ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 8

คำค้น : #ซ่อนลิขิตรัก#สิงหา#นายสิงห์#มนตรา#ใบข้าว

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.5k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ธ.ค. 2563 20:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8
แบบอักษร

 

 

ซ่อนลิขิตรัก บทที่ 8 

 

 

 

 

 

" ตรงนี้เหรอ ใบข้าว " มะลิถามพลางนวดไหล่ให้ใบข้าวที่ทำภารกิจตามที่สิงหาสั่งเสร็จเรียบร้อยภายในสามวันภารกิจเก็บวัชพืช เศษใบไม้ใหญ้าในไร่ส้มคนเดียวทำเอาใบข้าวแทบล้มประกาตาย 

" ใช่ๆ ตรงนี้แหละ มะลิ ปวดชะมัดเลย ตึงไปหมด " ใบข้าวบ่น 

" แต่พี่สาวนี่อึดกว่าที่คิดนะเนี่ย เห็นดูเหมือนจะไม่น่าทนได้ แต่นี่สู้กับทั้งพี่ช่อแล้วก็นายสิงห์ซะไร่เดือดไปเลย " คำแปงเด็กสาวชาวบ้านพูดตรงไปตรงมาอีกตามเคย " อ้าวนี่ ยาแก้ปวด พี่สาวกินซะหน่อยจะได้หายปวด "  

" พี่จะถือว่าเป็นคำชมนะ คำแปง " ใบข้าวยิ้มแล้วรับยาแก้ปวดมากิน 

" แต่มะลิว่าใบข้าวไม่น่าไปมีเรื่องกับนายสิงห์เลยนะ ดูสิโดนนายสิงห์เล่นใช้งานหนักแบบนี้จะไหวเหรอ " มะลิถามอย่างเป็นห่วง  

" ฉันไม่ได้เป็นคนหาเรื่องอีตานั่นก่อนนะ นายสิงห์ของมะลิต่างหากที่หาเรื่องฉันก่อน ทั้งเผด็จการ ทั้งบ้าอำนาจร้ายกาจ สมเป็นจอมโหดแห่งไร่เรืองกิจเกษมเลย " ใบข้าวว่า มะลิยิ้มอ่อน 

" จริงๆนายสิงห์ไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกนะ ใบข้าว -- ความจริงนายสิงห์เป็นคนใจดีมากเลยนะ สุภาพ แล้วก็อ่อนโยนด้วย " ใบข้าวมองมะลิที่กำลังพูดไปด้วยแก้มแดงระเรื่อไปด้วย 

" นี่อย่าบอกนะ มะลิ ว่าเธอปลื้มอีตาโหดนั่นน่ะ -- เฮอะ! มะลิต้องมีปัญหากับสายตาแน่นอนไปหลงผู้ชายแบบนั้นได้ยังไงกัน "  

" ไม่ใช่แค่พี่มะลิที่หลงนายสิงห์นะ คนงานหญิงในไร่นี่ก็แอบปลื้มนายสิงห์กันทั้งนั้นนะ พี่สาว " คำแปงเสริม 

" พูดอะไรน่ะ คำแปง พี่ไม่ได้หลงนายสิงห์สักหน่อย " หน้าของมะลิแดงจัดกว่าเดิม  

" ตื่นซะ! มะลิ ผู้ชายดีๆที่ดีกว่านายสิงห์มีออกเยอะแยะ เธอต้องเลือกใหม่นะ " ใบข้าวแกล้งทำสีหน้าจริงจัง ทำเอามะลิหลุดหัวเราะคิกคักออกมา 

" ใบข้าวก็ว่าไปนั้น อย่างฉันนายสิงห์เค้าไม่สนใจหรอก "  

" เหรอ -- แล้วนายสิงห์นี่เคยคบกับใครมั้ย " ใบข้าวถามอย่างไม่ใส่ใจ 

" ไม่เคยจะเห็นคบใครเป็นตัวเป็นตนนะ " ยะขิ่นเป็นคนตอบเอง เขานั่งลงพร้อมกับมะอึกทั้งสองดูสะบักสะบอมกับการทำงานมาทั้งวัน  

" ใช่ จะคบก็แค่คืนเดียวแค่นั้น เวลานายสิงห์ออกไปข้างนอกก็ไม่ต้องสงสัยว่าไปทำอะไรนอกจากกินเหล้ากับเพื่อน หรือไม่ก็ผู้หญิง " มะอึกเสริม 

" น่ารังเกียจชะมัดเลย " ใบข้าวย่นจมูก  

" แต่ว่าก่อนหน้านี้เหมือนกูเคยได้ยินคุณวิทย์พูดถึงผู้หญิงคนนึงของนายสิงห์นะ " มะอึกพูด " เป็นคนเดียวที่คบแบบจริงจังอ่ะ แต่ยังไงก็ไม่รู้ ผู้หญิงคนนั้นก็หายหน้าไปเลย "  

" อ่อๆ คนที่สวยๆหน่อยใช่มั้ย "  

" ผู้หญิงของนายสิงห์ก็สวยทุกคนแหละ " มะอึกแหวใส่ 

" เออ กูรู้ -- แต่ที่กูหมายถึงใช่คนที่หน้าหวานๆ ยิ้มสวยๆ ดูน่าทะนุถนอมที่นายสิงห์พามาที่นี่บ่อยๆใช่มั้ย "  

" เออ นั่นแหละ "  

" รู้จักชื่อมั้ย " ใบข้าวถามโพล่งออกมา ทั้งยะขิ่นและมะอึกมองหน้ากันเองก่อนจะส่ายหน้า 

" ไม่รู้อ่ะ ตอนนั้นเราสองคนยังละอ่อนอยู่เลยเนอะ ไอ้มะอึก "  

มะอึกพยักหน้าเห็นตามที่ยะขิ่นว่า ใบข้าวออกอาการผิดหวังเล็กน้อย " มีอะไรหรือเปล่า ใบข้าว " มะลิถาม ใบข้าวส่ายหน้า 

" ไม่มีจ้ะ "  

" เออนี่ สาวๆ คืนนี้สนมั้ย " จู่ๆยะขิ่นก็พูดออกมา 

" คืนนี้ทำไมเหรอ พี่ขิ่น " คำแปงถามอย่างอยากรู้ ยะขิ่นกับมะอึกมองหน้ากันยิ้มๆ  

" ไปล่าผีที่ท้ายไร่กันเถอะ "  

ใบข้าว มะลิ คำแปง มองหน้ากันเอง คำแปงรีบส่ายหัวทันที " ไม่เอาหรอก พวกพี่เล่นอะไรบ้าๆไปล่า 'นั่น' อ่ะนะฉันไม่เอาด้วยหรอกน่ากลัวจะตาย " คำแปงว่ามายาวยืดพลางลูบแขนตัวเองไปมา 

" ไม่ดีมั้งยะขิ่น มะอึก ไปท้ายไร่ ถ้านายสิงห์รู้เข้าว่าพวกเราไปทำอะไรมีหวังได้โดนลงโทษหรอก " มะลิว่า 

" แต่ถ้าไม่ไป ก็พิสูจน์ไม่ได้น่ะสิว่าที่คนในไร่ลือกันมันมีอยู่จริงหรือเปล่า ถูกมั้ย ใบข้าว " ยะขิ่นกันไปขอความเห็น 

" แล้วมาขอความเห็นฉันได้ไง ฉันยังไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะ " ใบข้าวว่า " ว่าแต่ที่นี่มีผีด้วยเหรอ " ใบข้าวที่ไม่ค่อยเชื่อเรื่องนี้ถาม มองคนนั้นทีคนนี้ที 

" ก็ไม่รู้หรอกว่ามีจริงมั้ย " มะอึกว่า " แต่พวกเดินเวรกลางคืนอ่ะ เคยโดนผีหลอกกันมาแล้วที่ท้ายไร่นั่น เห็นว่าน่ากลัวมากด้วยนะ ใบข้าว "  

" จริงเหรอ มะอึก " ใบข้าวมองอย่างไม่เชื่อ " มะอึกกับยะขิ่นเคยเห็นแล้วยัง " เธอถามมองไปที่มะลิและคำแปงด้วยทั้งหมดส่ายหน้า " มะอึกกับยะขิ่นโดนพวกนั้นอำแล้ว "  

" ไม่อำนะ " ยะขิ่นร้อง " ลุงเรียบอ่ะ แกเจอจังๆเป็นผีสาว ผมยาวมายืนร้องไห้อยู่ที่สระบัว เล่นเอาจับไข้กันไปหลายวันเลย " 

" ขนาดนั้นเชียว " ใบข้าวกลั้นยิ้ม ทำเอายะขิ่นกับมะอึกออกอาการหัวเสีย 

" ถ้าใบข้าวคิดว่าไม่ใช่ คืนนี้ก็มาท้าพิสูจน์ด้วยกันมั้ยล่ะ ให้เห็นกับตาไปเลยว่าใช่หรือไม่ใช่ " ยะขิ่นว่า 

" ได้สิ " ใบข้าวรับคำท้า 

" ไม่ได้นะ ใบข้าว " มะลิห้าม " ถ้าเกิดนายสิงห์จับได้ ใบข้าวได้โดนนายสิงห์ลงโทษอีกแน่ "  

" ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น เมื่อกี้ฉันเห็นนายสิงห์ขับรถออกจากไร่ไปแล้ว พนันเลยว่าออกไปแต่วันแบบนี้ เกือบเช้านู้นแน่ะถึงจะกลับ " มะอึกว่า  

" งั้นตกลงตามนี้นะ ใบข้าว เจอกันตอนห้าทุ่มที่นี่ เดี๋ยวพวกฉันพาไปที่ท้ายไร่เอง " ใบข้าวพยักหน้าให้ทั้งยะขิ่นและมะอึก รอยยิ้มซุกซนปรากฏบนใบหน้าของใบข้าวทำเอามะลิกับคำแปงลอบมองหน้ากันเอง  

เมื่อถึงเวลานัด ใบข้าวก็ออกจากห้องพักของตัวเองมาเจอกับสองคู่หูอย่างมะอึกและยะขิ่นที่โรงครัว  

" อ้าวมีกันแค่นี้เองเหรอ " ใบข้าวถาม มองไปเห็นแค่เธอ มะลิ มะอึก และยะขิ่นเท่านั้น  

" ชะ -- ช่ายยยยยยย " มะอึกอ้าปากหาวหวอดตอบ " แล้วนี่ยังไงมะลิก็มาด้วยเหรอ ฉันนึกว่ามะลิจะไม่มา "  

" ฉันเป็นห่วงใบข้าวน่ะ ดึกดื่นแบบนี้มันน่ากลัว " มะลิตอบ 

" มะลินี่ทั้งสวย ทั้งน่ารักและก็ใจดีจริงๆเลยนะ " ยะขิ่นยิ้มกว้าง ใบข้าวกระแอมกับสีหน้าของยะขิ่น 

" เก็บอาการไม่ได้เลยะนะ ยะขิ่น " ใบข้าวแซวยิ้มๆ อย่างรู้ดีว่ามะลิเป็นที่ชื่นชอบของหนุ่มๆในไร่ " แล้วนี่จะไปกันหรือยัง ถ้ายังชักช้าอยู่อีก ฉันจะกลับไปนอนแล้วนะ ง่วงจะตายอยู่แล้ว --- " พูดจบ ใบข้าวก็ยกปิดปากหาวยาว  

" งั้นตามมาเลย "  

" มะลิไม่ต้องมาเป็นเพื่อนก็ได้นะ กลับไปนอนเถอะ ฉันไปแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับ "  

" ได้ไงกัน ใบข้าว มาด้วยกันก็ต้องกลับด้วยกันสิ " มะลิว่า ใบข้าวขี้เกียจกล่อมมะลิแล้วเลยได้พยักหน้าเลยตามเลย ก่อนจะเดินตามมะอึกกับยะขิ่นไป ทั้งหมดใช้เวลาเกือบยี่สิบนาทีกว่าจะเดินมาถึงท้ายไร่ เป็นครั้งแรกของใบข้าวที่เดินมาไกลจนถึงท้ายไร่แบบนี้เธอกวาดตามองไปรอบๆที่มีแต่ความมืดปกคลุมไปทั่วมีเพียงแค่แสงไฟจากปากกระบอกไฟฉายที่เธอถืออยู่ 

'มันก็น่ากลัวจริงๆนั่นแหละ' ใบข้าวแอบลูบขนแขนของตัวเองที่จู่ๆก็ลุกชันขึ้นมา ควมเงียบบสงัดทำให้ได้ยินแต่เสียงฝีเท้าของพวกเธอเองที่ย่ำซวบซาบอยู่บนหญ้า ถ้าเกิดมีใครโผล่พรวดมาตอนนี้คงได้วิ่งหนีกระเจิงแน่ๆ 

" ที่ท้ายไร่นี่มีอะไรบ้างเหรอ " ใบข้าวถามทำลายความเงียบในกลุ่ม 

" ส่วนใหญ่นายเอาไว้เลี้ยงสัตว์ พวกวัวให้มากินหญ้าแล้วก็เดินเล่น แล้วก็มีแปลงปลูกพวกผักแบบไฮโดรโปนิกส์" มะอึกตอบ " ท้ายไร่ของนายสิงห์ติดกับไร่จิรประชาภาของนายติณที่ก่อนหน้านี้มองหน้ากันแทบไม่ได้ สั่งห้ามคนงานทุกคนในไร่ไปคุยกับคนอีกไร่ แต่ตอนนี้น่ะญาติดีกันแหละ ช่วงกลางวันหรือช่วงพักอ่ะ ถ้าใบข้าวเดินมาแถวนี้ก็จะเจอไอ้โต้งนังหวานมายืนบอกรักกันอยู่ตรงนี้แหละ " มะอึกว่า 

" แหม ทำเป็นพูดถึงคนอื่น มึงก็ด้วยมะอึกแอบมาหยอดตาเขื่อมตาใสกับนังแก้วสาวใช้ในไร่เหมือนกันไม่ใช่เหรอ" ยะขิ่นได้ทีแซวเพื่อน  

" มึงอย่าเสียงดังไป ไอ้ขิ่น " มะอึกแยกเขี้ยวใส่เพื่อน สีหน้าลุกลน " แต่ว่านะที่นี่ก็จะมีพวกที่ลักลอบแอบมาสูบฝิ่นด้วย อย่างไอ้ม้ง ไอ้กิ่ว นายสิงห์เข้มงวดเรื่องนี้มาก ถ้าเจอเอาเกือบตาย " 

" ก็เห็นแล้วล่ะ คนอะไรอย่างกับคนป่าที่อยู่ในบ้านป่าแดนเถื่อนอย่างนั้นแหละ " ใบข้าวพูดออกมาอย่างไม่ชอบใจ 

" นั่นไง! ถึงแล้วที่เขาว่ากัน " ยะขิ่นฉายไฟฉายไปที่สระบัว ที่ไม่รู้ขนาดเท่าไหร่แต่ก็คงใหญ่พอควรเพราะเธอเห็นเรือแจวเก่าๆ จอดเทียบท่าอยู่ ใบข้าวมองไปรอบตัวที่มีแต่ความมืดและความเงียบๆ ซะจนเกือบจะได้ยินเสียงหัวใจของทุกคนกำลังเต้นด้วยความระทึก เสียงหรีดเรไรก็พากันเงียบเสียงแบบไม่มีสาเหตุ บรรยากาศมันชวนวังเวงขนหัวลุกจริงๆ และยิ่งในกลุ่มไม่ยอมคุยอะไรกันก็ยิ่งชวนให้บรรยากาศมันเงียบไปอีก -- เอาจริงๆ ใบข้าวก็แอบกลัวอยู่เหมือนกัน ถึงจะไม่ค่อยเชื่อเรื่องผีเท่าไหร่ และที่ยอมมาก็ไม่ใช่เพราะอยากพิสูจน์แต่เป็นเพราะเธออยากได้ข้อมูลของไร่เรืองกิจเกษมให้มากที่สุดต่างหาก 

" เข้าไปดูใกล้ๆหน่อยดีกว่า " ใบข้าวว่าพลางขยับเท้าจะเดินเข้าไปใกล้ แต่ถูกมะลิรั้งแขนไว้ 

" อย่าเลย ใบข้าว -- เห็นสระบัวแล้วเราก็กลับกันเถอะนะ " สีหน้าของมะลิดูหวาดหวั่น ใบข้าวมองหน้ากันกับมะอึกและยะขิ่น 

" พวกนายจะเอายังไงต่อ " ใบข้าวถาม 

" ไหนๆก็มาแล้ว เดินเข้าไปดูใกล้ๆอีกหน่อยดีกว่า " ยะขิ่นชวน 

" มะลิยืนฉายไฟตรงนี้แหละ เดี๋ยวฉันเข้าไปดูแค่แป๊บเดียว " ใบข้าวส่งไฟฉายให้มะลิแล้วเดินตามยะขิ่นกับมะอึกไป  

" ระวังนะ ใบข้าว " มะลิเตือนจากด้านหลัง  

ใบข้าวพยักหน้าหงึกหงักถึงมะลิไม่เตือนใบข้าวก็ระวังอยู่แล้วเพราะทางเดินเป็นดินเลนลื่นเท้า ถ้าไม่จิกปลายเท้าเอาไว้ตอนเดินมีหวังได้ลงไปวัดพื้นไร่เรืองกิจเกษมแน่ 

" เห็นอะไรบ้างยัง " มะอึกถามยะขิ่นที่เดินนำหน้า 

'ไม่เห็นจะดีกว่ามั้ง' ใบข้าวคิด ตอนนี้เธออยากกลับไปนอนแล้ว ง่วงก็ง่วง พรุ่งนี้ยังต้องตื่นเช้าอีก คันก็คันรู้งี้ทายากันยุงมาก็ดี ใบข้าวปัดยุงที่ค่อยแวะเวียนมาชิมเลือดเธอออก 

" ไม่เห็นอะไรเลยว่ะ "  

" มันมีเวลาออกมามั้ย ยะขิ่น " ใบข้าวถาม แต่ในใจกลับคิด 'ผีมันคงไม่ออกมาในเวลาที่คนแห่กันมาตามหาแบบนี้หรอก มันคงเลือกเวลาที่คนน้อยแล้วก็เผลอถึงจะออกมาหลอก แต่นี่น่ะคนสี่คนพุ่งเป้ามาเดินตามหาผีแบบนี้ ถ้าเธอเป็นผีเธอก็ไม่ออกมาหรอก' 

" ผีมันมีเวลาออกมาที่ไหนกันเล่า ใบข้าวพูดไปเรื่อย " โดนยะขิ่นว่ากลับมาอีก ใบข้าวไม่ใส่ใจสายตาเพ่งมองไปในความมืดตรงหน้า ไฟฉายสองกระบอกของยะขิ่นและมะอึกสาดไปทั่วบริเวณก็ยังไม่เห็นอะไร  

ทั้งสามใช้เวลาเกือบสิบนาทีในการมองหาผีสาวผมยาวข้างสระบัว แต่ก็ยังไม่เจออะไรนอกจากดอกบัวและใบบัวที่ลอยอยู่เต็มสระ  

 

ซวบ! 

 

ใบข้าวหันไปมองตามเสียงที่ได้ยินทันที  

" มีอะไรเหรอ ใบข้าว " มะอึกถาม  

" ไม่รู้สิ ฉันเหมือนได้ยินเสียงคนเดินอยู่แถวนี้น่ะ " ใบข้าวตอบ ในความมืดนั้นมะอึกกับยะขิ่นทำหน้าฉงน 

" อาจเป็นพวกจิ้งเหลนมั้ง ใบข้าว " ยะขิ่นว่า " ดึกป่านนี้แล้วไม่มีใครมาเดินกลางคืน นอกจากพวกเราหรอก " 

ใบข้าวที่ยังไม่วางใจ ทำคิ้วขมวดเพ่งมองไปในทิศทางที่เธอได้ยิน 

" นี่กลับกันเถอะ ยุงห่ามจะแย่แล้วนะ " มะลิร้องบอกอยู่ไม่ไกลจากพวกเขา  

" กูว่ากลับเถอะ ท่าทางคืนนี้คงไม่ได้เรื่องจริงๆ " มะอึกเอ่ยปาก " แล้วยุงก็เยอะจริงๆ รุมกัดไม่หยุดเลยว่ะ ไอ้ขิ่น-- ป้าบ! " ตอนที่พูดก็ตบยุงตายคาคอตัวเองไปหนึ่งตัว  

" เออ เห็นด้วย -- สงสัยคืนนี้คงมากันเยอะไป ผีเลยไม่กล้าออกมา " ยะขิ่นพยักหน้า " กลับกัน ใบข้าว " เขาหันไปมองใบข้าวที่ยังลังเล " ถ้าไม่ไปจะทิ้งแล้วนะ "  

" ไปเดี๋ยวนี้แหละ " จังหวะที่ใบข้าวหันกลับมา 

 

ซวบ! 

 

" ใครน่ะ! " ใบข้าวที่สายตาเริ่มชินกับความมืดรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่เคลื่อนไหวอยู่ตรงหลังต้นหางนกยูง " ฉันถามว่าใคร "  

ไม่มีเสียงตอบกลับ  

 

ฟุ่บ 

 

ซวบ! 

 

ใบข้าวตัดสินใจวิ่งตามสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่หลังต้นหางนกยูงไป ทั้งยะขิ่นและมะอึกเรียกชื่อใบข้าวเสียงหลงก่อนจะวิ่งตามใบข้าวไป มะลิไม่รู้อีโหน่อีเหน่ก็วิ่งตามหลังรั้งท้ายสุด 

" หน็อย! มาหลอกกันแบบนี้ ต้องจับให้ได้! " ใบข้าวเข่นเขี้ยววิ่งตามหลังเงาตะคุ่มอยู่ข้างหน้าไป  

" นั่นมันคนนี่หว่า ไอ้ขิ่น " มะอึกร้อง 

" เออ กูเห็นแล้ว "  

" อย่าหนีนะ! " ใบข้าวร้องตะโกนลั่นเร่งฝีเท้าตาม แต่คนที่วิ่งอยู่ข้างหน้าเธอกลับวิ่งเร็วขึ้นราวกับติดปีกบิน " โอ๊ย! วิ่งเร็วชะมัด! " 

 

ปัง! 

 

เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วไร่เรืองกิจเกษมเผลอๆดังไปถึงไร่จิรประชาภาด้วยซ้ำ แหวกความเงียบในคืนนี้ออก ใบข้าวกรี๊ดลั่นก้มตัวหลบจ้าละหวั่นคนที่วิ่งตามอยู่ด้านหลัง ทั้งมะอึก ยะขิ่น และมะลิพากันหาที่หลบ 

 

ปัง! 

 

เสียงลั่นไกครั้งที่สองดังราวกับฟ้าผ่า ใบข้าวยกมือปิดหูตัวเองไว้  

" นาย! ไฟไหม้ที่โกดังเก็บของครับ " เหมยตะโกนเรียกด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก สิงหาที่ยกปืนประทับบ่าเล็งเป้าหมายไว้ คำรามกรอดออกมาอย่างโกรธแค้น เขาหันไปดูที่ด้านหลังตัวเองเป็นจริงอย่างที่เหมยว่า ไฟกำลังลุกลามเลียไปตามโกดังเก่าที่ไม่ได้ใช้งาน 

" ไฟไหม้! ช่วยกันดับไฟหน่อย! " คนงานสามสี่คนส่งเสียงกันอื้ออึง  

" ระยำเอ้ย! " สิงหาคำรามแน่น ก่อนจะลดปืนลงแล้ววิ่งกลับไปที่โกดัง ใบข้าวที่อยู่ตรงนั้นก็รีบวิ่งตามสิงหาไป 

" คุณสิงห์! " ใบข้าวเรียก มือของเธอจับไปที่แขนของสิงหา เธอมองเปลวไฟที่ลามเลียไปทั่วโกดังเก่าด้วยสีหน้าตื่นตระหนก " ฟะ ไฟไหม้! " ใบข้าวพูดกระท่อนกระแท่น หอบหายใจกับอาการหัวใจเต้นถี่รัว 

" ใบข้าว! " คนตกใจกว่าอย่างสิงหา มองคนข้างตัวที่กำลังยืนหอบแฮ่ก " เธอมาทำอะไรที่นี่! " 

ใบข้าวโบกมือไปมา " เรื่องนั้นช่างก่อน ไฟไหม้ ต้องช่วยกันดับไฟก่อน -- น้ำ " ใบข้าวส่งสายตาบอกกับสิงหาแล้วมองซ้ายมองขวาเห็นถังน้ำกลิ้งตกอยู่ เธอวิ่งไปคว้ามาก่อนจะวิ่งไปเอาน้ำตามคนงาน สิงหาไม่มีเวลาให้ได้โมโหใบข้าว เขาเองก็วิ่งไปเอาน้ำมาดับไฟ ทั้งยะขิ่น มะอึก และมะลิต่างก็ช่วยกันดับไฟด้วย แต่เพราะอากาศที่ร้อน รวมถึงสิ่งของที่อยู่ภายในโกดังก็เป็นเชื้อเพลิงอย่างดีที่ทำให้ไฟยิ่งโหมแรงขึ้น 

ใบข้าววิ่งยกถังน้ำไปมาราวกับกำลังวิ่งช้อปปิ้งในห้างในช่วงแฟลชเซลล์ยังไงยังงั้น เธอเชื่อแล้วว่าเงลาที่คนเราตกใจมากๆจะหลั่งสารอะดีนารีนออกมา แม้แต่โอ่งใส่น้ำที่ไม่น่าจะยกได้ก็กลับยกได้ 

" ไม่ไหว! ไฟไหม้แรงขนาดนี้ เราคงเอาไม่อยู่นะครับ นายสิงห์! " เหมยว่า 

" ทำได้เท่าที่ทำ ลุงเหมย สกัดให้ไฟไม่ลุกลามไปตรงอื่นก็พอ " สิงหาตอบกลับ สายตามองไปรอบๆเห็นใบข้าววิ่งไปวิ่งกลับช่วยคนงานดับไฟอย่างขมักเขม่น 

" ทางนี้! ทางนี้ ไฟยังไหม้อยู่เลย! เอาน้ำมาดับเร็ว " ใบข้าวเอาน้ำในถังตัวเองสาดใส่ตัวโกดังที่หลังคาด้านบนกำลังส่งเสียงลั่นเปรี้ยะ " มะอึก ยะขิ่น ขอน้ำทางนี้หน่อย! " ใบข้าวรับถังน้ำจากคนงานมาสาดใส่ 

 

เปรี้ยะ! 

 

เอี้ยด อ้าด 

 

ใบข้าวสาดน้ำใส่ไปอีกถัง เพราะมัวแต่สนใจเปลวไฟเลยไม่ทันได้มองว่าหลังคาด้านบนกำลังร้องลั่น 

 

เปรี้ยะ 

 

เอี้ยด 

 

" ใบข้าว! "  

ใบข้าวหลับตาแน่นเพราะถูกร่างสูงคว้าให้เธอล้มทั้งยืน เสียงหลังคาถล่มพังครืนดังสนั่นพร้อมเสียงกรี๊ดของมะลิ เธอกำลังจะวิ่งเข้าไปหาใบข้าวแต่ถูกยะขิ่นรั้งไว้เพราะเห็นว่าตัวโกดังที่ไม่สามารถทำอะไรได้แล้วค่อยๆพังครืนลงมา  

สิงหาลุกคว้ามือใบข้าวฉุดเธอให้ลุกขึ้นพ้นจากรัศมีโกดังที่พังถล่ม  

" กรี๊ด " ใบข้าวร้องกรี๊ดออกมาตอนที่ทุกอย่างพังลงต่อหน้าเธอ เศษฝุ่นลอยฟุ้ง รวมถึงไอร้อนจากเปลวไฟทำให้ใบข้าวหันหน้าหนีซบที่อกของสิงหา  

" ไม่เป็นอะไรแล้วนะ ใบข้าว " สิงหาบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แขนข้างที่โอบใบข้าวไว้ลูบปลอบเธออย่างอ่อนโยน  

สุดท้ายสิงหา ใบข้าวและคนอื่นก็ทำได้แค่สกัดเปลวไฟไม่ให้ลามออกมาด้านนอก ไม่นานทุกอย่างก็สงบลงในเวลาเกือบตีสี่ 

" ไฟดับหมดแล้ว นาย " มะอึกบอก " พวกผมดูจนทั่วแล้วครับ " 

" ดี -- ขอบใจพวกนายมาก " สิงหาว่า " กลับไปพักผ่อนเถอะ " สิงหาหันกลับไปมองใบข้าวที่ถูกเขาสั่งให้ไปนั่งพักอยู่หน้ากระโจมแปลงผักพร้อมกับมะลิ ที่ตอนนี้คนหลังหลับคอพับไปแล้ว แต่คนดื้อยังนั่งตาปรือ สัปหงกไปหลายทีไม่ยอมหลับจนกระทั่งทุกอย่างเรียบร้อย 

" ไฟดับหมดแล้วใช่มั้ย คุณสิงห์ " ใบข้าวถามตอนที่สิงหาเดินมาหาเธอ สิงหาย่อตัวลงให้เท่ากับใบข้าว  

" อืม ดับหมดแล้ว "  

" ดีจัง " ใบข้าวเผยยิ้มหวานออกมาให้สิงหาเห็นเป็นครั้งแรก ถึงสีหน้าของเธอจะดูอิดโรยและเหนื่อยล้า แต่ก็ไม่ได้ทำให้ใบข้าวดูน่ารักน่าทะนุถนอมน้อยลงไปเลย ปากรูปกระจับสีสวยกำลังอ้าปากหาวหวอด " ง่วงแล้วล่ะ ฉันกลับไปนอนก่อนนะ " ใบข้าวขยับตัวทำท่าจะลุกแต่เพราะเหตุการณ์เมื่อคืนทำให้ใบข้าวใช้พลังจนหมดและบวกกับอาการอดนานทั้งคืนของเธอ ใบข้าวจึงวูบหลับไปโดยไม่รู้ตัวโชคดีที่สิงหารองรับเธอไว้ได้ทันใบหน้าซบกับท่อนแขนของสิงหา 

" ใบข้าว " สิงหาเรียก อีกฝ่ายไม่ตอบกลับ จังหวะผ่อนลมหายใจเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ สิงหาเป่าลมออกจากปากอย่างโล่งอก 

" เอาไงต่อครับ นาย " เหมยถาม สายตามองทั้งใบข้าวและมะลิที่นอนหลับอยู่ ยะขิ่นกับมะอึกเดินเข้ามาสมทบ  

" แยกย้ายกันไปพักผ่อน ฝากลุงเหมยปลุกมะลิให้กลับไปนอนที่ห้องทีนะครับ " สิงหาช้อนตัวใบข้าวอุ้มขึ้นมา " เดี๋ยวใบข้าว ผมจัดการเอง " พูดจบเจ้าตัวก็อุ้มคนตัวบางที่ไม่รู้ว่าวันๆได้กินข้าวบ้างหรือเปล่า ตัวถึงได้เบาขนาดนี้เดินกลับไปที่บ้านพักของตัวเอง 

 

   

********* 

สวัสดีค่ะ รี้ดที่น่ารักทุกคน 

เป็นยังไงกันบ้างคะ ที่ผ่านมานายสิงห์กับใบข้าวพอจะขโมยหัวใจรี้ดกันไปได้บ้างหรือเปล่าเอ่ย ไรท์ฝากให้กำลังคู่นี้กันด้วยนะคะ  

ขอบคุณทุกการติดตาม ทุกกำลัง และทุกความเห็นอย่างมากเลยนะคะ 

จากนี้ไปไรท์จะพยายามทยอยอัพให้ได้มากขึ้น ฝากติดตามกันด้วยน้า 

แล้วเจอกันค่ะ 

ความคิดเห็น