ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

381.ทุ่งหินเพลิง

ชื่อตอน : 381.ทุ่งหินเพลิง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 906

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ม.ค. 2564 22:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
381.ทุ่งหินเพลิง
แบบอักษร

มิติพยัคฆ์พญาหินไฟชั้นที่3 ป่าต้นชัคฑาหะมณี

​ซื่อหมิงกับสหายและผู้ติดตามตลอดจนบ่าวไพร่ทุกคนได้มาถึงป่าต้นชัคฑาหะมณี ส่วนซื่อหมิงก็ได้เก็บต้นชัคฑาหะมณีหมื่นปีเข้าไปในมิติวสุนธรากูณฑ์ซึ่งเป็นมิติซ้อนภาคในมิติจิตของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ก็ปล่อยให้ทุกคนที่มาด้วยกันนั้นก็ได้ขุดต้นอ่อนของต้นชัคฑาหะมณีและเก็บผลชัคฑาหะมณีกันตามใจชอบ จากนั้นซื่อหมิงกับเฟยหู่ก็ได้ปลีกตัวเพื่อออกไปสำรวจรอบ ๆ ป่าต้นชัคฑาหะมณีกันทันที

​ซื่อหมิงได้ออกสำรวจไปทางตะวันตกของป่าต้นชัคฑาหะมณี ซึ่งเป็นบินเวณทุ่งกว้าง ๆ แต่มีหินสำแดงอมดำตั้งอยู่มากมายสลับกับต้นหญ้าสีเขียวและต้นหญ้าสีแดงขนซื่อหมิงขนานนามเรียกที่นี่ว่า...ทุ่งหินเพลิง นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรและพืชพันธุ์ธาตุหินเพลิงนานาชนิดขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ดอกไม้สีแดงอีกมากมายซึ่งมองดูแล้วสวยงามยิ่งนัก

ถึงสมุนไพรต่าง ๆ ที่ขึ้นบริเวณทุ่งกินเพลิงจะเป็นของใช้พื้นฐานในชีวิตประจำวันที่สามารถหามาใช้ไดโดยง่ายก็จริง... แต่สิ่งที่ต่างกันก็คือพืชพันธุ์ที่ขึ้นอยู่ในมิติพยัคฆ์พญาหินไฟชั้นที่3นี้ ต่างก็มีปราณธาตุเจือปนอยู่ภายในลำต้นอย่างหนาแน่นมาก ซึ่งถ้าซื่อหมิงคิดจะปลูกพืชพันธุ์ทั้งหมดตามที่เห็นในทุ่งหินเพลิงจริง ๆ แล้วล่ะก็คงจะต้องให้สัตว์อสูรมาช่วยดูแล นั่นหมายความว่าอาจจะต้องใช้กระต่ายภุมกูณฑ์จำนวนมากมายเพื่อที่จะนำมาช่วยในการช่วยดูแลพืชพันธุ์ธาตุหินเพลิงที่จะปลูกขึ้นมาโดยเฉพาะ ถึงจะฟังแล้วเป็นปัญหาที่ใหญ่มาก แต่มีหรือที่ซื่อหมิงจะแก้ไขปัญหาพวกนี้ไม่ได้...

“หมิงหมิง เจ้าช่วยหากระต่ายภุมกูณฑ์ในบริเวณนี้มาให้ข้าทีนะ” ซื่อหมิงได้เอ่ยสั่งต่อสัตว์อสูรพันธะเลือดของตนออกไป ให้ช่วยหากระต่ายอสูรธาตุหินเพลิงให้ตน

“ว่าแต่...นายท่านอยากได้จำนวนมากไหมล่ะขอรับ?” หมิงหมิงได้ถามเจ้านายของตัวเองกลับมาทันที

“อืม... เอาเท่าที่เจ้าสามารถหามาได้ทั้งหมดเลย เพราะข้าจะทำสร้างทุ่งหินเพลิงที่เขตภูเขาเพลิงทางตอนใต้ในมิติจิตของข้า ข้าจึงต้องการพวกกระต่ายภุมกูณฑ์จำนวนมากเพื่อที่จะให้พวกมันผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาคอยดูแลสมุนไพรและพืชพันธุ์ธาตุหินเพลิงต่าง ๆ ในทุ่งของข้า” ซื่อหมิงได้เอ่ยขึ้นทันที หมิงหมิงก็พยักหน้าขึ้นแทนการตอบนับว่าเข้าในแล้ว ขณะที่มันยังประจำอยู่บนหัวของซื่อหมิง

“เข้าใจแล้วขอรับ” เจ้ากระต่ายพหลวัศได้รับคำสั่งของเจ้านายตัวเองต่อในทันที และเริ่มใช้ปราณของตนค้นหากระต่ายอสูรรอบ ๆ บริเวณป่าต้นชัคฑาหะมณีทันที

“อาถัวว่าอย่างไรในบริเวณใกล้ ๆ นี้มีพวกหนูหินไฟที่ข้ากำลังตามหาอยู่บ้างไหม?” ซื่อหมิงได้ก้มหน้าลงไปถามงูไศลาเดชที่ย่อตัวให้เล็กและกำลังเกาะอยู่ที่แขนของตัวเองบ้าง

“น่าจะอยู่ด้านหน้าอีกประมาณ3-4หลี่มิเกินนี้ขอรับ” อาถัวได้ตอบบอกซื่อหมิงมา และพอซื่อหมิงมองไปไกล ๆ ก็เห็นเป็นป่าขึ้นมาอีกมากมาย ท่าทางจะเป็นป่าที่มีรังของพวกหนูหินไฟอยู่อย่างแน่นอนเลย ซื่อหมิงคิดในใจและเตรียมเดินทางไปยังจุดที่ได้หมายตาเอาไว้ทันที

“พี่เสี่ยวหู่ท่านจะเอาพวกหนูหินไฟเข้าไปเลี้ยงในมิติจิตไหมขอรับ?” ซื่อหมิงเอ่ยถามเฟยหู่ที่มาด้วยกันขึ้นทันที

“ข้าว่า... เจ้าเอาไปเลี้ยงเองเถอะนะ ต่อให้มาอยู่กับข้า พวกมันก็มิต่างจากอยู่ที่นี่หรอก” เฟยหู่ได้เอ่ยตอบซื่อหมิงออกไป เพราะอยากจะยกพวกหนูหินไฟทั้งหมดให้กับซื่อหมิงผู้เป็นว่าที่ฮูหยินไปนั่นเอง

“มันจะเหมือนกันได้อย่างไรขอรับ ถ้าอยู่กับท่านแล้วล่ะก็ต่างได้ประโยชน์ทั้งคู่ ปราณธาตุหินเพลิงของท่านก็จะแข็งแกร่งขึ้น ส่วนเจ้าพวกหนูหินไฟก็จะมีระดับสัตว์อสูรและมีระดับปราณที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน” ซื่อหมิงได้พูดเถียงขึ้นมาทันที เพราะรู้ดีว่าหากเฟยหู่ได้พวกหนูหินไฟเหล่านี้ไปอยู่ด้วย เฟยหู่ก็ต้องเก่งขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งจุดนี้เฟยหู่ไม่อาจจะเถียงซื่อหมิงที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องมิติจิตมากกว่าตัวเองไปได้

“เถียงเกี่ยวกับเรื่องมิติจิตทีไร... ข้ามิเคยชนะเจ้าเลยสักที เช่นนั้นก็เอาตามแต่ ที่เจ้าจะเห็นเหมาะสมเลยก็แล้วกันนะหมิงเอ๋อ” เฟยหู่ได้เอ่ยออกมาพร้อมมองไปที่อีกคนด้วยสายตาแบบยอมให้อีกฝ่าย ส่วนซื่อหมิงก็ยิ้มกลับมาให้เฟยหู่ทันทีเช่นกัน...

“แบ่งกันคนละครึ่งนะขอรับ ที่จริงข้าก็อยากให้ท่านเอาไปหมด เพราะถ้าอยู่ในมิติจิตของท่านสมุนไพรธาตุหินเพลิงที่เกิดขึ้นที่นั่นน่าจะมีสรรพคุณสูงกว่าในมิติจิตของข้านิดหน่อยนะขอรับ” ซื่อหมิงได้เอ่ยขึ้นมาต่อ... พร้อมพูดเชิงเปรียบเทียบไปด้วยในตัว

“แล้วที่ไอ้ที่เจ้าบอกข้ามาว่า... มันต่างกันนิดหน่อยนี่... เท่าไรกันแน่?” เฟยหู่เองก็อยากจะรู้ถึงความต่างที่ซื่อหมิงบอกกับตนมาว่า... คำว่าต่างกันนั้นต่างเท่าไรจึงได้ถามซื่อหมิงขึ้นทันที ซื่อหมิงก็ทำท่าคิดพร้อมคำนวนในใจ

“น่าจะประมาณ1ใน1,000ส่วนนะขอรับ” ซื่อหมิงได้เอ่ยบอกเหยหู่ออกไป ทำเอาเฟยหู่ไปไม่เป็นเลยทีเดียว เพราะ1ใน1,000ส่วนนั้นมันแทบจะไม่เห็นความแตกต่างอะไรเลยแม้แต่น้อย... แต่ด้วยที่เฟยหู่นั้นรู้จักนิสัยของซื่อหมิงเป็นอย่างดีจึงไม่ได้เถียงอะไรออกไปอีก เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นว่าทะเลาะกันเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องอีก

“ถ้าต่างกัน1ใน1,000ส่วนแล้วล่ะก็...ปลูกที่มิติจิตเจ้านั่นแหละดีแล้ว การไปกลับมิติจิตของข้ายังไรก็ต้องใช้เวลา ถึงจะเป็นเวลาสั้น ๆ แต่ถ้าไปมาวันนึงหลาย ๆ รอบก็มิคุ้มขึ้นมาได้ เจ้าอย่าเสียดายสรรพคุณที่ต่างเพียงน้อยนิดนั้นเลย ถ้าต่าง1ใน100ส่วนถ้ายังพอเข้าใจนะ แต่ต่าง 1ใน1,000ส่วนนั้นข้าอยากให้เจ้าปล่อยวางไปบ้าง” เฟยหู่พูดออกไปอย่างรู้จักซื่อหมิงเป็นอย่างดี เพราะถ้าจะปฏิเสธซื่อหมิงจะต้องมีเหตุผลที่พอฟังได้เท่านั้น ซื่อหมิงก็คิดตามคำพูดของเฟยหู่และพอคำนวนดูก็เป็นไปอย่างที่เฟยหู่พูดมานั้น ถูกต้องทั้งหมดแล้ว ซื่อหมิงก็เลยไม่ได้พูดอะไรขึ้นมาต่ออีกเช่นกัน จนทั้งคู่เข้าไปใกล้ป่าที่เป็นรังของหนูหินไฟเรื่อย ๆ และเริ่มมองเห็นหญ้าศิลาเพลิงที่งดงามมาก ๆ จำนวนมากมายที่อยู่บนทุ่งหินเพลิงแล้ว

“ดูจากหญ้าศิลาเพลิงพวกนี้ ท่าทางจะใกล้ที่อยู่ของพวกหนูหินไฟแล้วสินะ?” เฟยหู่เอ่ยออกมากึ่งคำถามนิดไปด้วยทันที ซื่อหมิงก็รีบพยักหน้าให้เฟยหู่ได้รู้ว่า...ถูกต้องแล้ว

“ถ้าดูจากหญ้าศิลาเพลิงที่งดงามพวกนี้แล้ว ก็มิผิดไปจากที่ท่านว่ามาขอรับ... ตอนนี้พวกเราใกล้จะถึงรังพวกหนูหินไฟกันแล้ว” ซื่อหมิงได้เอ่ยตอบออกไป เฟยหู่ก็พยักหน้าขึ้นเช่นกัน จากนั้นก็เอามือทั้งสองข้างไปขัดที่ท้ายทอยแล้วเดินตามซื่อหมิงไปอย่างสบายใจ เพราะรู้ว่าต่อให้หนูหินไฟทั้งหมดที่มีในมิติพยัคฆ์พญาหินไฟชั้นที่3มารวมตัวกันก็ไม่อาจจะต่อสู้กับตัวเองได้อยู่แล้ว เฟยหู่ก็เลยไม่ได้เตรียมพร้อมที่จะต่อสู้แต่อย่างใด และได้ทำตัวสบาย ๆ เดินไปกับซื่อหมิงแทน

​ซื่อหมิงจึงได้ใช้ปราณตรวจจับเพื่อตรวจสอบดูว่าในบริเวณนี้นั้นมีหนูหินไฟอาศัยอยู่จำนวนไม่น้อยเลยจริง ๆ ซึ่งทั้งหมดก็น่าจะไม่ต่ำกว่า1,200ตัวอย่างแน่นอน และแยกออกเป็น6รังใหญ่ ๆ ซื่อหมิงจึงได้ยิ้มขึ้นมาทันทีที่สามารถตรวจจับจนรู้จำนวนคร่าว ๆ ของพวกหนูหินไฟที่มีในบริเวณดังกล่าวได้

“ยิ้มแบบนี้คงจะมีหนูหินไฟจำนวนมากรอให้เจ้าไปจับล่ะสินะ?” เฟยหู่เอ่ยถามออกมาอย่างรู้ทันซื่อหมิงทันที จากที่อยู่ด้วยกันมานานรอยยิ้มแบบนี้ทำให้เฟยหู่มันใจว่าสิ่งที่ตนคิดไม่ผิดแน่

“ใครบอกท่านกันล่ะขอรับ?” ซื่อหมิงได้เถียงออกมาและทำเป็นเหมือนว่าที่เฟยหู่พูดดักทางตนนั้นมันไม่ถูกต้อง

“ข้าเห็นเจ้ายิ้มก็รู้ตั้งแต่แรกแล้วนะหมิงเอ๋อ มีไม่กี่อย่างหรอกที่ทำให้เจ้ายิ้มได้แบบนี้น่ะ” เฟยหู่ได้พูดขึ้นมาอีกครั้ง เพราะรู้ว่าซื่อหมิงนั้นจะไม่ยอมรับความจริงอย่างแน่นอนหากไม่จนด้วยเหตุผลหรือหลักฐาน

“ไหนท่านลองว่ามาสิขอรับ ข้าเองก็ชักอยากจะรู้แล้วเหมือนกันอะไรที่ทำให้ท่านมีความมั่นใจมากเช่นนี้นะพี่เสี่ยวหู่?” ซื่อหมิงได้เอ่ยขึ้นเชิงถามอีกฝ่ายอกไปทันที ด้วยท่าทางและน้ำเสียงที่ท้าทายเฟยหู่นิดหน่อยแบบคนรักคุยกัน

“ข้ามิตอบเฉย ๆ หรอกนะ ถ้าข้าตอบถูก ข้าจะต้องได้รางวัลด้วย และเจ้าต้องให้รางวัลข้า” เฟยหู่รีบหาโอกาสมัดมือชกอีกฝ่ายทันที ซื่อหมิงเองนั้นมาถึงจุดนี้ก็ไม่น่าที่ปฏิเสธอะไรได้อีกแล้ว

“ท่านนี่นะหาโอกาสเอาเปรียบข้าได้ตลอดเลยนะขอรับ ท่านลองว่ามาก่อนสิขอรับ หากถูกต้องข้าจะให้รางวัลท่านเอง” ซื่อหมิงได้เอ่ยออกไปพร้อมยิ้ม และได้บอกเฟยหู่ก่อนว่าจะให้รางวัลเองด้วย เพราะตัวเขารู้ดีว่า...ขืนให้เฟยหู่จัดการเองล่ะก็... ซื่อหมิงนั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายแย่เอาได้ ซื่อหมิงจึงต้องเอ่ยบอกว่าจะให้รางวัลเองแบบนั้นออกไป ส่วนเฟยหู่ก็ยิ้มขึ้นมาอย่างมั่นใจ และเริ่มตอบทันที

“ลำดับที่1คือสัตว์อสูรหายากทุกชนิด ลำดับที่2คือพวกสัตว์อสูรเฉพาะเผ่าพันธุ์อย่างกระต่ายอสูร หนอนไหมอสูร ปักษาอัศวิน หอยมุกอสูร หนูอสูร ลำดับที่3คือสมบัติที่เป็นสิ่งมีค่าทุกชนิด ลำกับที่4คือการค้นพบเรื่องราวสถานที่สำคัญหรือความจริงของตำนานที่สาบสูญ และสุดท้ายลำกับที่5คือสิ่งที่เจ้าคิดว่าจะเกิดประโยชน์หรือสามารถเป็นเงินได้ทั้งหมด” เฟยหู่ได้ตอบออกมาอย่างชัดเจน และทุกอย่างที่พูดออกมาก็ไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย ซื่อหมิงก็รู้อยู่แล้วว่าจะต้องแพ้ ก็ไม่ได้มีอาการเครียดอะไรมาก เดินไปใกล้เฟยหู่แล้วหอมเข้าไปทีนึง

ฟอดดดดดดดดดดดดดดดด!!

“นี่คือรางวัลขอท่านนะขอรับ” ซื่อหมิงตอบขึ้น หลังจากที่ได้หอมแก้มเฟยหู่ไปแล้ว

“ข้ามิเอาแค่นี้หรอกนะ” เฟยหู่รีบเอ่ยกลับมาทันที ซื่อหมิงเลยเอามือชี้หน้าของเขาเอาไว้ก่อนแล้วพูดขึ้นว่า...

“ท่านอย่ามาขี้โกงนะขอรับพี่เสี่ยวหู่ ข้าบอกท่านไปแล้วยังไงว่า... ข้าจะให้รางวัลเอง มิใช่หรือขอรับ?” ซื่อหมิงได้เอ่ยออกไป เฟยหู่ทันท่าคิดขึ้นมาจากนั้นก็มีท่าทีเหมือนจะยอมฟังที่ซื่อหมิงพูดแต่โดยดี พอซื่อหมิงลดมือที่ชี้หน้าของเฟยหู่ลงเท่านั้น... เฟยหู่ก็รีบรวบตัวซื่อหมิงทันที

“เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยเจ้าไปง่าย ๆ เช่นนั้นหรือ? เดี๋ยวนี้กล้าท้าทายข้ามากขึ้นนะหมิงเอ๋อ” เฟยหู่เอ่ยออกมาพร้อมกับพุ่งเข้ามาสวมกอดซื่อหมิงด้วย แล้วหอมแก้มซื่อหมิงซ้ายขวาสลับกันไปมาเพื่อแกล้งซื่อหมิงกลับไปบ้าง

“พอแล้วขอรับพี่เสี่ยวหู่ ก็เพราะท่านชอบแกล้งข้าแบบนี้ยังไง ข้าถึงมิอยากให้ท่านกำหนดรางวัลเอง” ซื่อหมิงได้แต่ประท้วงคนตัวใหญ่ออกไป แต่เฟยหู่ก็หอมแก้มซื่อหมิงต่ออย่างไม่ฟังเหตุ จนเฟยหู่พอใจเขาถึงหยุด แล้วก็เอ่ยขึ้นมาว่า...

“เจ้ารู้ไหมว่า... ข้ามีความสุขมากเวลาข้าอยู่กับเจ้านะหมิงเอ๋อ?” เฟยหู่ได้เอ่ยถามออกไปทันที พร้อมมองหน้าอีกฝ่ายและได้จ้องเข้าไปในนัยน์ตาของอีกฝ่าย

“รู้สิขอรับ... ทำไมข้าจะมิรู้ล่ะ” ซื่อหมิงพยักหน้าแล้วตอบออกมาตามความจริง โดยไม่ปิดบังอะไร

“เจ้ารู้จริงแน่หรือ?” เฟยหู่ถามย้ำออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเต็มไปด้วยความอยากรู้

“แล้วทำไมข้าจะมิรู้ล่ะขอรับ ในเมื่อข้าเองก็มีความสุขมาก ๆ เช่นเดียวกัน เวลาที่ข้ามีท่านอยู่ข้างกายแบบนี้ ข้ารู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจอย่างบอกมิถูกเลยทีเดียวขอรับ” ซื่อหมิงได้เอ่ยขึ้นบ้าง พร้อมจ้องมองไปที่แววตาของเฟยหู่ เพื่อบอกว่าซึ่งที่ตนได้พูดออกมานั้นล้วนแต่เป็นเรื่องจริง เฟยหู่ก็พยักหน้าเข้าใจทันที

หลังจากที่ทั้งคู่จ้องตากันอยู่นานพอสมควร เฟยหู่ก็ก้มหน้าลงมาหาอีกฝ่าย เพื่อที่จะจูบซื่อหมิงที่อยู่เบื้องหน้าของ หน้าของทั้งคู่ใกล้กันมาก และใกล้กันเรื่อย ๆ จนริมฝีปากของทั้งคู่ก็กำลังจะได้แต้สัมผัสและลิ้มรสซึ่งกันและกัน...

 

“ป้อหู่!! แม่หมิง!! จาบหนูหินฟาย กันน๊า... ขอราบ” เสียงเทียนอี้ได้ร้องดังขึ้นมาทันที เจ้าตัวเล็กได้ขี่เมิ่งหลางผู้เป็นหมาป่าทมิฬมาทางพวกเขาทั้งสองคนพอดี คงเห็นมีพวกหนูหินไฟจำนวนมากอยู่ใกล้จึงร้องดังมาแต่ไกล

“จิ๊...!!” เฟยหู่ได้แต่คอตกเสียดายโอกาส เพราะเจ้าลูกชายตัวดีมาขัดจังหวะได้ถูกเวลาเสมอเลย...

“เทียนอี้มาหาแม่ มาลูก” ซื่อหมิงเรียกเด็กน้อยให้เข้ามาหาทันที เมิ่งหลางก็ได้พาเจ้านายของมันไปหาซื่อหมิงทันที ซื่อหมิงจึงอุ้มลูกชายขึ้นมาจากหลังของเมิ่งหลาง

“แม่หมิง มีอาราย หรือขอราบ?” เจ้าเด็กน้อยตาใสแป๋วเอ่ยถามซื่อหมิงขึ้นมาทันทีที่อยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นแม่

“อ้อนพ่อหู่ให้ช่วยจับหนูหินไฟให้เจ้าเร็ว” ซื่อหมิงได้บอกลูกน้อยออกไป เทียนอี้รีบเอี้ยวตัวไปหาเฟยหู่ผู้เป็นพ่อ พร้อมดวงตาใสแป๋วในทันที ทำเอาเฟยหู่ที่เห็นเข้าก็ได้แต่ยอม ถึงจะเสียดายที่ไม่ได้จูบคนรัก แต่ก็โกรธลูกชายตัวน้อยของตนไม่ลง

“มานี่ก่อนเลย ให้พ่อลงโทษเจ้าเดี๋ยวนี้เลยนะ ที่มามิรู้จักเวลาแบบนี้” เฟยหู่พูดเสร็จก็อุ้มเทียนอี้ไปจากแขนของซื่อหมิงทันที พร้อมหอมแก้มเด็กน้อยด้วยความหมั่นเขี้ยว ทั้งแก้มซ้ายแก้มขวาในทันที

“แอ๊~ ป้อหู่อ่ะ เหม่งด้วยน๊า~” เทียนอี้รีบบอกเฟยหู่ไปทันที เพราะกลัวว่าเฟยหู่ลืมหอมที่สำคัญไป แต่เฟยหู่กะว่าจะแกล้งไม่หอมเหม่งแล้วเชียว แต่ติดที่สายตาดุของซื่อหมิง ขืนไม่หอมเหม่งให้เทียนอี้น้อยมีหวังซื่อหมิงได้งอนตัวเองอย่างแน่นอน สุดท้ายเฟยหู่ก็ยอมหอมเหม่งให้เจ้าตัวเล็กไป ซื่อหมิงก็เลยเปลี่ยนมายิ้มให้แทน

‘เกือบทำให้แม่ของเจ้างอนข้าแล้วนะเจ้าลูกชายตัวดี’ เฟยหู่มองเทียนอี้แล้วคิดในใจ

“ไปจับพวกหนูหินไฟกันเถิดขอรับ เสียเวลามามากแล้ว” ซื่อหมิงได้เอ่ยขึ้นมาทัน ซึ่งเฟยหู่ก็เห็นด้วย และได้วางเทียนอี้ลงที่หลังของเมิ่งหลางตามเดิม

“เจ้าล่ะเทียนอี้ จะไปจับหนูหินไฟเองหรือจะไปกับพ่อและแม่?” เฟยหู่ได้ถามลูกน้อยออกไปทันที

“ปายจาบ เองก็ด้ายน๊า... ขอราบ” เทียนอี้เอ่ยออกมาอย่างน่ารัก

“ลูกชายของข้าเก่งขนาดนี้แล้วหรือนี่?” เฟยหู่กึ่งถามกึ่งชมลูกชายตัวดีของตนออกไปทันที

“ข้าว่าที่เลือกไปจับหนูหินไฟเองก็เพราะว่าอยู่กับอ้ายซินมากกว่านะขอรับ” ซื่อหมิงรีบเอ่ยขึ้นเพราะดักทางเด็กน้อยได้ทัน หากเทียนอี้อยู่กับพวกตนคงไม่ได้สัตว์อสูรตามใจตัวเองสักเท่าไหร่ ซึ่งต่างจากอยู่กับอ้ายซิน ซึ่งรายนั้นมักจะตามใจเทียนอี้เป็นอย่างมาก และจะพาจับสัตว์อสูรทุกตัวขอแค่เจ้าเทียนอี้เอ่ยขึ้นว่าอยากได้เท่านั้น

เฟยหู่เองก็ได้ส่ายหน้าไป-มาทันที ถึงความเจ้าเล่ห์ของลูกชายตัวน้อย

“เจ้านี่เจ้าเล่ห์แต่เด็กเลยนะเทียนอี้” เฟยหู่เอ่ยขึ้นพร้อมลูบหัวลูกชายด้วยด้วยความเอ็นดู เทียนอี้ก็ยิ้มอยู่บนหลังของเมิ่งหลาง

 

“ปี้~ จาย~ ปาย~ จาบ~ จัด~ อา~ จู๋น~ กาน~ น๊า~ ขอ~ ราบ~” ไป๋เอ๋อได้ร้องเรียกเทียนอี้ผู้เป็นพี่ชายพร้อมโบกมือให้ทันที ซึ่งตอนนี้ได้นั่งปาวกะปักษาอัศวินมากับอ้ายซิน

“เทียนอี้ ปายแล้วน๊า~ ขอราบ~” เทียนอี้เอ่ยขึ้นแล้วนั่งเมิ่งหลางไปหาอ้ายซินกับไป๋เอ๋อทันที จากนั้นทั้ง3คนก็ได้พากันแยกไปอีกทาง...

 

 

 

 

_____________________________

作成:令和3112

ในที่สุดก็ปั่นอีกตอนเสร็จ พักหลัง ๆ มานี่อัดเรื่องนี้หนักมาก ไรท์อยากปิดจ็อบภาคแรกของเรื่องนี้ให้ได้ครับ😭

สุดท้ายอย่าลืมกดไลค์👍และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ

ความคิดเห็น