่างไม่รู้จักอายเสียจริง ทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไรกัน!”  

             “ยิ่งกว่าไม่รู้จักอายเสียอีก ผู้หญิงอย่างนี้ควรจะจับเอาไปเผาทั้งเป็น! ช่างน่าขายหน้าแทนจริงๆ!” 

             “พวกเจ้าว่าองค์ชายรองจะนั่งติดหรือไม่ คู่หมั้นตัวเองไม่ไว้หน้าเขาเช่นนี้ เหตุใดเขาถึงไม่มาถอนหมั้นเสียที” 

             เมื่อคนผู้หนึ่งแสดงความสงสัย คนอีกคนหนึ่งจึงอธิบายขึ้นว่า “ก็เป็นเพราะตระกูลหลินจะช่วยให้เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นองค์รัชทายาทอย่างไรเล่า” 

             “ข้าว่านะ มีเรื่องที่น่าคิดอีกอย่างหนึ่ง ตระกูลหลินมิได้มีหลินเชียนเชียนเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียว หากถอนหมั้นกับบุตรสาวคนโตแล้วหาคนอื่นที่เหมาะสมกว่าก็คงไม่ต่างกัน” 

             “เหมือนกันที่ไหนเล่า หลินเชียนเชียนเป็นบุตรสาวอย่างถูกต้องเชียวนะ” 

             “เฮ้อ! น่าสงสารองค์ชายรองยิ่ง!” 

             ณ โรงน้ำชา ผู้คนต่างกำลังพากันวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้  

             หลินเชียนเชียนเดินไปตามท้องถนนก็พบว่าผู้คนต่างชี้ไม้ชี้มือมาที่นาง บางคนถึงขั้นถ่มน้ำลายใส่นางแล้วด่าทอนางว่าอัปลักษณ์ 

             ใช่แล้ว ใบหน้าของนางอัปลักษณ์จริงๆ 

             วันที่นางเกิด บนใบหน้าของนางก็มีปานเช่นนี้กระจายอยู่ทั่วทั้งใบหน้าของนางมาตั้งแต่แรกแล้ว และเพราะปานอันนี้เองที่ทำให้มารดาของนางไม่ได้รับการแยแสอีก สุดท้ายจึงตรอมใจตายในที่สุด  

             สิบเจ็ดปีที่ผ่านมานี้ นางผ่านเรื่องอะไรมาบ้าง? 

             หลินเชียนเชียนลากร่างกายอันหนักอึ้งของตนเดินต่อไปข้างหน้า 

             เจ็บปวดยิ่ง นางเจ็บปวดหัวใจยิ่งนัก เหตุใดเบื้องบนถึงทำกับนางเช่นนี้  หรือเป็นเพราะว่านางเกิดมาอัปลักษณ์ องค์ชายรองไม่ชอบนางก็บอกกับนางตรงๆ จะไม่ดีกว่าหรือ นางจะยอมสละตำแหน่งคุณหนูใหญ่เอง เหตุใดเขาต้องทำเรื่องบัดสีเช่นนั้นกับหลินหวานหว่านในห้องของนางด้วย นั่นคือห้องของนางนะ! พวกเขาไม่คิดจะให้เกียรตินางบ้างหรือ 

             ไหนจะมีพิงถิง[1]จวิ้นจู่นั่นอีก ตนไม่เคยกลั่นแกล้งอะไรพวกนางมาก่อนเลย แล้วเหตุใดพวกนางต้องมารังแกตนด้วย 

             เมื่อวานนี้เห็นชัดๆ ว่าพวกนางเป็นคนลงมือกับชุดของตนจนเสื้อผ้าหลุดออก แต่ตอนนี้ทุกคนพูดกันว่าอย่างไรบ้าง ทุกคนต่างบอกว่าหลินเชียนเชียนหน้าไม่อาย เปลื้องผ้าตัวเองให้ผู้อื่นดู! 

             น่ารังเกียจยิ่ง! 

             แต่ไหนแต่ไรมาคนอย่างหลินเชียนเชียนไม่เคยรังแกผู้อื่นก่อน เหตุใดคนรอบข้างถึงต้องรังแกนางด้วย การมีตัวตนอยู่ของนางไปขัดหูขัดตาผู้ใดหรือ คงจะต้องเป็นอย่างนั้นแน่นอน! 

             ของหนักๆ อันหนึ่งทุบเข้าที่หลังของนาง จากนั้นร่างของหลินเชียนเชียนจึงโซเซและล้มลงกับพื้น มือของนางถลอกเป็นแผล “ไสหัวไป นังอัปลักษณ์!” 

             ชายฉกรรจ์ผู้นั้นด่านางประโยคหนึ่งก็ยังไม่สาแก่ใจจึงถ่มน้ำลายใส่หลินเชียนเชียนซ้ำ 

             ทนไม่ไหวแล้ว ข้าทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว วันเวลาเช่นนี้ช่างขมขื่นยิ่งนัก! 

             หลินเชียนเชียนลุกกลับขึ้นยืนอีกครั้งคล้ายคนบ้าคลั่ง นางล้มลุกคุกคลานวิ่งไปยังทะเลสาบ[2]จิ้งเย่ว์ 

             เมืองเป่ยอันมีทะเลสาบอยู่แห่งหนึ่ง ที่มีชื่อว่าจิ้งเย่ว์ ว่ากันว่าเมื่อหนึ่งพันปีก่อนมีโฉมงามผู้หนึ่งเดินผ่านมาแล้วตั้งชื่อนี้ให้ 

             สำหรับคนทั่วๆ ไปแล้ว เรื่องนี้เป็นเพียงตำนานและเป็นเพียงทะเลสาบธรรมดาแห่งหนึ่ง ทว่าสำหรับหลินเชียนเชียนในตอนนี้นั้น ที่นี่เป็นความหวังทั้งหมดของนาง! 

             หลินเชียนเชียนมาถึงในวันที่เป็นคืนเดือนดับพอดี 

             พื้นผิวของทะเลสาบไร้คลื่นลม ราวกับเป็นกระจกเงาที่สตรีใช้ส่องหน้า 

             ใต้แสงจันทรา พื้นผิวทะเลสาบสะท้อนเงาจันทร์ที่สุกใสสวยงามจนทำให้ผู้คนล้วนปรารถนา หลินเชียนเชียนนั่งคุกเข่าทั้งสองข้างอยู่ข้างทะเลสาบ นางประนมมือสองข้างขึ้นอธิษฐาน 

             “หากท่านมีตัวตนอยู่จริงๆ ได้โปรดฟังเสียงของข้า ข้าต้องการท่าน ข้าต้องการท่าน!” หลินเชียนเชียนเอ่ยพร้อมน้ำตาที่เอ่อทะลักราวน้ำพุ 

             ทว่าหลังจากที่เสียงของนางเงียบลงแล้ว พื้นผิวทะเลสาบกลับไม่มีความเปลี่ยนแปลง ยังคงนิ่งสงบราวกระจกเงา 

             หลินเชียนเชียนไม่ยอมแพ้ นางยังคงอธิษฐานกับทะเลสาบต่อไป “โปรดเชื่อคำพูดของหลินเชียนเชียน ข้ายอมสละทุกอย่าง ขอเพียงท่านยอมพบหน้าข้าสักครั้ง” 

             ลมราตรีพัดผ่าน ผมของหลินเชียนเชียนปลิวไสว ทว่าทะเลสาบยังคงไร้ความเคลื่อนไหว 

             หลินเชียนเชียนทรุดตัวลง นางร้องไห้โฮต่อหน้าทะเลสาบแล้วเอ่ยด้วยเสียงแหบแห้งว่า “เป็นเรื่องโกหกทั้งเพใช่หรือไม่  เรื่องที่บันทึกอยู่ในตำราล้วนเป็นเรื่องเหลวไหล! ที่นี่ไม่มีเทพใต้พิภพเลยด้วยซ้ำ ทั้งยังไม่มีผู้ใดช่วยข้าได้ด้วยใช่หรือไม่” 

             นอกจากเสียงของหลินเชียนเชียนแล้ว ก็ไม่มีเสียงของผู้ใดตอบกลับมา 

             “สมควรแล้วที่ข้าจะเป็นอย่างนี้ สมควรแล้วที่หลินเชียนเชียนจะมีสภาพเช่นนี้!” 

             หลินเชียนเชียนบังเอิญได้รับตำราเก่าแก่มาเล่มหนึ่ง ในตำราบอกว่าที่ทะเลสาบจิ้งเย่ว์มีเทพใต้พิภพถูกสะกดอยู่ ขอเพียงไปอธิษฐานกับเทพใต้พิภพด้วยความจริงใจ นางก็จะช่วยให้สมความปรารถนาได้ 

             สุดท้ายแล้วนี่ก็เป็นแค่เรื่องหลอกลวง ร่างของหลินเชียนเชียนโน้มตัวหล่นลงไปในทะเลสาบ 

             …… 

             “ข้าอยู่ที่ไหน นี่คือ[3]ทางหวงเฉวียนใช่หรือไม่” คำถามนี้เป็นคำถามแรกที่หลินเชียนเชียนเอ่ยถามเมื่อลืมตาขึ้น 

             “ที่นี่คือใต้ทะเลสาบจิ้วเย่ว์” 

             เมื่อได้ยินคำตอบเช่นนี้ หลินเชียนเชียนจึงขยี้ตาตัวเองถึงจะมองภาพเบื้องหน้าได้ชัด นางเห็นถ้ำ ถ้ำที่มีแสงสว่างอ่อนๆ เบื้องล่างตัวนางเป็นเตียง เตียงหินเสียด้วย! 

             ส่วนผู้ที่อยู่เบื้องหน้านางคือสตรีชุดแดงนางหนึ่ง 

             หลินเชียนเชียนตกใจสะดุ้งโหยง “ท่าน ท่านคือผู้ใด” 

             สตรีนางนั้นหันตัวกลับมา ใบหน้าที่งดงามดึงดูดสายตาของหลินเชียนเชียน ตั้งแต่เกิดมานางไม่เคยพบเจอกับสตรีที่มีรูปโฉมงดงามเช่นนี้ ผิวพรรณขาวหมดจดยิ่งกว่าหิมะ ดวงตาเป็นประกายสุกใสราวกับจันทราบนท้องฟ้า ทั้งยังคล้ายกับเซียนหญิงที่นางเคยได้ยินอยู่ในตำนาน หลินเชียนเชียนมองเพียงคราเดียวก็รู้สึกราวกับว่าวิญญาณของตนถูกนางกระชากออกไปเสียแล้ว 

             ขนาดตนเป็นสตรีด้วยกันยังรู้สึกเช่นนี้ หากบุรุษได้พบเห็นนางเล่าคงจะต้องคลั่งไคล้ในตัวนางเป็นแน่ 

             หลินเชียนเชียนครุ่นคิดพร้อมกับอดไม่ได้ที่จะรู้สึกชื่นชมนาง 

             “ข้าคือคนที่เจ้าตามหามาตลอด” สตรีนางนั้นนั่งอยู่ตรงหน้าหลินเชียนเชียน ริมฝีปากของนางโค้งหยักเป็นรอยยิ้มที่ทำให้จิตใจของผู้ที่ได้เห็นต้องแปรปรวน 

             “เทพ เทพใต้พิภพรึ” หลินเชียนเชียนไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเอง 

             สตรีนางนั้นพยักหน้า “มิผิด ข้าคือเทพใต้พิภพ เจ้าเรียกข้าว่าเชียนก็ได้” 

             เมื่อได้ยินว่าเป็นคนที่ตนตามหา หลินเชียนเชียนก็ตื่นเต้นจนเอามือของสตรีที่มีนามว่าเชียนมากุมเอาไว้ “ท่านช่วยทำให้ความปรารถนาของข้าเป็นจริงได้หรือไม่ ข้ายินดีที่จะตอบแทนท่านทุกอย่าง” 

             เชียนดึงมือของตัวเองออกจากมือของหลินเชียนเชียน บนใบหน้าของนางปรากฏรอยยิ้มที่ไม่อาจเข้าใจความหมายได้ “ตอบแทน? เจ้าจะมีอะไรตอบแทนให้ข้าได้อีก” 

             “ชีวิตของข้า ข้าสามารถให้ชีวิตท่านได้!” หลินเชียนเชียนเอ่ยอย่างตื่นเต้น 

             นิ้วมือหยกของเชียนชี้ไปยังที่ว่างที่อยู่ข้างๆ หลินเชียนเชียน 

             ไม่มองเห็นก็ไม่เป็นไร แต่เมื่อมองเห็นแล้ว หลินเชียนเชียนพลันตกใจจนกลิ้งหล่นลงจากเตียงหิน 

             “นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น” 

             รอยยิ้มของเชียนจางหายไป จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นอย่างไร้อารมณ์ “เมื่อครู่นี้เจ้ากระโดดลงทะเลสาบ วิญญาณของเจ้าได้หลุดออกจากร่างไปแล้ว” 

             “ท่านกำลังจะบอกว่าข้าตายแล้วงั้นรึ” หลินเชียนเชียนตกใจเสียจนร่างสั่นเทา 

             “ใช่แล้ว หากเจ้าไม่ตาย เจ้าจะมาพบข้าได้อย่างไร และคงจะจับมือข้าเช่นนี้มิได้” 

             “ข้า...” ใบหน้าที่มีรอยปานของหลินเชียนเชียนซีดขาว 

             เมื่อเชียนเห็นท่าทางเช่นนี้จึงเบะปาก จากนั้นนิ้วมือของนางก็ปรากฏเปลวไฟวูบวาบ “ว่ามาสิ เจ้ามีความปรารถนาอะไร” 

             “ข้าจะยังมีความหวังอะไรได้อีก ข้าตายไปแล้ว” หลินเชียนเชียนเอ่ยอย่างไร้เรี่ยวแรง 

             “เจ้าให้ข้าช่วยเจ้ากลับเข้าร่างของเจ้าได้นะ” เชียนเอ่ยตอบ 

             “จริงหรือ ข้ากลับไปได้จริงหรือ” แววตาของหลินเชียนเชียนเป็นประกายราวกับได้ยินเรื่องที่น่าอัศจรรย์ 

             เชียนกุมขมับพลางถอนใจ “ถึงอย่างไรต่อให้เจ้าติดอยู่ที่นี่เป็นพันปีก็ไม่มีความหมายอะไร ข้าช่วยเจ้าจะดีกว่า หลับตาซะ!” 

             หลินเชียนเชียนพยักหน้าแล้วหลับตาทั้งสองข้างของตนลง 

             มือหยกของเชียนวางลงบนหน้าผากของหลินเชียนเชียน จากนั้นจึงท่องคาถาไปได้เพียงครึ่งหนึ่งก็ลืมตาขึ้นอีกครั้งจากนั้นจึงเอ่ยเสียงดังว่า “เจ้าทำอะไรไว้” 

             “ข้า...ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย?” หลินเชียนเชียนสับสน นางไม่เข้าใจความหมายของเชียน 

             มือของเชียนคลายออกแล้วถอยหลังไปหนึ่งก้าว “ไหนบอกมาสิว่า ผู้ใดเป็นคนบอกเจ้าว่าข้าอยู่ที่นี่” 

             หลินเชียนเชียนกระพริบตาปริบๆ แล้วเอ่ยตอบอย่างไร้เดียงสา “เมื่อครึ่งปีก่อนหน้านี้มีนักพรตหญิงคนหนึ่งมอบตำราโบราณให้ข้าเล่มหนึ่ง ในตำราเล่มนั้นเขียนเอาไว้ว่าให้มาขอพรกับท่าน” 

             นักพรต? ตำรา? เชียนเข้าใจแล้ว นางมองไปยังหลินเชียนเชียนด้วยแววตาเย็นชา “นักพรตหญิงนั่นได้ให้เจ้าใช้เลือดเลี้ยงตำราเล่มนั้นใช่หรือไม่” 

             หลินเชียนเชียนพยักหน้า นางคิดไม่ถึงว่าเชียนจะรู้เรื่องนี้ด้วย “แต่ก็แค่ใช้เลือดของข้าทำสัญลักษณ์ไว้ด้านบนเท่านั้น มิได้ทำอย่างอื่นอีก” 

             “คนเขลา! เจ้าติดกับนางแล้ว!” สุดท้ายเชียนก็เข้าใจแล้วว่าเพราะเหตุใดหลินเชียนเชียนถึงหานางเจอ ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง เป็นฝีมือของหญิงผู้นั่นคนเดียว หญิงคนนั้นวางแผนทำให้นางต้องติดอยู่ที่ทะเลสาบจิ้งเย่ว์นี่ แล้วให้ตนไปอยู่ในร่างของมนุษย์ธรรมดาแทน 

             “ฮ่าๆ ... ดูท่าแล้วน้องหญิงคงจะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ในเมื่อน้องหญิงเข้าใจแล้วก็เข้าไปอยู่ในร่างนี่ซะ แม่นางผู้นี้ใสซื่อ ไม่มีทางขอพรอะไรให้เจ้าต้องลำบากอย่างแน่นอน” มีแสงสีทองสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงที่ดังขึ้นตรงหน้าของหลินเชียนเชียน 

             “นักพรตหญิง!” หลินเชียนเชียนตื่นเต้นจนเดินเข้าไปหา 

             สตรีนางนั้นจึงลูบศีรษะของหลินเชียนเชียนแล้วเอ่ยด้วยความเมตตาว่า “เชียนเชียน อายุขัยของเจ้าสิ้นแล้ว ถึงเวลาที่เจ้าต้องไปเกิดใหม่แล้วนะ” 

             “ข้า...ข้ากลับไปมีชีวิตอยู่ต่อไม่ได้จริงๆ หรือ” หลินเชียนเชียนกัดริมฝีปากของตน 

             สตรีนางนั้นพยักหน้าพร้อมกับชี้ไปยังเชียน “แต่นางสามารถมีชีวิตแทนเจ้าได้ จะได้ทำให้ความปรารถนาของเจ้าเป็นจริง เจ้าบอกความปรารถนาของตนกับนางเถิด” 

             “ข้า...” จู่ๆ แววตาของหลินเชียนเชียนก็เหม่อลอย นางหมุนตัวช้าๆ หันไปพูดกับเชียนว่า “ข้าอยากมีรูปโฉมเช่นท่าน ข้าอยากแก้แค้นทุกคนที่รังแกข้า ข้าอยากเป็นฮองเฮา ทุกคนจะต้องก้มหัวให้ข้า” 

             เชียนมองหลินเชียนเชียนที่ถูกควบคุมอยู่ พลางกัดฟันกรอดแต่นางก็มิอาจทำอะไรได้ 

             แซ่ที่อยู่ในมือของสตรีนางนั้นสะบัดเบาๆ แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มสดใส “น้องหญิง เด็กคนนี้บอกความปรารถนาของตัวเองไปหมดแล้ว หากเจ้ายังไม่ยอมเข้าไปในร่างของนางเพื่อใช้ชีวิตแทนนาง จิตวิญญาณของเจ้าก็จะสลายไปหมดนะ” 

             เมื่อเห็นสตรีนางนั้นได้ใจ เชียนจึงหลับตาลง ช่างเถิด สุดท้ายก็เผยจุดอ่อนให้นางรู้ สุดท้ายนางก็กลัวความตาย 

             มีแสงสว่างเกิดขึ้นอีกครั้ง เชียนจึงเข้าไปอยู่ในร่างร่างนั้น 

             ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เทพใต้พิภพที่มีแต่ผู้คนเคารพนับถืออย่างตนจะต้องกลายเป็นคนธรรมดาที่มีนามว่าหลินเชียนเชียน ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าขัน 

             'ถูกกักตัวมาเป็นพันๆ ปี นอกจากจะไม่เคยเจอเขาแล้ว ยังต้องกลายไปเป็นมนุษย์ธรรมดาเสียอีก' 

             …… 

             “นี่ แม่นาง แม่นาง ตื่นเถิด รีบตื่นขึ้นมาเถิด!” 

             เชียนค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ เบื้องบนของนางคือท้องฟ้า ท้องฟ้าที่ส่องแสงอ่อนๆ 

             “เอ๊ะ...” เบื้องล่างของตนคือเรือ 

 

             “เจ้าเป็นใคร” เชียนมองไปยังเด็กหนุ่มชุดเทาที่มัดผมที่อยู่เบื้องหน้าตนอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มผู้นั้นยิ้มให้จนฟันเขี้ยวทั้งสองยื่นออกมา ใบหน้าของเขาไร้เดียงสา เขาชี้ไปยังบุรุษที่อยู่เบื้องหลังตนพร้อมเอ่ยขึ้นว่า “นั่นคือคุณชายของข้า คุณชายของข้าบอกเอาไว้แล้วว่า หากเจ้าตื่นขึ้นมาแล้วจะต้องเอ่ยคำพูดพวกนี้กับเจ้าให้ได้ เขาบอกว่าเขาเป็นผู้ใดไม่สำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญคือต่อจากนี้ไปแม่นางอย่าได้ทำเรื่องที่ไม่เห็นค่าตัวเองเช่นนี้อีก โลกนี้แสนวุ่นวาย มีคนตั้งมากมายที่มิอาจทำใจลาโลกนี้ไปได้ ต่อไปเจ้าอย่าได้กระโดดแม่น้ำตายเช่นนั้นอีก” 

             กระโดดแม่น้ำตาย? เฮอะ! คนอย่างเชียนไม่เคยทำเรื่องเช่นนั้น! 

             เชียนลุกขึ้นนั่งอย่างระมัดระวังตัว แล้วมองไปยังเงาร่างใหญ่ที่อยู่ด้านหลังเด็กหนุ่มผู้นั้น จากนั้นนางจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง “เข้าฝั่ง ข้าต้องกลับบ้านแล้ว” 

             เมื่อได้ยินวาจาของเชียน เด็กหนุ่มผู้นั้นก็ไม่พอใจ พลางคิดในใจ พวกเราช่วยเจ้าด้วยความหวังดี นอกจากเจ้าจะไม่ขอบคุณแล้ว ยังพูดกับเราอย่างกับพวกเราเป็นคนใช้ แม่นางผู้นี้ช่างไม่มีน้ำใจเอาเสียเลย 

             “คงชิง นำเรือเข้าฝั่ง!” 

             เชียนแปลกใจ ไม่รู้เพราะเหตุใดนางถึงรู้สึกชอบเสียงของคนผู้นี้ แม้ว่านางจะมองไม่เห็นใบหน้าของเขา แต่เสียงที่ดังขึ้นมานั้นก็พอเดาได้ว่าเขาจะต้องเป็นคุณชายที่กิริยาผึ่งผายสง่างามอย่างแน่นอน 

 

 

[1] 郡主จวิ้นจู่ คือตำแหน่งท่านหญิง 

[2]静月 จิ้งเยว่แปลว่าจันทร์สงัด 

[3]黄泉路เส้นทางน้ำพุเหลือง ตามความเชื่อของจีนหมายถึงเส้นทางสู่ปรโลก 

ความคิดเห็น