facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 44.สัจจะโจร (NC20+)

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 27.4k

ความคิดเห็น : 65

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ธ.ค. 2563 15:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
44.สัจจะโจร (NC20+)
แบบอักษร

44.สัจจะโจร 

  

หลังจากที่ถูกครอบครัวสุวรรณเวชทรมานและบังคับให้สารภาพว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการค้ามนุษย์ สารวัตรคมกฤชก็ซัดทอดไปยังผู้เป็นนายใหญ่อย่าง สส.พศุตม์ทันที และด้วยอำนาจของครอบครัวสุวรรณเวชก็ทำให้ สส.พศุตม์ดิ้นไม่หลุดจนต้องหลบหนีไป แต่ด้วยความแค้นที่ถูกสารวัตรคมกฤชเปิดโปงเขาก็ได้สั่งให้ลูกน้องออกไล่ล่าแก้แค้นสารวัตรคมกฤชต่อทันทีทำให้สารวัตรคมกฤชตกที่นั่งลำบาก ทั้งต้องคดีแล้วยังมาถูกล่าอีกเขาจึงต้องหลบหนีอยู่ตลอดเวลา หนีไปทั่วประเทศแล้วก่อนจะมาหลบอยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยหวังจะมาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนเจ้าหน้าที่ที่เคยร่วมงานกัน แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นตามที่เขาหวังเมื่อเจ้าหน้าที่ที่เคยร่วมขบวนการค้ามนุษย์กับเขาถูกเด้งกันไปจนเป็นทิวแถว ส่วนคนที่ยังรอดและยังอยู่ในราชการก็ไม่กล้าให้ความช่วยเหลือใดๆ ด้วยเกรงกลัวในอำนาจของครอบครัวสุวรรณเวช ไหนจะพลโทคีรินทร์กับรองกรันณ์อีกที่ใครๆ ต่างก็ไม่อยากจะมีปัญหาด้วย สารวัตรคมกฤชก็เลยเหมือนถูกเพื่อนเจ้าหน้าที่ด้วยกันลอยแพจนต้องร่อนเร่อยู่ในพื้นที่ต่อเพื่อหาทางหลบหนีออกจากประเทศ ซึ่งก็ติดปัญหาอยู่ที่ตอนนี้ตามแนวชายแดนมีเจ้าหน้าที่เข้าไปประจำการและออกลาดตระเวนอยู่บ่อยครั้งทำให้ไม่สบโอกาสที่เขาจะหนีออกไป 

ร่างสูงนั่งจิบกาแฟอยู่ในเพิงร้านอาหารเล็กๆ ริมถนนที่เชื่อมติดกับภูเขาสูง สายตาเหนื่อยล้าจากการหลบหนี ดีที่ว่ายังมีเงินเก็บอยู่ไม่น้อยจึงทำให้ช่วงนี้เขายังคงหลบซ่อนตัวได้อย่างสบาย แต่ในเรื่องของความปลอดภัยนั้นคงยากจะคาดเดาได้ เมื่อหลายวันก่อนขณะที่เขากำลังหลบหนีลูกน้องของ สส.พศุตม์อยู่นั้นจู่ๆ เขาก็ได้บังเอิญเจอกับคนที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดนั่นก็คือแก้วเจ้าจอม นังตำรวจลูกหลานของพวกสุวรรณเวช เพราะมันคนเดียวที่ทำให้ทุกๆ อย่างพังไปหมดเพราะนอกจากเขาจะต้องคอยหลบหนีการตามล่าของ สส.พศุตม์แล้วแล้วก็ยังต้องคอยหลบหนีอำนาจของครอบครัวนี้อีกที่ส่งลูกน้องตามสืบ ตามล่าเขาอยู่เหมือนกันจนเขาต้องพบเจอกับศึกหลายทาง ถ้าไม่ติดว่าเขากำลังหลบหนีคนของ สส.พศุตม์อยู่และแก้วเจ้าจอมก็มีผู้กองพนาอยู่ด้วยป่านนี้เขาคงจัดการกับตัวต้นเหตุไปแล้วแล้วค่อยป้ายความผิดนี้ให้กับพวกผู้ก่อการร้ายในพื้นที่แทน 

“คุณ! ร้านจะปิดแล้วนะ” เสียงชายเจ้าของร้านตะโกนบอกด้วยภาษากลางสำเนียงใต้ สารวัตรคมกฤชจึงยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู ซึ่งก็เป็นเวลาจวนจะเย็นมากแล้ว คืนนี้เขายังไม่มีที่พักเลย 

“ไม่ได้เปิดร้านทั้งคืนหรอ” เขาถามกลับ ชายเจ้าของร้านที่กำลังเก็บร้านอยู่จึงหันมาส่ายหน้าตอบ 

               “เปิดทั้งคืนแล้วจะขายให้ใคร ไม่ใช่เซเว่นฯ นะที่จะได้เปิดตลอดเวลา คุณเป็นคนต่างถิ่นใช่มั้ย รีบๆ กลับไปได้แล้วไปแถวนี้เวลาค่ำๆ มันไม่น่าไว้ใจ” 

               “คนร้ายชุมรึไงแถวนี้” 

               “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ตรงนี้ไม่ได้อยู่ในเขตเมืองยิ่งเย็นยิ่งดึกก็จะยิ่งเปลี่ยวแล้วก็มืด ถ้าไม่ใช่พวกเจ้าหน้าที่ก็ไม่มีใครอยากเข้ามาเสี่ยงหรอก” ชายเจ้าของร้านตอบอีก แต่ถึงถนนเส้นนี้จะดูเปลี่ยวแต่ก็เป็นทางผ่านของการเดินทางสู่สถานที่ท่องเที่ยว หากเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยวเขาก็จะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาอุดหนุนพอให้มีรายได้บ้าง 

               “แถวนี้มีที่พักมั้ย โรงแรมเล็กๆ น่ะ” สารวัตรคมกฤชเดินเข้าไปถามชายเจ้าของร้านที่ขณะนี้เก็บร้านเสร็จแล้วและกำลังจะไปขึ้นมอเตอร์ไซค์เพื่อเดินทางกลับบ้าน พอสารวัตรคมกฤชเดินเข้ามาถามเขาก็มองสารวัตรคมกฤชอย่างสำรวจ สงสัยนักว่าชายคนนี้เป็นใครกันแน่ จะว่านักท่องเที่ยวก็ไม่น่าจะใช่ คนร้ายก็ไม่เชิง บุคลิกภายนอกดูดีคล้ายกับพวกเจ้าหน้าที่แต่ทำไมต้องปิดบังใบหน้าเสียมิดชิดด้วย ร้านของเขาก็เคยมีพวกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารมาอุดหนุนอยู่บ่อยๆ เหมือนกันแต่คนที่มีพฤติกรรมแปลกๆ แบบนี้น่ะไม่เคยเห็นมาก่อนเลย 

               “โรงแรมหรอ แถวนี้คงหายากหน่อยยังไงคุณก็ลองขับรถเข้าไปดูในเมืองแล้วกัน” 

               “เฮ้ยเดี๋ยวก่อน” สารวัตรคมกฤชรีบยกมือห้ามเมื่อชายเจ้าของร้านทำท่าจะขับมอเตอร์ไซค์ออกไป และไม่เพียงแค่ยกมือห้ามอย่างเดียวแต่เขายังหยิบแบงค์พันจำนวนหลายใบออกมาโบกล่อไปมาด้วย 

               “ให้ฉันไปพักด้วยคืนหนึ่งแล้วฉันจะจ่ายให้มากกว่านี้” 

               “โห...” ชายเจ้าของร้านมองแบงค์ในมือของสารวัตรคมกฤชอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา เงินเยอะขนาดนี้ให้ค้างแค่คืนเดียวมันคุ้มยิ่งกว่าคุ้มเสียอีก แต่...ถ้าจะมีเงินเยอะขนาดนี้ รถที่ขับมาก็ไม่ใช่ขี้เหร่แล้วทำไมถึงไม่ยอมไปเปิดโรงแรมดีๆ พักให้สบาย ทำไมต้อง... 

               ปังๆๆๆ 

               ทันใดนั้นเสียงปืนก็ดังลั่นขึ้นทำให้สารวัตรคมกฤชรีบก้มตัวหมอบลงไปกับพื้นตามสัญชาตญาณ ตอนแรกเขาคิดว่าคงเป็นลูกน้องของ สส.พศุตม์ที่ตามหาตัวเขาจนเจอแล้วเลยเข้ามาเล่นงาน แต่ที่ไหนได้กระสุนทั้งสี่นัดกลับฝังเข้าที่ร่างของเจ้าของร้านแทนทำให้เจ้าของร้านล้มลงและขาดใจตายในทันที พอเห็นแบบนี้สารวัตรคมกฤชก็ทำท่าจะชักปืนของตัวเองออกมาเพื่อป้องกันตัวบ้าง 

               ผลัวะ!!! 

               แต่ปืนในมือของเขาถูกใครคนหนึ่งเตะจนกระเด็นไปไกล แล้วพอเขาเงยหน้าขึ้นไปมองก็พบว่าขณะนี้ได้มีชายฉกรรจ์จำนวนเกือบสิบคนเข้ามายืนรายล้อมเขาเอาไว้ อาวุธปืนหลายกระบอกเล็งมาที่เขาจนเขาไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวจนต้องกลั้นหายใจซ้ำ หัวใจเต้นแรงระรัวเหงื่อซึมออกมาเป็นจำนวนมาก คิดว่าตนต้องไม่รอดแล้วแน่ๆ เพราะดูจากการแต่งกายและพฤติกรรมแล้วชายเหล่านี้คงเป็นกลุ่มผู้ก่อการร้ายในพื้นที่อย่างแน่นอน แต่ละคนปกปิดใบหน้าเอาไว้อย่างมิดชิดแต่ทว่ากลับมีชายคนหนึ่งที่ไม่ได้ปกปิดใบหน้าเหมือนคนอื่น สารวัตรคมกฤชมองดูแล้วก็ยิ่งรู้สึกหวั่นเมื่อจำได้ว่าชายคนนี้คือ ชารีฟ คนร้ายที่เคยแหกคุกออกมาเมื่อหลายเดือนก่อนและมีหมายจับยาวเป็นหางว่าว ทุกๆ คดีที่ชารีฟก่อล้วนแต่เป็นคดีลอบสังหารเหล่าเจ้าหน้าที่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนแทบทั้งสิ้น 

               “กูจับโจรในคราบตำรวจได้เว้ย” ชารีฟบอกกับลูกน้องด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันสารวัตรคมกฤชอย่างเต็มที่ สีหน้าและแววตามีแต่ความสมเพชมอบให้ 

               “ไอ้ตำรวจชั่ว! เก็บมันเลยมั้ยนาย” 

               “ยังก่อนเว้ยมันยังมีประโยชน์อยู่ เอาตัวมันกลับไปที่ฐานก่อนแล้วกันกูว่ากูมีธุระทางราชการจะคุยกับมัน” พอได้ยินแบบนี้สารวัตรคมกฤชที่ยังนั่งอยู่กับพื้นก็ทำท่าจะลุกหนี แต่ก็ไม่สำเร็จเมื่อถูกกระบอกปืนของใครสักคนในกลุ่มทุบเข้าที่ด้านหลังอย่างจังทำให้เขาหมดสติไปในทันที 

               ผลัวะ!!! 

  

 

 

               สารวัตรคมกฤชรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเมื่อถูกน้ำสาดเข้าอย่างจังที่หน้า เขาสะบัดหน้าไปมาอยู่พักหนึ่งก่อนจะค่อยๆ มองรอบกายด้วยท่าทีตื่นตะหนก ตอนนี้ทุกๆ อย่างรอบตัวของเขามืดไปหมด เขาถูกจับมัดเอาไว้กับต้นไม้ใหญ่ มีคบไฟตั้งอยู่เป็นจุดๆ ท่ามกลางผืนป่าลึกที่คาดว่าน่าจะเป็นผืนป่าไหนสักที่ในจังหวัดยะลา เหมือนกับที่นี่จะเป็นฐานซ่อนตัวของคนร้ายเพราะมีกระท่อมไม้หลังเล็กๆ ที่สร้างอย่างง่ายๆ อยู่ไม่กี่หลัง แต่บนยอดไม้สูงเขาก็สังเกตเห็นว่าที่ปลายยอดไม้บางต้นมีแสงไฟส่องออกมา คาดว่าคนร้ายกลุ่มนี้มันจะสร้างที่พักกันบนต้นไม่เพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ด้วย สารวัตรคมกฤชแสดงอาการหวาดกลัวออกมาอย่างเห็นได้ชัดด้วยไม่แน่ใจว่าตนถูกพาตัวมาที่นี่ด้วยเหตุใดเพราะเท่าที่รู้มาชารีฟเป็นพวกที่เกลียดเจ้าหน้าที่เข้าไส้เลย แล้วกับเขาล่ะ มันจะทำอะไรเขารึเปล่า 

               “ไง ไอ้ตำรวจแมงดา” เสียงที่ทักเขาขึ้นไม่ใช่ชารีฟ หากแต่เป็นชายหน้าดุที่ไว้หนวดเครารุงรัง หน้าตาเอาเรื่องและดูเลือดเย็นมาก สารวัตรคมกฤชจ้องมองชายคนนี้อยู่นานกว่าจะนึกออกว่าเขาชื่อกาเซ็ม เป็นสหายกันกับชารีฟและร่วมมือกันก่อคดีมาแล้วมากมาย แต่ที่เขาจำกาเซ็มไม่ได้ในตอนแรกก็เพราะ...กาเซ็มมีไม้ช่วยพยุงตัวเหมือนกับว่าขาของเขาจะเคยได้รับบาดเจ็บจนทำให้ไม่สามารถเดินได้เหมือนคนปกติทั่วไป จากประวัติของกาเซ็มเขาไม่เคยมีประวัติพิการมาก่อนเลย แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้เป็นแบบนี้กัน 

               “พวกมึงจับกูมาทำไม จะฆ่ากูหรอ” 

               “ก็น่าฆ่าอยู่นะ เริ่มจากยิงตรงไหนก่อนดีล่ะ” กาเซ็มแกว่งปืนในมือไปมาอย่างข่มขู่แต่จริงจังจนชารีฟต้องเดินเข้ามาห้าม 

               “มึงอย่าเพิ่งฆ่ามัน จำที่กูบอกไม่ได้หรอว่าศัตรูของศัตรูคือมิตร” 

               “มิตรห่าอะไร! ขนาดพวกมันเป็นตำรวจเหมือนกันแท้ๆ ก็ยังหักหลังกันเองเลย แล้วกูกับมึงที่เป็นคนร้ายมีหมายจับล่ะ มึงคิดว่าคนอย่างไอ้ตำรวจแมงดาที่หากินโดยการจับผู้หญิงไปค้ากามจะมีสัจจะจริงๆ หรอ ถุย!!! ฝันไปเถอะว่ะ” 

               “ก็เพราะมันไม่มีสัจจะฆ่าได้แม้แต่พวกเดียวกันนี่ไงกูถึงต้องเอามันมาใช้งาน หรือมึงไม่อยากแก้แค้นคนที่ทำให้มึงมีสภาพแบบนี้!” ชารีฟชี้มาที่ขาข้างหนึ่งของกาเซ็มที่ไม่สามารถเดินได้เหมือนปกติอีกเพราะเหตุปะทะกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพลร่มและทีมลาซูกลางป่าที่เขื่อนบางลาง ในตอนที่ปะทะกันคราวนั้นกาเซ็มพลาดถูกผู้กองพนายิงเข้าที่ขาอย่างจัง เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสโดยที่ไม่สามารถไปรักษาตัวที่สถานพยาบาลที่ไหนได้เลยจนชารีฟได้ให้ลูกน้องไปลักพาตัวหมอมารักษาเขา แต่กว่าจะรักษาได้ทุกอย่างก็สายไปเมื่อขาข้างที่ถูกยิงของกาเซ็มไม่สามารถเดินได้เช่นคนปกติ แม้จะยังพอเดินได้ มีเรี่ยวแรงอยู่แต่ก็ใช้งานไม่ได้คล่องแคล่วอีกต่อไปจนต้องอาศัยใช้ไม้ช่วยพยุงตัว 

               พอถูกชารีฟจี้ปมในเรื่องนี้กาเซ็มก็ยิ่งแค้น ขนาดส่งลูกน้องไปแก้แค้นผู้กองพนาที่โรงเรียน ตชด. เมื่อไม่นานมานี้หวังจะเก็บแก้วเจ้าจอมเมียของมันให้มันต้องเจ็บบ้างแต่แผนทุกอย่างก็ผิดพลาดไปหมด ยิ่งแก้วเจ้าจอมเป็นลูกหลานของคนใหญ่คนโต การที่เขาประกาศตัวเป็นศัตรูกับเธอก็เท่ากับประกาศตัวเป็นศัตรูกับครอบครัวสุวรรณเวชที่มีอำนาจมากมายมหาศาล การจะเข้าไปลอบสังหารเธอคงไม่ง่ายอีกต่อไปเช่นเดียวกับที่ผู้กองพนาเองก็คงจะแค้นพวกเขาอยู่ไม่น้อยและคงจะกำลังหาทางจัดการกับพวกเขาอยู่ มีหลายครั้งที่ผู้กองพนาแอบลอบเข้าป่ามาสืบหาฐานที่ตั้งของพวกเขาเพียงลำพังและได้เบาะแสของพวกเขากลับไปทุกครั้งทำให้พวกเขาต้องย้ายฐานที่ตั้งหนีบ่อยๆ จะเล่นงานและเก็บตอนที่ผู้กองพนาเข้าป่ามาคนเดียวก็ไม่ได้เพราะไอ้ผู้กองคนนี้มันฝีมือไม่ธรรมดาเลย ทุกๆ การเคลื่อนไหวของมัน มันไม่ทิ้งร่องรอยให้พวกเขาติดตามไปเล่นงานมันได้เลยสักครั้ง เหมือนมันมาสืบหาพวกเขาถึงในป่า จากนั้นก็อันตรธานหายไปเสียดื้อๆ ราวกับภูติผีก็ไม่ปาน 

               “ทำไมกูจะไม่อยากแก้แค้นมัน มันทำกับขาของกูขนาดนี้กูไม่ปล่อยมันเอาไว้หรอก ชาตินี้ไม่มันก็กูต้องตายกันไปข้างหนึ่ง!!!” 

               “แน่นอน ไอ้ผู้กองนั่นมันต้องตาย” ชารีฟยืนยันแล้วชี้มาทางสารวัตรคมกฤช “ไอ้ตำรวจแมงดานี่จะเป็นคนช่วยให้พวกเราแก้แค้นมันได้” 

               สารวัตรคมกฤชฟังที่ชารีฟกับกาเซ็มพูดกันแล้วก็พอจะคาดเดาอะไรได้ เหมือนทั้งสองคนนี้จะมีความแค้นกันกับผู้กองพนา ถ้าเขาร่วมมือกับทั้งสองคนบางทีเขาอาจจะรอดก็ได้ เขาเองก็ไม่ได้มีความแค้นแค่กับแก้วเจ้าจอมเพียงคนเดียวเท่านั้นแต่ผู้กองพนาก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เขาต้องพลอยลำบากแบบนี้ ในวันที่พวกสุวรรณเวชรวมตัวกันไปจับเขา ไอ้ผู้กองคนนี้นี่แหละที่มันเป็นคนจัดการเขาเองกับมือแล้วมันก็ยังคอยให้ความคุ้มครองแก้วเจ้าจอมอีกด้วย ถ้าไม่มีมันเขาก็จะจัดการกับแก้วเจ้าจอมได้ง่ายขึ้น 

               “พวกมึงอยากให้กูช่วยจัดการกับผู้กองพนาใช่มั้ย” สารวัตรคมกฤชถามขึ้นในทันทีเมื่อคิดว่าตนกับชารีฟและกาเซ็มมีเป้าหมายเดียวกัน 

               “กูจะช่วยพวกมึงกำจัดผู้กองพนาก็ได้ กูเป็นตำรวจ กูรู้ยุทธวิธีต่างๆ หรือการทำงานของพวกตำรวจด้วยกันเป็นอย่างดี กูมองเกมของพวกมันได้ แต่...” 

               “แต่อะไร” ชารีฟหันมาถาม ไอ้ตำรวจแมงดาหนีหมายจับและถูกเจ้านายเก่าตามล่าอย่างมันยังจะกล้ามามีข้อแม้อะไรกับเขาอีก 

               “พวกมึงต้องช่วยกูกำจัดอีนังหมอตำรวจที่อยู่กับมันให้กูด้วย กูกับมันมีความแค้นต่อกัน” 

               “เมียไอ้ผู้กองนั่นน่ะหรอ หึ! ได้ อีนังนี่มันก็ทำกูไว้แสบเหมือนกัน คราวก่อนถูกกูยิงจนตกเรือไปแล้วแต่แม่งก็ยังเสือกรอดมาได้อีก กูจะฆ่ามันให้หมดทั้งผัวทั้งเมียนี่แหละ ให้พวกมันไปครองรักกันในนรกเลย” ยิ่งพูดเรื่องนี้กาเซ็มก็ยิ่งแค้นเพราะรู้ดีว่าแก้วเจ้าจอมนั้นก็มีฝีมือทางการรบที่ไม่ธรรมดาเลย การยิงปืนของเธอนั้นสูสีกันกับเขามากแล้วเขาก็ไม่พอใจมากที่เห็นผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบนั้นริอาจหาญมาเก่งเทียบเท่าผู้ชาย 

               เมื่อตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วถึงเป้าหมายที่มีร่วมกันชารีฟก็สั่งให้ลูกน้องมาปล่อยตัวสารวัตรคมกฤชแล้วให้เขาไปพักได้ แต่ก็ต้องมีลูกน้องของเขาคอยติดตามเพื่อป้องกันไม่ให้สารวัตรคมกฤชคิดตุกติกอะไร แล้วถ้าสารวัตรคมกฤชคิดไม่ซื่อขึ้นมาเมื่อไหร่เขาจะได้กลายเป็นศพหัวขาดอยู่กลางป่าทันที 

               “มึงคิดจะเอามันเป็นพวกจริงๆ ใช่มั้ย” กาเซ็มถามชารีฟเมื่อสารวัตรคมกฤชถูกพาตัวไปจากที่ตรงนี้แล้ว แม้กาเซ็มจะมีท่าทีเห็นด้วยกับการกำจัดผู้กองพนากับแก้วเจ้าจอม แต่ในเรื่องความไว้ใจนั้นเขาไม่ได้มีให้สารวัตรคมกฤชเลยแม้แต่น้อย 

               “มึงคิดว่ากูจะโง่เอาไอ้ตำรวจแมงดานั่นมาเป็นพวกจริงๆ หรอ” ชารีฟถามกลับ เพราะสำหรับเขา เขาคิดอะไรได้ล้ำลึกมากกว่านั้น 

               “ไอ้ตำรวจแมงดานี่มันเป็นตำรวจ มันมองการทำงานของพวกตำรวจด้วยกันออกกูแค่เอามันมาหลอกใช้งานเท่านั้น มึงก็รู้ดีว่ากูเกลียดไอ้พวกเจ้าหน้าที่มากแค่ไหน ยิ่งเป็นตำรวจเลวๆ อย่างมันกูก็ยิ่งเกลียด แต่มึงรู้อะไรมั้ยกาเซ็ม” 

               “อะไร” 

               “ก็...” ชารีฟกระตุกยิ้มขึ้นที่มุมปาก “ระหว่างเจ้าหน้าที่ถูกคนร้ายฆ่าตายกับ...เจ้าหน้าที่ไปร่วมมือกับคนร้ายแล้วไปฆ่าเพื่อนร่วมอาชีพของตัวเองน่ะ ข่าวไหนมันจะน่าแค้นใจแล้วก็เจ็บปวดที่สุด มึงคอยดูเถอะงานนี้สนุกแน่” 

               “ก็จริงของมึง งั้นถ้างานนี้สำเร็จกูจะเป็นคนจัดการกับไอ้ตำรวจแมงดานี่เองนะ” 

               “ได้ กูยกให้มึง” ในเมื่อสารวัตรคมกฤชก็ไม่ได้คิดที่จะซื่อสัตย์กับพวกเขา ที่ยอมให้ความร่วมมือก็เป็นเพียงแค่การเอาชีวิตรอดเท่านั้นแล้วทำไมเขาจะต้องไปปรานีตำรวจชั่วๆ คนนี้ด้วย ไว้มันหมดผลประโยชน์กับเขาก่อนเถอะ มันเองก็จะไม่รอดเหมือนกัน 

  

 

 

               ในเวลากลางดึกของคืนหนึ่งขณะที่ผู้กองพนาเพิ่งจะอ่านรายงานการออกลาดตระเวนครั้งล่าสุดเสร็จเขาก็เห็นแก้วเจ้าจอมกำลังต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่ที่มุมครัวเล็กๆ ของบ้านพัก ทั้งไข่ ทั้งปลากระป๋องถูกเทลงไปในหม้อพร้อมกับผักสด กลิ่นต้มบะหมี่หอมฟุ้งไปทั่วบ้านพักของเขา ก่อนหน้านี้เขาเห็นเธอนอนหลับไปแล้วนะแล้วนี่นึกยังไงลุกขึ้นมาต้มบะหมี่กินแบบนี้ 

               “กินมื้อดึกระวังอ้วนนะ” เขาเตือนพลางเก็บโต๊ะทำงานให้เรียบร้อย ส่วนคนที่ลุกขึ้นมาต้มบะหมี่กลางดึกก็กำลังยกบะหมี่ชามโตมานั่งกินอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขาที่เขาเพิ่งจะเก็บเสร็จ 

               “อ้วนแล้วจะไม่รักหรอคะ” 

               “ใช่” 

               “พูดแบบนี้ท่าจะไม่อยากตายดี” เธอมองเขาตาเขียวแล้วมองมาที่กระบอกปืนของเขาที่ยังวางอยู่บนโต๊ะทำงาน “ให้โอกาสพูดใหม่อีกที ถ้าพูดดีเดี๋ยวมีรางวัลแต่ถ้าพูดไม่ดี...ศพไม่สวยแน่” 

               “ยัยโหดแรงควายถึก” ผู้กองพนาว่าออกมาเบาๆ แล้วรีบฉีกยิ้มใส่ 

               “พี่ล้อเล่นน่า แหม ล้อเล่นแค่นี้ก็ทำเป็นดุไปได้ เอะอะอะไรเป็นต้องขู่ฆ่าผัวตลอดต่อให้ไนเปอร์จะอ้วนเป็นช้างยังไงพี่ก็รักเหมือนเดิม” 

               “ฟังแล้วดูไม่จริงใจยังไงก็ไม่รู้” เธอยังคงทำตาเขียวใส่เขาอยู่ “แต่ไม่เป็นไร วันนี้อารมณ์ดีจะไม่ถือสาก็ได้ พี่พนาทำงานเสร็จแล้วใช่มั้ยคะงั้นก็ไปเก็บครัวให้ไนเปอร์หน่อยค่ะ” เธอพยักหน้ามาทางมุมครัวที่เพิ่งต้มบะหมี่ พอสั่งเขาเสร็จแม่คุณก็หันไปจัดการกับอาหารมื้อดึก ส่วนเขา เขาก็ต้องมาเก็บครัวให้ตามที่เธอสั่ง เขาเป็นถึง ผบ.กองร้อยนะ เป็นผู้บังคับบัญชาของเธอด้วย เวลาอยู่ที่ฐานล่ะทำตัวน่ารักเชื่อฟังเขาดีจนใครๆ ต่างก็บอกว่าเขาเก่งที่คุมเมียได้ แต่พอกลับบ้านมาอยู่ด้วยกันตามลำพังทีไรเขากลายเป็นคนรับใช้ของเธอทุกที จะหือก็ไม่ได้เพราะเพียงแค่เธอทำตาเขียวใส่แบบเมื่อกี้นี้เขาก็แทบเข่าอ่อนแล้ว นับวันชักเอาใหญ่ พอพ่อกับแม่อนุญาตให้คบกันกับเขาได้แม่คุณก็วางตัวใหญ่โตข่มเขา ทั้งข่มขู่เขาและ...ข่มเขาบนเตียง แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ ดันไปหลงรักยัยโหดแล้วใครจะไปกล้าขัดใจ ใครจะไปกล้าหือ เพื่อยัยโหดนางไม้น้อยแสนสวยเรื่องแค่นี้เขายอมได้อยู่แล้ว 

               “ทำไมไม่ทำเผื่อพี่ด้วย” เมื่อเก็บครัวเสร็จเขาก็เดินมาถามคนที่กำลังนั่งดูดเส้นบะหมี่อยู่อย่างเอร็ดอร่อย หน้าตาดูมีความสุขเหลือเกินเวลามีของกินเข้าปากเนี่ย 

               “พี่พนาอยากกินหรอคะ อ่ะ! ไนเปอร์อิ่มแล้วพอดีแต่มันยังเหลืออยู่อีกเยอะเลย พี่พนาเอาไปกินต่อก็ได้” 

               ยัย...ไม่ทำเผื่อไม่พอยังมาเอาของเหลือให้เขากินต่ออีก ฮึ่ม! ทำไมไม่เห็นทำตัวให้น่ารักเหมือนผู้เป็นแม่หน่อย อย่างคุณหมอราชาวดีน่ะดูรัก ดูหลงแล้วก็เอาใจพ่อตาของเขาดีเหลือเกิน ทั้งเรียบร้อย ทั้งอ่อนโยน เชื่อฟังพ่อตาของเขาทุกอย่าง อยู่ในโอวาทที่ดีของสามี แต่!!! ทำไมยัยโหดไม่ได้นิสัยแม่มาเลย เป็นลูกที่ถูกเก็บมาเลี้ยงรึเปล่า ไม่สิ! ไม่น่าจะใช่เพราะเท่าๆ ที่เขาสังเกตดูแล้วยัยโหดนางไม้น้อยของเขานั้นไม่ได้นิสัยของแม่มาแต่ดันได้นิสัยของพ่อมาเต็มๆ ขนาดไอ้แฝดนรกก็ยังนิสัยไม่เหมือนพ่อมากแบบนี้ นี่อะไรได้ยีนพ่อมาร้อยเปอร์เซ็นเลยนะเนี่ย 

               “ไม่กิน ไม่หิว ถามไปงั้นๆ แหละ” 

               “อ้อหรอคะ ดีเลย งั้นก็เอาชามไปล้างให้หน่อยนะคะ” 

               “นี่!” 

               “ทำไมหรอคะ” พอเขาทำท่าจะโวยวายขึ้นมายัยโหดก็หันหน้ามายิ้มหวานอย่างสยองๆ ให้ จากที่เขาว่าจะโวยวายใส่เธอหน่อยเขาก็เลยต้องรีบเปลี่ยนคำพูดแทน 

               “เออ...พี่แค่จะบอกว่าอย่าลืมไปแปรงฟันนะ แล้วก็อย่าเพิ่งล้มตัวลงนอนเดี๋ยวเป็นกรดไหลย้อน” 

               “โอเคค่า” ว่าแล้วก็ลุกไปเข้าห้องน้ำเพื่อแปรงฟันตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย เขาจะโกรธก็โกรธไม่ลงด้วยหลงรักยัยโหดจนหมดใจ แก้วเจ้าจอมคือสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตของเขา เขาจะทำทุกๆ อย่างเพื่อทะนุถนอมเธอเอาไว้ ต่อให้ต้องเป็นทาสเมียไปตลอดแบบนี้เขาก็ยอม 

               พอเข้าห้องน้ำเรียบร้อยแล้วแก้วเจ้าจอมก็กลับมานั่งกอดตุ๊กตาหมีอยู่บนเตียงอีกครั้ง ผู้กองพนาที่เพิ่งล้างชามให้เธอเสร็จก็เลยขึ้นมานั่งบนเตียงด้วย ซึ่งพอเขาขึ้นมานั่งบนเตียงเธอก็หันมาสำรวจแผลถูกยิงที่ช่วงข้างลำตัวให้เขาทันที 

               “ดีขึ้นเยอะแล้วนะคะเนี่ย คงเพราะถูกยิงกระสุนไม่ได้ฝังลึกแผลเลยหายเร็ว แต่ความจริงแผลมันน่าจะหายเร็วกว่านี้นะคะ คงเพราะถูกคุณพ่อกับพี่ๆ เล่นงานแผลเลยหายช้า” เธอวิเคราะห์บาดแผลที่จวนจะหายดีของเขาแล้ว และมันก็ดีขึ้นมากแล้วจริงๆ จนตอนนี้เขาสามารถขยับร่างกายได้ตามปกติโดยไม่รู้สึกเจ็บแล้ว 

               “ก็อยากได้ลูกสาวเขา ต่อให้เขาฆ่าให้ตายพี่ก็ยอม” 

               “อุ๊ย! ปากหวาน” เธอละจากดูแผลให้เขาแล้วทำท่าย่นจมูกใส่อย่างน่ารัก ก่อนที่จะ... “ขอชิมหน่อยค่ะ” พอว่าแล้วก็เอื้อมตัวขึ้นมาจูบที่ริมฝีปากของเขาเบาๆ แต่ถึงจะเบามันก็ตราตรึงอยู่กับหัวใจของผู้กองพนาจนยากจะไถ่ถอนแล้ว 

               “หวานมากจริงๆ ด้วย” แก้วเจ้าจอมถอนจูบออก “เมื่อก่อนจูบทีไรได้กลิ่นยาทาแผลตลอด แต่ตอนนี้...ได้แต่กลิ่นความรักแสนหอมหวาน” 

               “พี่ไม่ได้หวานแค่ปากนะ แต่พี่น่ะหวานไปทั้งตัวเลยไม่เชื่อจะลองชิมอีกก็ได้ อร่อยกว่าบะหมี่ชามเมื่อกี้นี้ด้วย” 

               “จริงหรอคะ” 

               “ถือว่ากินของหวานตบท้ายมื้อดึกแล้วกัน” คราวนี้แก้วเจ้าจอมขยับตัวเข้าไปกอดของหวานมื้อดึกต่อทันที ตอนนี้เธอมีความสุขมากจริงๆ เมื่อได้รักกับเขาโดยที่ไม่ต้องรู้สึกผิดอีกต่อไปแล้ว ทุกๆ คนในครอบครัวอนุญาตให้เธอกับเขาคบกันได้ แม้ว่าจะมีบางคนไม่เต็มใจอย่างพี่ชายฝาแฝดของเธอก็ตาม แต่ทั้งสองคนก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากโทรมาหาเรื่องทะเลาะกับผู้กองพนาไปวันๆ ซึ่งผู้กองพนาก็ไม่ได้ถือสาจนสุดท้ายพี่ชายของเธอก็เหนื่อยกันไปเอง 

               นอกจากกอดเขาแล้วแก้วเจ้าจอมก็ยังหอมแก้มของเขาต่ออีกหลายฟอด เธอแนบจมูกเข้ากับแก้มของเขาแล้วสูดกลิ่นกายบุรุษแสนหอมที่เธอคุ้นเคย หัวใจทั้งดวงอบอุ่นจนอยากจะหยุดเวลาเอาไว้เพียงเท่านี้ 

               “รักนะคะ พี่พนาขา” บอกแล้วก็แนบปากจูบแก้มของเขาซ้ำ งานนี้ทำเอาผู้กองพนายิ้มแก้มปริ ถ้าจะอ้อนน่ารักขนาดนี้แล้วกดขี่เขาเป็นทาสเขาก็เต็มใจ  

               “แม่คุณของพี่” เขาหอมแก้มเธอคืนแล้วหอมซ้ำอีกหลายรอบ คนอะไรตัวหอมขนาดนี้ ทั้งแม่ยายของเขา เจ้าแฝดนรกแล้วก็แก้วเจ้าจอม ทุกคนตัวหอมเหมือนกันหมดเลย แม้แต่รองกรันณ์ก็มีกลิ่นหอมติดตัวคาดว่าน่าจะติดมาจากผู้เป็นภรรยาเพราะดูแล้วเหมือนตัวจะไม่เคยห่างกันเลย 

               “ไนเปอร์มีของจะให้พี่พนาด้วยนะคะ” จู่ๆ เธอว่าพูดขึ้นจนผู้กองพนาต้องเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัยว่าเธอจะให้อะไรเขา หวังว่าคงจะไม่หาเรื่องแกล้งอะไรเขาอีกนะ 

               “หลับตาสิคะ ไนเปอร์เชื่อว่าถ้าพี่พนาเห็นพี่พนาจะต้องชอบมากแน่ๆ” เธอดึงมือของเขาขึ้นมาปิดตาก่อนจะผละออกจากเขาแล้วคลานไปหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากโต๊ะข้างหัวเตียง จากนั้นเธอก็กลับมาหาเขาโดยการขึ้นมานั่งคร่อมขาอยู่บนตักของเขาจนกระโปรงชุดนอนสายเดี่ยวรั้งขึ้นมาอวดเรียวขาขาวสวยอย่างเซ็กซี่และยั่วเย้า ผู้กองพนาอยากประหลาดใจกับเซอร์ไพรส์ของเธอจึงไม่ได้แอบดูอะไร เขายังคงยกมือข้างหนึ่งปิดตาตามที่เธอบอกอย่างว่าง่าย ส่วนมืออีกข้างก็เกี่ยวเอวบางเอาไว้เมื่อขณะนี้แก้วเจ้าจอมกำลังนั่งมองเขาอยู่บนตัก ดวงตาของเธอเป็นประกายคล้ายกับดวงดาวบนท้องฟ้า พอมองเขาแล้วเธอก็เอื้อมตัวขึ้นมาจูบที่ปลายคางของเขาอีก เธอหลงรักผู้ชายคนนี้มากเหลือเกิน 

               “ให้พี่ลืมตาได้แล้วยัง” 

               “ยังก่อนค่ะ” เธอตอบด้วยรอยยิ้ม ดวงตามีหยาดน้ำตาใสๆ เอ่อคลอเพราะมีความสุขมากเหลือเกินในตอนนี้ มันมีความสุขมากจนเธอตื้นตันใจไปหมด “ไนเปอร์รักพี่พนานะคะ” พอบอกแล้วเธอก็ดึงมือข้างซ้ายที่เขาปิดตาอยู่มาหาโดยที่ผู้กองพนาก็ยังคงหลับตาอยู่เช่นเดิม แต่แล้วเขาก็ต้องรีบลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกว่าเธอกำลังสวมอะไรบางอย่างให้เขาที่นิ้วนางข้างซ้าย ซึ่งพอเขามองมาที่นิ้วของตัวเองเขาก็เห็นว่าสิ่งที่เธอสวมให้มันคือแหวน แหวนทองที่มีหัวแหวนเป็นพลอยโมดาไวต์สีเขียวพร้อมกับเลขที่รุ่นกำกับที่ข้างหัวพลอย 

               “แหวนญาติของไนเปอร์เองค่ะพี่พนาเคยบอกว่าอยากได้ไม่ใช่หรอคะ คุณพ่อคืนแหวนญาติให้ไนเปอร์แล้วสงสัยคงรู้มั้งคะว่าลูกเขยอยากได้” 

               ผู้กองพนาอึ้งไปครู่ใหญ่ด้วยไม่คิดว่าเขาจะมีโอการได้สวมแหวนญาติ วพม. ของเธอเพราะตั้งแต่ที่เธอเคยบอกว่าแหวนญาติอยู่ที่ผู้เป็นพ่อเขาก็ไม่เคยหวังที่อยากจะได้อีกเพราะรู้ดีว่าท่านคงไม่ยอมคืนแหวนให้เธอ แต่นี่...รองกรันณ์ก็น่าจะรู้ว่าถ้าท่านคืนแหวนญาติให้เธอแล้วเธอจะต้องเอามาให้เขา พ่อตาของเขานี่จะว่าไปก็น่ารักดีแฮะ มีการแอบคืนแหวนญาติให้ลูกเขยด้วย 

               “ความจริงแหวนรุ่นจะเป็นแหวนเงินหัวพลอยเขียวค่ะ แต่สำหรับแหวนญาติไนเปอร์ไปปล้นเงินพี่ซีลกับพี่เรนเจอร์มาได้เลยสั่งทำเป็นแหวนทองแทนเพราะคิดว่าชาตินี้คงไม่มีแฟนเลยกะจะทำแหวนวงนี้ให้คุณพ่อ พี่พนาใส่แหวนไซส์เดียวกันกับคุณพ่อของไนเปอร์เลยค่ะ ใส่ได้พอดีเลย” 

               “พี่เคยบอกว่าพี่จะขอแหวนวงนี้จากคุณพ่อของไนเปอร์ แต่ยังไม่ทันจะได้ขอเลยท่านก็ให้มาก่อนแล้ว” 

               “คุณพ่อคงรู้ใจพี่พนามั้งคะ” เธอยิ้มให้เขาเมื่อเขายกมือขึ้นไปดูแหวนที่นิ้วของตัวเอง แต่เพราะเดิมเขาก็สวมแหวนรุ่นของตำรวจอยู่แล้วดังนั้นผู้กองพนาจึงได้ถอดแหวนรุ่นตำรวจออกเพื่อจะสวมแค่แหวนญาติของแก้วเจ้าจอมเพียงวงเดียว 

               “อ้าว ทำไมถอดแหวนรุ่นออกล่ะคะ” 

               “ที่ทหาร ตำรวจเขาใส่แหวนรุ่นตรงนิ้วนางข้างซ้ายก็เพื่อเตือนให้รู้ว่าหน้าที่ต้องมาก่อนเรื่องหัวใจ แต่สำหรับพี่...พี่ขอเอาเรื่องของไนเปอร์มาก่อนเรื่องอื่นๆ นะ พี่จะสวมแหวนญาติของไนเปอร์แค่วงนี้วงเดียว” 

               “คุณตำรวจไม่น่ารัก” 

               “ในฐานะตำรวจอาจไม่น่ารัก แต่ในฐานพี่พนาของไนเปอร์ น่ารักมาก” 

               “น่ารักที่สุดค่ะ” แก้วเจ้าจอมที่นั่งคร่อมอยู่บนตักของเขากอดเขาเอาไว้แน่น แก้มนวลแนบชิดกับแผ่นอกแกร่งที่เปลือยเปล่าเพราะผู้กองพนานุ่งแค่กางเกงนอน เธอกอดเขาแน่นมากๆ สองขาก็เกี่ยวรัดเอวของเขาไม่ยอมให้เขาห่างไปไหนในขณะที่ผู้กองพนาก็กอดเธอไว้แนบกับอกของเขาเช่นกัน เขามองแหวนญาติของเธอที่นิ้วด้วยความดีใจ ภูมิใจและสุขใจที่ได้เป็นพี่พนาของเธอ ได้เป็นคนที่เธอรักจนเธอให้แหวนญาติมา 

               ตุ๊บ! 

               กำลังชื่นชมแหวนญาติที่นิ้วตัวเองเพลินๆ จู่ๆ ผู้กองพนาก็ถูกผลักจนล้มลงไปกับเตียงเมื่อยัยโหดกำลังจะกลายร่างเป็นแม่เสือสาวขย้ำเขา จากที่กอดเขาอยู่คราวนี้เธอกลับตรึงมือของเขาเอาไว้เหนือศีรษะด้วย ดูสิ ร้อนแรงแบบนี้แล้วจะไม่ให้เขาหลงได้ยังไงกัน ถูกเมียจับปล้ำทุกคืนเลย...ชอบ 

               “ไนเปอร์ให้แหวนญาติพี่พนาแล้ว...พี่พนาจะให้อะไรเป็นการตอบแทนคะ" เธอโน้มตัวลงมาหาเขาโดยที่ยังนั่งคร่อมอยู่บนตัวของเขา แล้วก็ไม่ได้โน้มตัวลงมาถามเฉยๆ ด้วยแต่เธอยังฉกหอมแก้มเขาอีกฟอดใหญ่ทำเอาหัวใจคนแก่เต้นกระแทกอกอย่างแรง 

               “เสกเด็กเข้าท้องเป็นการตอบแทนได้มั้ย วินๆ ทั้งคู่” 

               “ไม่น่าจะได้ค่ะ ไนเปอร์เพิ่งกินยาไป” 

               “โหย...ก็พี่อยากมีลูกนี่” อุตส่าห์แอบเอายาคุมของเธอไปทิ้งแล้วแต่เธอก็ยังหามากินใหม่จนได้ 

               “ไว้แต่งงานแล้วค่อยมีนะคะ เดี๋ยวมีให้เป็นโหลๆ เลยค่ะ” แล้วแก้วเจ้าจอมก็ขยี้หอมแก้มเขาอีกอย่างหมั่นเขี้ยวก่อนที่เขาจะผงกศีรษะขึ้นมาหาเธอ 

               “งั้นมาดูกันมั้ยครับคุณหมอว่าลูกของผมจะทะลุยาคุมมาเกิดรึเปล่า พ่อกับแม่แกร่งขนาดนี้ลูกเราคงไม่ธรรมดาแน่ๆ” 

               ตุ๊บ!!! 

               “ว๊าย!!!” แก้วเจ้าจอมเผลออุทานออกมาลั่นเมื่อถูกเขารุกกลับโดยการพลิกตัวขึ้นมาเป็นฝ่ายคร่อมเธอบ้าง แล้วเขาก็จับมือทั้งสองข้างของเธอตรึงเอาไว้เหนือศีรษะด้วยเช่นกัน 

               “กลัวล่ะสิ” เขาแค่นยิ้มเยาะหวังจะให้เธอตกใจกลัว แต่ทว่า... 

               “แน่จริงก็เข้ามาสิคะ” 

               “ยัยเด็กแก่แดด” เรื่องบนเตียงนี่พร้อมสู้ไม่มีถอยเลยนะ ผู้กองพนาอดไม่ได้เลยตีก้นเธอไปหนึ่งทีแก้วเข้าจอมก็ยิ่งหัวเราะคิกคักชอบใจแล้วทำปากส่งจูบมายั่วยวนเขา เล่นหูเล่นตาใส่อย่างน่ารัก 

               เมื่อถูกเชื้อเชิญเสียขนาดนี้ผู้กองพนาจะอดใจไหวได้อย่างไร มือหยาบๆ ลูบไล้ขาของแก้วเจ้าจอมขึ้นมาเรื่อยๆ แล้วสอดเข้ามาในกระโปรงชุดนอนสายเดี่ยวของเธอ เรียวขาสวยแสนเนียนนุ่มยิ่งสัมผัสก็ยิ่งชวนให้หลงติดใจ เขาลูบวนไล้อย่างเพลินมือโดยที่แก้วเจ้าจอมก็นอนนิ่งๆ ดวงตาหวานสวยปรืออย่างถูกใจกับสัมผัส 

               แคว่ก!!! 

               “พี่พนา!” กำลังนอนตาปรืออยู่ดีๆ แก้วเจ้าจอมก็แหวขึ้นเมื่อผู้กองพนาสอดมือเข้ามาที่กางเกงชั้นในตัวน้อยแล้วฉีกกระชากมันออก 

               “เดี๋ยวพี่ซื้อให้ใหม่” 

               “ทุกทีเลย ตาแก่บ้าซาดิส กรี๊ด!” เธอเผลอร้องอุทานออกมาอีกเมื่อถูกปลายนิ้วของเขาสอดเข้ามาในเนื้อนวลกลางกายอย่างทันทีทันใด แล้วทันทีที่เขาเริ่มขยับนิ้วเสียงต่อว่าต่อขานก็แปรเปลี่ยนมาเป็นเสียงครางอื้อๆ แทน 

               “ซี๊ดดดด” แก้วเจ้าจอมเผลอสูดปากขึ้นมาแล้วยื่นมือไปกุมมือของเขาที่ขณะนี้กำลังปรนเปรอรักให้จนน้ำหวานค่อยๆ ซึมออกมาจนเปียกแฉะไปหมด อารมณ์รักถูกปลุกขึ้นมาอย่างง่ายดายที่เพียงแค่มองสบตากันก็รับรู้ถึงความต้องการของกันและกันแล้ว 

               “ด่าผัว ไม่น่ารักเลยรู้มั้ยครับ เป็นเด็กเป็นเล็กต้องพูดกับผู้ใหญ่ให้เพราะๆ สิ” ปากสั่งสอนหากแต่มือกลับรุกเร้าแก้วเจ้าจอมหนักขึ้นเรื่อยๆ จนเธอต้องส่ายสะโพกตามและครางอื้อออกมาไม่หยุดจนแทบจะไม่ได้ฟังเลยว่าเขาสอนเธอว่าอะไร มันช่างเป็นการลงโทษที่เร่าร้อนเหลือเกิน 

               “อ่ะๆ อ๊า!!!” น้ำหวานที่ไหลหลั่งพาให้เตียงนอนเปียกชื้นเป็นวงกว้างเมื่อนิ้วมือของเขาสั่งสอนเด็กดื้ออย่างเธอด้วยพิษพิศวาสจนแก้วเจ้าจอมต้องส่ายสะโพกเข้าหานิ้วของเขาไม่หยุด 

               “...พี่...พี่พนา...แกล้งไนเปอร์ อ๊า!!! อึก โอ๊ย! ไม่...จะไม่ไหวแล้ว อื้อออ” แก้วเจ้าจอมหลับตาปี๋เมื่อความเสียวซาบซ่านมันทำให้เธอแทบขาดใจ ยิ่งเขาขยับนิ้วรัวเร็วมากขึ้นเท่าไหร่เธอก็ยิ่งสะท้านร้องครางเสียงหลง สองนิ้วที่สอดแทรกเข้ามาของผู้กองพนานำพาเอาน้ำหวานของเธอให้ยิ่งไหลรินและยิ่งเปียกชื้นไปทั่วมือของเขาเมื่อเด็กดื้อชอบท้าทายเขากำลังจะถึงฝั่งฝัน ทุกๆ การขยับเคลื่อนนิ้วที่รัวเร็วของเขาทำให้ที่นอนยิ่งแฉะจนฉ่ำ แก้วเจ้าจอมกรีดเสียงร้องครวญครางอย่างหนักก่อนที่เนื้อนวลที่ถูกรุกเร้าจะบีบรัดนิ้วของผู้กองพนาจนคับแน่นแทบจะขยับนิ้วไม่ได้ 

               “อื้อออ ซี๊ดดดด พี่จ๋า...อ่ะๆๆๆ อ๊า!!!” แก้วเจ้าจอมกระตุกตัวขึ้นอย่างแรง ตัวสั่นสะท้านด้วยความเสียวแล้วพอผู้กองพนาถอนนิ้วออกจากกายเธอน้ำหวานแห่งรักของเธอก็ยิ่งไหล แก้วเจ้าจอมนอนหอบหายใจอยู่กับเตียง ทั้งๆ ที่นอนเฉยๆ แท้ๆ แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนเพิ่งไปวิ่งระยะไกลมา มันเหนื่อย แต่...มันก็มีความสุขด้วย 

               “อื้มมมม” ยังหายใจไม่ทั่วท้องแก้วเจ้าจอมก็ต้องครางออกมาอีกครั้งเมื่อผู้กองพนาขยับเข้ามาระหว่างขาทั้งสองข้างของเธอแล้วก้มลงมาหาที่เนื้อนวล ปลายลิ้นชื้นๆ ปาดเลียมาที่เนื้อนวลฉ่ำน้ำหวาน เนื้อนวลสีหวานชวนให้น่าสัมผัสและกลิ่นกายแสนหอมของเธอก็ยิ่งดึงดูดให้สอดแทรกปลายลิ้นโลมเลียเนื้อนวลสีหวานคล้ายกลีบกุหลาบงาม เขาดูดกลืนกินน้ำหวานราวกับหิวกระหาย แต่ยิ่งลิ้นและปากของเขาทำงานผสานกันตามอารมณ์รักแก้วเจ้าจอมที่แทบขาดใจ 

               “อ๊ะ! อ๊ายยย” เธอสะดุ้งเมื่อลิ้นของเขาแตะลงมาเบาๆ ที่เกสรของกลีบกุหลาบ จากนั้นเขาก็เขี่ยตวัดลิ้นที่เกสรงามอย่างแผ่วเบาทำเอาแก้วเจ้าจอมถึงกับดิ้นพล่านด้วยความทรมานที่แสนสุขทันที 

               “ซี๊ดดดด พี่พนา...โอ๊ย เสียว...พี่จ๋า ไนเปอร์ใจจะขาดอยู่แล้ว อื้อออ พี่...” มือเล็กๆ ไขว่คว้าไปเรื่อยเพื่อบรรเทาความเสียวซาบซ่าน ยิ่งลิ้นอันแสนร้ายกาจรุกเร้าเธอหนักขึ้นแก้วเจ้าจอมก็แทบจะขาดใจไปจริงๆ จนหมดน้ำตาแห่งความสุขเอ่อรินไหล 

               ความหอมหวานของเนื้อนวลทำให้ยากที่ผู้กองพนาจะยอมผละออกจากเธอง่ายๆ ยิ่งรุกเร้า ยิ่งแก้วเจ้าจอมร้องครางไม่หยุดเขาก็ยิ่งได้ใจจัดหนักจัดเต็ม แยกขาทั้งสองข้างของเธอออกให้กว้างยิ่งขึ้นแล้วกลืนกินเธอให้สมอยากจนงานนี้แก้วเจ้าจอมถูกลิ้นร้ายของเขาสยบจนได้แต่นอนครางหงิงๆ ไม่กล้าท้าทายอะไรเขาอีก 

               “แทบขาดใจเลยหรอ หืม” ผู้กองพนาขยับเข้ามากระซิบถามเธอข้างหูเมื่อแก้วเจ้าจอมเพิ่งจะได้ขึ้นสวรรค์เพราะเขาไปอีกรอบจนต้องนอนหอบหายใจและอ่อนปวกเปียกไปหมด ดวงตาคู่สวยที่ปิดสนิทลืมขึ้นมาอีกครั้งเมื่อสามีก้มลงมาเคลียคลอด้วย แขนเล็กๆ จึงเอื้อมมากอดรอบคอของเขาแล้วเอื้อมตัวขึ้นไปจูบ ซึ่งผู้กองพนาเองก็รีบจูบเธอกลับ มือข้างหนึ่งเขาช้อนรองศีรษะของเธอเอาไว้ส่วนมืออีกข้างก็คลึงนวดเบาๆ ที่อกอวบๆ ภายใต้ชุดนอนสายเดี่ยวแสนบางเบา ผิวกายของเธอนุ่มละมุนในทุกๆ สัมผัส ทั้งเนียนและอ่อนโยนราวกับผิดของเด็ก กลิ่นกายแสนหอมทำให้เขาแทบคลั่งรัก ลิ้นของเขาควานดูดซับความหอมหวานจากโพรงปากของเธอ เกาะเกี่ยวลิ้นเล็กๆ อย่างวางอำนาจปรามเด็กดื้อแล้วและเล็มริมฝีปากอิ่มสวยสีแดงระเรื่อ พอเธอจะสอดลิ้นเข้ามาในปากของเขาบ้างเขาก็งับและขบเม้มเบาๆ อย่างหยอกล้อ เมื่อเห็นว่าเธอหลงเพลินไปกับจูบของเขาอีกเขาก็ยิ่งทวีจูบให้เร่าร้อนรุนแรงขึ้นและรุกเธออย่างหนักตามลีลารักของคนที่มีประสบการณ์มากกว่า 

               “พี่พนากินดุ” เสียงแผ่วๆ ว่าขึ้นเมื่อเขาซุกไซ้เธอแล้วประทับรอยจูบลงมาที่ซอกคอ ข้างแก้มและหลังใบหูของเธอ พอเขากัดซอกคอของเธอเธอก็สะดุ้งเฮือกมาแต่ละทีแต่ก็ดูจะชินกับคมฟันของเขาแล้ว 

               “...หอมไปทั้งตัวขนาดนี้ใครจะห้ามใจไหว” 

               “ก็ไนเปอร์เป็นนางไม้ นางไม้เขาก็ตัวหอมแบบนี้แหละ” 

               “นางไม้หื่นจับมนุษย์มาทำผัว” 

               “กินดุขนาดนี้ใครจะไม่อยากจับมาทำผัวล่ะคะ” วาจาที่เธอว่ากลับไม่ได้มีความเขินอายสมเป็นกุลสตรีเลย แววตาของเธอมีแต่เชิญชวนให้เขาจับเธอกิน เมื่อรู้ว่าเขาชอบกินเธอและกินดุเธอก็เชื้อเชิญให้เขากินได้อย่างเต็มที่ เป็นเมียที่รู้ใจผัวดีมาก 

               “อย่าฉีกชุดนอนของไนเปอร์อีกนะ ตัวนี้ตัวโปรดใส่แล้วนอนสบาย” 

               “พูดอย่างกับเคยได้ใส่ชุดนอนนอนจนถึงเช้า” 

               “แน่สิคะ ใส่ได้แค่แป๊บเดียวก็มีคนมาถอดออกอยู่เรื่อย” มือเล็กๆ ทุบอกเขาเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือลงไปปลดกางเกงนอนของเขาออกบ้าง ซึ่งพอเธอปลดกางเกงของเขาออกแล้วผู้กองพนาก็ขยับมานั่งพิงหัวเตียงโดยกอดประคองแก้วเจ้าจอมเข้ามานั่งคร่อมบนตักที่เปลือยเปล่าของเขา สองแขนของเธอตวัดกอดรอบคอของเขาอย่างแนบชิดจนอกอวบๆ แนบชิดกับอกแกร่งของเขา แล้วยิ่งอกแนบชิดกันเธอก็แอ่นอกอวบๆ เข้าหาเขาพร้อมกับโยกเอวไปมาเบาๆ ถูไถเนื้อนวลเข้ากับความแข็งแกร่งของเขาที่ตอนนี้พร้อมจะเล่นสนุกกับเธอเต็มทีแล้ว 

               แก้วเจ้าจอมยังคงกอดรอบคอของเขา ยืนเข่าคร่อมตัวของเขาแล้วโน้มตัวลงมาจูบ เธอจูบริมฝีปากของเขาอยู่นานอย่างหลงใหล จากนั้นก็จูบไปทั่วใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม จูบไล้ไปตามซอกคอของเขาแล้วประทับรอบจูบเอาไว้ที่ซอกคอใกล้ๆ กับติ่งหู 

               “ไม่กลัวมีคนเห็นรอยจูบที่คอพี่หรอ” 

               “ก็บอกเขาไปว่าเมียรักมาก เมียเลยทำให้” 

               “ฮ่าๆๆๆ” ผู้กองพนากลั้นขำแทบไม่อยู่แล้ว สองแขนของเขากอดรัดเธอแน่นอย่างมีความสุข รักแสนรักเหลือเกินแม่คุณของพี่ น่ารักอะไรขนาดนี้ยัยนางไม้แสนโหด 

               “น่ารักจนพี่หลงจะแย่แล้ว” 

               “เดี๋ยวได้หลงกว่านี้ค่ะ” เธอฉีกยิ้มหวานให้เขาแล้วก้มลงมาซุกไซ้ซอกคอของเขาอีก ลิ้นเล็กๆ ปาดเลียราวกับจะกลืนกินเขาลงท้อง รอยจูบถูกประทับลงมาเรื่อยๆ จนถึงหน้าอกที่มีรอยแผลเป็นจากการฝึกและจากการต่อสู้กับคนร้ายมา แก้วเจ้าจอมใช้ลิ้นเขี่ยไปมาที่ยอดอกของเขาคล้ายกับหยอกเย้า ทั้งขบทั้งเม้มจนยอดอกของเขาเรื่อสี ผู้กองพนาเอนกายพิงหัวเตียงอย่างผ่อนคลายแล้วปล่อยให้เธอเล่นสนุกกับร่างกายของเขาให้เต็มที่ 

               “อ๊ะ!” เขาเป็นฝ่ายที่สะดุ้งขึ้นมาบ้างเมื่อถูกกัดที่บริเวณหน้าท้อง เสียงหัวเราะคิกคักของเจ้าของรอยฟันบ่งบอกให้รู้ว่ามีคนกำลังจะกัดเขาคืน แล้วพอเขาทำท่าจะดุเขาก็ต้องหลับตาพริ้มลงไปอีกเมื่อแก้วเจ้าจอมจับกายแกร่งของเขาขึ้นมาแล้วเริ่มรูดเบาๆ ขนาดที่ใหญ่โตทำให้เขารู้สึกภูมิใจในตัวเองอยู่ไม่น้อย แล้วยิ่งเห็นความใหญ่โตค่อยๆ หายเข้าไปในปากของแก้วเจ้าจอมเขาก็แทบคลั่งและเสียวซาบซ่าน ลิ้นของเธอโลมเลียไปทั่วทุกพื้นที่ของกายแกร่งแล้วจากนั้นที่ดูดเบาๆ ที่ส่วนยอด ตรงนี้แหละที่มันทำให้เขาเผลอครางออกมาอย่างถูกใจ มโนภาพตอนที่เธอกินไอศกรีมแท่งรสชาเขียวสอดไส้นมข้นเมื่อหลายวันก่อนผุดขึ้นมาในหัวทันที หัวใจของเขาเต้นระรัว อยากปล่อยนมข้นให้เธอได้ใช้ลิ้นเลียกินเหมือนกับไอศกรีมแท่งนั้น 

               “อ่าห์...ซี๊ดดดด” สองมือแกร่งสอดนิ้วเข้ากับเรือนผมของเธอ ประคองศีรษะของเธอแล้วขยับสะโพกขึ้นหา ชอบที่สุดเลยเวลาที่เมียรักปรนเปรอรักให้ด้วยปากแบบนี้ 

               ยิ่งเขาครางออกมาอย่างมีความสุขแก้วเจ้าจอมก็ยิ่งดีใจที่เขาชอบ นอกจากกายแกร่งแล้วริมฝีปากของเธอก็ยังจูบและโลมเลียที่พวงระย้าด้วย ยิ่งเธอสัมผัสที่จุดนี้ผู้กองพนาก็ยิ่งครางอย่างมีความสุขและเรียกหาเธอไม่หยุด ลิ้นเล็กๆ ลากจากส่วนฐานกลับขึ้นมาที่ส่วนปลายอีกครั้งแล้วกลืนกินกายแกร่งไปทั้งลำ ริมฝีปากนุ่มๆ รูดขึ้นลงสลับกับการเลียและดูดเบาๆ เธอปรนเปรอรักให้เขาอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะเร่งจังหวะขึ้นเมื่อรู้ว่าเขาใกล้จะปลดปล่อยแล้ว แล้วยิ่งเขาใกล้จะปลดปล่อยแก้วเจ้าจอมก็ยิ่งรุกเขาหนักจนกระทั่งน้ำหวานของเขาหลั่งออกมาให้เธอได้ดูดกิน ลิ้นเล็กๆ ตวัดเลียเหมือนกับไส้นมข้นหวานจากไอศกรีมวันนั้น ทุกๆ หยาดหยดแก้วเจ้าจอมกลืนกินไม่ให้เหลือ แม้แต่คราบที่เลอะตามมือเธอก็ใช้ลิ้นปาดเลียกินอย่างแสนเสียดายด้วย 

               “จุ๊บ” เธอก้มลงมาจูบซ้ำที่กายแกร่งของเขาอีกเมื่อเห็นว่ามันยังไม่ยอมสงบลงง่ายๆ 

               “เดี๋ยวนี้ทำเก่งขึ้น” ผู้กองพนาดึงเธอขึ้นมาหาแล้วก้มลงมาจูบเพื่อเช็ดคราบรักที่ยังเลอะอยู่ที่ริมฝีปากให้เธอ “ทำบ่อยๆ นะครับ พี่ชอบ...” 

               “ไนเปอร์ก็ชอบค่ะ พี่พนาอร่อย” เธอปาดเท้าขึ้นมานั่งคร่อมเขาอีกครั้ง สายตาหวานๆ มองเขาอย่างมีความสุขขณะค่อยๆ กดกายลงมาครอบครองกายแกร่งของเขา 

               “อ่ะ...อ้า!” ทั้งเขาและเธอครางออกมาพร้อมๆ กันเมื่อสองกายเชื่อมผสาน แก้วเจ้าจอมเริ่มโยกสะโพกเบาๆ เพราะความใหญ่โตที่สอดแทรกเข้ามาในกายเธอมันคับแน่นไปหมดแล้ว 

               “ซี๊ดดดด อ่าห์” เธอจับไหล่ของเขาเพื่อช่วยในการพยุงตัว ผู้กองพนาที่ยังนั่งพิงหัวเตียงอยู่จึงกระตุกสายผูกของชุดนอนแสนบางเบาของเธอออกทำให้ชุดนอนร่วงลงมากองอยู่ที่เอวบางซึ่งกำลังโยกเข้าหากายแกร่งอยู่ สองเต้าอวบเปลือยต่อหน้าผู้กองพนา ความอวบอิ่มเต่งตึงสวยทำให้ร่างทั้งร่างของแก้วเจ้าจอมสวยราวกับนางฟ้านางสวรรค์ที่เกินกว่าจะจินตนาการถึงได้ ปลายยอดสีหวานน่าดูดให้น้ำนมไหลนัก จากตอนแรกที่ผู้กองพนาเพียงแค่บีบคลึงวนไปมาคร่าวนี้เขาเลยซุกหน้าลงไประหว่างสองเต้า ปลายนิ้วเขี่ยเบาๆ ที่ส่วนยอดแล้วบีบขยี้เบาให้แก้วเจ้าจอมได้ครางหนักขึ้นก่อนจะใช้ปากครอบครอง 

               “อ๊า!!! อื้มมมม” แก้วเจ้าจอมเสียวจนตัวสั่น เธอบดคลึงกายเข้าหาเขาสองมือก็ขยำอกอวบๆ ของตนเพื่อให้ผ่อนคลายจากความเสียวสะท้านนี้ แต่ก็ดูเหมือนจะเสียวมากขึ้นเมื่อผู้กองพนาดูดปลายยอดอกของเธอซ้ำ เขาดูดแรงมากจนเธอจะเบี่ยงตัวหลบแต่เขาก็ยิ่งกอดรัดเธอแน่นไม่ยอมให้เธอหลบง่ายๆ 

               “ซี๊ดดดด พี่พนา...เบาๆ” เธอหลับตาพริ้มเพราะความเสียว บดคลึงเอวสลับกับส่ายร่อนไปมา ผู้กองพนาก็ยิ่งจับเอวเธอกดเข้ามาหากายแกร่งของเขาให้ลึกขึ้นโดยที่ปากยังครอบครองสองเต้าอวบอึ๋มของเธออยู่ เขาใช้ลิ้นเขี่ยที่ปลายยอดของแก้วเจ้าจอมอยู่นาน นานจนเธอครางลั่น ซึ่งเขาไม่แน่ใจว่าครางลั่นเพราะถูกรุกล้ำที่ส่วนบนหรือส่วนล่าง เธอแอ่นหน้าอกให้เขาได้ปรนเปรอครอบครองโดยที่ยังคล้องแขนกอดรอบคอของเขาอยู่ แรงขยับกายทำให้อกอวบกระเพื่อมไปมาดูสวยเซ็กซี่เป็นอย่างมาก 

               ตุ๊บ! 

               “อ๊า!!! พี่...พี่จ๋า...โอ๊ย!!! ซี๊ดดดด” แก้วเจ้าจอมร้องครางดังกว่าเดิมเมื่อจู่ๆ เธอก็ถูกผู้กองพนาจับกดลงไปกับเตียงแล้วเขาก็เข้ามาเป็นรุกเธอเสียเอง แต่ด้วยอารมณ์รักที่รุนแรงของเขาและแรงของบุรุษที่มีมากกว่าทำให้ทุกๆ การเคลื่อนไหวของเขาเต็มไปด้วยพละกำลังที่หนักหน่วยจนแก้วเจ้าจอมถูกไฟรักอันร้อนแรงของเขาแผดเผาแทบมอดไหม้ 

               เรียวขาขาวสวยทั้งสองข้างของเธอถูกแยกออกจากกันจนกว้างเพื่อให้การสอดกายแนบรักทำได้ล้ำลึกและถนัดมากขึ้น มือเล็กๆ จิกลงไปกับผ้าปูที่นอนและบิดกายไปมาด้วยความทรมานที่เปี่ยมสุข ดวงตาคู่สวยปรือหวานฉ่ำด้วยเต็มอิ่มกับรสรักเสน่หา แก้มนวลและเนื้อตัวที่เคยขาวผุดผ่องฝาดเลือดจนแดงก่ำ เม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาดูสวยเซ็กซี่เร้าอารมณ์รักของผู้กองพนาเป็นอย่างมาก ยิ่งเหงื่อออกกลิ่นกายของเธอก็ยิ่งหอมฟุ้งซึ่งกลิ่นหอมๆ นี่แหละที่มันเร้าอารมณ์รักของผู้ชายให้ได้ลุ่มหลง 

               “อ่าห์ ซี๊ดดด” ผู้กองพนาเองก็เสียวสะท้านกับบทรักอันเร่าร้อนนี้ด้วยเช่นกัน เขาเร่งเร้าสะโพกเข้าหาแก้วเจ้าจอมอย่างหนักหน่วง ทั้งบดคลึงและโยกควงซ้ายทีขวาทีทำเอาแก้วเจ้าจอมแทบขาดใจ ยิ่งเขามองเธอเขาก็ยิ่งตกหลุมรัก ยามที่ตกอยู่ในห้วงรักแบบนี้แม่นางไม้น้อยของเขาดูสวยมากเลย เลือดลมฉูดฉีดจนเนื้อตัวแดงก่ำ กลิ่นกายก็ฟุ้ง เสียงครางก็หวานหรือแม้แต่สีหน้าท่าทางก็เร้าอารมณ์ไปหมดยิ่งมองก็ยิ่งปรารถนา อกอวบๆ เต่งตึงที่เขาชอบกระเพื่อมไปมาตามแรงขยับกายของเขา จุดที่สองกายเชื่อมกันอยู่มีน้ำหวานซึมออกมาเยอะมาก ซึ่งยิ่งเยอะก็ยิ่งทำให้การแนบรักเป็นไปอย่างง่ายดายมากขึ้นและไม่ทำให้แก้วเจ้าจอมต้องเจ็บมาก 

               “โอ๊ย พี่พนา...พี่จ๋าเบาๆ ซี๊ดดดด พี่...” 

               “ อ่าห์...อยากให้พี่ทำเบาๆ จริงๆ หรอ” เขาโน้มตัวลงมาถามเธอเพื่อความแน่ใจพร้อมกับผ่อนแรงลงจนแก้วเจ้าจอมต้องรีบยื่นมือไปจับสะโพกของเขาเอาไว้แล้วส่ายหน้าให้ 

               “ทำแรงๆ เหมือนเดิมสิคะ” 

               “ตกลงจะเอายังไงกันแน่เนี่ย หืม” 

               “ก็...ก็มันเสียวนี่” เธอเอียงแก้มแดงๆ หนีอย่างเขินๆ ผู้กองพนาก็เลยกระเซ้าต่อ 

               “ถ้าเสียวงั้นก็ครางออกมาดังๆ เลยเพราะต่อจากนี้มีเสียวกว่านี้แน่” ว่าจบเขาก็จับแก้วเจ้าจอมให้มาอยู่ในท่าคลานเข่า สองมือของเธอเกาะหัวเตียงเอาไว้แน่นเมื่อเขาค่อยๆ แนบรักเข้ามาในเนื้อนวลของเธอจากทางด้านหลัง ซึ่งท่านี้มันทำให้เธอกับเขาแนบรักกันได้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม เพียงแค่ส่วนปลายของกายแกร่งแตะย้ำๆ ที่เนื้อนวลแล้วถูไถไปมาเบาๆ ก่อนแก้วเจ้าจอมก็สูดปากเสียวแล้ว จนเมื่อความแกร่งที่ใหญ่โตค่อยๆ สอดเข้ามาเธอก็ถึงกับตัวสั่น ผู้กองพนายังไม่ทันจะได้ขยับเอวเข้าหาเธอ เธอก็เป็นฝ่ายโยกสะโพกเข้าหาเขาจากทางด้านหลังแล้ว 

               “อื้มมมม ซี๊ดดดด” ด้วยเพราะมีน้ำหวานมากทำให้เกิดเสียงเจ๊าะแจ๊ะขึ้นตามจังหวะการผสานรัก แล้วยิ่งผู้กองพนาโยกสะโพกเข้าหาเธอด้วยก็มีเสียงเนื้อกระทบกันดังตามมาอีก ความเสียวซาบซ่านทำให้แก้วเจ้าจอมยิ่งแอ่นสะโพกให้เขา 

               “ชอบมั้ย” ผู้กองพนาโน้มตัวมาหาเธอ มือข้างหนึ่งอ้อมมากุมหน้าอกอวบๆ ของแก้วเจ้าจอมไม่ยอมปล่อยส่วนมืออีกข้างนั้นอ้อมลงมาแตะที่เกสรงามของเธอเพื่อให้เธอมีอารมณ์รักและเสียวซ่านยิ่งกว่าเดิม 

               “ชอบค่ะ...พี่จ๋า ซี๊ดดดด ดีจังเลย พี่พนาอย่าหยุดนะ เอาอีก...พี่จ๋าเอาอีก” 

               “ไม่หยุดนี่จะเอาทั้งคืนเลยรึเปล่า” 

               “ไหวรึเปล่าล่ะคะ” 

               “อย่ามาดูถูกคนแก่นะ” 

               “งั้นต้องพิสูจน์ค่ะ...อ๊า!!! ซี๊ดดด พี่....อื้มมม” แก้วเจ้าจอมพูดยังไม่ขาดคำคนที่รับคำท้าทายก็โหมแรงเข้าหาเธอแรงขึ้นจนเตียงนอนถึงกับโยกไปตามแรงรัก ร่างบางสั่นคลอนอย่างแรงแต่ยิ่งเขาโหมแรงเข้าหาแก้วเจ้าจอมก็ยิ่งชอบ ตลอดทั้งคืนนี้เธอกับผู้กองพนาก็เลยบรรเลงเพลงรักหยิบยื่นรสรักแสนรัญจวนให้แก่กันและกันจวบจนใกล้รุ่งสาง 

  

 

************************************ 

หื่นแบบไม่มีใครยอมใครจริงๆ คู่นี้ 

อันนี้แค่ครึ่งแรกนะคะ เดี๋ยวครึ่งหลังไรท์มาต่อให้คืนนี้  

ตอนหน้ามีฉาก NC (ต่อ) มีเศร้ากับบู๊ค่ะ  

รออ่านเด้อ 

ความคิดเห็น