ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

379.แจกลูกแก้วมิติ

ชื่อตอน : 379.แจกลูกแก้วมิติ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 891

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2564 19:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
379.แจกลูกแก้วมิติ
แบบอักษร

มิติพยัคฆ์พญาหินไฟชั้นที่3 ฐานพักที่ปากทางเข้ามิติ

​หลังจากที่ซื่อหมิงได้พาทุกคนออกมาจากมิติจิตของตัวเองแล้ว บ่าวไพร่ทุกคนที่ได้ติดตามเจ้านายของตัวเองมาก็ได้เตรียมตัวเดินทางต่อในทันที เพื่อจะไปยังป่าต้นชัคฑาหะมณีที่เป็นที่หมายหลักของวันนี้

เหล่าเจ้าตัวเล็กนั้นพร้อมยิ่งกว่าพวกผู้ใหญ่เสียอีก เทียนอี้ได้พาคนอื่น ๆ ขึ้นไปนั่งบนหลังของหลิงหลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็มีจินซา หมอไฮ่ เหมยกุ้ย กวนเปา ต้าลี่ และหูเตี๋ย โดยที่ครั้งนี้ไป๋เอ๋อไปนั่งกับอ้ายซินแทนเพื่อที่จะได้ดูแลจินเถาที่ขี่ปักษาอัศวินบินไปพร้อมอิงโหย่วและดูแลเจิ้นหนานขี่ปักษาอัศวินบินไปพร้อมเฟิ่งหงอีกที ซึ่งนอกจากอ้ายซินแล้วก็มีหวงหยางกับจินเฉวียนที่คอยดูแลขบวนของพวกเด็ก ๆ ด้วย

​เมื่อทุกคนพร้อมแล้วเฟยหู่จึงขี่ต้าหงซินเสินผู้เป็นเสือเพลิงกัมปนาทนำทางออกไปก่อนทันที เพราะต้าหงซินเสินเคยได้รับภารกิจไปหาเมล็ดต้นชัคฑาหะมณีมาก่อนแล้วครั้งนึง มันจึงรู้ทางเป็นอย่างดี เทียนอี้กับหลิงหลงและพวกเด็กเล็กก็ตามเฟยหู่ไปอย่างติด ๆ ในทันที ซื่อหมิงเลือกที่จะขี่ฉานเอ๋อเพราะไอความเย็นที่ปล่อยออกมาจากฉานเอ๋อนั้นสามารถดับร้อนได้อย่างสบาย ๆ ส่วนคนอื่น ๆ ก็ได้บินตามกันไปเป็นขบวนใหญ่เลยทีเดียว

​ในระหว่างทางที่บินไปยังป่าต้นชัคฑาหะมณีก็ได้พากันร่อนลงพื้นอยู่หลายครั้ง เพราะเจอภูเขาเพลิงกับธารหินหลอมเหลวที่มีพลังปราณธาตุหินเพลิงบริสุทธิ์อยู่แทบตลอดเวลาเลย หม่าอันฝู เมิ่งอิ้น และเสี่ยวหลิงต่างพากันเก็บเข้าไปในมิติจิตของตนกันก่อน โดยมีพ่อบ้านกู้ช่วยเหลือในเรื่องการขนย้ายเข้าสู่มิติจิต ส่วนเฟยหยวนนั้นเน้นเก็บธารหินหลอมเหลวมากกว่าเพราะพื้นที่ในมิติจิตส่วนใหญ่ของเขานั้นเต็มไปด้วยภูเขาเพลิงอยู่แล้วนั่นเอง จนทั้ง4คนนั้นแทบจะไม่มีพื้นที่เหลือในมิติจิตกันแล้ว

​บินผ่านไปอีกระยะนึงก็เจอเข้ากับภูเขาเพลิงกับธารหินหลอมเหลวที่มีพลังปราณหินเพลิงบริสุทธิ์อีก พวกซื่อหมิงก็แวะลงไปอีกเช่นเดิม ไป๋จ้าน จินเถา เหมยกุ้ยต่างพากันเลือกภูเขาเพลิงกับธารหินหลอมเหลวที่จะเอาเข้าไปในลูกแก้วมิติของตัวเองอยู่อย่างสนุกสนาน ส่วนอันหนิงก็ได้แต่มองสหายและน้อง ๆ พร้อมยิ้มออกมา

“อ้าว... อันหนิงเจ้าเองนั้นก็มีจุติศิลากัลป์มิใช่หรือ?” ซื่อหมิงได้ถามขึ้นมาทันทีเพื่อเห็นอันหนิงยืนยิ้มออกไปเท่านั้น แต่ไม่ได้ไปเลือกภูเขาเพลิงกับธารหินหลอมเหลวเช่นคนอื่น ๆ

“คือข้ายังมิมีลูกแก้วมิติเช่นคนอื่น ๆ ขอรับ ก็เลยมิอาจไปเลือกภูเขาเพลิงกับธารหินหลอมเหลวเช่นผู้อื่นได้” อันหนิงตอบออกมาพร้อมยิ้ม ถึงจะอยากได้เหมือนผู้อื่นแต่ก็ช่วยไม่ได้ที่ตนไร้ลูกแก้วมิติเช่นคนอื่น

“แล้วมิอยากได้หรือ?” ซื่อหมิงได้ถามออกไปทันที พร้อมดูท่าทางของอันหนิงไปด้วย

“อยากได้สิขอรับ อยากได้มาก ๆ ด้วยขอรับ แต่พี่อ้ายซินได้แจ้งกับทุกคนมาแล้วว่า... คุณชายเล็กจะทำลูกแก้วมิติให้ทุกคนแน่นอน แค่ยังมิถึงคิวข้าขอรับ ข้าต้องรอต่อไปเพราะคุณชายเล็กเป็นคนที่รักษาสัญญาอยู่แล้ว วันหน้าข้าต้องได้ลูกแก้วมิติอย่างแน่นอนขอรับ” อันหนิงได้เอ่ยขึ้นมาพร้อมยิ้มออกมาอย่างจริงใจด้วย การได้เป็นบ่าวของจวนปักษาสวรรค์ในการดูแลของซื่อหมิงก็เรียกได้ว่า...ดีกว่าเป็นทาสอย่างไม่ต้องพูดถึงแล้ว ยิ่งซื่อหมิงให้การเลี้ยงดูตลอดจนดูแลพวกตนเป็นอย่างดี อันหนิงก็ควรอยู่อย่างสงบและคอยตอบแทนพระคุณของซื่อหมิงที่มีต่อตน ไม่ใช่เรียกร้องอยากได้ของวิเศษมีครอบครอง

“เจ้าคิดว่าข้าลำเอียงไหม ที่ให้ลูกแก้วมิติ มิครบทุกคนเช่นนี้?” ซื่อหมิงเอ่ยถามออกไปอีกครั้งหนึ่งเพราะอยากรู้ว่าคนใกล้ตัวอย่างอันหนิงจะคิดเช่นไรกับเรื่องนี้

“ไม่ขอรับ ท่านย่อมมีเหตุผลของท่านในการเลือกให้ของวิเศษแต่ละคนอยู่แล้ว ข้าคิดว่าคุณชานก็ต้องคิดดีแล้วว่า...ของวิเศษชิ้นนั้น ๆ เหมาะสมกับผู้ใด หาใช่เรื่องที่ข้าควรจะกังขาท่านในเรื่องที่คุณชายเล็กเป็นผู้ตัดสินใจนี่ขอรับ” อันหนิงได้ตอบออกมาทันทีด้วยความสัตย์จริง เขาคิดยังไงก็พูดออกมาเช่นนั้นเลย ซื่อหมิงจึงยิ้มออกมาในทันที

“ข้าก็เห็นด้วยกับอันหนิงเจ้าค่ะ พวกเราเป็นผู้ติดตามเป็นบ่าวไพร่ ต้องเชื่อมั่นในการตัดสินใจของเจ้านาย และคัดค้านเมื่อเจ้านายคิดผิด แต่เรื่องการให้ของวิเศษนี้ คุณชายเล็กได้เล็งเห็นแล้วว่า...ลูกแก้วมิติลูกไหนนั้นเหมาะกับผู้ใด พวกข้าจึงไร้ซึ่งข้อกังขาใด ๆ ทั้งสิ้นเจ้าค่ะ” เหลียงเฉียนได้เอ่ยสนับสนุนขึ้นมาอีกคนในทันที เพราะถึงเหลียงเฉียนเองนั้นจะยังไม่มีลูกแก้วมิติเช่นเดียวกับอันหนิง แต่ก็ยังเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นที่มีต่อซื่อหมิงผู้เป็นเจ้านายอยู่ไม่เสื่อมคลาย

“เจ้าเองก็เป็นอีกคนที่คิดมากนะเหลียงเฉียน” ซื่อหมิงได้เอ่ยชมเหลียงเฉียนออกไปด้วย

“หามิได้เจ้าค่ะ พวกข้านั้นเชื่อในคำสัญญาของคุณชายเล็กเจ้าค่ะ แค่ต้องรอกันต่ออีกนิดหน่อยเท่านั้นเอง มิใช่เรื่องใหญ่โตแต่อย่างใดเลยเจ้าค่ะ” เหลียงเฉียนได้ตอบซื่อหมิงกลับไปพร้อมยิ้มด้วย เพราะรู้ดีว่า...คำสัญญาของซื่อหมิงนั้นมีค่ามากกว่าทองคำ เมื่อซื่อหมิงได้สัญญาแล้วเขาจะไม่ผิดคำสัญญาอย่างแน่นอน

“จริงอย่างที่พี่เหลียงเฉียนว่ามาขอรับ” อันหนิงเองก็เห็นด้วยอีกคนเกี่ยวกับเรื่องคำมั่นสัญญาต้องยกให้ซื่อหมิงผู้เป็นเจ้านายของตนเลย ที่สามารถรักษาสัญญาได้ในทุก ๆ เรื่อง

“ว่าแต่... ไป๋จ้านมีลูกแก้วมิติด้วยหรือเหตุใดข้ามิรู้มาก่อนเลย?” ซื่อหมิงเอ่ยขึ้นกับตัวเองด้วยความแปลกใจ

“อ๋อ... ฮุ่ยหรงกับไป๋จ้านนั้น ข้าได้มอบลูกแก้วมิติให้พวกเข้าทั้งสองไปเอง ซึ่งได้พร้อม ๆ กับหมอไฮ่กับเหมยกุ้ยน่ะ!!” หยางกวางที่มาด้านหลังของซื่อหมิงได้เอ่ยขึ้นทันที ซึ่งไขข้อข้องใจให้ซื่อหมิงไปในตัว

“เป็นเช่นนี้นี่เอง เช่นนั้นก็แสดงว่าท่านนั้นสามารถสร้างลูกแก้วมิติได้หรือขอรับ?” ซื่อหมิงตัดสินใจเอ่ยถามญาติผู้พี่ออกไปในทันที เพราะลูกแก้วมิติตั้ง4ลูก ไม่ใช่ของที่จะหามาครอบครองได้ง่าย ๆ เลยซื่อหมิงเองนั้นรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี

“ก็พอที่จะสร้างได้นะ แต่ลูกแก้วของฮุ่ยหรงกับไป๋จ้านนั้นข้ามิได้สร้างโดยตรง เนื่องจากข้าต้องอาศัยของวิเศษหลาย ๆ ชนิดมาหลอมรวมกัน จากนั้นก็ต้องใช้เลือดของผู้ที่จะครอบครองลูกแก้วมิตินั้นในการหลอมรวมด้วย สุดท้ายต้องให้ผู้ครอบครองทำการแบ่งปราณของตัวเองมาใส่ลูกแก้วมิติไปเรื่อย ๆ จนกว่าลูกแก้วมิติลูกนั้น ๆ จะสามารถใช้งานได้ จึงมีถือว่าข้าเป็นผู้สร้างลูกแก้วยังไงล่ะ!” หยางกวางได้อธิบายออกไปให้ซื่อหมิงได้เข้าใจ เพราะวิธีของหยางกวางนั้นเรียกว่าเป็นวิธีอัญเชิญมิติมากกว่า

“เช่นนั้นก็แสดงว่าลูกแก้วมิติของฮุ่ยหรงกับไป๋จ้านนั้น...มิได้เป็นลูกแก้วจักรวรรดิสินะขอรับ?” ซื่อหมิงได้เอ่ยถามออกไปทันทีเพราะลูกแก้วที่ซื่อหมิงสร้างได้นั้นล้วนแล้วแต่เป็นลูกแก้วจักรวรรดิทั้งสิ้น

“ถูกต้องแล้วล่ะน้องเล็ก ที่ข้าอัญเชิญนั้นเรียกว่าลูกแก้วจักรพรรดิ ซึ่งเป็นพื้นฐานของลูกแก้วสวรรค์ และมิอาจใช้ได้กับคนปกติที่ไร้วาสนาจะได้เข้าไปในมิติจิตด้วย” หยางกวางได้เอ่ยบอกซื่อหมิงออกไปถึงความยุ่งยากและเงื่อนไขอันซับซ้อนของของลูกแก้วจักรพรรดิ

“ท่านจะบอกข้าว่า... เวลามีส่วนสำคัญในการสร้างลูกแก้วประเภทนี้เช่นนั้นหรือขอรับ?” ซื่อหมิงจึงถามขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นว่ามีมีโอกาส เพราะเรื่องการอัญเชิญมิติแบบนี้นั้น ซื่อหมิงมิเคยทำมาก่อนแม้แต่ครั้งเดียวนั้นเอง

“ถูกต้องแล้วน้องเล็ก เจ้าดูฮุ่ยหรงกับไป๋จ้านสิ พวกเจามีความโชคดีที่ได้เข้ามิติจิตกับเจ้ามาโดยตลอด จะว่าไปเวลารวม ๆ ก็ร่วมร้อยกว่าปีเลยนะทำให้ได้ลูกแก้วจักรพรรดิมาครอบครองสมใจ” หยางกวางตอบไปพร้อมยิ้มไป ซื่อหมิงก็พยักหน้าขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน เพราะตอนนี้ได้เข้าใจเงื่อนไขการอัญเชิญมิติจากหยางกวางมาทั้งหมดแล้ว...

“ข้าว่าก็เป็นเรื่องที่ดีนะขอรับ จวนปักษาสวรรค์ของข้าจะได้มีคนเก่ง ๆ เพิ่มขึ้นอีก หรือถ้ามองในภาพรวมของนิกายจักรภพแสนธาตุแล้ว ก็เท่ากับว่าได้ผู้กล้าเพิ่มขึ้น” ซื่อหมิงเองก็ตอบออกไปพร้อมยิ้มไป เพราะไม่ว่ามองในฐานะอะไรคนในปกครองของเขาก็เก่งขึ้นนั่นเอง

“ด้วยฝีมือของเจ้าแล้ว ข้าว่าพวก4จตุเทพรุ่นแรกควรจะมีลูกแก้วมิติกันได้แล้วนะ” หยางกวางเอ่ยขึ้นมาพร้อมมองไปทางซื่อหมิง

“ท่านมิต้องห่วงหรอกพี่หยางกวาง ตอนที่เข้ามิติจิตครั้งก่อน หมิงเอ๋อของข้าได้เตรียมลูกแก้วมิติเพิ่มเอาไว้อีก5ลูกด้วยกัน” เฟยหู่ที่อยู่ข้าง ๆ ซื่อหมิงนั้น ได้ตอบหยางกวางออกไปแทนซื่อหมิงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนซื่อหมิงเองนั้นก็ได้แต่พยักหน้าออกไป เพื่อบอกว่าเฟยหู่ได้พูดความจริง

“จริงหรือนี่? สมแล้วที่เป็นน้องชายข้า” หยางกวางได้เอ่ยชมออกมาพร้อมยิ้ม ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาคาดคิดเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า... ซื่อหมิงจะต้องเตรียมพร้อมอย่างแน่นนอน

“อันหนิง เหลียงเฉียน พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่า... ทำไมข้าต้องให้ลูกแก้วมิติกับเด็กเล็ก ๆ ภายในจวนไปก่อน?” ซื่อหมิงได้เปลี่ยนบทสนาจากหยางกวางไปเป็นบ่าวไพร่คนสนิทในจวนอย่างอันหนิงและเหลียงเฉียน พร้อมกับได้เอ่ยถามคำถามออกไปทันที...

“ข้าคิดว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยของพวกเด็ก ๆ ขอรับ” อันหนิงเอ่ยออกมาก่อน เพราะคิดว่าความปลอดภัยของเจ้าพวกตัวเล็กต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก

“ความปลอดภัยเจ้าค่ะ แต่ข้าเหตุผลนั้นคือลูกแก้วมิติสามารถพากายหยาบเข้าไปได้ หากมีภายพวกเด็ก ๆ ในจวนของเราก็แค่หลบเข้าไปในลูกแก้วมิติเพื่อที่จะได้ปลอดภัยเจ้าค่ะ” เหลียงเฉียนได้ตอบขยายความเพิ่มด้วย ซื่อหมิงพยักหน้าพอใจกับทั้งคู่มาที่เข้าใจอะไรได้ง่าย ๆ และรู้ว่าสิ่งที่ตนพร่ำทำมาโดยตลอดนั้นจริง ๆ แล้วมีวัตถุประสงค์อะไรซ่อนอยู่

“ดีมาก ๆ พวกเจ้าตอบได้ถูกต้อง” ซื่อหมิงได้เอ่ยชมออกไปพร้อมยื่นของออกไปให้เหลียงเฉียนด้วย “นี่ของเจ้าเหลียงเฉียน ลูกแก้วจักรวรรดิรัศมีปราพก ข้าให้เจ้าในฐานะที่ เจ้าสามารถเข้าใจสิ่งที่ข้าทำได้อย่างถ่องแท้” ซื่อหมิงเอ่ยขึ้นพร้อมยื่นลูกแก้วดังกล่าวให้เหลียงเฉียนออกไปในทันที

“ขอบคุณเจ้าค่ะคุณชายเล็ก ข้าจะมิลืมพระคุณนี้เลยเจ้าค่ะ” เหลียงเฉียนเอ่ยขึ้นพร้อมกับเหมือนจะร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ จากนั้นก็หยิบลูกแก้วจักรวรรดิรัศมีปราพกมาจากมือของซื่อหมิงที่ยื่นลูกแก้วมาให้ทันที

“ยินดีด้วยนะขอรับพี่เหลียงเฉียน ในที่สุดท่านก็มีลูกแก้วมิติเป็นของตัวเองแล้ว” อันหนิงรีบกล่าวคำยินดีกับพี่สาวที่อยู่ร่วมจวนปักษาสวรรค์ออกไปอย่างจริงใจทันที และแสดงความยินดีตลอดจนดีใจกับเหลียงเฉียนด้วย ที่ได้ลูกแก้วมิติสมใจทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ขอซื่อหมิงผู้เป็นเจ้านายเลย แต่น้อย แต่ซื่อหมิงก็มีเมตตาและได้มอบลูกแก้วมิติให้เหลียงเฉียนไป

“เจ้าเองก็อดทนรออีกนิดนะอันหนิง วันนี้ข้าได้ลูกแก้วมิติมาแล้ว คงอีกมินานในวันข้างหน้าก็คงถึงคิวของเจ้าอย่างแน่นอน” เหลียงเฉียนได้เอ่ยขึ้นทันทีโดยที่ไม่รีบไปหาภูเขาเพลิงกับธารหินหลอมเหลวที่มีพลังปราณหินเพลิงบริสุทธิ์ใส่ลูกแก้วมิติของตนเพราะจะเป็นการหักหาญน้ำใจของอันหนิงเอาได้

“พี่เหลียงเฉียนท่านรีบไปเลือกภูเขาเพลิงกับธารหินหลอมเหลวที่มีพลังปราณหินเพลิงบริสุทธิ์ใส่ลูกแก้วมิติกับคนอื่น ๆ เถิดขอรับเดี๋ยวจะเสียเวลาการเดินทางของคุณชายเล็กในภายหลังเอาได้นะขอรับ” อันหนิงได้เอ่ยขึ้นมาทันที เพื่อบอกให้เหลียงเฉียนควรทำสิ่งที่ต้องทำ แต่ตัวอันหนิงเองจะต้องมิหวั่นไหวและต้องเชื่อมั่นในคำสัญญาของซื่อหมิงผู้เป็นเจ้านายต่อไป

ซื่อหมิงได้เห็นว่าอันหนิงนั้นเป็นเด็กที่รู้จักแบ่งแยกด้วยอายุแค่10ปีเท่านั้น แต่กลับไม่แสดงอาการอิจฉาเหลียงเฉียนที่ได้ลูกแก้วมิติก่อนเลยแม้แต่น้อยซึ่งถือว่า อันหนิงได้สอบผ่านการทดสอบของซื่อหมิงอย่างไร้ข้อกังขาเช่นกัน

“ส่วนนี่ข้าให้เจ้านะ อันหนิง” ซื่อหมิงได้เอ่ยชื่ออันหนิงขึ้นมาพร้อมกับยกลูกแก้วมิติลูกนึงขึ้นมาด้วยเช่นกัน ทำให้เจ้าตัวที่หันมาเห็นถึงกับน้ำตาคลอเบ้าเลยทีเดียว เพราะตัวอันหนิงเองก็ไม่คิดว่าเขานั้นจะได้ลูกแก้วมิติไวขนาดนี้

“ของข้าจริง ๆ หรือขอรับคุณชายเล็ก?” อันหนิงได้เอ่ยถามออกมาอย่างไม่มั่นใจในสิ่งที่ตนเห็นและได้ยินแต่อย่างใด

“เจ้าจะมิเอาก็ได้นะหากคิดว่าข้าโกหกเจ้าแล้วล่ะก็?” ซื่อหมิงแกล้งเอ่ยถามออกไปทันที

“เอาสิขอรับ มีหรือที่ข้าจะมิเอา เพราะตัวข้าเองนั้นอยากได้ลูกแก้วมิติมานานแล้ว แค่รอคิวให้คุณชายเล็กพร้อมมอบให้อย่างเดียวขอรับ” อันหนิงได้เอ่ยขึ้นพร้อมรับลูกแก้วมิติจากมือของซื่อหมิงมาพร้อมมองดูก่อนจะพูดขึ้นมาอีกว่า...

“ลูกแก้วมิติของข้ามีชื่อว่าอะไรหรือขอรับคุณชายเล็ก?” อันหนิงรีบเอ่ยถามขึ้นมาทันที

“ลูกแก้วมิติจักรวรรดิศิลป์มณีเพลิง!!” ซื่อหมิงตอบสั้น ๆ แค่ชื่อลูกแก้วเฉย ๆ ให้อันหนิงผู้เป็นเจ้าของได้รับรู้

“ลูกแก้วที่ซื่อหมิงสร้างมันขึ้นมาสำหรับสายหลอมโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นหลอมอาวุธ หลอมชุดเกราะ หลอมชิ้นส่วนสิ่งก่อสร้าง หลอมเครื่องประดับ หรือแม้แต่หลอมโอสถ” เฟยหู่ได้อธิบายตามหลังออกมา ยิ่งสร้างความดีใจให้อันหนิงเป็นอย่างมาก เพราะซื่อหมิงนั้นได้เลือกลูกแก้วที่มีความเหมาะสมกับตัวของอันหนิงเป็นอย่างมากให้เขาไป...

“ที่ข้าเลือกให้เจ้าเพราะว่า... เจ้ามิคิดแก่งแย่งชิงดีกับผู้ใด ซึ่งเป็นสิ่งที่ข้าชอบในตัวเจ้ามากที่สุดนะ จงจำเอาไว้!!” ซื่อหมิงได้สอนอันหนิงต่อด้วยในตัวและบอกถึงสิ่งที่เขาชอบในตัวอันหนิงที่มีอยู่ด้วย

“และลูกแก้วนี้มันก็เหมาะกับคนที่มีทั้งปราณธาตุไฟและปราณธาตุหินเพลิงแบบพลังปราณก่อกำเนิดเช่นเจ้าด้วย” เฟยหู่ได้เอ่ยขึ้นต่อหลังจากที่ซื่อหมิงได้พูดจบลงไป

“ทราบแล้วขอรับ ขอบพระคุณคุณชายเล็กที่เมตตาข้านะขอรับ” อันหนิงรีบตอบออกไปเหมือนกับจะร้องให้อีกครั้ง

“อย่าร้องไห้ออกมานะอันหนิง ข้าเข้าใจว่าเจ้าดีใจมาก แต่เจ้าต้องคิดถึงคนที่ยังมิได้ลูกแก้วมิติเช่นเราด้วย” เหลียงเฉียนได้เอ่ยขึ้นพื่อเป็นการเตือนสติอันหนังออกไป ทำให้อันหนิงนิ่งเงียบขึ้นมาทันที เขาพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ร้องออกมาและอดทนได้ดี

“เอาล่ะพวกเจ้าทั้งสองคนก็หยดเลือดลงลูกแก้วของตัวเองได้แล้ว แล้วก็ไปเลือกภูเขาเพลิงหรือธารหินหลอมเหลวเข้าไปในเพิ่มเองตามใจชอบนะ” ซื่อหมิงเอ่ยออกไปพร้อมยิ้มขึ้น

“รับทราบเจ้าค่ะ” / “รับทราบขอรับ” เหลียงเฉียนและอันหนิงตอบออกมาพร้อมกัน จากนั้นทั้งคู่ก็หยดเลือดใส่ลูกแก้วมิติของตนตามที่ซื่อหมิงได้สั่งไปในทันที จากนั้นก็วิ่งไปสหายคนอื่น ๆ ที่พากันเลือกภูเขาเพลิงหรือธารหินหลอมเหลวอยู่ แล้วได้ขอร่วมเลือกด้วย

 

 

“กวนผิง ฟ่านจิ้งเหอ ลี่ต้าซื่อ หลินฟงมานี่” ซื่อหมิงได้เรียกจตุผู้พิทักษ์ชุดแรกมาหาตนทุกคน ซึ่งตอนนี้ได้หลินฟงมาแทนตำแหน่งอ้ายซิน

///พวกข้าอยู่นี่แล้วขอรับคุณชายเล็ก/// ทั้งสี่คนได้เอ่ยขึ้นอย่างพร้อมเพียงกัน

“กวนผิงเจ้ายังต้องดูแลมิติจักรวรรดิเทพสัตตบงกชช่วยกวนเปาอยู่ การเพิ่มลูกแก้วมิติให้เจ้าในตอนนี้จะทำให้เจ้ามีงานหนักจนมิมีเวลาฝึกฝนได้ ซึ่งมันเพิ่มภาระมากกว่าข้อดี ข้าจึงจะทำการเลื่อนการมอบลูกแก้วมิติประจำตัวให้แก่เจ้าออกไปก่อนนะ” ซื่อหมิงได้บอกกับกวนผิงออกไปก่อนในทันที เพราะกลัวว่ากวนผิงอาจจะน้อยใจได้ที่ไม่ได้ลูกแก้วมิติเช่นคนอื่น

“ข้ารับทราบแล้วขอรับ คุณชายเล็กอย่าได้กังวลไปเลยขอรับ เพราะกวนเปายังช่วยตัวเองมิได้ ข้าผู้เป็นพี่ก็ควรดูแลน้องให้ดีที่สุดก่อน” กวนผิงได้ตอบออกมาเสียงดังฟังชัดเพื่อทำให้รู้ว่า...เขานั้นไม่ได้เสียใจที่ไม่ได้ลูกแก้วมิติเหมือนคนอื่น ๆ เพราะมีหน้าที่ต้องดูแลลูกแก้วมิติช่วยกวนเปาผู้เป็นน้องชายอยู่

“ดีมาก... ตอบได้หนักแน่นอนสมกับที่เป็นจตุผู้พิทักษ์รุ่นแรกของหมิงเอ๋อ เจ้ามีความจริงใจถูกใจข้า เอาเป็นว่าข้าจะฝึกพิเศษให้เจ้าเพิ่มอีกคนก็แล้วกัน” เฟยหู่ได้เอ่ยขึ้นเพื่อเป็นรางวัลในความเด็ดเดี่ยวของกวนผิง คนอื่นก็ได้พากันดีใจกับกวนผิงด้วย เพราะการได้ฝึกพิเศษกับเฟยหู่นั้นไม่มีใครที่ไม่เก่งขึ้นเลยแม้แต่คนเดียว

“ลูกแก้วมิติทั้ง3ลูกนี้เป็นของพวกเจ้าทั้ง3คนหลังจากที่ข้ามอบให้พวกเจ้าไปแล้ว จงรักษามันเอาไว้ให้ดี ๆ แล้วก็อย่าลืมหยดเลือดใส่ลูกแก้วมิติเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของด้วยล่ะ” ซื่อหมิงได้เตือนทั้ง3คนไป จากนั้นฟ่านจิ้งเหอ ลี่ต้าซื่อ หลินฟงก็รีบหยดเลือดของตัวเองใส่ลูกแก้วมิติของตัวเองตามที่ซื่อหมิงได้บอกทันที

เหลียงเฉียนกับอันหนิงได้กลับมาหาซื่อหมิงกันอีกครั้ง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวนั้น ไม่เหลือภูเขาเพลิงกับธารหินหลอมเหลวที่มีพลังปราณบริสุทธิ์แล้ว ทั้งคู่จึงจะต้องไปหาเอาที่ใหม่หลังจากนี้

“เหลียงเฉียนกับอันหนิงพวกเจ้ามาพอดีเลยข้าจะได้พูดทีเดียว” ซื่อหมิงได้เอ่ยออกไปพร้อมหันไปทางอันหนิงกับเหลียงเฉียน พอทั้งคู่มานั่งกับพวกฟ่านจิ้งเหอ ลี่ต้าซื่อ หลินฟงแล้วซื่อหมิงก็ได้พูดต่อทันที

“พวกเจ้าทั้ง5คนก็จงเลือกที่วางลูกแก้วมิติของตัวเองที่มิติจิตของข้าก็แล้วกันนะ จะได้สะดวกในการเข้าออกมามิติกัน ส่วนจะเลือกที่ไหนให้แจ้งกับเข้ามาก่อน ข้าจะได้บอกอารักษ์ของข้าเอาไว้ด้วย” ซื่อหมิงได้เอ่ยออกไปทันที ทุกคนก็ต่างตอบกลับมาพร้อมเพียงกันอย่างเข้าใจพร้อมพยักหน้ากันทุกคน เจ้าตัวเล็กของซื่อหมิงเดินมาดึงชายเสื้อซื่อหมิงผู้เป็นแม่บ้างจนซื่อหมิงต้องหันลงไปมอง

“แม่หมิง แล้วของ เทียนอี้ล่ะ ขอราบ แม่หมิง?” เทียนอี้รีบถามขึ้นทันทีเพื่อว่าจะได้ลูกแก้วมิติแบบพวกพี่ ๆ บ้าง ซื่อหมิงได้แต่หัวเราะเบา ๆ พร้อมก้มลงไปอุ้มลูกชายขึ้นมาหอมแก้วทั้งสองข้างตามด้วยเหม่งในทันที

“เทียนอี้น้อยของแม่จะเอาลูกแก้วมิติไปทำอะไรล่ะ? ในเมื่อเจ้าก็มีมิติจิตและมิติพิภพวิมานทรายอยู่แล้ว?” ซื่อหมิงถามลูกชายตัวน้อยออกไป เจ้าตัวเล็กไม่ได้ตอบอะไรออกมาได้แต่ยิ้ม แล้วหอมแก้มซื่อหมิงผู้เป็นแม่อย่างอาย ๆ แทน เพราะอยากได้แต่ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร

“ลูกชายเจ้านี่นะ มันช่างเหมือนเจ้ามิมีผิดเลยนะน้องเล็ก” หยางกวางที่อยู่ข้าง ๆ ด้วยอีกคนได้แต่ส่ายหน้าพร้อมเอ่ย ที่เห็นเทียนน้อยแก้ไขสถานการณ์ที่ตอบคำถามของซื่อหมิงไม่ได้เป็นหอมแก้มแม่ตัวเองแทน

“ลูกชายข้าก็หลานชายท่านนะขอรับพี่ใหญ่” ซื่อหมิงหันไปทางหยางกวางแล้วพูดขึ้นทันที ทำเอาหยางกวางเองไปไม่ถูกเหมือนกัน

“ก็หลานของข้านี่แหละ ข้าก็ถามไปเฉย ๆ มิมีอะไรหรอกนะ ฮ่า ๆ ๆ ” หยางกวางเอ่ยออกมาพร้อมกับหัวเราะตามด้วยทันที

“ข้าว่าเดินทางต่อเถิดนี่ก็ยามอู่(5โมงเช้า)แล้วนะ ขืนอยู่ต่ออีก รังแต่จะสายมากกว่าเดิม” เฟยหู่ได้เอ่ยขึ้นมา ซึ่งทุกคนก็ต่างเห็นด้วยและรีบพากันบินไปต่อเพื่อตรงไปที่ป่าต้นชัคฑาหะมณีทันที

 

 

 

 

 

_____________________________

作成:令和3111

เขียนไปเขียนมา20หน้าอีกแล้ว... รู้สึกมันเยอะไปเมื่อเทียบกับของไรท์ท่านอื่น ๆ งั้นตอนต่อไปขอแค่10พอนะครับ อิอิ และแล้วมันก็จะบานปลายออกไปอีกครั้งจะคุม400ตอนไม่อยู่ก็เพราะแบบนี้แหละครับ

สุดท้ายอย่าลืมกดไลค์👍และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ

ความคิดเห็น