facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

45.ปลดปล่อยหัวใจ (NC20+)

ชื่อตอน : 45.ปลดปล่อยหัวใจ (NC20+)

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 32k

ความคิดเห็น : 149

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ธ.ค. 2563 13:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
45.ปลดปล่อยหัวใจ (NC20+)
แบบอักษร

 

45.ปลดปล่อยหัวใจ 

  

ไฟรักอันร้อนแรงโหมกระหน่ำจนบ้านพักหลังน้อยแทบจะมอดไหม้ตาม ด้วยพละกำลังของผู้กองพนาที่เป็นคนแข็งแรงมากอยู่แล้วเลยทำให้เขาอึดมากพอที่จะเล่นสนุกกับแก้วเจ้าจอมบนเตียงได้อย่างสบายๆ ทั้งคืนจนแก้วเจ้าจอมเริ่มเพลียมากแล้วเขาจึงได้ให้เธอหยุดพักก่อน แต่ถึงจะพักทั้งสองร่างที่เปลือยเปล่าก็ยังคงนอนทาบทับกันอยู่เพื่อเริ่มบรรเลงเพลิงรักต่อ 

               แก้วเจ้าจอมนอนซบอยู่บนแผ่นอกแกร่ง เนื้อตัวของเธอมีรอยรักและคราบน้ำเสน่หาเลอะอยู่จนเกือบทั่ว แม้จะอ่อนเพลียแต่เธอก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข สองแขนกอดสามีแน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหนีหายไปไหน 

               “จะนอนพักเลยหรือจะต่อครึ่งหลัง” ผู้กองพนาถามเธอแล้วเอียงใบหน้ามาจูบหน้าผากของเมียรักที่เอาแต่นอนกอดเขาไม่ยอมห่างตัวไปไหน คงเพราะเขารุนแรงกับเธอไปแก้วเจ้าจอมถึงได้เพลียขนาดนี้ 

               “ทำต่อค่ะ พี่พนายิ่งกินยิ่งอร่อย” เธอตอบแล้วก็เอื้อมตัวขึ้นมาหอมแก้มของเขา เขาก็เลยยิ้มให้ด้วยความเอ็นดู 

               “โดนหนักขนาดนี้แล้วทำเก่ง เด็กหื่น” 

               “ผัวพาหื่นก็ต้องหื่นตามผัวสิคะ” เธอเกยคางกับอกของเขาขณะพูด แม้จะอ่อนเพลียแต่เธอก็มีความสุขนัก ในท้องของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยน้ำรักของเขาที่ปลดปล่อยเข้ามาคงหวังจะเอาชนะฤทธิ์ยาคุมเพื่อทำให้เธอท้องให้ได้ ท่าทางเขาจะอยากมีลูกมากถึงได้จัดหนักจัดเต็มเสียขนาดนี้ เธอยิ่งหลงๆ เขาอยู่ก็เลยพลอยหื่นไปกับเขาด้วย 

               “สิ้นเดือนนี้พี่จะไปทำธุระที่บ้านนะ จะไปกับพี่มั้ย” ผู้กองพนากระชับกอดเธอให้แน่นขึ้นพร้อมกับถามความเห็นของเธอ เขาไม่ได้กลับบ้านนานแล้วก็เลยมีเรื่องให้ต้องกลับไปจัดการเยอะแยะ ยิ่งตอนนี้มีเมียแล้วเขาก็อยากจะจัดการกับอะไรหลายๆ อย่างเพื่อแก้วเจ้าจอม เวลาที่แต่งงานกันเธอจะได้ไม่ต้องอายใครเขาที่มีสามีเป็นเพียงแค่คนธรรมดาๆ พ่อแม่ญาติพี่น้องไม่มีแล้วนามสกุลก็ไม่ได้ดัง 

               “ไปเพชรบุรีน่ะหรอคะ” 

               “ใช่ อยากไปเที่ยวบ้านผัวมั้ย” 

               “จะพาเมียไปเปิดตัวกับญาติว่างั้น” 

               “พี่ไม่มีญาติเหลือซักคน ถ้าเปิดตัวก็คงเป็นเปิดตัวกับชาวบ้านที่เป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียงกัน” 

               “ไปค่ะ” แบบนี้จะพลาดได้ยังไงกัน เธอเองก็อยากไปดูบ้านของเขาซักครั้งเหมือนกันว่าจะเป็นยังไง อยากรู้ว่าที่ผ่านมาเขาใช้ชีวิตยังไงบ้างตอนอยู่ที่เพชรบุรีและที่สำคัญ...ทำให้เธอรักเธอหลงขนาดนี้แล้วเธอจะอยู่ห่างเขาได้อย่างไร วันไหนไม่ได้กินพี่พนาเธอนอนไม่หลับแน่ๆ 

               “แต่บอกไว้ก่อนนะ บ้านพี่ไม่ใช่คฤหาสน์หลังงาม บ้านพี่เป็นแค่บ้านไม้ธรรมดาๆ อยู่กลางไร่กลางสวน ไฟฟ้ามีแต่ก็ใช่ว่าจะสุขสบายเหมือนบ้านของไนเปอร์ที่กรุงเทพฯ มีผัวเป็นคนธรรมดาๆ แบบนี้จะรับรึเปล่า” 

               “หืม” แก้วเจ้าจอมผงกศีรษะขึ้นมองเขาเมื่อได้ยินแบบนี้ “รับได้มั้ยรึเปล่า...มาถามเอาอะไรตอนนี้คะ จะรับได้หรือไม่ได้ไนเปอร์ก็เป็นเมียพี่พนาแล้ว โดนแทงจนพรุนไปทั้งตัวขนาดนี้ จนลูกจะทะลุยาคุมมาอยู่แล้วยังจะมาถามอยู่อีกหรอคะว่ารับได้มั้ย ไนเปอร์ก็เป็นแค่คนธรรมดาๆ เหมือนกันค่ะ ตั้งแต่เรียนจบก็ทำงานอยู่ชายแดนตลอด นอนกลางดินกินกลางป่าก็ทำมาแล้ว อย่างตอนนี้ที่ฐานของเราก็ใช่จะสะดวกสบายเหมือนกับบ้านที่กรุงเทพฯ แต่ไนเปอร์ก็ยังอยู่ได้เลย ไนเปอร์จะแต่งงานเอาพี่พนามาเป็นผัวนะไม่ใช่จะแต่งงานกับบ้านของพี่พนา บ้านไม้ธรรมดาๆ แล้วยังไง ไนเปอร์ไม่ใช่ปลวกซักหน่อยไนเปอร์ไม่กินบ้านของพี่พนาหรอก ไนเปอร์จะกินแค่พี่พนาคนเดียว” 

               “ระดับหลานสาวองคมนตรี พ่อคนหนึ่งเป็นแม่ทัพภาค พ่ออีกคนเป็นรองแม่ทัพภาค แน่ใจหรอว่าไม่อาย” 

               “พี่พนา ถ้าพูดแบบนี้อีกไนเปอร์จะโกรธแล้วไม่ให้ต่อครึ่งหลังแล้วนะ” เธอว่า “อย่ามาดูถูกหัวใจกันแบบนี้สิคะ ไนเปอร์ไม่สนหรอกว่าพื้นฐานครอบครัวของพี่พนาจะเป็นยังไง ไนเปอร์รู้แค่ว่าไนเปอร์รักพี่พนาแล้วก็รักมากด้วย ไนเปอร์จะอยู่เป็นเมียของพี่พนาคนเดียวตลอดไปแล้วใครหน้าไหนก็อย่าได้คิดจะมาแย่งผัวของไนเปอร์ไปด้วย” 

               “พี่ไม่ได้จะดูถูกหัวใจของไนเปอร์ พี่แค่กลัวไนเปอร์รับไม่ได้เวลาไปเห็นบ้านของพี่” 

               “อะไรที่เป็นตัวตนของพี่พนาไนเปอร์รับได้หมดแหละค่ะ ต่อให้บ้านพี่พนาเป็นเพิงไม้ริมทางไนเปอร์ก็จะไปอยู่กับพี่พนา เราเป็นผัวเมียกัน เป็นคนๆ เดียวกันนะคะพี่พนา ไนเปอร์รักพี่พนาไนเปอร์ไม่รังเกียจอะไรทั้งนั้น สิ้นเดือนนี้พี่พนาพาไนเปอร์ไปเพชรบุรีด้วยนะคะ ถ้าพี่พนาจัดการธุระเสร็จแล้วก็พาไนเปอร์ไปเที่ยวเพชรบุรีด้วย ไนเปอร์อยากไปดูเขาวัง ไปกินขนมหม้อแกง กินทอดมันขนมจีน ชิมน้ำตาลสด ปั่นจักรยานเล่นริมเขื่องแก่งกระจานแล้วก็เล่นน้ำทะเลที่ชะอำ” 

               “พี่จะพาไนเปอร์ไปทุกๆ ที่ที่ไนเปอร์อยากไปนะ” เขาจูบหน้าผากของเธออีกครั้งด้วยซึ้งใจในความรักของเธอ “ขอบคุณนะครับที่อยู่เคียงข้างพี่ ชีวิตของพี่ พี่มีไนเปอร์เพียงคนเดียวที่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด แก้วแหวนเงินทองใดๆ ก็ยังไม่อาจล้ำค่าเท่ากับไนเปอร์ของพี่” 

               “ถ้าไนเปอร์มีค่ากับพี่พนามากขนาดนั้นงั้นพี่พนาก็รักไนเปอร์ให้มากๆ ดูแลไนเปอร์ให้ดีๆ นะคะ” 

               “พี่จะดูแลไนเปอร์ด้วยชีวิตของพี่” เขาไล้นิ้วไปตามแก้มนวลขณะมองหน้าสบตากับเธอ เธอเองก็มองสบตากับเขาด้วยความรัก วินาทีนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคนทั้งคู่ก็คือความรักและการมีกันและกัน มันไม่สำคัญว่าพื้นฐานความเป็นอยู่ของอีกฝ่ายจะเป็นอย่างไรเพราะเพียงแค่หัวใจทั้งสองดวงผูกพันกัน ก็ไม่มีอุปสรรคใดๆ มาทำให้ความรักต้องจืดจางลงได้ 

               ผู้กองพนาดึงเอาแก้วเจ้าจอมเข้ามาหา จับประคองแก้มทั้งสองข้างของเธอเอาไว้แล้วโน้มลงมาจูบ จูบแสนหวานดูดดื่มทำให้เขายิ่งรุกจูบให้หนัก กวาดลิ้นไปทั่วโพรงปากแสนหอมหวานแล้วดูดซับรสรักแสนล้ำเลิศมากลืนกิน เขาจูบแนบมาที่ซอกคอเล็กๆ ที่มีรอยจูบของเขาฝังอยู่ ขบกัดไหล่ของเธอซ้ำจนเธอสะดุ้งเพราะความเจ็บ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยินยอมพร้อมใจให้เขารุกเร้าเธอต่อ 

               “จะลุกไปทำงานต่อได้มั้ย ครึ่งหลังพี่จัดหนักนะ” 

               “พี่พนาเปิดมาขนาดนี้แล้วถ้าไม่ทำต่อระวังไนเปอร์จะจัดหนักพี่พนาคืนจนศพไม่สวยนะคะ” เธอพยักหน้าไปทางปืนพกที่วางอยู่บนหัวเตียง ซึ่งเธอกับเขามักจะวางปืนเอาไว้ใกล้ๆ กับที่นอนเสมอเผื่อยามเกิดเหตุฉุกเฉินอะไรกลางดึกจะได้คว้าขึ้นมาใช้ง่ายๆ 

               “โห ถึงขั้นขู่จะฆ่าผัวอีกแล้ว” เขาว่าก่อนจะพลิกเธอลงไปนอนราบกับพื้นแล้วขึ้นมาคร่อมทับเธอ อาวุธประจำกายของเขาลุกขึ้นมาพร้อมสู้กับเธออย่างง่ายดายจนแก้วเจ้าจอมต้องมองตามตาหวานแล้วยื่นมือไปจับเพราะความหลงใหล 

               “พี่พนาจ๋า...” 

               “ใจเย็นๆ เดี๋ยวจัดให้” ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงของเธอออดอ้อนเขาเต็มที่ด้วยความปรารถนา แต่ผู้กองพนาก็ยังไม่ครอบครองเธอง่ายๆ เขาโน้มตัวลงมาหาเธอแล้วอ้าปากงับที่ปลายยอดอกอวบสีหวาน สองมือบีบคลึกสองเต้าขึ้นแล้วใช้ปลายลิ้นเขี่ยอย่างแผ่วเบาแต่เสียวซ่านจนแก้วเจ้าจอมต้องสูดปากตาม ลิ้นอันร้ายกาจเขี่ยตวัดส่วนปลายยอดแบบระรัว แล้วเขาก็อ้าปากดูดทั้งเต้าอวบอีกแรงๆ สลับกันไปมาทั้งสองข้าง 

               “อื้มมม ถ้าจะดูดขนาดนี้ไม่ต้องเป็นผัวแล้วมั้งคะ มาเป็นลูกของไนเปอร์เถอะ” 

               “พี่เทสไว้ก่อน เวลามีลูกจะได้รีวิวให้ลูกฟังว่านมแม่ไนเปอร์อร่อยจริงเพราะพ่อชิมมาแล้ว” 

               “ไม่ใช่แค่ชิมค่ะ แต่กินแบบจริงจังเลยต่างหาก” 

               “จะรีวิวทั้งทีมันก็ต้องเทสแบบจริงจังแบบนี้แหละ” แล้วสองเต้าอวบๆ ก็ถูกเทสอย่างหนักหน่วงตามอารมณ์รักจนรอยฟันรอยจูบติดอยู่จนถ้วนทั่ว แก้วเจ้าจอมนอนครางหงิงกับทุกๆ สัมผัสและยิ่งครางหนักขึ้นมาอีกเมื่อเขาแตะนิ้วลงมาที่เกสรของกุหลาบงามเนื้อนวลฉ่ำน้ำหวานที่พร้อมสำหรับเขาตลอดเวลา เขาแตะสัมผัสเธอได้ไม่นานก็ค่อยๆ สอดรักผสานกายเข้ามา ความใหญ่โตทำให้รู้สึกอึดอัดแน่นไปหมด เขาค่อยๆ ขยับกายเข้าออกอย่างช้าๆ ทุกๆ การเคลื่อนไหวเริ่มจากช้าๆ เพื่อให้เธอรู้สึกได้ถึงตัวตนของเขาอย่างละเอียดลึกซึ้ง เขาถอนกายออกมาจนเกือบสุดความยาวก่อนจะค่อยๆ กดกายเข้าไปอีกจนสุดและทำเช่นนี้อยู่นาน เสียงครางหวานๆ ดังลอดออกมาจากลำคอ ความเสียวซ่านทำให้คนที่นอนอยู่ใต้ร่างของเขากัดริมฝีปากล่างของตัวเองแน่น แล้วยิ่งเขาสอดกายเข้ามาแล้วบดคลึงสองขาเรียวของเธอก็สั่นสะท้าน สะโพกกลมกลึงยกขึ้นมาหาเขาอย่างปรารถนา 

               จังหวะรักแผ่วเบาและช้าเนิบนาบคล้ายกับจะหลอกล่อให้คนปรารถนารักตายใจไปกับความอ่อนโยนนี้ แต่พอหลอกล่อเธอเสร็จจังหวะรักที่เร่าร้อนรุนแรงก็ตามมา จากที่นอนครางหงิงๆ แก้วเจ้าจอมก็แทบกรี๊ด ร่างบางสั่นคลอนไปกับแรงรักของเขาที่แม้แต่เตียงนอนก็ยังโยกไหว ขาทั้งสองข้างของเธอวางฟาดอยู่กับไหล่กว้างของเขาแล้วเขาก็โน้มตัวลงมาหาเธอจนเข่าของเธอแทบจรดกับหน้าอกตัวเอง มือทั้งสองข้างของเธอถูกจับตรึงเอาไว้กับที่นอนที่ยับยู่ยี่จนเธอหมดหนทางจะดิ้นหนีความซาบซ่านรัญจวน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวขณะมองความใหญ่โตเคลื่อนไหวเข้าออกอยู่ในกายงามของตน 

               “อื้มมม” จังหวะรักที่รุนแรงทำให้เธอทั้งรู้สึกคับแน่น เสียวซาบซ่านไปทั้งกายใจและจุก แต่ละจังหวะรักหนักหน่วงและเธอก็ดิ้นหนีไปไหนไม่ได้ 

               “อ๊า!!! โอ้ววว พี่...ซี๊ดดด พี่จ๋า...” แก้วเจ้าจอมสะบัดหน้าด้วยความซาบซ่านจนเส้นผมยาวสลวยแผ่สยายไปกับหมอน ผู้กองพนาครางออกมาตามเธอเมื่อความคับแน่นของเธอกำลังบีบรัดเขาอย่างหนักจนเขาต้องโหมแรงกดสะโพกเข้าหาเธออย่างแรงระรัวไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ เตียงนอนโยกไปตามแรงของเขาแต่เขาก็ไม่ได้สนใจ ยิ่งแก้วเจ้าจอมครวญครางเขาก็ยิ่งได้ใจอยากทำให้เธอร้องครางและเรียกหาเขาไม่หยุด 

               “อึกๆๆ อื้มมม โอ้ววว ซี๊ดดด...อ่าห์” ร่างบางอ่อนปวกเปียกเมื่อถูกไฟรักแผดเผาอย่างหนักจนแทบไม่มีสติรับรู้ใดๆ ด้วยตกอยู่ในวังวนแห่งรัก ในหัวของเธอมีแต่คำว่า พี่พนา...และพี่พนาเพียงเท่านั้น ไม่ว่าเขาจะจับเธอให้อยู่ในท่าไหนๆ ของการตักตวงความสุขเธอก็ทำตามเขาอย่างว่าง่าย โดยเฉพาะเมื่อเขาจัดท่าให้เธอคลานเข่าแล้วสอดรักเข้าหาเนื้อนวลจากทางด้านหลังพร้อมกับอ้อมมือมาบีบคลึงสองเต้าอวบด้านหน้าของเธอ เธอก็แอ่นสะโพกให้เขาเพื่อให้เขาตักตวงความสุขจากกายของเธออย่างเต็มที่ 

               “พี่จ๋า...” เธอหันกลับมาหาเขาขณะที่ยืนเข่าอยู่บนเตียงโดยมีผู้กองพนาแนบรักเข้ามาจากด้านหลัง สองแขนแกร่งกอดรัดตัวเธอเอาไว้จนหลังของเธอแนบชิดกับแผ่นอกของเขาและเสียดสีกันไปมา “ไม่อยากให้เช้าเลย...” 

               “เด็กหลงผัว” พอเขาว่าเธอก็ดึงเขาเข้ามาจูบทันที แต่จูบได้ไม่นานก็ต้องผละเขาออกเมื่อความเสียวสะท้านตรงจุดที่กายทั้งสองเชื่อมกันอยู่มันทำให้เธอแทบจะขาดใจคาอ้อมอกของเขาแล้ว เสียงหวานๆ ยิ่งครวญครางออกมาดังกว่าเดิมเมื่อจังหวะรักร้อนแรงขึ้นเพราะใกล้ถึงฝั่งฝัน ผู้กองพนายึดเอวของเธอเอาไว้แนบกับกายของเขาแล้วโหมแรงเข้าใส่อย่างหนักหน่วงรัวเร็ว เขากดกระแทกกายเข้าหาเธอแบบเน้นๆ อยู่หลายทีก่อนที่จะปลดปล่อยสายสธารแห่งรักออกมา 

               “อ่าห์ / อ๊า!!!” ทั้งเขาและเธอครางออกมาพร้อมกันจากการเสร็จสม แก้วเจ้าจอมกระตุกกายอย่างแรงด้วยความเสียวสะท้านอย่างสุดๆ รู้สึกอุ่นๆ หน้าท้องวูบวาบไปหมดเมื่อผู้กองพนาปลดปล่อยความรักเข้ามา แล้วพอเขาถอนกายออกจากเธอสายธารอุ่นๆ ที่ผสมกับน้ำหวานของเธอก็ไหลลงมาตามเรียวขาขาวๆ แก้วเจ้าจอมกับผู้กองพนาหอบกระเส่า เขายังคงกอดเธอเอาไว้แนบกายเพื่อไม่ให้เธอล้มพับลงไปกับที่นอนเพราะความอ่อนแรง ความสุขนี้ยิ่งทำให้สองกายใจหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว แก้วเจ้าจอมค่อยๆ ขยับกายหันกลับมากอดเขา หัวใจของเธอทั้งอบอุ่นและมีความสุขยิ่งนัก เธอรักทุกๆ อย่างที่เป็นผู้กองพนา รักทุกๆ อย่างที่เป็นเขาจนไม่อยากหนีห่างไปไหน 

               “ชอบจัง” เธอพูดทั้งเสียงหอบหายใจ ไม่ได้มีความกระดากอายที่จะแสดงออกถึงความปรารถนา ในเมื่อรักก็คือรัก รักไปแล้วจะแสร้งทำเป็นเหนียมอายไปทำไม 

               “งั้นต่ออีกยก” ไม่พูดเปล่าแต่ผู้กองพนายังพลิกตัวไปนั่งพิงหัวเตียงเอาไว้อีกแล้วดึงเอาเธอเข้ามานั่งคร่อมบนตักของเขา สองมือหยาบๆ เริ่มลูบไล้ร่างงามอย่างลุ่มหลงพร้อมกับสูดกลิ่นหอมๆ จากเธอ 

               “จะอึดไปไหนกันคะเนี่ย คนหื่น” ปากต่อว่าแต่แก้วเจ้าจอมก็ค่อยๆ นั่งลงบนตักเขาพร้อมกับสอดรักของเขาเข้ามาในเนื้อนวลที่ยังคงฉ่ำน้ำหวานของตัวเองด้วยจนผู้กองพนาหัวเราะหึๆ ให้ เขาว่าเขาอึดแล้วแต่เธอก็อึดพร้อมสู้กับเขาด้วยเช่นกัน เพลียขนาดนี้แต่เธอก็ไม่เคยปฏิเสธเขาเลยสักครั้ง เขากับเธอนี่ช่างสมกับเป็นผัวเมียกันจริงๆ 

               “ถึงตายัยโหดแรงควายถึกแสดงความเอวพลิ้วบ้างแล้ว” แล้วผู้กองพนาก็ถูกทุบอกหนึ่งทีข้อหาเรียกเธอด้วยฉายาแบบนี้อีกแล้ว แต่หลังจากที่ทุบเขาไปแก้วเจ้าจอมมก็เริ่มเพลงรักขึ้นมาใหม่โดยครั้งนี้เธอกลับมาเป็นคนบรรเลงเพลงรักเองอีกครั้ง เอวบางโยกขยับเข้าหาเขาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยพร้อมกับแอ่นหน้าอกให้เขาได้ปรนเปรอให้อย่างถูกใจและมีความสุข มันเป็นการได้ใช้เวลาส่วนตัวกันแบบสองคนผัวเมียที่เธอมีความสุขมากจริงๆ มันสุขมากจนเธอลืมโลกทั้งใบไปเลย 

  

 

 

               “ไปแต่งตัวได้แล้ว” เสียงดุๆ แต่ไม่จริงจังดังขึ้นเมื่อแก้วเจ้าจอมยังหลับอุตุอยู่บนเตียง หลังจากที่อาบน้ำเรียบร้อยแล้วแต่เพราะเธอยังเพลียๆ อยู่ก็เลยว่าจะของีบสักห้านาทีสิบนาที ผู้กองพนาที่ตอนนี้แต่งตัวเรียบร้อยแล้วจึงต้องเข้ามาปลุก 

               “ผู้กองคะ ดิฉันขอลางานหนึ่งวันค่ะ” 

               “ทำไมต้องลา” 

               “โดนผัวกระทำชำเรามาหนักค่ะ” 

               “ไม่ให้ลา” 

               “แต่ดิฉันรู้สึกไม่สบาย ร่างกายอ่อนเพลียมากๆ เลยนะคะ” 

               “ไม่ให้ลา 

               “น่านะ คนกันเองแท้ๆ นี่เมียนะคะ เมีย!” เธอเน้นเสียงแล้วชี้นิ้วมาที่ตัวเองทั้งๆ ที่ยังหลับตาอยู่แต่ผู้กองพนาก็ไม่ยอมให้เธอได้นอนต่อ ดังนั้นเขาจึงเข้ามาดึงแขนให้เธอลุกขึ้นนั่ง แต่ถึงจะดึงเธอขึ้นมานั่งได้แล้วแก้วเจ้าจอมก็ยังควานมือมากอดรอบเอวของเขา ซบใบหน้าเข้ากับหน้าท้องของเขาแล้วก็นั่งหลับต่อในท่านี้ 

               “ยิ่งเป็นเมียพี่ยิ่งต้องทำตัวให้ดี ให้เป็นแบบอย่างที่ดีของคนอื่นเข้าใจมั้ย ถ้าทำตัวไม่น่ารักลูกน้องที่ไหนจะเคารพนับถือ” เขาลูบศีรษะของเธอเบาๆ อย่างเอ็นดู เข้าใจดีว่าเธอเหนื่อยและเพลียมากแต่วันนี้งานของเธอก็ไม่ได้ทำอะไรมากนอกจากอยู่ประจำที่ห้องพยาบาล 

               “ลุกขึ้นเร็วเดี๋ยวพี่แต่งตัวให้” 

               “เป็นพี่พนานี่ดีจังเลย” เธอยังคงนั่งกอดเอวของเขาอยู่แล้วเงยหน้าขึ้นมอง จรดปลายคางเอาไว้กับหน้าท้องแกร่งที่อุดมไปด้วยซิกแพคเป็นลอนสวย “พอเช้ามาแทนที่จะเหนื่อยจะเพลีย นี่อะไรดูสดชื่นดีเหลือเกินไปได้ยาดีที่ไหนมา” 

               “ยาดีหรอ” เขาถามกลับด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม มือก็ยังคงลูบศีรษะของเธออยู่ “นั่งกอดพี่อยู่นี่ไง ยาดี นางไม้เป็นของศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งกินยิ่งแข็งแรง” 

               “พูดซะคนเป็นหมอไปไม่เป็นเลย” แก้วเจ้าจอมยังคงพูดเสียงยานคาง จมูกก็ทำเป็นฟุตฟิตๆ สูดดมกลิ่นกายของเขาอย่างหลงใหล จนเมื่อเขาประคองเธอลุกขึ้นยืนเธอก็ยังเอื้อมตัวขึ้นไปหอมแก้มเขาอีกหลายฟอดโดยที่เขาก็เอียงแก้มมาให้เธอหอมแต่โดยดีด้วย 

               “ไปแต่งตัวไปขี้เซา” ผู้กองพนาบอกอีกแล้วจูบหน้าผากของเธอเบาๆ จากนั้นก็เดินไปหยิบชุดเครื่องแบบของเธอออกมาจากตู้เสื้อผ้าให้ แก้วเจ้าจอมที่ยังนุ่งผ้าถุงกระโจมอกหลังอาบน้ำอยู่ก็เลยยืนเหม่อต่ออยู่ที่ข้างเตียง แล้วพอเธอทำท่าจะล้มลงไปนอนบนเตียงอีกครั้งผู้กองพนาก็รีบหันมาห้าม 

               “ถ้ากลับไปนอนอีกเดี๋ยวมีสั่งซ่อมให้วิ่งลากล้อรถอ้อมฐานสิบรอบ” โดนขู่แบบนี้เข้าไปแก้วเจ้าจอมก็แทบจะถอยหนีจากเตียงนอนไม่ทัน “รองเท้าของไนเปอร์อยู่ที่หน้าบ้านใช่มั้ย ไหนไปเอามาตรวจซิได้ขัดเงาบ้างรึเปล่า” 

               “ขัดไปเมื่อวานนี้ค่ะ” 

               “ไปเอามาตรวจ” เขาสั่งอีกด้วยน้ำเสียงดุๆ ขณะเตรียมชุดเสื้อผ้าให้ แก้วเจ้าจอมก็เลยทำหน้าหงิกใส่ที่เขาทำตัวเหมือนเป็นผู้ปกครองของเธอ สมัยเรียนแพทย์เธอก็ถูกตาหมอข้ามโขงแห่งแดนอีสานเพื่อนร่วมรุ่นสั่งตรวจรองเท้าคอมแบทตลอด พอไปทำงานก็ถูกทั้งผู้กองกรินทร์กับผู้หมวดศิขรินตรวจรองเท้าอีก แล้วนี่อะไร พอมีผัวก็ยังถูกผัวสั่งตรวจด้วยอีกคน 

               “เมื่อคืนเป็นผัว ตอนนี้เป็นพ่อไปซะละ” แก้วเจ้าจอมอดบ่นงึมงำๆ ไม่ได้แต่ก็ยอมออกไปเอารองเท้ามาให้เขาตรวจอย่างว่าง่าย เพราะชั้นวางรองเท้าอยู่ติดกับประตูบ้านพักอยู่แล้วเธอก็เลยเดินออกมาจากบ้านพักทั้งๆ ที่ยังนุ่งผ้าถุงกระโจมอกผืนสีเข้มอยู่ แต่ทว่า...เมื่อเธอเปิดประตูบ้านพักออกมา ยังไม่ทันจะได้เอื้อมมือไปหยิบรองเท้าเลยเธอก็ต้องชะงักไปเมื่อเห็นใครบางคนยืนอยู่ที่หน้าบ้านพัก 

               แก้วเจ้าจอมรีบปิดประตูทันทีด้วยกลัวว่าผู้กองพนาจะเห็นเขาเข้าแล้วมีเรื่องกันอีก นี่ก็ยังเช้ามืดอยู่แล้วทำไมอรินถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ 

               “...อะ...อริน” เธอเรียกเขาเสียงแผ่ว นับตั้งแต่วันที่พ่อกับแม่ของเธอมาที่นี่แล้วอนุญาตให้เธอกับผู้กองพนาคบกันต่อได้เธอก็ย้ายมาอยู่กับเขาที่บ้านพักหลังนี้ แต่ก็มีข้าวของบางอย่างที่เธอยังเก็บเอาไว้ที่บ้านพักหลังเดิม เมื่อพ่อกับแม่และคนในครอบครัวอนุญาตและเข้าใจเธอทุกอย่างแล้วหัวใจของเธอก็เลยเป็นอิสระมากขึ้นและไม่ต้องรู้สึกผิดต่อใครอีก หากผู้กองพนาจัดการเรื่องคดีเรียบร้อยแล้วเธอกับเขาก็จะแต่งงานกัน เธอยอมรับว่าเธอหลงลืมอรินไป นอกจากเวลางาน ยามว่างเธอก็จะมาขลุกอยู่แต่กับสามี หรือถ้าเขาติดงานไม่ว่างมาอยู่กับเธอเธอก็จะอยู่แต่ที่บ้านพักของเขาเพื่อรอเขากลับมาหา เธอใช้วันเวลาทุกอย่างอยู่แต่กับผู้กองพนาจนหลงลืมน้องชายคนนี้ไปเสียสนิท 

               “มะ...ไม่ได้เจอกันหลายวันเลย” เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไรเมื่ออรินยังคงยืนมองเธอนิ่ง 

               อรินมองสำรวจตามเนื้อตัวของเธอก็เห็นมีแต่รอยจูบ สีหน้าเธอเหมือนคนอดนอนมาทั้งคืนแต่ดวงตาก็ยังเป็นประกายอย่างมีความสุข เขาไม่ได้ตั้งใจจะมาที่นี่ตั้งแต่แรก ก่อนหน้านี้เขาจำได้ว่ามีสมุนไพรตัวหนึ่งอยู่ในป่าเลยเข้าไปเก็บเอาตอนเช้ามืดแต่พอขากลับเขากลับเดินหาสมุนไพรจนเพลินเลยหลงผ่านมาทางนี้เข้า จากที่คิดว่าจะทำเป็นไม่สนใจเขากลับเผลอมองลอดหน้าต่างของบ้านพักที่แง้มอยู่เข้าไปจนเห็น...ตอนที่แก้วเจ้าจอมนั่งคร่อมอยู่บนตักของผู้กองพนาแล้วทั้งสองคนก็... เขาไม่ได้ตั้งใจจะผ่านมาทางนี้เลยนับตั้งแต่ที่รู้ว่าเธอย้ายมาอยู่ที่นี่กับผู้กองพนา เธอดูมีความสุขมากเวลาที่อยู่กับเขา เธอทำตัวเหมือนเด็กสาวดูน่ารักอารมณ์ดีต่างกับตอนที่อยู่กับเขาซึ่งเธอจะวางตัวเป็นพี่สาวของเขาตลอด เธอเชื่อฟังคำสั่งของผู้กองพนา เป็นผู้ตามที่ดีแต่เวลาที่อยู่กับเขา กลับเป็นเขาที่ต้องเป็นฝ่ายตามเธอ มีเธอเป็นผู้นำ คำพูดของเธอยังคงวนอยู่ในหัวของเขาแบบซ้ำๆ ว่าเขายังเด็ก เขาเป็นน้องของเธอ นั่นสินะ เธอเป็นผู้หญิงที่เก่งไปหมดเสียทุกอย่าง เธอทำอะไรหลายๆ อย่างได้ไม่แพ้ผู้ชาย เธอเป็นผู้นำให้เขามาโดยตลอดเธอก็เลยรู้สึกว่าเธอพึ่งพาอะไรเขาไม่ได้ในขณะที่ผู้กองพนาเขากลับเป็นผู้ใหญ่และมีภาวะความเป็นผู้นำสูง แก้วเจ้าจอมอยู่กับเขาแล้วคงรู้สึกอบอุ่นมากและเหมือนกับเธอมีคนให้ได้พึ่งพาเธอก็เลยเห็นผู้กองพนาดีกว่าเขา 

               ตั้งแต่วันที่เธอกับผู้กองพนาเปิดเผยความสัมพันธ์กันเธอก็ไม่ค่อยมาเล่นหรือพูดคุยกับเขาอีก เหมือนเธอจะหลงลืมเขาไป เหมือนเธอจะไม่ต้องการเขาอีกแล้ว เธอจะรู้บ้างรึเปล่าว่าเขาคิดถึงเธอมากแค่ไหน ทั้งๆ ที่รู้ว่าจะต้องปวดใจแต่เขาก็ยังข่มใจทนอยู่ที่นี่ ทั้งหมดนี้ก็เพื่ออยู่คอยปกป้องเธอเพราะเขารักเธอและอยากรักษาสัญญาที่เคยให้ไว้ว่าจะอยู่ปกป้องดูแลเธอตลอดไป แต่ภาพที่เขาได้เห็นเมื่อก่อนหน้านี้มันก็ทำให้เขารู้สึกสติแตกและรับไม่ได้ เขารับไม่ได้เลยที่เห็นเธอกับผู้กองพนากำลัง...นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันทำไมเขาถึงต้องเดินผ่านมาทางนี้ ทั้งๆ ที่หน้าต่างในบ้านก็ปิดอยู่แต่เขาก็ยังมองเข้าไปในหน้าต่างบานที่แง้มอยู่ 

               “ก็มีผัวไปแล้ว จะสนใจส่วนเกินคนนี้ทำไม” ที่น่าเจ็บใจที่สุดคือเขายังอยู่ตรงนี้แทนที่จะรีบเดินหนีไป เพราะเขาคิดถึงเธอ เขาอยากเจอเธอถึงได้ยังอยู่ที่ตรงนี้ 

               “พี่ขอโทษนะที่...”  

               “เลิกขอโทษซักที พี่จะขอโทษไปทำไมซ้ำๆ ซากๆ ก็ในเมื่อขอโทษแล้วมันไม่ได้อะไรขึ้นมา ขอโทษแล้วพี่ก็ไม่เลือกผม ไม่รักผม มันมีอะไรดีนักหนาพี่ถึงไปรักไปหลงมันขนาดนั้น!!!” ไม่พูดเปล่าแต่อรินยังเดินเข้าไปหาแก้วเจ้าจอมด้วยจนเธอต้องรีบถอยหนี ยิ่งอรินเดินเข้าไปใกล้เธอมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งเห็นชัดว่าที่ตัวเธอมีร่องรอยรักของผู้กองพนาจารึกเอาไว้มากแค่ไหน สีหน้าอิดโรยขนาดนี้คงจะสนุกอยู่กับมันทั้งคืนล่ะสิท่า 

               “อริน มีอะไรไว้ค่อยไปคุยกันที่ฐานนะพี่ขอตัวก่อน” 

               “ไม่ให้ไป!!!” อรินเข้ามาฉุดข้อมือของเธอไว้แล้วมองไปทางบ้านพัก “ทำไม จะรีบเข้าไปหามันไปขึ้นเตียงกับมันอีกซักรอบหรอ หลงมันหนักล่ะสิท่า ลีลามันดีมากขนาดนั้นเลยรึไงถึงได้อยากจะเป็นเมียมันนัก!” 

               “เงียบเดี๋ยวนี้นะอริน!!! อย่ามาพูดอะไรแบบนี้กับพี่นะ เขาเป็นสามีของพี่พวกพี่จะทำอะไรกันมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเรา อรินมีสิทธิ์อะไรถึงได้มาพูดกับพี่แบบนี้ ขนาดคุณพ่อกับพี่ชายของพี่ยังไม่มีใครมาพูดแบบนี้กับพี่เลยนะ!” 

               “ก็เพราะว่าคนอื่นไม่พูดไงผมถึงต้องพูดแทน ไอ้พนามันจูบหวานนักหรอพี่ถึงชอบนัก เออ!!! ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าจูบของผมจะหวานสู้มันได้มั้ย!!!” แล้วด้วยความโกรธที่ก่อนหน้านี้ต้องมาเห็นภาพตำตาตำใจและที่ผ่านมาแก้วเจ้าจอมก็หลงลืมเขาไปทำให้อรินเกิดสติหลุดขึ้นมาจึงดึงเอาแก้วเจ้าจอมเข้าไปกอด แก้วเจ้าจอมที่ยังอ่อนเพลียอยู่จึงไม่ทันได้ระวังตัวจนเมื่ออรินโน้มหน้าลงมาประกบปากจูบเธอเธอก็ยิ่งรีบดิ้นหนี 

               เพี๊ยะ!!! 

               เธอตบหน้าอรินไปเต็มแรงเมื่อดิ้นหนีออกมาจากอ้อมกอดของเขาได้ มันเป็นการตบที่ตบแรงมากและตบแบบสุดแรงเกิดจริงๆ จนอรินหน้าหันเลือดไหลออกมาจากมุมปากไม่ขาดสาย ซึ่งระหว่างนั้นก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ผู้กองพนาเปิดประตูบ้านออกมาพอดีเพราะได้ยินเหมือนแก้วเจ้าจอมกำลังทะเลาะกับใครอยู่ แล้วเขาก็ออกมาทันได้เห็นอรินบังคับจูบเมียของเขาก่อนที่อรินจะถูกแก้วเจ้าจอมตบหน้าอย่างแรงด้วย 

               “ไอ้อริน...มึง!!!” 

               ผลัวะ!!! 

               ผู้กองพนาไม่รอช้าเข้าไปชกอรินซ้ำจนอรินทรุดล้มลงไปกับพื้น แล้วพอเขาจะเข้าไปเล่นงานอรินอีกแก้วเจ้าจอมก็รีบเข้าไปกอดห้ามเขาเอาไว้ 

               “พี่พนาอย่า อย่าทำน้อง...อย่าทำน้องของไนเปอร์...” เธอร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจและเจ็บปวดอย่างสุดๆ มันเป็นความเสียใจและเจ็บปวดมากจริงๆ เมื่อน้องชายที่เธอแสนรักมาทำแบบนี้กับเธอ เมื่อก่อนเธอเคยกอดและหอมแก้มอรินอย่างไม่คิดอะไรเพราะโตมาด้วยกัน การหอมแก้มกันก็เป็นการหอมแบบพี่น้อง เหมือนที่เธอกับพี่ชายและผู้หมวดศิขรินหอมกันทั่วไป แต่นี่...อรินกลับมาบังคับจูบเธอ จูบด้วยความรู้สึกที่ไม่ใช่พี่น้องกันแล้วเธอก็พลั้งมือตบอรินไปสุดแรง เธอไม่เคยคิดอยากจะตบตีน้อง แค่เธอทำให้อรินต้องอกหักผิดหวังเพราะเธอเธอก็เสียใจมากแล้ว เธอไม่ได้อยากจะทำแบบนี้กับเขาแต่เป็นเขาที่บังคับให้เธอต้องทำ 

               “พี่ไนเปอร์...” อรินไม่ได้มีท่าทีจะกลัวผู้กองพนาเลยแม้แต่น้อย เขายังคงมองมาที่แก้วเจ้าจอมด้วยความเจ็บปวดเช่นเดิม มองราวกับว่าผู้กองพนาไม่ได้อยู่ตรงนี้ด้วย 

               “เลิกพูดซักทีว่าผมเป็นน้องของพี่ เราสองคนไม่ใช่พี่น้องกัน เราไม่ได้เกิดมาจากพ่อกับแม่คนเดียวกัน ไม่ใช่สายเลือดเดียวกันเลยแม้แต่น้อย ผมอยากเป็นผัวพี่ไม่ใช่น้องชายพี่เมื่อไหร่พี่จะยอมรับเรื่องนี้ซักที” อรินพูดทั้งน้ำตา นี่เขาจะต้องเจ็บปวดเพราะเธอไปอีกนานแค่ไหน เมื่อไหร่เขาถึงจะดึงหัวใจออกมาจากเธอได้เสียที ยิ่งเขาเห็นแก้วเจ้าจอมยกมือขึ้นเช็ดปากเหมือนกับรังเกียจจูบของเขาเขาก็ยิ่งเจ็บจนต้องหัวเราะออกมาอย่างสมเพชตัวเอง 

               “...จูบของผมมันห่วยหรอพี่ไนเปอร์ ผมจูบสู้มันไม่ได้เลยใช่มั้ย” 

               “มึง!!!” 

               “พี่พนาอย่า!” แก้วเจ้าจอมยังคงกอดผู้กองพนาเอาไว้เพื่อไม่ให้เขาเข้าไปทำร้ายอริน ในขณะที่ผู้กองพนาอยากจะชักปืนออกมายิงอรินให้ตายๆ ไปเสียตอนนี้ ทั้งๆ ที่เขาอุตส่าห์เห็นใจอริน พยายามมองอรินให้เหมือนกับน้องชายคนหนึ่งแต่อรินก็ยังมารังแกแก้วเจ้าจอมจนได้ เขารักเธอเขาทะนุถนอมปกป้องเธอมาแทบตายพอมาเห็นอรินจูบเธอแบบนี้มันจะมีผัวซักกี่คนที่ทนได้เวลาเห็นเมียตัวเองโดนคนอื่นจูบ 

               “มึงไปเลยนะ!!! ถ้าไม่อยากตายมึงรีบไปไกลๆ กูแล้วก็อย่ามาเข้าใกล้เมียกูอีก ไป๊!!!” เขาชี้หน้าไล่อรินทั้งๆ ที่ความจริงอยากจะฆ่าอรินให้ตายเสียมากกว่า 

               “กล้าเรียกเมียได้เต็มปากเต็มคำทั้งๆ ที่มึงก็แย่งกูไปแท้ๆ” อรินไม่ได้กลัวผู้กองพนาเลยแม้แต่น้อย แต่เพราะเขาเห็นแก้วเจ้าจอมกำลังร้องไห้ออกมาอย่างหนักเขาถึงได้ยอมถอย เขามองเธออยู่สักพักก่อนที่สุดท้ายจะตัดใจแล้วเดินหนีไปเช่นเดียวกับที่แก้วเจ้าจอมค่อยๆ คลายกอดจากผู้กองพนา 

               เธอถอยออกห่างจากเขาก่อนจะรีบเข้าบ้านพักไปแล้วตรงไปที่ห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาใหม่โดยเฉพาะที่ปาก แม้ว่าเธอจะทั้งแปรงฟันใหม่หรือบ้วนปากอีกสักกี่ครั้งแต่มันก็ไม่อาจทำให้แผลที่ติดอยู่ในใจเธอจางหายลงได้ ยิ่งเธอเห็นผู้กองพนาตามเข้าหาด้วยความเป็นห่วงเธอก็ยิ่งไม่กล้าสู้หน้าเขา 

               “อย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามาใกล้ไนเปอร์” เธอรีบถอยหนีไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้ก่อนจะไปนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ที่พื้นข้างเตียงแล้วพยายามเช็ดปากของตัวเองอีกด้วยความรังเกียจ 

               “ไนเปอร์พอแล้ว หยุดถูปากตัวเองได้แล้ว” 

               “อย่าเข้ามาใกล้ไนเปอร์นะ พี่พนาไปไกลๆ อย่ามาถูกตัวไนเปอร์ ไนเปอร์ขยะแขยงตัวเอง...ไนเปอร์ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าพี่พนาด้วยซ้ำ” 

               “ไนเปอร์...” เขามองเธอร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความสงสารและเจ็บใจที่ไม่อาจปกป้องเธอจากอรินได้ ถ้าเขารู้ว่าอรินอยู่ที่หน้าบ้านเขาจะไม่บอกให้เธอต้องออกไปเจอกับอรินเลย “ไม่เอา พอแล้วอย่าทำแบบนี้” เขาเข้าไปดึงเอาเธอมากอดแม้ว่าเธอจะพยายามดิ้นหนีจากเขาก็ตาม “พี่ไม่ติดใจเรื่องนี้หรอกนะ พี่รู้ว่าไนเปอร์ไม่ได้เต็มใจพี่ขอโทษ พี่ผิดเองที่เป็นคนบอกให้ไนเปอร์ออกไปข้างนอก พี่ขอโทษนะที่ดูแลไนเปอร์ไม่ดีพอพี่ไม่รู้ว่าอรินจะกล้าทำถึงขนาดนี้” 

               “ไนเปอร์ขยะแขยงตัวเอง ฮือออ ไนเปอร์เป็นเมียของพี่พนาแต่ไนเปอร์ก็ยังถูกผู้ชายคนอื่นจูบ ไนเปอร์เกลียดตัวเอง” 

               “พี่บอกแล้วไงว่าพี่ไม่ติดใจ ไม่ถือสาเรื่องนี้” 

               “แต่ไนเปอร์ถือ” เธอผละออกจากอ้อมกอดของเขาแล้วหลับตาลงร้องไห้ออกมาอีก “แค่อรินคิดเกินเลยกับไนเปอร์ไนเปอร์ก็รับไม่ได้แล้ว แล้วนี่เขายังจะมา...ยิ่งเขาเป็นน้องชายของไนเปอร์ไนเปอร์ก็ยิ่งรู้สึกแย่ ไนเปอร์เสียใจ ไนเปอร์รู้สึกผิดต่อพี่พนาด้วย ต่อไปไนเปอร์คงไม่กล้าจูบกับพี่พนาอีก ปากของไนเปอร์แปดเปื้อนมันไม่สะอาด มันไม่...อื้มมม” ทุกๆ คำพูดของเธอถูกกลืนหายไปในทันทีเมื่อผู้กองพนาดึงเธอเข้ามาหาแล้วก้มลงมาจูบเธอ มันไม่ใช่จูบที่เพียงแค่เอาปากแตะกันเหมือนกับที่อรินทำแต่จูบของเขามันเป็นจูบที่อ่อนโยนและลึกซึ้งยิ่งกว่า เขาไม่เพียงแค่เอาปากแตะกับเธอแต่เขายังบดขยี้จูบเบาๆ ดูดเม้มริมฝีปากของเธอ อ้าปากงับริมฝีปากของเธอเบาๆ ก่อนจะสอดลิ้นเข้ามาเกี่ยวตวัดกับลิ้นของเธอเพื่อดูดซับความหวานล้ำแล้วใช้ลิ้นสำรวจไปทั่วโพรงปากของเธอด้วย จูบของเขามันทั้งอ่อนโยนและหวานล้ำบาดลึกเข้าไปสู่หัวใจของเธอแล้วยังแฝงไปด้วยความเร่าร้อนจนเธอหยุดร้องไห้ 

               “นี่คือจูบของพี่ มันช่วยทำให้ลืมเรื่องแย่ๆ ได้มั้ย” เขากระซิบถามชิดริมฝีปากของเธอ แต่เธอก็ยังไม่ทันจะได้ตอบเขาก็บดขยี้จูบลงมาซ้ำอีกและคราวนี้จูบของเขาก็เร่าร้อนยิ่งกว่าเดิมจนแก้วเจ้าจอมหลงเพลินค่อยๆ ลืมจูบของอรินไปในที่สุด ผู้กองพนาจูบเธออย่างดูดดื่มเนิ่นนาน มันเป็นจูบที่เต็มไปด้วยความรัก ความห่วงใยและความหวังดี เป็นการปลอบโยนที่ทำให้แก้วเจ้าจอมรู้สึกดีขึ้นมาได้ในที่สุด 

               “อื้มมม” แก้วเจ้าจอมเผลอครางออกมาเบาๆ ให้เขาโลมเลียจูบและดูดลิ้มชิมความหอมหวานจากปากของเธอจนเวลาผ่านไปเสียเนิ่นนานผู้กองพนาจึงค่อยๆ ถอนจูบออกแล้วซุกไซ้ที่แก้ม ซอกหูและลำคอของเธอต่อ ซึ่งเพียงเท่านี้ก็ช่วยทำให้แก้วเจ้าจอมรู้สึกดีมากขึ้นแล้ว 

               “อย่าคิดมากเลยนะครับ พี่ยังรักไนเปอร์เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง พี่พร้อมจะอภัยให้อรินได้แต่พี่จะไม่ยอมให้อรินมาเข้าใกล้ไนเปอร์อีก ที่ผ่านมาพี่เห็นแก่ความเป็นพี่น้องของไนเปอร์กับเขาเลยไม่ว่าอะไร แต่ถ้าอรินจะกล้าทำถึงขนาดนี้พี่คงยอมต่อไปอีกไม่ได้ ครั้งนี้เป็นแค่จูบพี่ยังพอทนได้ถ้าครั้งหน้าพี่ไม่อยู่แล้วอรินทำอะไรบ้าๆ ยิ่งกว่านี้ล่ะ ไนเปอร์เลิกคิดได้แล้วว่าเขาคือน้องชาย ตอนนี้อรินไม่ใช่น้องชายของไนเปอร์อีกต่อไป มันไม่มีน้องชายคนไหนจะกล้าทำกับพี่สาวของตัวเองแบบนี้หรอกนะ อรินเขามองไนเปอร์ในฐานะของผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาสามารถรักได้เพราะฉะนั้นไนเปอร์ก็ควรมองอรินในฐานะของผู้ชายคนหนึ่งที่สามารถทำอะไรๆ กับไนเปอร์ได้เหมือนกัน เขาไม่ใช่น้องชายของไนเปอร์อีกต่อไปแล้ว” 

               พอคิดตามที่เขาพูดแก้วเจ้าจอมก็น้ำตาร่วงออกมาอีก เธอโกรธอรินและโกรธมากด้วย แต่ความสัมพันธ์ยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมามันก็ทำให้เธอฝังจิตฝังใจไปแล้วว่าอรินเป็นน้องชายแท้ๆ ของเธอ เธอไม่สามารถตัดขาดกับพี่ชายฝาแฝดได้อย่างไรเธอก็ไม่สามารถตัดขาดกับอรินได้อย่างนั้น 

               “รับปากกับพี่นะ ต่อไปจะไม่เข้าใกล้อรินอีก” ผู้กองพนาประคองจับแก้มทั้งสองข้างของเธอเอาไว้แล้วให้เธอรับปากกับเขา 

               “...ไนเปอร์จะไม่อยู่กับอรินสองต่อสองอีก แต่ว่า...ถ้าให้ไนเปอร์ตัดอรินทิ้งไนเปอร์ทำไม่ได้ พี่พนาก็เคยมีน้องชายนี่คะ พี่พนาตัดขาดน้องชายตัวเองได้รึเปล่า” 

               “มันไม่เหมือนกัน ไนเปอร์กับอรินไม่ใช่พี่น้องกันโดยสายเลือด” 

               “แต่ไนเปอร์รักอรินเหมือนน้องแท้ๆ ที่ไนเปอร์เสียใจแบบนี้ก็เพราะว่าไนเปอร์คิดว่าอรินเป็นน้องชายแท้ๆ นี่แหละค่ะ ไนเปอร์อยากได้น้องชายคืน ไนเปอร์ไม่อยากให้อรินคิดอะไรแบบนี้กับไนเปอร์ อยากกลับไปเป็นแค่พี่น้องกันเท่านั้นไนเปอร์จะได้น้องชายคืนรึเปล่า” เธอโผเข้ามากอดผู้กองพนาอีก แต่คราวนี้ผู้กองพนาก็ไม่รู้ว่าควรจะตอบอะไรเธอไปเพราะเขารู้ดีว่าต่อให้แก้วเจ้าจอมรักอรินแบบน้องชายยังไงแต่อรินก็คงไม่อาจมองเธอเป็นพี่สาวเหมือนเดิมได้อีกต่อไป ความรู้สึกมันเปลี่ยนกันไม่ได้ ขนาดแก้วเจ้าจอมเธอก็ยังไม่อาจตัดอรินออกจากการเป็นน้องชายได้แล้วอรินจะเลิกรักเธอมากกว่าพี่สาวได้อย่างไร 

  

 

 

               แก้วเจ้าจอมกลับมาทำงานตามปกติด้วยหัวใจที่หดหู่เมื่อได้ยินผู้หมวดเผ่าเทพบอกว่าอรินขับรถออกไปจากฐานตั้งแต่เช้าแล้วแล้วก็ไม่ได้กลับมาอีกจนเย็นย่ำ ดาบดำรงที่เป็นห่วงเขาไม่ต่างกันก็ชวนลูกน้องอีกสามสี่คนไปช่วยกันตามหา แต่ไม่ว่าจะตามหาอย่างไรก็ไม่เจอจนแก้วเจ้าจอมยิ่งร้อนใจกลัวว่าอรินจะเป็นอันตรายหรืออาจจะถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายเล่นงานเอาก็เป็นได้ เธอถือวิทยุสื่อสารเอาไว้ตลอดเวลาเพื่อคอยฟังดูว่ามีเจ้าหน้าที่หน่วยไหนแจ้งการเกิดเหตุอะไรขึ้นหรือเปล่า แต่ทุกๆ อย่างก็เงียบกริบ เธอพยายามติดต่ออรินทุกๆ ช่องทางแต่เขาก็ไม่ยอมรับสาย ซึ่งมันทำให้แก้วเจ้าจอมยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่ 

               “ดาบคะ ดาบดำรง” แก้วเจ้าจอมรีบวิ่งเข้าไปหาดาบดำรงทันทีเมื่อเห็นเขากลับมาที่ฐานในเวลาหนึ่งทุ่มหลังจากที่ออกไปตามหาอรินอีกรอบตามคำสั่งของผู้กองพนา “ดาบเจออรินมั้ยคะ อรินอยู่ที่ไหน” 

               “คือ...” ดาบดำรงมีท่าทีอึดอัดใจที่จะตอบ ไม่รู้จะสงสารใครก่อนดีระหว่างผู้กองพนา แก้วเจ้าจอมแล้วก็อริน ผู้กองของเขานั้นก็ไร้ญาติขาดมิตร เมื่อก่อนทั้งนิ่งทั้งเย็นชา คิดแต่จะตายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันจนได้เจอกับแก้วเจ้าจอม ซึ่งเธอเข้ามาเติมเต็มชีวิตที่ไม่เหลือใครของผู้กองพนาให้กลับมาสดใสมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ส่วนแก้วเจ้าจอมเขาก็สงสารเธอตั้งแต่ตอนที่เธอความจำเสื่อมแล้วจำอะไรไม่ได้ เธอมีเพียงแค่ผู้กองของเขาเป็นที่พึ่งจนเมื่อความทรงจำทุกอย่างกลับคืนมาเธอกับผู้กองพนาก็พยายามเอาชนะใจทุกๆ คนเพื่อให้ได้ครองรักกัน ในขณะที่อรินนั้น...เขาเองก็ทั้งเป็นห่วงและสงสารอรินที่ตามแก้วเจ้าจอมมาด้วยหวังจะไขว่คว้าหัวใจเธอ ยอมย้ายตามมาที่นี่แต่ก็ต้องผิดหวังแล้วทั้งฐานนอกจากแก้วเจ้าจอมแล้วอรินก็สนิทกับเขาที่สุด มีเรื่องอะไรอรินจะเล่าให้เขาฟังทุกอย่าง เขาไม่รู้ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้อรินหนีหายไปแบบนี้ รู้แค่เพียงว่ามีเรื่องทะเลาะกันใหญ่โตกับแก้วเจ้าจอมเท่านั้นซึ่งถ้าให้เขาเดาก็คงไม่พ้นเรื่องรักสามเส้า 

               “ผมไม่เจอหมออรินเลยครับ โทรหาก็ไม่รับสาย” ความหวังของแก้วเจ้าจอมดับวูบลงทันทีเมื่อได้ยินแบบนี้ อรินคงโกรธแล้วก็เสียใจที่ถูกเธอตบหน้า เธอไม่เคยทำแบบนี้กับเขาป่านนี้เขาคงโกรธเกลียดเธอมากแล้ว 

               “ลองโทรไปถามพลร่มดู เผื่ออรินจะโทรไปหาพลร่ม” ผู้กองพนาแนะนำกับแก้วเจ้าจอมเพราะอรินกับอัศวินนั้นเป็นคู่พี่น้องที่สนิทกันอยู่ไม่ใช่น้อย 

               “โทรไม่ได้ค่ะ ตอนนี้พลร่มอยู่ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ คงไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้โทรศัพท์” นั่นสินะ ถ้าอัศวินกลับเข้าโรงเรียนไปแล้วการติดต่อกับทุกๆ คนก็เป็นเรื่องที่ยาก อรินที่รู้ข้อนี้ดีคงไม่โทรหาน้องชายหรอก 

               “เดี๋ยวไนเปอร์จะลองโทรหาคุณอาไกรจักรดูค่ะ” ตอนนี้คนที่แก้วเจ้าจอมไม่กล้าสู้หน้าด้วยมากที่สุดก็คือครอบครัวของอริน โดยเฉพาะคุณอาไกรจักรของเธอที่มั่นหมายอยากจะได้เธอไปเป็นลูกสะใภ้ อย่างตอนที่เธอได้รับอนุญาตให้คบกันกับผู้กองพนาได้ใหม่ๆ คุณอาทั้งสองคนก็โทรมาหาเธอ มาอวยพรความรักให้และขอให้เธอทะนุถนอมหัวใจของอรินไว้บ้าง อย่าเพิ่งตัดขาดไล่อรินไปไหนเพราะเขารักเธอมาก ซึ่งแก้วเจ้าจอมก็รับปากว่าจะไม่ทิ้งน้องไปไหนเพราะถึงอย่างไรอรินก็เป็นน้องชายของเธอ 

               ผู้กองพนาสั่งให้ลูกน้องทุกคนไปพักเพราะค่ำมืดแล้ว ใครมีหน้าที่อยู่เวรหรือทำอะไรก็ทำไป แต่ดาบดำรงกับผู้หมวดเผ่าเทพก็ยังอยู่กับเขาและแก้วเจ้าจอมเพื่อรอฟังข่าวของอรินและผู้หมวดเผ่าเทพจะอยู่เวรต่อในคืนนี้ด้วยเพราะผู้หมวดศิวะยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล งานทุกอย่างเขาเลยต้องจัดการแทนทำให้ดูยุ่งไปหมดจนไม่มีเวลาอยู่เป็นเพื่อนปลอบอรินตามประสาคนอกหักจากแก้วเจ้าจอมเหมือนกัน 

               แก้วเจ้าจอมติดต่อหาผู้กำกับไกรจักรหรือผู้กำกับกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 ในทันที ซึ่งเธอก็โล่งใจมากเมื่อผู้กำกับไกรจักรบอกเธอว่าอรินเพิ่งโทรมาหาผู้เป็นแม่เมื่อครู่นี้เอง นั่นหมายความว่าตอนนี้อรินยังปลอดภัยดีอยู่ ส่วนเรื่องที่ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนผู้กำกับไกรจักรเองก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะอรินไม่ได้บอก เขาบอกแค่ว่าตอนนี้กำลังนั่งดื่มเบียร์อยู่ริมเขื่อนบางลางเท่านั้น 

               “เขื่อนบางลางออกจะกว้าง แล้วหมออรินจะไปนั่งอยู่ตรงไหน” 

               “นั่นสิครับ ตอนผมออกไปตามหาเมื่อกี้นี้ก็ไม่เห็นมีใครออกนอกบ้านกันแล้วนะ” ดาบดำรงเห็นด้วยกับผู้หมวดเผ่าเทพ แก้วเจ้าจอมได้ยินแบบนี้ก็น้ำตารื้อขึ้นมาอีกทันทีด้วยความสงสารน้อง เธอกลัวไปหมด คิดไปสารพัด กลัวว่าอรินจะเมาแล้วตกน้ำตกท่าหรืออาจจะถูกคนร้ายลอบทำร้ายเอาเพราะอรินออกจากฐานไปโดยที่ยังแต่งเครื่องแบบของเจ้าหน้าที่อยู่ซึ่งถือว่าเป็นเป้าล่อคนร้ายชั้นดีเลยก็ว่าได้ 

               “งั้นรอดูพรุ่งนี้เช้าแล้วกัน ถ้าหมออรินยังไม่กลับมาผมจะไปตามหาเขาเอง” ผู้กองพนาสรุปแล้วบอกให้ดาบดำรงไปพักได้แล้วแล้วก็กำชับกับผู้หมวดเผ่าเทพอีกว่าหากได้ข่าวคราวของอรินแล้วก็ให้รีบมารายงานเขาด่วน 

  

 

 

               แก้วเจ้าจอมรู้สึกกินไม่ได้นอนไม่หลับเลยเพราะความเป็นห่วงอริน เธอโกรธที่อรินทำเรื่องบ้าๆ กับเธอเมื่อเช้านี้ แต่ความสัมพันธ์พี่น้องตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาก็ใช่ว่ามันจะตัดขาดกันได้ง่ายๆ ถึงเธอจะโกรธอรินแต่อีกใจก็รู้สึกผิดที่เผลอตีน้องไป เธอนั่งมองมือของตัวเองข้างที่ตบอรินไปเต็มแรงด้วยความรู้สึกผิดอย่างท่วมท้นหัวใจ พี่แฝดไม่เคยตบตีเธอแล้วถ้าพี่แฝดมาตบตีเธอเธอก็คงจะเสียใจมาก สำหรับอรินเองก็เช่นกัน น้องชายตัวน้อยๆ แสนน่ารักที่คอยวิ่งตามเธอ เชื่อฟังเธอทุกอย่าง เอาใจเธอตลอดเวลา เขารักเธอมากที่สุดแต่ในวันนี้เธอกลับตอบแทนเขาด้วยความเจ็บปวด เธออยากจะย้อนเวลากลับไปเหลือเกิน อยากย้อนกลับไปสมัยที่ยังเป็นเด็กตอนที่อรินยังตัวเล็กๆ วิ่งหอบของเล่นกับขนมมาให้เธออย่างเอาใจ ตาตี่ๆ ยิ้มทะเล้นๆ แบบนั้นเธอยังจำได้ขึ้นใจ 

               “พี่ขอโทษนะอริน เด็กดีของพี่...อรินกลับมาเป็นน้องชายที่น่ารักของพี่ได้มั้ย” เธอพูดกับอรินในภาพจากไอจี 

               ติ๊ง!!! 

               ทันใดนั้นก็มีข้อความไลน์ของอรินเด้งขึ้นมาที่หน้าจอโทรศัพท์ แก้วเจ้าจอมไม่รอช้ารีบเปิดอ่านในทันที 

               (“ผมขอโทษ”) เพียงแค่เห็นข้อความนี้แก้วเจ้าจอมก็น้ำตาร่วง เธอให้อภัยอรินตั้งแต่ที่เห็นข้อความของเขาเด้งขึ้นมาแล้ว 

               “อรินอยู่ที่ไหน รีบกลับฐานเถอะนะ” เธอพิมพ์ข้อความถามเขากลับ 

               (“พี่โกรธผมมากมั้ย”) 

               “กลับมาขอโทษพี่กับพี่พนา แล้วพี่จะไม่ถือสา” 

               คราวนี้อรินเงียบอยู่นาน เขาอ่านข้อความแล้วแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา แต่สักพักเขาก็ส่งภาพถ่ายกลับมาให้เธอดู มันเป็นภาพถ่ายวิวของเขื่อนบางลางยามค่ำคืน ผืนน้ำที่มืดสนิท ภูเขาและดวงดาวพราวระยับ 

               (“ดูดาวด้วยกันเป็นครั้งสุดท้ายนะยัยโหด”) ข้อความของอรินส่งมาเพียงแค่นี้ก่อนที่เขาจะไม่ตอบอะไรเธอมาอีก แม้ว่าเธอจะส่งข้อความไปหาเขาอยู่หลายครั้งแต่เขาก็ยังไม่เปิดอ่าน โทรหาก็ไม่รับจนเธอเริ่มใจไม่ดีแล้วกับข้อความที่ว่า ดูดาวด้วยกันเป็นครั้งสุดท้าย ทำไมล่ะ ทำไมต้องเป็นครั้งสุดท้ายด้วย ถ้าเขาอยากดูดาวกับเธอก็แค่กลับมาหาเธอเท่านั้น หรือเจ้าเด็กบ้านี่คิดจะทำอะไรโง่ๆ 

               พอคิดได้ดังนั้นแก้วเจ้าจอมก็รีบลุกขึ้นไปแต่งตัวทันที เธอสวมกางเกงขายาวสีดำ รองเท้าคอมแบทและเสื้อยืดแขนยาวสีดำ รวบผมยาวๆ ให้เรียบร้อยแล้วใส่เสื้อเกราะและหมวกกันกระสุน จัดเตรียมอาวุธทุกอย่างให้พร้อมทั้งปืนพกสั้นสองกระบอก มีดพกที่ผู้กองพนาเคยให้เธอกับมีดพกของเธอเองอีกอย่างละหนึ่ง มีดเล่มเล็กสำหรับขว้างปาอีกห้าเล่ม แม็กกาซีนกระสุนปืนสำรองพร้อมกับปืนยาวจู่โจม M4A1 เธอปกปิดหน้าตาให้มิดชิดขณะแอบออกมาจากบ้านพักซึ่งขณะนี้ผู้กองพนายังอยู่ที่ฐานกับผู้หมวดเผ่าเทพ 

               แก้วเจ้าจอมกลับมาที่ฐานอีกครั้งแล้วตรงไปยังจุดที่จอดรถมอเตอร์ไซค์และรถคันอื่นๆ ของฐานซึ่งเป้าหมายของเธออยู่ที่รถมอเตอร์ไซค์ของผู้กองพนาที่เขาลงทุนควักเงินของตัวเองซื้อมาเพื่อไว้ใช้สำหรับปฏิบัติงาน รถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่สีดำขนาดร้อยห้าสิบซีซี... 

               “อ้าวคุณหมอเองหรอครับ ผมก็นึกว่าใครซะอีก” เจ้าหน้าที่นายหนึ่งที่อยู่เวรเฝ้าในจุดนี้เอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นแก้วเจ้าจอม แล้วเขาก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นการแต่งตัวของเธอ นี่มีปฏิบัติการพิเศษอะไรรึเปล่าทำไมคุณหมอถึงแต่งตัวพร้อมรบแบบนี้ ถ้ามีปฏิบัติการพิเศษแล้วทำไมเขาถึงไม่เห็นรู้เรื่องอะไรเลย 

               “ฉันมีธุระด่วนต้องไปทำให้ผู้กองน่ะค่ะ ไว้ฉันไปแล้วฝากบอกผู้กองด้วยนะคะเดี๋ยวฉันกลับมา” 

               “เดี๋ยวก่อนสิครับ คือว่า...” นายตำรวจหนุ่มยังไม่ทันจะได้ถามอะไรเพิ่มเติมแก้วเจ้าจอมก็เข้ามาขับมอเตอร์ไซค์ของผู้กองพนาออกไปจากฐานแล้ว เสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มทำให้ทุกคนในฐานสงสัยกันนักว่าใครมาขับรถในเวลาค่ำมืดแบบนี้ แม้แต่ผู้กองพนาเองก็แปลกใจเพราะจำได้ว่านี่มันคือเสียงรถของเขา แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้วิทยุไปถามลูกน้องที่เฝ้าเวรอยู่ตรงจุดจอดรถเลย ลูกน้องคนดังกล่าวก็วิทยุมาหาเขาก่อนแล้ว 

               (“ผู้กองครับ คุณหมอแก้วขับรถของผู้กองออกไป บอกว่ามีธุระด่วนจะไปทำให้ผู้กองเดี๋ยวจะรีบกลับมาครับ”) 

               “อะไรนะ!” ผู้กองพนาร้องขึ้นแล้วหันมามองหน้ากันกับผู้หมวดเผ่าเทพและดาบดำรงทันที นี่เสียงรถที่เขาได้ยินเมื่อกี้นี้คือแก้วเจ้าจอมอย่างนั้นหรอ ยัยเด็กดื้อนี่ เขาบอกให้เธอกลับบ้านไปนอนพักแล้วทำไมถึงได้ทำแบบนี้ หรือว่า...อรินจะติดต่อกลับมาหาเธอ 

               “หมวดอยู่เฝ้าฐานนะ เดี๋ยวผมจะออกไปจัดการกับหมอดื้อก่อน” 

               “ได้ไงกันครับผู้กอง ค่ำมืดแบบนี้ให้ผมไปด้วยคนเถอะนะ” ผู้หมวดเผ่าเทพทำท่าจะลุกขึ้นไปคว้าปืนมาแต่ผู้กองพนาก็ยกมือขึ้นห้ามก่อน 

               “ไม่ได้ ที่ฐานต้องมีคนเฝ้า ตอนนี้หมวดศิไม่อยู่หมวดถือว่าเป็นกำลังสำคัญเลย” 

               “แต่ว่า...” 

               “ไม่เชื่อฟังกันแล้วใช่มั้ย” ผู้กองพนาหันมาถามเสียงดุใส่เขาจนผู้หมวดเผ่าเทพไม่กล้าขัดคำสั่งอะไรอีก  

               “งั้นก็ให้ผมตามผู้กองไปด้วยเถอะครับ อย่าออกไปคนเดียวเลยครับมันอันตราย อีกอย่างผมก็เป็นห่วงคุณหมอทั้งสองคนด้วย หมออรินยิ่งดื่มอยู่ไม่รู้จะเมาหนักแค่ไหน” เมื่อดาบดำรงอ้างแบบนี้ผู้กองพนาก็จำต้องให้เขาตามไปด้วยพร้อมกับลูกน้องอีกสี่คน หลังจากที่เตรียมอาวุธกันพร้อมแล้วทุกคนก็ซ้อนมอเตอร์ไซค์กันออกจากฐานในทันที 

  

 

 

               อรินที่นั่งดื่มอยู่คนเดียวริมเขื่อนบางลางค่อยๆ ยั้งตัวลุกขึ้นเมื่อมั่นใจว่ารอบๆ ตัวเขาไม่มีใครแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ตอนที่เขากำลังส่งข้อความไลน์หาแก้วเจ้าจอมได้มีรถต้องสงสัยขับวนผ่านมาทางนี้หลายรอบมากจนเขาต้องค่อยๆ ลงไปนอนราบกับริมขอบเขื่อนเพื่ออำพรางตัวเอง ดีว่าเขาจอดมอเตอร์ไซค์ซ่อนเอาไว้หลังพุ่มไม้อยู่จึงไม่เป็นที่สังเกต จากที่เมาๆ เขาสร้างเมาแทบจะในทันที จะวิทยุไปแจ้งเบาะแสเหล่าเจ้าหน้าที่ด้วยกันก็ไม่ได้พกวิทยุมาหรือแม้แต่แบตฯ โทรศัพท์ก็ยังมาหมดอีก เขาคิดว่าตัวเองอาจจะถูกฆ่าแน่ๆ ถ้ารถผู้ต้องสงสัยเป็นกลุ่มคนร้ายจึงได้ส่งข้อความไลน์ไปบอกกับแก้วเจ้าจอมอย่างนั้น ก็ได้แต่หวังล่ะว่ารถต้องสงสัยคันนั้นจะไม่ย้อนกลับมาทางนี้อีก 

               อรินลุกขึ้นนั่งอยู่ที่ริมเขื่อนตามเดิม ตอนนี้เบียร์ของเขาหมดไปแล้ว แบตฯ โทรศัพท์ก็หมดอีกเขาจึงได้แต่นั่งอยู่ท่ามกลางความมืดคนเดียวแหงนหน้ามองดูดาวด้วยความรู้สึกที่แย่ เมื่อก่อนตอนที่ยังอยู่แม่สอดเขาได้นั่งผิงไฟดูดาวกับแก้วเจ้าจอมแทบทุกคืน ยามหนาวเธอก็ชวนเขานั่งดื่มสาโทด้วยกัน พอเมาก็นอนมันอยู่ข้างกองไฟนั่นแหละจนผู้กองกรินทร์ต้องลากเขากับเธอเข้าไปนอนในบ้านพักให้เรียบร้อย หรือถ้าวันไหนไม่ได้ดื่มเขาก็จะมีหน้าที่ปิ้งมัน ปิ้งเผือกให้เธอกิน ชงชามาให้เธอจิบ อยู่ด้วยกันสองคนคอยดูแลกันและกัน เขามีความสุขมากจริงๆ แล้วก็ไม่เคยคิดห่วงหรือหวงว่าจะมีใครมาแย่งจีบเธอด้วยเพราะผู้หมวดศิขรินหวงเธอมากเลยโกหกกับใครเขาไปทั่วว่าเธอกับตัวเขาเองเป็นแฟนกัน ระดับลูกชายของรองแม่ทัพภาคอย่างผู้หมวดศิขรินใครจะกล้าไปแย่งแฟนนั่นจึงเป็นสาเหตุที่แทบจะไม่มีใครกล้ามาจีบแก้วเจ้าจอมเลยเพราะเธอมีพี่ชายอย่างผู้กองกรินทร์และผู้หมวดศิขรินคอยปกป้อง มันไม่เหมือนกับตอนนี้ หลังจากที่เธอถูกจับตัวไปคราวนั้นแก้วเจ้าจอมก็เปลี่ยนไป หัวใจที่เคยว่างเปล่าของเธอกลับมีคนอื่นเข้ามาอยู่แล้ว จากที่เมื่อก่อนเขาเคยเป็นน้องรัก เป็นเบอร์หนึ่งสำหรับเธอตอนนี้เขากลับถูกผู้กองพนาเขี่ยตกกระป๋อง เขายังจำได้ติดตาเมื่อเช้ามืดนี้ ตอนที่แก้วเจ้าจอมอยู่กับผู้กองพนาทั้งสองคนพลอดรักกันอย่างมีความสุข ผู้กองพนาเป็นคนที่ได้ครอบครองเธอแล้วเธอก็เต็มใจในขณะที่พอเป็นเขา เธอกลับรังเกียจอ้อมกอดและจูบจากเขา สายตาที่เธอมองเขามันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว 

               “ผมอยากลืมพี่ ผมไม่อยากจะจำพี่อีกต่อไปแล้ว ยิ่งผมคิดถึงพี่ผมก็ยิ่งเจ็บ ผมต้องทำยังไงถึงจะตัดใจจากพี่ได้ ผมต้องทำยังไงผมถึงจะหลุดพ้นออกมาได้” หยดน้ำตาของเขาร่วงริน ใครจะไปอยากทนเจ็บอยู่ที่นี่ แต่ที่เขาต้องทนอยู่ก็เพราะคำมั่นสัญญาที่เขาเคยให้เธอเอาไว้ เขาจะปกป้องดูแลเธอแม้ว่าเธอจะไม่ต้องการเขาแล้วก็ตาม ป่านนี้เธอคงจะเกลียดเขามาก เธอตบมาที่หน้าของเขาแต่เขากลับเจ็บลึกลงไปถึงหัวใจ ความหวังที่จะแย่งเอาเธอคืนมามันคงไม่มีอีกแล้ว 

               เสียงรถมอเตอร์ไซค์ดังมาตามถนนที่เลียบเขื่อนบางลางใกล้เข้ามายังจุดที่เขานั่งอยู่ก่อนที่เครื่องจะดับไป อรินรีบปาดน้ำตาออกแล้วหันไปมองตามเสียงนี้ก็เห็นเงาของใครคนหนึ่งกำลังกระโดดลงมาจากรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ จากรูปร่างของเงาที่เห็นเหมือนกับคนๆ นี้จะเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ผู้หญิงที่สะพายปืนมาพร้อมท่ามกลางความมืด ในระหว่างที่เขากำลังมองดูอยู่ว่าเธอเป็นใครก็เหมือนกับเธอจะสังเกตเห็นเขาเข้าจึงได้เปิดไฟฉายแล้วส่องมา 

               “อริน!!!” พอรู้ว่าเป็นเขาเธอก็ปิดไฟฉายแล้วรีบวิ่งเข้ามาหา หัวใจของเขาเต้นโครมครามขึ้นมาทันทีด้วยความดีใจที่เห็นว่าเธอมาอยู่ตรงนี้จนเผลอคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้...พี่ไนเปอร์มาตามหาเขาหรอ 

               พอคิดได้แบบนี้อรินก็รีบเดินขึ้นไปหาเธอบนถนนทันที แก้วเจ้าจอมที่แต่งชุดอาวุธครบมือค่อยๆ หุบยิ้มลงเมื่อเห็นหน้าเขาจากนั้นเธอก็เดินเข้ามาหาและ... 

               ผลัวะ!!! 

               เธอตบมาที่ศีรษะของเขาอย่างจังเมื่อเข้ามาถึงตัวเขาแล้ว พอตบเขาเสร็จเธอก็รีบถอยห่างออกไปจากเขาหลายก้าวเหมือนกับรังเกียจหรืออาจเป็นเพราะกลัวเขาทำอะไรบ้าๆ กับเธออีก 

               “ทำบ้าอะไรลงไป รู้มั้ยว่าทุกคนที่ฐานกำลังเป็นห่วงกัน” เธอตบเขาไม่พอยังต่อว่าซ้ำอีกแต่อรินก็ได้แต่ยืนนิ่ง เขายืนนิ่งๆ แล้วก็มองเธอ มองเหมือนกับที่เขามองมาตลอดยี่สิบกว่าปี มองเธอมาโดยตลอดโดยที่เธอไม่เคยมองเขาตอบบ้างเลย กลิ่นตัวหอมๆ ดวงตากลมโตหวานที่เป็นประกายเหมือนกับดวงดาวบนท้องฟ้า แก้มนวลเนียนผุดผ่อง คนที่ได้ครอบครองเธอช่างเป็นคนที่โชคดีเหลือเกิน 

               “พี่ตามหาผมเจอได้ยังไง” 

               “ดูรูปที่ส่งมาให้ไง ขับรถเทียบอยู่ตั้งนานว่าจุดไหนของเขื่อนบางลางถึงจะเห็นวิวแบบนี้แล้วก็เปิดแผนที่ดาวเทียบด้วย ในจุดที่ดาวแต่ละดวงอยู่ในเวลาเท่านี้มันควรจะมองมาจากจุดไหน” นั่นสินะ เขาก็ลืมไปว่าเธอถูกฝึกเรื่องพวกนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว ไม่เสียแรงที่เธอชอบเปิดแผนที่ดาวดูบ่อยๆ 

               “กลับฐานกันได้แล้ว” เธอบอกเขาอีกแล้วจะเดินกลับไปที่รถแต่เขาก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิมจนเธอต้องหันกลับมามอง “ทำไมถึงไม่ตามมา จะงอแงอะไรอีก” 

               งอแง...อรินแค่นยิ้มตาม จนแล้วจนรอดเธอก็ไม่เคยมองว่าเขาโตเป็นผู้ใหญ่แล้วสักที  

               “พี่ไนเปอร์ ถ้าเราตายแล้วกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งพี่จะรักผมได้มั้ย ขอซักชาติได้มั้ยให้พี่ได้รักผมบ้าง” 

               “ถ้าพี่สามารถเลือกแบบนั้นได้จริงๆ พี่จะขอเกิดมาเป็นคนรักของพี่พนาเพียงคนเดียวไปทุกชาติ” 

               “พี่รักเขามากขนาดนั้นเลยหรอ” อรินน้ำตาร่วงด้วยความเจ็บปวดเมื่อเธอไม่เปิดโอกาสให้เขาได้หวังเลย แม้แต่เรื่องของชาติหน้าเธอก็ยังปิดกั้นเขา 

               “อรินพี่ขอร้อง...ปล่อยพี่ไปเถอะ” ยิ่งเธอขอร้องแบบนี้อรินก็ร้องไห้ออกมาอย่างไม่นึกอาย เขาเบือนหน้าหนีจากเธอ ปวดไปทั้งใจจนมันชาและไร้ความรู้สึกแล้ว เธอบอกว่าไม่รักเขายังไม่เจ็บเท่ากับเธอขอร้องให้เขาปล่อยเธอไป เวลายี่สิบกว่าปีที่ผ่านมามันไม่เคยมีความหมายกับเธอเลยใช่มั้ย 

               “อรินกลับมาเป็นน้องชายของพี่ได้รึเปล่า มาเป็นน้องชายของพี่เหมือนพลร่ม เหมือนนาวิก ทัพฟ้าแล้วก็นาวี กลับมาเป็นน้องชายของพี่เถอะนะ มาทำงานด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน มาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม” 

               “มันไม่มีอะไรจะเหมือนเดิมได้อีกต่อไปแล้วล่ะพี่ไนเปอร์” อรินหันมาบอกเธอเสียงเศร้า “แต่ถ้าพี่อยากได้น้องชายคืน...ช่วยบอกผมทีว่าผมต้องทำยังไงผมถึงจะลืมความรักนี้ได้ ผมต้องทำยังไงผมถึงจะลืมพี่ ผมเองก็ไม่อยากเป็นแบบนี้ผมเจ็บปวดเจียนตายแล้วพี่รู้บ้างมั้ย ผมขอร้องพี่ไนเปอร์...ช่วยบอกผมทีว่าผมต้องทำยังไงผมถึงจะลืมพี่ได้ ต้องทำยังไงคำมั่นสัญญาที่ว่าผมจะดูแลปกป้องพี่ด้วยชีวิตมันถึงจะเป็นโมฆะ ผมขอร้องช่วยบอกผมทีอย่าให้ผมต้องเจ็บปวดไปอีกนานหรือเป็นแบบนี้ไปทั้งชีวิตเลย อย่าทรมานผมแบบนี้ได้โปรด...” อรินทรุดลงไปนั่งคุกเข่าขอร้องเธอจนแก้วเจ้าจอมน้ำตาร่วงตาม เธอสงสารอรินเหลือเกินแต่เธอก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรเหมือนกัน เธอไม่คิดมาก่อนว่าอรินจะรักเธอได้ฝังจิตฝังใจขนาดนี้ 

               “อริน...พี่ขอโทษ” แก้วเจ้าจอมจะเดินเข้าไปหาเขาแต่แล้วก็มีแสงไฟจากหน้ารถกระบะเก่าๆ คันหนึ่งส่องมาทางเธอกับอริน แล้วนอกจากรถกระบะคันนี้แล้วก็ยังมีมอเตอร์ไซค์อีกด้วยสามคันซึ่งดูแล้วไม่น่าจะเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยหนึ่งหน่วยใดแล้วก็ไม่น่าจะเป็นชาวบ้านด้วย 

               แก้วเจ้าจอมรีบปาดน้ำตาออกแล้วคว้าปืนยาวจู่โจม M4A1 ที่สะพายอยู่ขึ้นมาถืออย่างเตรียมพร้อม ส่วนอรินนั้นมีเพียงแค่ปืนพกสั้นขนาด 9 มม. อย่าง Sig Sauer p320 ติดกายเขาจึงรีบชักปืนออกมาแล้วเข้ามาดึงแก้วเจ้าจอมไปหา สายตาของเขาและเธอจับจ้องอยู่ที่กลุ่มรถคันดังกล่าวและในขณะเดียวกันก็แอบมองหาทางหนีทีไล่เอาไว้ด้วย ตอนนี้ทางด้านซ้ายมือคือผืนน้ำของเขื่อนบางลางส่วนทางขวามือคือภูเขาสูงซึ่งเป็นภูเขาหินชันไม่สามารถหลบหนีขึ้นไปได้ 

               “ใช่จริงๆ ด้วยสินะ ไม่เสียแรงที่ดักซุ่มอยู่ตั้งนานแล้วตามมา” เพราะแสงไฟจากหน้ารถทำให้แก้วเจ้าจอมมองไม่ออกว่าคนที่เดินลงมาจากรถนั้นเป็นใคร แต่จากเท่าที่ฟังน้ำเสียงเธอก็รู้สึกคุ้นๆ หูอยู่ไม่น้อยแม้แต่อรินก็ด้วย 

               “อ้อ! มึงก็อยู่ที่นี่ด้วยเหมือนกันหรอไอ้ตี๋ ไอ้หมอเวร!” เมื่อชายคนนี้เดินเข้ามาบังแสงไฟที่หน้ารถแล้วแก้วเจ้าจอมกับอรินก็ถึงกับเบิกตากว้างเมื่อได้เห็นหน้าชายคนนี้ชัดๆ ซึ่งมันเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก...สารวัตรคมกฤช ซึ่งสารวัตรคมกฤชก็มองมาทางอรินอย่างเคียดแค้นด้วยอีกคนเพราะตอนที่เขาถูกครอบครัวสุวรรณเวชจับไปทรมานนั้นอรินเป็นคนฉีดยาลดฮอร์โมนให้เขาจนทำให้เขาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เหมือนยิงปืนทีเดียวแล้วได้นกมาสองตัวเลย มันถึงเวลาที่เขาจะเอาคืนแก้วเจ้าจอมกับอรินบ้างแล้ว 

               “ยังไม่ตายอีกหรอ” แก้วเจ้าจอมถามสารวัตรคมกฤชขึ้นหลังจากที่ได้ข่าวว่าหนีการตามล่าของผู้เป็นนายจนแทบเอาชีวิตไม่รอด แล้วนี่ทำไมถึงมาโผล่ที่ยะลาได้กัน 

               “อีเด็กเวร! กูจะตายได้ยังไงก็มึงยังยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้” หลังจากที่วางแผนร่วมมือกับชารีฟและกาเซ็มแล้วสารวัตรคมกฤชก็มาแอบอยู่ใกล้ๆ กับฐานปฏิบัติการของตำรวจพลร่ม เฝ้ารอวันที่แก้วเจ้าจอมจะออกมาจากฐานให้เขาจัดการเหมือนอย่างวันนี้ที่เขากำลังจะถอดใจแล้วเพราะไม่เห็นเธอออกมาจากฐานเสียที แต่จู่ๆ เขาก็เห็นมีตำรวจนายหนึ่งขับมอเตอร์ไซค์ออกมาจากฐานในตอนค่ำ ดูจากรูปร่างบางๆ ตัวเล็กๆ แบบนี้ก็เดาได้ไม่ยากว่าคงเป็นผู้หญิง และผู้หญิงเพียงคนเดียวในฐานนี้ก็คือเธอเขาก็เลยแอบสะกดรอยตามเธอมา 

               “ใครกันแน่ที่จะตาย ฉันไม่กลัวแกหรอก!” แล้วพอแก้วเจ้าจอมตั้งท่าจะยิงสารวัตรคมกฤช ชายสามคนที่ขับมอเตอร์ไซค์มากับลูกน้องที่นั่งรถกระบะมากับสารวัตรคมกฤชอีกสี่คนก็ยกปืนขึ้นมาเล็งใส่เธอกับอรินเช่นกันทำให้แก้วเจ้าจอมไม่กล้าลงมือจริงๆ เพราะถึงเธอจะมีชุดเกราะแต่อรินนั้นกลับไม่มี แล้วระยะยิงที่ใกล้ขนาดนี้ต่อให้มีชุดเกราะก็ไม่น่าเสี่ยง 

               “ฮ่าๆๆ มึงอย่ามาดีแต่ปาก ตอนนี้มึงไม่มีทางหนีกูไปได้หรอกแล้วกูก็จะไม่ปล่อยมึงไปด้วย คราวก่อนมึงมันดวงดีหนีรอดไปได้ แต่คราวนี้แหละกูจะหาผัวให้มึงใหม่ก่อนตาย จะให้มึงตายทั้งๆ ที่กำลังมีผัวอยู่ พ่อกับปู่มึงจะได้อกแตกตายตาม” 

               “ไอ้สารเลว มึง!!!” 

               “อรินอย่า!” แก้วเจอมรีบดึงอรินเอาไว้เมื่อเขาโกรธที่สารวัตรคมกฤชมาพูดจากับแก้วเจ้าจอมอย่างนี้ เขาไม่ชอบให้ใครมาดูถูกเหยียดหยามเธอ เมื่อเช้านี้เขาพลาดทำกับเธอไปแล้วและครั้งนี้เขาจะไม่ยอมให้ใครมาว่าเธออีก 

               “ไอ้แมงดานกเขาไม่ขัน อย่าทำดีแต่ใช้อาวุธสิ แน่จริงก็มือเปล่าตัวต่อตัวเลยเป็นไง” แก้วเจ้าจอมพยายามหาทางรอด พวกมันมีปืนหลายกระบอกเธอกับอรินสู้มันไม่ได้หรอก แต่ถ้าเป็นตัวต่อตัวก็ไม่แน่เพราะนับตั้งแต่ที่เธอมาประจำการอยู่ที่ฐานปฏิบัติการของตำรวจพลร่ม ผู้กองพนาก็สอนยุทธวิธีทางการต่อสู้ให้เธออีกมากมายไม่ว่าจะเป็นการใช้อาวุธหรือแม้แต่วิชาหมัดมวย เขาฝึกเธอจนเธอแกร่งยิ่งกว่าเดิม เธอเองก็ร้อนวิชาอยากจะฟาดแข้งฟาดขาทดลองวิชาของเขาแล้วเหมือนกัน 

               เมื่อถูกท้าทายแบบนี้สารวัตรคมกฤชมีหรือจะไม่รับคำท้า เมื่อเห็นแก้วเจ้าจอมเก็บปืนแล้วสะพายเอาไว้บนหลังตามเดิมเขาก็สั่งให้ลูกน้องของชารีฟที่ติดตามมาเก็บปืนด้วยเช่นกัน จากนั้นก็สั่งให้ทุกคนดาหน้าเข้าไปจัดการกับเธอด้วยมือเปล่า 

               ผลัวะ!!! พลั่ก!!! 

               แก้วเจ้าจอมกระโดดถีบหน้าชายคนแรกที่วิ่งเข้ามาหาเธอ พอถีบหน้าเสร็จเธอก็หมุนตัวเตะก้านคาซ้ำจนชายคนนี้หมอบลงไปกับพื้นอย่างง่ายดายจนคนที่เหลือถึงกับชะงักเมื่อไม่อาจประมาทฝีมือของเธอได้แล้ว อรินเองก็ไม่ยอมปล่อยให้แก้วเจ้าจอมต้องรับมือคนเดียว เขาเองก็เข้ามาเล่นงานกลุ่มคนร้ายด้วยอีกคนและสงสัยนักว่าทำไมวิชาหมัดมวยของแก้วเจ้าจอมที่เมื่อก่อนแทบจะสู้เขาไม่ได้คราวนี้ฝีมือของเธอกลับแซงหน้าเขาไปไกลมาก แม้แต่การเคลื่อนไหวร่างกายก็รวดเร็วคล่องแคล่วจนสามารถล้มคนร้ายไปได้อย่างง่ายดาย 

               ผลัวะ!!! 

               แก้วเจ้าจอมฟันศอกใส่คนร้ายแล้วถีบมันไปให้อริน อรินจึงจัดการกับมันซ้ำโดยการหวดปืนตบมันไปอย่างแรง เมื่อเห็นว่าอรินเองก็สามารถรับมือกับคนร้ายได้แก้วเจ้าจอมก็พยายามบุกเข้าไปหาสารวัตรคมกฤชทันทีและหากใครขวางทาเธอเธอก็จะแจกหมัดและฝ่าเท้าให้ 

               “ไอ้แมงดานกเขาไม่ขัน!!!” คราวนี้เมื่อเธอบุกมาจนถึงตัวของสารวัตรคมกฤชแล้วเธอก็ออกอาวุธใส่เขาในทันทีทำเอาสารวัตรคมกฤชแทบจะหลบเธอไม่ทัน ถึงเขาจะอายุมากแล้วแต่ก็ยังพอมีฝีมืออยู่บ้างจึงพอจะรับมือกับเธอได้ 

               เพี๊ยะ!!! 

               ฝ่ามือของสารวัตรคมกฤชตบมาที่หน้าของเธออย่างแรงจนเลือดซึม ซึ่งยิ่งเธอเจ็บตัวแก้วเจ้าจอมก็ยิ่งแค้นจึงอาศัยความว่องไวปาดเท้าถีบสารวัตรคมกฤชบ้าง 

               ตุ๊บ!!! 

               แล้วไม่เพียงแค่นั้น เมื่อสารวัตรคมกฤชถูกเธอถีบแล้วแก้วเจ้าจอมก็ต้องซ้ำโดยการกระโดดถีบยอดหน้ามันอีกครั้ง 

               ผลัวะ!!! 

               งานนี้ทำเอาสารวัตรคมกฤชเซจนล้มหงายหลังไม่เป็นท่า แล้วเมื่อแก้วเจ้าจอมจะวิ่งตามเข้าไปซ้ำอีกสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อสารวัตรคมกฤชชักปืนออกมาแล้วเล็งมาที่เธอ 

               ปัง!!!  

               เสียงปืนดังสนั่นก้องไปทั้งเขื่อนบางลางพร้อมๆ กับที่แก้วเจ้าจอมทรุดลงไปกับพื้นเมื่อถูกยิงเข้าที่หน้าอกอย่างจัง ถึงแม้กระสุนปืนจะฝังเข้าที่เสื้อเกราะของเธอแต่แรงกระแทกของปืนก็ถึงกับทำให้เธอทรุดล้มลงไปกองอยู่ที่พื้น เธอเจ็บแน่นหน้าอกและจุกจนแทบหายใจไม่ออก แรงกระแทกของกระสุนทำให้เธอมึนงงไปชั่วขณะเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง เธอได้แต่บอกตัวเองว่าเธอจะหมดสติไม่ได้เด็ดขาด ถ้าเธอล้มลงไปคือเธอจะไม่มีโอกาสรอดเลยดังนั้นแก้วเจ้าจอมจึงพยายามประคองสติแล้วพยายามลุกขึ้นมานั่งด้วยความยากลำบาก แต่ทันทีที่เธอลุกขึ้นมานั่งแล้วก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่สารวัตรคมกฤชลุกขึ้นยืนแล้วเล็งกระบอกปืนมาที่เธออีกครั้ง เป้ายิงอยู่ที่ใบหน้าของเธอ เธอมองเห็นสายตาเคียดแค้นนี้อย่างชัดเจน สารวัตรคมกฤชคงอยากจะฆ่าเธอให้ตายมาตั้งนานแล้ว 

               “ตายซะเถอะมึง!!!” 

               “พี่ไนเปอร์!!!” 

               ปัง!!! ปัง!!! 

               “...กรี๊ด!!!” แก้วเจ้าจอมกรี๊ดร้องออกมาสุดเสียงกับภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าเมื่อสารวัตรคมกฤชลั่นไกปืนออกมาแล้วอรินที่สู้อยู่กับลูกน้องของสารวัตรคมกฤชได้วิ่งเข้ามาขวางทางกระสุนปืนเอาไว้ทำให้กระสุนปืนทั้งสองนัดฝังเข้าที่ร่างของเขาต่อหน้าต่อตาแก้วเจ้าจอม ถึงแก้วเจ้าจอมจะเคยเห็นคนถูกยิงมาเยอะแต่นี่...คนๆ นี้กลับเป็นน้องชายที่เธอรักสุดหัวใจ คือน้องชายผู้น่าสงสารที่เธอไม่อาจตัดขาดจากเขาได้ น้องชายตัวน้อยๆ ที่เคยวิ่งตามเธอมาตั้งแต่เด็กๆ น้องชายที่เคยส่งยิ้มหวานๆ มาให้เธอตลอดเวลา น้องชาย...ที่รักเธอสุดห้วงหัวใจของเขา 

               แก้วเจ้าจอมช็อคจนพูดอะไรไม่ออก หยดน้ำตาร่วงออกมาอย่างไม่รู้ตัวเมื่ออรินทรุดตัวลงมาคุกเข่าต่อหน้าเธอพร้อมกับกระอักเลือดออกมา ใจของเธอมันจะขาดเสียตอนนี้แล้ว มันจะขาดตามอรินไปอยู่แล้ว 

               “...พะ...พี่ไนเปอร์...” ร่างของอรินล้มทรุดลงไปต่อหน้าเธอ เขากระอักเลือดออกมาครั้งสองครั้งก่อนจะค่อยๆ แน่นิ่งไปโดยที่ก่อนดวงตาของเขาจะปิดลงเขามองมาที่แก้วเจ้าจอมตลอดเวลา มองเธอทั้งน้ำตาเหมือนกับไม่อยากจะพรากจากเธอไปไหน เขายังอยากจะอยู่กับเธอ ยังอยากเรียกเธอว่าพี่ไนเปอร์ ยังอยากวิ่งไล่ตามเธอ เอาของเล่นเอาขนมมาให้เธอเหมือนกับเมื่อตอนเด็กๆ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามแต่ เขาจะรักพี่ไนเปอร์คนนี้เสมอและจะรักตลอดไป... 

  

 

******************************************** 

เป็นตอนที่เสียน้ำตาให้กับอรินมากค่ะ สงสารน้องจริงๆ ก็เขารักของเขามาตั้งนานเนาะ 

น้องจะตายมั้ยเนี่ยใครก็ได้ช่วยบอกที T_T 

***************************** 

ตอนนี้จะมีหลายอารมณ์หน่อยนะคะ ปรับอารมณ์ทันรึเปล่า 

************************* 

 

น้องอริน ในจินตนาการของไรท์ค่ะ (ภาพจากเพจ ไดอารี่แฟน ตชด.) 

ขนมจีนทอดมันเมืองเพชรที่ยัยโหดอยากกินค่ะ (ภาพจาก Jiragarn Niemnon) 

ความคิดเห็น