facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ซย่าชูชีแพทย์หญิงในหน่วยลอบสังหารพิเศษแดงดันย้อนเวลามาอยู่ในร่างของคุณหนูเจ็ดที่มีรอยสักอยู่บนขมับ ช่างอัปลักษณ์นัก! แต่ช่างปะไร เธอขอแค่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็พอ แต่โชคชะตากลับไม่ได้เป็นดั่งหวังเมื่อเธอดันไปขโมยตราพยัคฆ์ทองคำของจิ้นอ๋องเข้าให้ ความซวยจึงบังเกิด...

ตอนที่ 33 วิธีขอความรัก กินใจเสมอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 33 วิธีขอความรัก กินใจเสมอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ธ.ค. 2563 11:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 33 วิธีขอความรัก กินใจเสมอ
แบบอักษร

 

เธอหยิบของของตัวเองที่อยู่ในโรงยา ทั้งจัดยารักษาตุ่มแดงบนหน้าของเหมยจื่อผู้น่าสงสาร ทั้งได้โอกาสทำ ‘ของส่วนตัว’ สำหรับป้องกันตัว จากนั้นก็บอกลาท่านกู้ และไปเดินตลาดกับกู้อาเจียวสองคน การจะได้สัมผัสช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนช่างหาได้ยากยิ่ง 

เพิ่งเข้าถนนตรอกผ้าทอ ก็เห็นเด็กน้อยหลายคนบนถนนล้อมวงเป่าแตรแก้วตรงนั้น ‘แตรแก้ว’ เป็นของเล่นเครื่องเล่นดนตรีพื้นเมือง เหล่าเด็กน้อยต่างเล่นอย่างมีความสุข เสียงเป่าที่กังวานปุ้งป้าง ได้ยินมาแต่ไกลดึงดูดให้คนเดินถนนจำนวนมากมาล้อมรอบดู 

ซย่าชูชีเองก็เข้าไปดูบรรยากาศคึกคักด้วยความสนใจ ทันใดนั้นเด็กๆ ที่เป่าแตรแก้วอยู่กลับร้องเพลงกล่อมเด็กเสียงดัง 

หูกทอกว้าง ด้ายเส้นยาว 

ตัดรองเท้าฟางแลอาภรณ์ 

มิได้เย็บให้บิดามารดร 

แต่เย็บให้แม่ทัพจวินใส่กระเป๋า 

นงเยาว์ทอผ้า บังอรทอผ้า 

ปั่นด้ายกันใต้ตะเกียง 

ขุนนางชั้นสูงในวัง แสวงลาภยศ 

มีเพียงจิ้นอ๋องขับไล่อูหมาน 

ณ ชิงกั่ง ทางใต้สู่[1] 

เมืองยุทธศาสตร์ป้องเป็นหนึ่ง 

เพลานี้ต้อนรับจิ้นอ๋อง 

ปกป้องปวงชนใต้หล้า 

อาจึ๋ยยย... 

เมื่อได้ยินเพลงกล่อมเด็กอันไพเราะเข้าหู ซย่าชูชีก็รู้แล้วว่าเป็นเรื่องไม่ดีแน่ 

ประวัติศาสตร์ที่คนยุคปัจจุบันมองผ่านหลายพันปี ทำให้เธอรู้ถึงความโหดเหี้ยมการบ่อนทำลายกันของอำนาจกษัตริย์ดี ในที่แจ้งเพลงกล่อมเด็กทำเพื่อสรรเสริญคุณงามความดีของจ้าวจวิน แต่ในที่ลับกลับทำให้เขากลายเป้านิ่ง เวลาเพียงหนึ่งวันเพลงนี้ก็แพร่กระจายได้แล้ว เป็นวิธีวางยาที่โหดร้ายยิ่งกว่ากลยุทธ์ขึ้นประตูเมืองดึงบันไดเสียอีก ช่างเป็นวิธีฆ่าคนไม่เห็นเลือดจริงๆ 

ขณะบีบคางครุ่นคิด ทันใดนั้นก็เห็นมีร่างของใครคนหนึ่งแวบไปอย่างรวดเร็วตรงมุมกำแพง 

“อาเจียว ข้ามีเรื่องให้ช่วย” 

ซย่าชูชีจ้องไปยังทิศทางที่คนคนนั้นหายไป 

กู้อาเจียวซึ่งคงมองเด็กเล็กพวกนั้นเป่าแตรแก้ว เอ่ยรับ “หืม” 

“เอาไป กลับแล้วข้าค่อยไปหาเจ้า” 

ไม่ทันได้พูดอะไรมาก ซย่าชูชีก็เอาห่อสัมภาระทั้งหมดยัดเข้าไปในอกของนาง ส่วนตัวเธอก็กระโดดไปอย่างรวดเร็ว กระทั่งกู้อาเจียวหันมา ก็ไม่เห็นตัวคนแล้ว 

เธอครุ่นคิดดีแล้ว 

ใครให้เงิน ทำงานให้คนนั้น 

คนคนนั้นใบหน้าเล็กแหลมราวกวางน้ำ ดวงตากลมเล็กราวหนู เขาซ่อนตัวลอบมองเด็กพวกนั้น ซึ่งลางสังหรณ์บอกเธอว่ามันผิดปกติ 

ในโลกใบนี้ไม่มีอะไรบังเอิญ ไม่แน่เขาอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับ ‘การแพร่กระจายเพลงกล่อมเด็ก’ หากเธอหาเบาะแสได้ ก็จะช่วยจ้าวจวินได้มาก และมีความหวังที่จะเอากระจกกลับมา 

คนคนนั้นทำตัวเป็นขโมยตามที่คาดการณ์ เขาอ้อมตรอกผ้าทอผ่านสะพานหินคูเมือง แล้วเข้าไปในป่าลึกซึ่งห่างจากตัวเมืองอำเภอประมาณหนึ่งลี้ แม้เข้าสู่ฤดูหนาว แต่ฤดูหนาวทางตะวันตกเฉียงใต้ ใบไม้ยังคงเขียวขจีอยู่มาก จึงง่ายต่อการปิดบังร่องรอยเดินทาง ซย่าชูชีตามหลังเขาตลอดทาง และตามติดอย่างมีทักษะพอสมควร 

เมื่อเข้าไปในป่าลึกฝีเท้าของคนคนนั้นก็ยิ่งเร็วขึ้น เธอเองก็ตามไม่ลดละ 

ฉับพลัน... 

เธอหยุดฝีเท้าลง เห็นผู้ชายแต่งตัวเหมือนกับชาวบ้านสิบกว่าคนรวมตัวกัน แต่ตรงข้ามพวกเขามีคนสวมชุดชั้นดีสีเขียวแบบเดียวกันห้าหกคน เป็นชายหนุ่มที่พกดาบคาดเอวระดับเดียวกัน เธอไม่กล้าเข้าไปใกล้กว่านี้ ได้แต่หลบอยู่หลังพุ่มไม้หนา ซ่อนตัวดูอยู่ด้านนอก 

“เรียบร้อยหรือไม่” มีคนถาม 

“เรียบร้อย เรียบร้อยทุกอย่างขอรับ” 

“พวกเจ้าล่ะ” 

“เช่นกันขอรับ” 

คุยกันเพียงครู่เดียว วินาทีต่อมาก็ราวกับใช้เทคนิคพิเศษของภาพยนตร์ เธอเห็นแสงดาบวาบ แทบจะพริบตาเดียว ชายที่โค้งตัวตอบว่าเรียบร้อยสิบกว่าคน ก็ถูกดาบของอีกฝ่ายแทงเข้าร่าง 

เลือดสดๆ สาดกระจาย เสียงกรีดร้องดังเพียงครู่ก็หายไป... 

ฆ่าปิดปาก? 

ซย่าชูชีหรี่ตา ใจเต้นตึกๆ 

ดาบที่ทำให้แสบตา และเลือดสีแดงสดทำเอาเธอตกตะลึงอยู่ตรงนั้น! 

คนเป็นสิบกว่าคน กลายเป็นศพในชั่วพริบตา 

เมื่อฆ่าคนเรียบร้อยแล้ว คนพวกนั้นก็คุกเข่าลงข้างหนึ่ง กุมกำปั้นขึ้นพูดด้วยน้ำเสียงนอบน้อม 

“ต้าตูตู[2]!” 

ในเวลานั้นเอง ชายที่สวมชุดขุนนางสีแดง คาดดาบฝักสีดำมีพุ่มห้อย ก็ออกมาจากในป่าอย่างเชื่องช้า เข็มขัดคาดเอวหงส์พริ้วไสว ดวงตาสุกใสอันเรียวยาวจนน่าหวาดหวั่น อาภรณ์สีแดง ริมฝีปากแดง และเลือดสดๆ ที่กองอยู่บนพื้น ขับให้ผิวของเขาดุจดั่งหยกมันแพะอันยอดเยี่ยม ท่าทางปราดเปรื่องอันดับหนึ่ง งามหยาดเยิ้มจนทำให้สีทุกอย่างรอบด้านหายไป 

เย้ายวน! 

มีเสน่ห์เหลือเกิน! 

ซย่าชูชีเคยเห็นผู้ชายที่งามหยาดเยิ้มมาหมดทั้งชาติก่อน และชาตินี้ก็ยังงามไม่ถึงเสี้ยวของเขาเลย 

“ตายหมดแล้วใช่หรือไม่” เขาถาม 

กระแสเสียงนั้น อ่อนโยน นุ่มนวล คล้ายกับช่อดอกไม้งดงามซึ่งเบ่งบานในภูเขาเดือนสาม ยังคล้ายกับคนรักกระซิบเสียงเบาข้างหู... แม้กระนั้นเธอก็ยังคงจับจ้อง เขาใช้ท่าทางสง่างามนั้น โดยใช้นิ้วมือเรียวยาวกำมีดเหน็บเอว แล้วตัดหัวของแต่ละศพอย่างใจเย็น จากนั้นค่อยใช้ผ้าแพรสีขาวเช็ดรอยเลือดตรงนิ้วมือช้าๆ 

บ้าไปแล้ว! 

ในฐานะที่ซย่าชูชีเป็นหมอ เคยเห็นเลือดสดๆ เคยเห็นคนตาย 

แต่ไม่เคยเห็นวิธีการฆ่าคนที่งดงามนิ่งเรียบเช่นนี้มาก่อน 

สวยจนแทบจะน่ากลัว ความรู้สึกก็เหมือนมีดเล่มนั้น เลือดก็เหมือนโรคระบาดที่แพร่กระจาย ทะลุผ่านทั่วทั้งร่างของเธอ เค้นจนลำคอของเธอเกร็งแน่นไปชั่วระยะหนึ่ง 

เฮือก! 

เธอกำนิ้วแน่น หญิงสาวไม่ได้มีความกล้าพอที่จะตายเพื่อจ้าวจวิน แผ่นหลังเปียกชื้นของเธอติดกับต้นไม้ ร่างกายเล็กของหญิงสาวซ่อนตัวไม่ขยับไปไหน 

แม้กระนั้น 

ชายผู้สวมชุดขุนนางสีแดงงดงามราวปีศาจกลับย่างก้าวมาทางเธอ ใช้ท่าทางน่าหลงใหลซึ่งไม่อาจบรรยายมาเป็นคำพูดได้ งดงามจนทำให้มีดประกายเย็นวาบของหยดเลือดในมือเขาเพิ่มความสวยงามสูงสง่าหลายส่วน 

เลือด! 

คล้ายกับได้ยินเสียงเลือดหยดลงพื้น 

ชูชีเม้มริมฝีปากแน่น มือก็ค่อยๆ ล้วงเข้าไปในอก 

ชิ้ง!  

แสงเย็นเยียบนั้นพุ่งมาทางเธอ 

เธอจึงกลิ้งลงกับพื้น โกยแนบโดยไม่พูดอะไรทั้งสิ้น 

“กระต่ายเจ่าเล่ห์” 

เสียงนุ่มนวลราวกับลมฤดูใบไม้ผลิลอยเข้าหู ร่างสวมชุดแดงนั่นพุ่งมาเร็วราวกับธนู จนเธอก้าวไม่ทัน แขนข้างหนึ่ง เข้ามาดึงเอวของเธอแล้วหมุนอยู่ท่ามกลางสายลม แล้วกดเธอกับต้นไม้ใหญ่อันหยาบกร้าน 

“ยังจะหนีอีก... หืม?” 

เขาหยุดพูดลงกะทันหัน 

ซย่าชูชีมั่นใจ ยามเขาเห็นใบหน้าเธอ ดวงตาสีอำพันอ่อนคู่นั้นตะลึงเล็กน้อย 

“หึ เจ้ายังมีชีวิตอยู่จริงๆ สินะ” 

กลิ่นคาวเลือดราวกับถูกเสียงหัวเราะของเขาหลอมละลาย 

ซย่าชูชีเลียริมฝีปาก รู้สึกว่าลำคอแห้งผากเล็กน้อย เธอเป็นแพทย์ทหารของทีมพิเศษ เคยเข้าร่วมการฝึกทหาร เข้าร่วมช่วยเหลือแผ่นดินไหว เคยเห็นบรรยากาศอันตรายอันหนาวเหน็บใกล้ตายมานับไม่ถ้วน แต่ก็ไม่ค่อยน่าหวาดกลัวเท่าการฆ่าด้วยดาบจริงปืนจริง แต่กลิ่นอายที่ชั่วร้ายอันอบอุ่นนุ่มลึกเช่นนี้ ก็ยังทำให้เธอตัวสั่นเทิ้มได้ 

“เจ้าจำข้าได้?” 

 

 

------

[1] สู่ (蜀) ชื่อเดิมของเสฉวน

[2] ต้าตูตู (大都督) ชื่อเรียกขุนนาง คือ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

ความคิดเห็น