facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ในขณะที่เธอเริ่มหมดศรัทธาในความรัก ผู้ชายจอมเผด็จการคนหนึ่งก็ได้ก้าวเข้ามาพร้อมหยิบยื่นความรักครั้งใหม่ให้โดยที่เธอไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะปฏิเสธมัน!

ตอนที่ 17 ระรานว่าที่เถ้าแก่เนี้ยของเรา!

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 ระรานว่าที่เถ้าแก่เนี้ยของเรา!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ม.ค. 2564 13:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 ระรานว่าที่เถ้าแก่เนี้ยของเรา!
แบบอักษร

“ฉันจะลงไปดู!” 

หยางลี่เวยคิดว่านี่เป็นเรื่องที่น่าชังที่สุด เธอทนไม่ไหวจนต้องขอลงจากรถไปดูเอง 

บริกรหน้าประตูเห็นเข้ากับคนที่กำลังเดินลงมาจากรถ หูฟังไร้สายที่เสียบอยู่ที่หูก็ได้ส่งเสียงขึ้น แววตาของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะจัดการปิดเครื่องแจกบัตรคิวลงต่อหน้าต่อตาของหยางลี่เวย 

หยางลี่เวยชะงักเท้าลงไฟโทสะพุ่งขึ้นสูงปรี๊ด 

นี่มันจงใจเห็นๆ! 

เธอขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเดินไปหยุดตรงหน้าของบริกรคนนั้นแล้วเอ่ยขึ้นเสียงเย็น 

“ร้านของพวกนายทำแบบนี้หมายความว่าไง มีสิทธิ์อะไรมาเจาะจงพวกฉัน พวกนายทำธุรกิจยังจะเลือกลูกค้าอีกเหรอ” 

ใบหน้าที่ยิ้มอย่างสุภาพตามตามระเบียบ ตอบอย่างมีมารยาท 

“ครับคุณนาย เพียงแต่ว่าคุณคือแขกเพียงคนเดียวที่ร้านเราเลือกที่จะไม่บริการให้ครับ!” 

หยางลี่เวยถึงกับขาอ่อนจนแทบล้มลงไปกองกับพื้น! 

“แก...พวกแก...ฉัน...ฉันจะฟ้องพวกแก!” 

“เชิญตามสบายเลยครับ” 

รอยยิ้มสุภาพไม่มีช่องว่างให้โจมตียังคงปรากฏอยู่บนหน้าบริการ ไม่ใส่ใจต่อคู่สนทนาแม้แต่น้อย 

แต่การกระทำเช่นนี้กลับทำให้หยางลี่เวยเกิดของจิตสองใจและยิ่งไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม 

หรูอี้ซวนไม่ใช่สถานที่ธรรมดาๆ ยืนหยัดได้นานหลายปีขนาดนี้จะต้องมีเหตุผลอื่นด้วยแน่ๆ 

ขนาดเป็นแค่ร้านเล็กๆ ยังยโสโอหังได้ขนาดนี้ เดาไม่ถูกเลยว่าเจ้าของที่นี้เป็นใครกันแน่! 

แต่ว่า... 

“พวกฉันไม่เคยมาลักเล็กขโมยน้อยไม่เคยยื้อแย่งกันไม่เคยมาก่อความวุ่นวายอะไรที่นี่ พวกแกมีสิทธิ์อะไรมาเลือกปฏิบัติ!” 

หยางลี่เวยสงบลงบ้างแล้ว แต่ในใจก็ยังโมโหไม่หาย! 

“ก็สิทธิ์ที่คุณไประรานว่าที่เถ้าแก่เนี้ยของพวกเราไงล่ะครับ” 

“...” หยางลี่เวยนิ่งอึ้ง! 

สีหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม! 

จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่หยางลี่เวย แม้แต่บริกรที่พูดคำนั้นออกมาเองก็มีสภาพไม่ต่างกัน 

เพราะทุกอย่างทำไปตามคำสั่งของเสียงที่ดังมาจากหูฟัง! 

ว่าไปเธอรู้จักแค่ผู้จัดการของที่นี่ แต่ยังไม่รู้ว่าที่จริงเถ้าแก่ของที่นี่เป็นใครกันแน่ 

ยิ่งว่าที่เถ้าแก่เนี้ยอะไรนั่นเธอก็ยิ่งไม่รู้เข้าไปใหญ่! 

ดังนั้นในหลังจากที่เธอนิ่งอึ้งไปเกือบค่อนวันขณะที่เธอกำลังคิดว่า ว่าที่เท่าเถ้าแก่เนี้ยของพวกแกคือใคร เธอก็คิดคำตอบออกมาได้หนึ่งประโยคนั่นก็คือ...พูดไม่ออก 

หยางลี่เวยโกรธจนหน้าดำหน้าแดง ขบฟันกรอด ขณะเตรียมที่จะเดินจากไป เธอดันเลื่อนสายตาไปเห็นบริกรสองคนที่เดินตรงมาจากในร้าน บริกรคนหนึ่งกำลังลากสุนัขพันธุ์ทิเบตันแมสติฟฟ์ที่ขนาดตัวสูงกว่าเอวของตัวเอง ขนฟูสีดำแดงตลอดทั้งตัวก้าวเดินออกมาด้วยท่าทีขึงขัง 

เมื่อมันเห็นเข้ากับหยางลี่เวยที่ยืนอยู่หน้าประตู ก็แยกเขี้ยวคำรามทันที มันกระโดดโลดเต้นราวกับว่าหากเผลอนิดเดียวละก็มันกระโจนเข้ามางับให้จมเขี้ยว! 

เธอก้าวถอยหลัง ‘ต๊อกๆ ต๊อก’ ไปสองสามก้าว ยกมือขึ้นกุมอกด้วยใบหน้าซีดเผือด! 

ในเวลาเดียวกันนั้นสายตาก็ซัดไปเห็นบริกรอีกคนยกถ้วยโจ๊กมาตั้งไว้ตรงหน้าทิเบตันแมสติฟฟ์ตัวนั้น! 

มันทำจมูกฟุดฟิดก่อนก้มลงไปจัดการกับอาหารตรงหน้า 

หยามกันแบบสุดๆ! 

หยางลี่เวยโมโหจนเลือดขึ้นหน้า ยืนเอามือทาบอกอยู่ที่เดิมอยู่นานแสนด้วยความที่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อไปดีก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถ 

เรื่องน่าอายทั้งหมดอยู่ในสายตาของเจียงโหรวโหรวมาโดยตลอด เธอรอจนหยางลี่เวยเดินเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยถามขึ้น 

“ว่ายังไง?” 

“หนูไม่รู้ มาบอกว่าเราไประรานว่าที่เถ้าแก่เนี้ยของพวกมัน...แล้วใครจะไปรู้ล่ะว่าว่าที่เถ้าแก่เนี้ยคนนั้นเป็นใคร” 

เจียงโหรวโหรวเลิกคิ้วขึ้นสูง 

“เข้าใจอะไรผิดกันหรือเปล่า” 

พวกเธอจะไประรานใครได้ยังไง 

“อันนั้นหนูก็ไม่รู้ค่ะ!” 

ตอนนี้หยางลี่เวยทั้งช๊อกทั้งกลัวทั้งโมโห จะเอาอารมณ์ที่ไหนไปสนใจเรื่องพันนี้ 

“เอาเถอะ ขึ้นรถได้แล้ว! ตอนนี้เหลือเวลาไม่มาก ไปซื้อของกินจากร้านอื่นแล้วส่งไปให้เชียนโรวซะ! เรื่องนี้ต้องมีการเข้าใจผิดกันแน่ๆ” เจียงโหรวโหรวพูดอย่างใช้เหตุผล 

พวกเขาจะหาเรื่องใครโดยไม่มีเหตุผลได้ยังไง 

แต่ถ้าเกิดจะมีจริงๆ ก็คงมีแค่เฉินฝานซิงที่หน้าบอกบุญไม่รับนั่น ไม่รู้ว่าไม่ทำอะไรใครไว้ตอนไหน 

หลายปีมานี้ เธอก่อเรื่องหนักใจกับขายหน้าให้ตระกูลเฉินมากี่ครั้งแล้ว! 

คิดๆ อยู่ความโกรธก็ประดั่งประดาขึ้นในหัวใจ 

ความคิดเห็น