facebook-icon

ขอบคุณนักอ่านผู้น่ารักที่หลงเข้ามา กรุณากดถูกใจ แสดงความเห็นให้นักเขียนคนนี้นำไปปรับปรุงด้วยนะคะ :)

1 : ช่วยเปลี่ยนจาก 'พี่' เป็น 'ที่รัก' ได้ไหมครับ (100%)

ชื่อตอน : 1 : ช่วยเปลี่ยนจาก 'พี่' เป็น 'ที่รัก' ได้ไหมครับ (100%)

คำค้น : #หลีกลี้หลบหนีรัก #มนารมณ์

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 92

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.พ. 2564 00:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
1 : ช่วยเปลี่ยนจาก 'พี่' เป็น 'ที่รัก' ได้ไหมครับ (100%)
แบบอักษร

1 

  

               “ยอร์ชจะไปไหนลูก” 

               ‘ยุวดี’ ปรี่เข้าไปหาลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่ยกกระเป๋าเดินทางลงมาจากบันได ด้านอารีที่ได้ยินเสียงลูกสะใภ้ก็รีบออกมาจากห้องครัว  

               “ไหนรับปากย่าว่าจะไปบ้านลุงอาชา”  

               “ผมมีธุระด่วนครับคุณย่า คุณแม่”  

               “ธุระอะไรยอร์ช ถ้ายอร์ชไม่บอก แม่ไม่ให้ไปเด็ดขาด อย่าอ้างเรื่องงานนะ ถ้ามีงานจริง พี่จี๊ดจ๊าดต้องโทรมารายงานแม่ก่อน” คุณแม่ดักทางแก้ตัวลูกรักไว้หมดจนชายหนุ่มทำหน้างอ ไปต่อไม่ถูก “ลูกไม่ใช่เด็กฝึกหัดกิ๊กก๊อกในช่องแล้วนะ ยอร์ชเป็นพระเอกที่ใครๆ ก็ต้องการตัว จะทำอะไร จะไปที่ไหน มีหูตาจับจ้องไปหมด”  

               “แม่เขาพูดถูกนะยอร์ช ทุกคนเคยเตือนหลานแล้วว่าถ้าคิดอยากเข้าวงการบันเทิงต้องเสียความเป็นส่วนตัว แต่หลานยังดึงดัน เพราะฉะนั้นมีเวลาพักก็อยู่บ้าน ถ้าอยากไปไหนค่อยชวนพ่อกับแม่ไป” อารีรับบททัพเสริม เตือนสติหลานชายตัวดี พร้อมกับค่อยๆ ดึงกระเป๋าเดินทางจากมือยุกุล ส่งสัญญาณให้สาวรับใช้นำไปเก็บ  

               “ก็ได้ครับ” ยุกุลหน้าจ๋อย รับปากตามน้ำ  

               ชายหนุ่มรู้อยู่แล้วว่าย่ากับแม่ต้องห้ามปราม เหตุการณ์เมื่อครู่จึงเป็นแค่การแสดง ดาราเจ้าบทบาทจองตั๋วเดินทางช่วงเย็นไว้ ไปบ้านอรนาฏมีช่องโหว่เยอะกว่าอยู่ที่นี่เสียอีก ดังนั้นเขาจะยอมทำตามคำขอของย่าแล้วหาทางหลบหนีไปสนามบิน  

               บทง่ายๆ เขาเขียนเองได้และแสดงดีด้วย  

  

               งานเลี้ยงฉลองเนื่องในโอกาสอรนาฏเรียนจบปริญญาตรีพ่วงงานวันคล้ายวันเกิดของอาชา จัดขึ้นบริเวณริมสระว่ายน้ำของบ้านภูวเศรษฐ์ โดยมี ‘ลีลา’ ภรรยาของอาชา แม่แท้ๆ ของลลิลและแม่เลี้ยงที่อรนาฏเกลียดรับหน้าที่แม่งาน แม้ลีลาจะเอาใจใส่ลูกติดสามีดียิ่งกว่าลูกแท้ๆ แต่อรนาฏยืนหยัดว่าจะไม่มีวันญาติดีกับแม่เลี้ยงและลลิลแน่นอน เธอปฏิบัติกับลีลาไม่ต่างจากคนรับใช้ในบ้าน นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลลิลย้ายไปอยู่ข้างนอกตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย อรนาฏนับเป็นอุปสรรคขัดขวางความรักของเขา แต่เพราะความเป็นมิตรสหายบ้านใกล้เรือนเคียง เขาจำต้องรักษาภาพพี่ชายข้างบ้านผู้แสนดียามอยู่ต่อหน้าทุกคน  

               “ขอบคุณพี่ยอร์ชมากเลยนะคะ ตัวจริงพี่ยอร์ชหล่อกว่าในทีวีอีกค่ะ”  

               “ขอบคุณครับ พี่ขอตัวก่อนนะครับ”  

               ยุกุลฉีกยิ้มให้บรรดาเพื่อนๆ อรนาฏที่เขินเขาตัวบิดตัวม้วนหลังถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน เกือบชั่วโมงที่แขกเหรื่อในงานขอถ่ายภาพด้วย เขาต้องปั้นหน้ายิ้มเพื่อรักษาความนิยมอย่างที่ผู้จัดการส่วนตัวกำชับจนเหงือกแห้ง พอสบโอกาส...ดาราหนุ่มรูปงามรีบหยิบน้ำผลไม้แล้วเดินเลี่ยงเข้าห้องครัว เจอลีลากำลังทำของว่างเพิ่มเติมเพียงลำพัง  

               “อ้าว...ยอร์ช” คนเตรียมงานประหลาดใจเมื่อเห็นว่าเป็นยุกุลที่เปิดประตูเข้ามา “งานไม่สนุกเหรอจ๊ะยอร์ช” ถามพลางก้มหน้าทำงานต่อ  

                “สนุกครับแม่ลี แต่ขนมฝีมือแม่ลีอร่อยทุกอย่างเลยกลัวคนแย่งกินหมดก่อน ต้องมาดักที่ต้นทาง” ยุกุลประจบประแจงเอาใจ ถือคติ ‘เข้าทางแม่’ ชายหนุ่มเรียกลีลาว่า ‘แม่’ ดังที่ลลิลเรียกซึ่งลีลาก็อนุญาต แถมรักและเอ็นดูเขาเหมือนลูกหลานแท้ๆ  

               “ถ้ารู้ว่ายอร์ชจะมา แม่ลีจะทำตะโก้อัญชันไว้ให้ แต่นี่กลับมาก็เก็บตัวเงียบ ไม่มาทักทายกันให้หายคิดถึง เป็นดาราดังคงลืมแม่ลีลืมลลิลแล้วมั้ง”  

               “ผมเพิ่งกลับมาถึงเมื่อวานตอนบ่ายครับ ง่วงก็นอน แทบไม่ได้คุยกับใคร ไม่โกรธนะครับ” ยุกุลวางแก้วน้ำผลไม้ไว้บนเคาน์เตอร์ เขยิบไปใกล้ๆ หญิงต่างวัย บีบท่อนแขนให้อีกฝ่ายยอมอภัย “ดีใจจังเลยครับที่แม่ลีจำได้ว่ายอร์ชชอบทานตะโก้อัญชัน ถ้าลลิลกลับมาค่อยทำให้ทานพร้อมกันทีเดียวก็ได้ครับ” เขาชอบเพราะมันเป็นขนมที่ลลิลชอบ 

               “แล้วเมื่อไหร่จะได้ทานล่ะลูก รายนั้นจะกลับบ้านกลับช่องเมื่อไหร่ไม่รู้ จะจำทางกลับได้ไหมแม่ยังนึกห่วงอยู่” ลีลายิ้มขัน ส่ายหัวน้อยๆ  

               “ลลิลอยู่ภูเก็ตครับ ยอร์ชจะไปตามตัวกลับมาหาแม่ลีเอง” ยุกุลรีบเผยข้อมูลด้วยรู้ว่าสองแม่ลูกไม่ค่อยติดต่อกัน  

               “ลลิลบอกยอร์ชเหรอลูก” ลีลาทำหน้าดีใจ  

               “เออ...ครับ”  

               ยุกุลรับสมอ้าง ต้องการเป็นคนสำคัญสำหรับลลิลและลีลา ทั้งที่ความจริงลลิลไม่เคยสนใจเขาด้วยซ้ำ ไม่ติดตามเขาทุกช่องทาง กล้าเมินดาราดังแบบไม่ไยดี 

               “แต่จะไม่เป็นไรเหรอยอร์ช ถ้าเกิดมีใครเห็นยอร์ชกับลลิลอยู่ด้วยกัน แม่ลีว่าไม่ดีกับตัวยอร์ชแน่” ใบหน้าเปื้อนยิ้มเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นครุ่นคิดและเคร่งเครียดตามลำดับ  

               “ยอร์ชไม่ให้ใครเห็นแน่นอนครับ แม่ลีหายห่วงได้ครับผม”  

               หนุ่มหล่อเอนศีรษะซบไหล่ลีลา ซาบซึ้งถึงความห่วงใยจากผู้ใหญ่ที่นับถือ จากนั้นอยู่ช่วยจัดของว่างกระทั่งเสร็จเรียบร้อย ลีลาชักชวนให้กลับไปงานเลี้ยงด้วยกัน  

               “จะไม่ออกไปกับแม่ลีจริงเหรอยอร์ช”  

               “สักพักนะครับ เดี๋ยวยอร์ชตามไป” ยุกุลต่อรองยืดเวลา ด้านลีลาพยักหน้าเข้าใจ ปล่อยให้เขาอยู่ในห้องครัวตามความประสงค์  

               ชายหนุ่มกวาดสายตามองรอบบริเวณ พลันแลเห็นประตูด้านข้างที่แง้มเปิดไว้เล็กน้อย ใช่แล้ว! ประตูนั้นเชื่อมกับทางเดินสู่สวนหลังบ้านอาชา สถานที่ที่ลลิลใช้ซ่อนตัวอ่านหนังสือนิยายบ่อยๆ ยุกุลไม่รอช้าสาวเท้าไปตามเส้นทางในความทรงจำของตัวเอง  

               เนื่องจากอาชาชื่นชอบธรรมชาติจึงจ้างบริษัทชื่อดังออกแบบและจัดสวนหลังบ้านคล้ายสวนป่า สไตล์ทรอปิคัลที่ไม่รกทึบมากนัก ปลูกไม้ยืนต้นและไม้พุ่มที่สามารถตัดตกแต่งให้สวยงามได้ยามต้องการ ตรงกลางสวนมีบ่อเลี้ยงปลา ติดกันนั้นเป็นศาลาไม้โมเดิร์นพื้นที่พักผ่อนสำหรับคนในครอบครัว เพื่อให้ดูเข้ากับสวนสวยจึงมีกำแพงไทรเกาหลีทรงสูงพุ่มแน่นเป็นปราการล้อมรอบอาณาเขตทิศใต้ของที่พักอาศัย  

               ‘ลลิล! ลลิล!’  

               ‘บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกพี่ลลิล’  

               ยุกุลจำได้ว่าลลิลมองค้อนเขาตาเขียวปั๊ดตอนเขาวิ่งเข้ามาขัดความสุขขณะเธอกำลังอ่านหนังสือในศาลานี้ เท่านั้นยังไม่พอ...เขาอาจหาญเรียกเธอด้วยชื่อที่เป็นทั้งชื่อเล่นและชื่อจริง โดยไม่มีคำบ่งบอกลำดับความอาวุโส ทั้งที่จริงแล้วลลิลอายุมากกว่าเขาถึงสี่ปี  

               ‘พฤกษ์เตือนยอร์ชหลายครั้งแล้วนะครับพี่ลลิล’ เพื่อนรักเพื่อนสนิทของยุกุลที่ตามมาด้วยกันหน้าเสีย พฤกษ์เคารพลลิลเหมือนพี่สาวแท้ๆ แม้จะเป็นเพียงเพื่อนบ้านกันเท่านั้น  

               พฤกษ์อยากเรียกแบบนั้นเพราะมองลลิลเป็นพี่ก็ตามใจ แต่เด็กแก่แดดแก่ลมที่เพิ่งเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่สองต้องการให้สาวรุ่นพี่เป็นมากกว่านั้น 

               ‘มาทำไมกัน อันไม่อยู่หรอกนะ ไปเรียนบัลเลต์’  

               ลลิลคิดเองเออเองว่าเขาและพฤกษ์วัยใกล้เคียงกับยายเด็กแปดหลอดนั่นต้องจับกลุ่มเล่นกันเสมอ เธอไม่เคยรู้เลยว่าเขาอยากอยู่ใกล้ๆ เลยชักชวนพฤกษ์มาเป็นข้ออ้าง  

               ‘ยอร์ชเอาการบ้านมาให้ลลิลสอนต่างหาก’  

               เด็กชายวัยแตกหนุ่มวิ่งแจ้นเข้าไปนั่งบนม้านั่งตัวยาวข้างๆ ลลิล ไม่สนใจว่าเธอจะยินดียินร้ายอย่างไร นักเรียนสายศิลป์ - คำนวณส่ายหัวทำหน้าย่น แต่ก็ดึงสมุดการบ้านยุกุลไปเปิดดู เด็กแก่แดดอาศัยจังหวะนั้นขยิบตาส่งสัญญาณให้เพื่อนที่มาด้วยกัน  

               ‘โอ๊ย!’ 

               ‘เป็นอะไรน่ะพฤกษ์’ ลลิลอารามตกใจเงยขึ้นมาเห็นพฤกษ์ร้องโอดครวญพลางเอามือกุมท้อง  

               ‘ปวดท้องครับ พฤกษ์ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ’  

               ลลิลทำหน้างุนงงส่วนยุกุลลอบยิ้มที่เพื่อนรักทำตามแผนที่เตี๊ยมกันไว้ไม่อิดออด พฤกษ์วิ่งปรู๊ดปร๊าดกลับเข้าบ้าน ทีนี้ก็เป็นเวลาส่วนตัวของเขากับลลิล สองคนเท่านั้น!  

               ยุกุลไม่ได้สนใจคำอธิบายของลลิลสักนิด เอาแต่จ้องอากัปกิริยาการเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติของสาวรุ่นพี่ นานนับชั่วโมง คำว่า 'สวย' ผุดขึ้นในหัวเขานับไม่ถ้วน  

               ‘ยอร์ช! ยอร์ช!’ 

               ‘คะ...ครับ!’  

               ยุกุลสะดุ้งโหยงตกใจลลิลแผดเสียงดังลั่น อันที่จริงเธอเรียกหลายครั้งแล้วแต่เขาเอาแต่เหม่อมองเธอ  

               ‘ถามว่าที่อธิบายไปเข้าใจไหม’  

               ‘เข้าใจครับ’ 

               ‘ไหนลองทวนมาซิ’ 

               สาวน้อยวัยสิบเจ็ดจ้องเขม็งคล้ายยากจะเชื่อกับคำพูดเด็กน้อย ทว่ายุกุลสาธยายขั้นตอนของโจทย์ได้ไม่ขาดตกบกพร่อง ลลิลถึงเลิกจับผิด  

               ความจริงยุกุลเข้าใจและทำการบ้านได้หมดทุดข้อ แต่เขา 'แกล้งโง่' เพื่อหาเรื่องเข้าใกล้ลลิล  

               ‘ยอร์ชเข้าใจถูกไหม’  

               ‘ถูก’ ลลิลพยักหน้า มือเรียวรวบสมุดกับเครื่องเขียนของยุกุลรวมกันแล้วดันให้เจ้าของ ‘กลับบ้านได้’ ผลักไสด้วยท่าทีส่อพิรุธ  

               ‘ลลิลจะทำอะไรเหรอ อ่านนิยายสิบแปดบวกบวกบวกบวกเหรอ’ ยุกุลแสร้งหยิกแกมหยอก เขาเคยเห็นลลิลแอบเช่านิยายผู้ใหญ่จากร้านเช่าหนังสือใกล้โรงเรียน ‘ถ้ายอร์ชบอกแม่ลี ลลิลจะทำยังไงนะ’  

               ‘เด็กผี!’ ตากลมโตวาวโรจน์โกรธเคืองเด็กชายที่นอกจากไม่สำนึกบุญคุณแล้วยังริอ่านจะแบล็กเมล์อีก  

               ‘เสียงดังอะไรกันจ๊ะเด็กๆ’  

               ก่อนลลิลจะพลั้งมือบีบคอยุกุล เสียงลีลาผู้เป็นแม่ก็ดังมาแต่ไกล  

               ‘ถ้าลลิลยอมไปกินไอศกรีมกับยอร์ช ยอร์ชจะไม่บอกแม่ลี’ วายร้ายกระซิบขู่ก่อนลีลาจะมาถึง ลลิลจำใจต้องรับข้อเสนอ ‘ลลิลอารมณ์เสียที่ยอร์ชทำการบ้านไม่ได้ครับ’ ยุกุลโกหกลีลาที่มาพร้อมกับถาดใส่ตะโก้อัญชันและอัญชันมะนาวสองแก้ว ของโปรดลูกสาวคนสวย  

               ‘พักกินขนมกันก่อนจะได้ใจเย็นๆ หัวสมองแล่น นี่ของลลิล ส่วนนี่ของยอ์ชจ้ะ’  

               ‘ขอบคุณครับแม่ลี หน้าตาน่ากินมากเลย ยอร์ชว่าจะขอฝากท้องไว้กับมื้อเย็นฝีมือแม่ลีด้วย วันนี้บ้านยอร์ชออกไปงานเลี้ยงกันหมด’ 

               ‘ได้สิ ยอร์ชอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม แม่ลีจะทำให้’  

               ลลิลเบ้ปากกับภาพที่เห็น ยุกุลยิ้มขำแล้วหันไปประจบประแจงลีลาต่อ  

               จากเด็กสิบสามขวบ ผิวเข้ม ตัวผอมกะหร่อง จอมตื๊อในวันนั้น เติบโตมาเป็นนักแสดงระดับประเทศที่มีหน้าตาหล่อเหลา ผิวขาวจัด รูปร่างสูงโปร่งเป็นเสน่ห์ดึงดูดสาวน้อยสาวใหญ่ เป็นขวัญใจ LGBTQ+ แม้ภายนอกจะเปลี่ยนไป ทว่าในใจยังคงซื่อสัตย์ยืนหยัดในความรักที่มีต่อลลิล โชคชัยไพฑูรย์ เพียงคนเดียว  

                

               ตุ๊บ!  

               ยุกุลย่อตัวหลบโดยอัตโนมัติหลังได้ยินเสียงประหลาดซึ่งเกิดจากการพลาดตกจากกำแพงต้นไม้ของ 'ผู้บุกรุก' ที่สวมชุดดำ หมวกไอ้โม่งไหมพรมสีเดียวกันอำพรางตัวตนคล้ายคนร้ายตระเวนก่อคดีอาชญากรรม ชายหนุ่มคิดว่าโจรมือสมัครเล่นโชคร้ายนักที่เผอเรอทำอะไรตกหล่นจนต้องเสียเวลาคลานหาและดันมาเจอกับเขา อดีต (ผู้รับบท) นายทหารหนุ่มจากละครเรื่องก่อนอีก  

               เสร็จเขาแน่!  

               ดาราหนุ่มเคยเรียนศิลปะการต่อสู้ก่อนถ่ายทำละคร เขาจึงค่อยๆ ย่องไปทางด้านหลัง อีกฝ่ายรู้สึกถึงความผิดปกติในวินาทีที่ยุกุลแทบบุกประชิดตัว มันหมุนตัวลุกขึ้นยืนตั้งการ์ดเตรียมต่อสู้ แต่ช้าไป...ยุกุลสอยหมัดเข้าตรงปลายคางเต็มแรง โจรร่างแบบบางล้มลงสลบเหมือดบนพื้น คนชนะน็อกยิ้มกริ่มภูมิใจต่อผลงานก่อนทรุดตัวนั่งยองๆ มือข้างหนึ่งช้อนศีรษะคู่ต่อสู้ (ที่ยังไม่ทันสู้) ขึ้นมา ส่วนอีกข้างที่ถนัดดึงแว่นตากันแดดแบรนด์ดังกับหมวกออก  

               “ลลิล!”  

               ประหนึ่งคู่ต่อสู้ล้มพ่ายแต่กรรมการใจร้ายรัวหมัดใส่ยุกุลไม่ยั้ง ภาพใบหน้าสวยซีดเผือดทำเอาหัวใจชายหนุ่มเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวว่าหญิงสาวในอ้อมแขนจะมีอันตรายถึงชีวิต เขาช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มแนบอก วิ่งหน้าตาตื่นกลับเข้าบ้านหลังใหญ่ของอาชา ฝ่าฝูงชนเกินครึ่งร้อยชีวิตตะโกนเรียกหามารดาเธอ  

               “เอะอะอะไรกันยอร์ช!” ลีลาเอ่ยถามเสียงเรียบ ครั้นเห็นร่างลูกสาวแน่นิ่งไม่ได้สติก็กรีดร้องลั่น “ลลิล! ลลิลเป็นอะไรลูก” ใจคนเป็นแม่แทบหยุดเต้น  

               “แม่ลี...ยอร์ชขอโทษ ยอร์ชไม่ได้ตั้งใจ” ยุกุลพูดไม่ได้ศัพท์ แขกในงานเริ่มซุบซิบกันเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ 

               “พาลลิลขึ้นห้องก่อน ลุงจะรีบตามหมอมา”  

               เจ้าของบ้านผู้มีสติที่สุด เข้ามาจับชีพจรลูกเลี้ยงแม้ไม่รู้ว่าเธอประสบเหตุร้ายใดมาแต่ก่อนเบนสายมาเรียนบริหาร อาชาเคยเป็นนักศึกษาแพทย์เกือบสองปี ยุกุลพยักหน้ารับ อุ้มลลิลตามลีลาไปยังห้องนอนบนชั้นสองที่หญิงสาวไม่ได้พักอาศัยหลายปีแต่บุพการียังคงทำความสะอาดรอต้อนรับเธอกลับมาเสมอ  

               “เกิดอะไรขึ้นยอร์ช ลลิลเป็นอะไร แล้วยอร์ชพามาได้ยังไง”  

               ลีลารัวคำถามชุดใหญ่ตลอดทางจวบจนยุกุลวางตัวลลิลนอนลงบนเตียง ชายหนุ่มถึงมีสติฟังคำถามรู้เรื่อง  

               “ลลิลแอบเข้ามาทางสวนหลังบ้าน ยอร์ชคิดว่าลลิลเป็นโจรก็เลย...ชก”  

               “ชก!” ลีลายกมือทาบอก ทรุดนั่งบนเตียง โดยมียุกุลคอยประคอง ปากพร่ำคำว่า ‘ขอโทษ’ นับครั้งไม่ถ้วน “ลลิล...ฟื้นสิลูก” จับมือเย็นเฉียบของลูกสาวแล้วน้ำตาก็ไหลพรั่งพรูราวกับเขื่อนแตก คนผิดยิ่งใจคอไม่ดี เขาลดตัวลงไปนั่งคุกเข่าหน้าลีลา  

               “ขอโทษครับแม่ลี ยอร์ชทำให้ลลิลเจ็บตัว จะตีจะด่ายอร์ชยังไงก็ได้” น้ำเสียงยุกุลสั่นเครือ น้ำตาคลอ ยกมือไหว้ปลกๆ เขาช็อกจนไม่อยากเชื่อว่านี่คือความจริง ชายหนุ่มปรารถนาจะได้พบเธออีกสักครั้ง แต่เขากลับทำให้การพบกันกลายเป็นเรื่องร้ายแรงถึงชีวิต ถ้าลลิลตายเพราะเขา เขาจะมีชีวิตอยู่ต่อได้อย่างไร  

               “โอ๊ย...”  

               เสียงร้องครวญครางเบาๆ ดึงความสนใจจากลีลาและยุกุลทันที หญิงวัยกลางคันเอี้ยวตัวมองลูกสาวขณะที่ดาราหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว ลลิลขยับตัวด้วยสีหน้าเหยเก ค่อยๆ ปรือตาปรับการมองเห็นสภาพแวดล้อมรอบกาย   

               “ลลิล!”  

               “แม่...” หญิงสาวกระพริบตาปริบๆ มองมารดา  

               “ลลิล” เป็นทียุกุลที่อุตส่าห์วิ่งอ้อมเตียงมาอีกฝั่งหวังให้เธอเห็นหน้าตัวเองชัดๆ บ้าง คนเจ็บผินมองตามเสียงเรียก หรี่ตาดั่งพินิจกายหยาบตรงหน้า ดาราหนุ่มถึงกลับหน้าเสียหวั่นลลิลจำตนไม่ได้  

               “ไม่เอาน่าลลิล อย่าแกล้งยอร์ชสิลูก” ลีลารีบพูดแทรก ยิ้มเจื่อนกับปฏิกิริยาลูกรัก  

               “ยอร์ช...” 

               “ใช่ครับ ยอร์ชเอง”  

               พระเอกสุดหล่อยิ้มกว้าง หัวใจพองโตพอใจที่ได้ยินชื่อตัวเองจากปากผู้หญิงที่เขาหลงรักตลอดระยะเวลาสิบปี หากเธอพูดขอบ้านสักหลังตอนนี้ เขาก็จะรีบโทรไปจอง ถ้าต้องการรถคันหรู เขาก็พร้อมซื้อให้ขับ หรือถ้าอยากแต่งงาน เขาก็ยินดีเป็นสามีให้ แค่เธอขอด้วยเสียงหวานๆ แบบตะกี้นี้เท่านั้น ยุกุลพร้อมเปย์ทุกอย่าง เพราะเขารักลลิล 

               “แม่ลีฝากดูแลลลิลหน่อยนะ เดี๋ยวลงไปบอกคุณลุงก่อนว่าลลิลตื่นแล้ว”  

               “ครับแม่ลี” ยุกุลเต็มใจรับฝาก ขอบคุณฟ้าที่ประทานโอกาสให้ได้ใกล้ชิดลลิลในใจ “ยอร์ชขอโทษนะที่ทำให้ลลิลเจ็บ” คล้อยหลังลีลาออกไป ชายหนุ่มหันกลับมาเห็นลลิลลูบคางตัวเองป้อยๆ เขารู้สึกผิดมหันต์  

               “นายสินะที่ชกพี่” คนเจ็บหยัดกายขึ้นนั่ง กลอกตามองไม่พอใจ “ร้อนจัง” หญิงสาวบ่นพึมพำ คนที่ใจจดจ่อกับทุกการกระทำของเธออยู่แล้วรีบโน้มตัวเข้าจับต้นแขนทั้งสองข้างของลลิล “นายจะทำอะไร!” เธอโวยวาย หน้าถมึงทึง  

               “ก็จะช่วยลลิลถอดเสื้อไง”  

               “บ้า!” ลลิลสะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุม “พี่ร้อน นายก็ต้องไปเปิดแอร์หรือเปิดหน้าต่างสิ จะแก้ผ้ากันได้ยังไงเล่า แล้วหัวเราะอะไรไม่ทราบยุกุล” หญิงสาวยิ่งอาละวาดเมื่อเห็นจำเลยหัวเราะคิกคัก โดยไม่รู้ว่ายุกุลกำลังนึกถึงเรื่องฝันก่อนตื่นนอนตอนเช้า ฝันที่เขาอยากให้เป็นเรื่องจริง แค่คิดก็เขินแล้ว  

               “จะเปิดให้เดี๋ยวนี้แล้วครับ” ชายหนุ่มกระวีกระวาดทำตามคำขอกึ่งคำสั่งนั้นทันที เขายินดี...ให้ทำมากกว่านี้ก็ไม่ติดขัด ยุกุลอาจเคยชินกับการให้คนอื่นเอาใจแต่กับลลิลคือตรงกันข้าม “รอสักครู่นะครับ ลลิลไม่อยู่ที่นี่นาน มันคงไม่ถูกเปิดใช้จริงๆ จังๆ เสียที” ยุกุลอธิบายอย่างใจเย็น ปรับเสียงให้นุ่มทุ้มน่าฟัง ร้อยทั้งร้อยถ้าเขาใช้เสียงโทนนี้กับแฟนคลับ ทุกคนต้องชอบใจแน่นอน  

               “เพราะนายคนเดียวทำแผนพี่พังหมด” ลลิลพูดระหว่างถอดเสื้อคลุมแขนยาวออกพ้นตัว เหลือเพียงเสื้อยืดสีดำพอดีตัวชวนมองสัดส่วนเย้ายวนแบบอิสตรี    

               ถึงคราวยุกุลทำปากคว่ำบ้าง เขาไม่ชอบให้ลลิลแทนตัวเองว่า ‘พี่’ เธอใช้คำว่า ‘ฉัน’ ยังดีกว่าเสียอีก  

               “แผนย่องเข้าบ้านตัวเองเหมือนขโมยเนี่ยนะลลิล”  

               “บ้านพี่ที่ไหนล่ะ บ้านคุณอากับยายอันต่างหาก” แล้วก็ถอดรองเท้า ถุงเท้าวางบนพื้นห้องตามลำดับคล้ายอึดอัดเต็มประดา  

               “แล้วทำไมต้องปีนเข้ามาด้วย” ยุกุลมองคนตัวเล็กทึ่งๆ มีเหตุผลกลใดถึงไม่เดินเข้าตามตรอกตามประตูดีๆ  

               “ก็ไม่อยากให้ใครรู้ใครเห็นไง นายทำเสียเรื่องหมด” ลลิลจิ๊ปาก แผนที่คิดไว้พังครืนไม่เป็นท่า พร่ำโทษชายหนุ่มไม่หยุดหย่อน 

               “ทำไมลลิลต้องหลบหน้าทุกคนด้วย ทำตัวเหมือนเด็กมีปัญหา”  

               “นายก็รู้จักพี่มาตั้งนาน คิดว่ามันเป็นยังไงล่ะ” ลลิลลุกจากเตียง เดินตรงไปเปิดตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่ หยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ออกมาดมกลิ่น เมื่อรู้ว่าลีลายังคอยซักคอยเปลี่ยนเสื้อผ้าในตู้ให้เสมอจึงหันมาไล่ยุกุล “ช่วยออกไปข้างนอกหรือจะลงไปข้างล่างก็ได้ พี่จะอาบน้ำ”  

               “ไม่ไปหรอก เกิดลลิลหนีไป เมื่อไหร่เราจะได้เจอกันอีก ลลิลยิ่งซ่อนตัวเก่งอยู่ด้วย” ยุกุลสั่นหน้าปฏิเสธ คิดว่าตัวเองตามเกมหญิงสาวทัน  

               “พี่ไม่คิดสั้นปีนลงจากชั้นสองหรอกน่า ไหนๆ ทุกคนก็รู้ก็เห็นว่าพี่อยู่ที่นี่แล้ว พี่จะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าลงไปแสดงความยินดีกับน้องสาวคนโปรดของนายหน่อย”

               ลลิลทราบข่าวการจัดงานเลี้ยงวันนี้จากลีลาที่ส่งข้อความบอกเล่าแทบทุกวันหวังให้เธอติดต่อกลับหรือกลับบ้านบ้าง เธอถึงวางแผนฉวยโอกาสช่วงคนเต็มบ้านย่องเบาเข้ามาเอาของส่วนตัวที่อยู่ที่นี่    

               “น้องสาวคนโปรดเหรอ เฮอะ! เลิกยัดเยียดเถอะลลิล” ยุกุลแสดงอาการกะบึงกระบอน คนโปรดคนเดียวในบ้านนี้มีคนเดียวคือเธอ “ยอร์ชจะออกไปก็ได้ แต่ลลิลต้องสัญญากับยอร์ชก่อน”

               “สัญญา? สัญญาอะไร”

               “เลิกฝืนแทนตัวเองว่าพี่ซะที มันดูห่างเหิน เมื่อก่อนลลิลแทนตัวเองว่าฉันๆๆ ตลอด จะพูดแบบนั้นยอร์ชก็ไม่ติด”

               “พี่เนี่ยนะห่างเหิน ดูสนิทสนมกว่า ‘ฉัน’ เสียอีก”

               “ถ้าสนิทจริงต้องเปลี่ยนจากพี่เป็นที่รักสิ” ยุกุลบ่นงึมงำ

               “อะไรของนาย”

               “ถ้าลลิลไม่ทำสัญญา ยอร์ชจะตามเข้าไปในห้องน้ำ”

               “บ้า!” ลลิลถลึงตาโต

               “ตอบตกลงก่อนสิ”

               “ก็ได้ๆๆ พอใจรึยัง”

               “ครับ”

               ยุกุลยิ้มกริ่ม จะว่าเขาโรคจิตก็ได้ที่ชอบเวลาลลิลหน้าบึ้งหน้างอ เพราะไม่ใช่ทุกคนจะได้เห็นเธอในมุมนี้ ครับก็ออกไปสิ

               “คร้าบ” หนุ่มหล่อลอยหน้าลอยตาลากเสียงยียวนกวนประสาท ขยิบตาส่งท้ายก่อนหมุนตัวเดินออกจากห้องอย่างอารมณ์ดี

 

               “ให้ยอร์ชขึ้นไปตามลลิลไหมครับ”  

               ยุกุลนั่งไม่ติดเก้าอี้หลังเวลาผ่านไปนานร่วมชั่วโมง ทว่าคนให้สัญญายังไม่ลงมาจากห้องเสียที เขากลัวว่าเธอจะแอบหลบหนี คราวนี้ตามหาตัวเธอไม่ง่ายแน่ๆ   

               “ถ้าลลิลรับปากแล้ว คงไม่ผิดคำพูดหรอกจ้ะ แม่ลีว่าเรารออีกสักสิบนาทีก่อนดีกว่า”  

               เสียงกระซิบกระซาบของคนหลายกลุ่มในเวลาไล่เลี่ยกันกลายเป็นเสียงที่ดังขึ้น การปรากฏตัวของสาวปริศนาผู้สวมเดรสสายเดี่ยวสีแดงเลือดนกยาวคลุมเข่าซึ่งกำลังเยื้องกรายลงมาจากบันไดดึงดูดความสนใจผู้คนที่หลบร้อนด้านนอกมาพึ่งความเย็นภายในตัวบ้านให้หันมองเธอ เช่นเดียวกับยุกุลผุดลุกจากที่นั่งไม่รู้ตัวราวต้องมนต์สะกด

               ลลิลของเขา

               ดาราหนุ่มเกือบก้าวเข้าไปหาหญิงสาว ถ้าลีลาไม่คว้ามือไว้ได้ทัน ยุกุลทำหน้าหงอยเมื่อลีลาส่ายหัวพร้อมส่งสายตาดุๆ เตือนให้รู้ตัวว่าเขาไม่ใช่เด็กชายยุกุลที่สามารถตามติดลลิลต้อยๆ ได้เหมือนเก่าต่อหน้าคนมากมาย

               “เป็นยังไงบ้างลลิล พ่อยังไม่ทันได้ขึ้นไปดู แม่เราก็ลงมาบอกว่าเราฟื้นแล้ว”

               เจ้าของบ้านเป็นคนแรกที่เอ่ยทักทายลูกเลี้ยงเมื่อเธอตรงเข้ามาบริเวณโซฟารับแขก ลลิลยกมือไหว้อาชาตามมารยาทก่อนตอบคำถาม

               “ลลิลไม่เป็นอะไรค่ะ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ”

               “ถ้าเป็นคงไม่แต่งหน้าแต่งตัวเกินหน้าเกินตาคนอื่นแบบนี้หรอกค่ะ”

               บัณฑิตป้ายแดงทนดูเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้นจนทนอดทนอดกลั้นไม่ไหว เดินผ่าวงล้อมพร้อมจงใจพูดเสียงดังขณะเดินเบียดไหล่ลลิลจากทางด้านหลังก่อนตรงไปเกาะแขนบิดา อรนาฏถลึงตามองสาวรุ่นพี่อย่างโกรธแค้น เธออุตส่าห์ลงทุนจ้างช่างแต่งหน้าทำผมฝีมือดีมาเสริมแต่งความสวย ไหนจะสั่งตัดเดรสเกาะอกใหม่สีหวานไม่ซ้ำใคร หวังจะเด่นสุดในงานวันนี้ ทว่าโดนปาดมงในวินาทีท้ายๆ ถูกลลิลแย่งซีนตั้งแต่เป็นลมให้ยุกุลอุ้ม ตอนนี้ยังหน้าหนาท้าทายด้วยการใส่เสื้อผ้าอวดทรวดทรงองค์เอวยั่วยวนผู้ชายในงาน  

               “ยินดีด้วยนะอัน”  

               ลลิลมิได้โต้ตอบ กลับกล่าวแสดงความยินดีแทน ยิ่งเร้าความโมโหอีกฝ่ายให้ปะทุ อรนาฏสะบัดหน้าหนี  

               “ไม่ได้ยินที่พี่พูดเหรออัน”  

               อาชาวางมือข้างหนึ่งลงบนมือเรียวของลูกสาว ตบเบาๆ เชิงเตือนให้รักษามารยาทต่อหน้าแขกเหรื่อ  

               “ขอบคุณ” อรนาฏกัดฟันพูดเสียงห้วน ใบหน้าหงิกงอไม่สบอารมณ์  

               “ไหนๆ ก็อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว ออกไปขอบคุณทุกคนอย่างเป็นทางการดีกว่า” อาชายิ้มกว้าง ค่อยๆ แกะมือลูกสาวเพียงคนเดียวออกหันไปควงแขนภรรยาสุดที่รัก “ตามมานะลลิล อัน”  

               อรนาฏแทบร้องกรี๊ดแต่ข่มความรุ่มร้อนในอกไว้ พ่อของเธอให้สองแม่ลูกนี่มาก่อนเสมอ ไม่สนว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร  

               “พี่ยอร์ช...พี่ยอร์ชไปกับอันนะคะ”  

               อรนาฏคิดเอาคืนด้วยการควงยุกุลเย้ยลลิล เอาสิ...เธอมีหนุ่มหล่อระดับพระเอกอยู่ข้างกาย ไม่ได้รับความสนใจให้มันรู้ไป  

               “อะ...เอ่อ”  

               ยุกุลอ้าปากหวอ มองตามลลิลที่เดินหนีตาละห้อย หญิงสาวทำเหมือนตนเป็นอากาศธาตุ ด้วยความโกรธ...ชายหนุ่มตวัดสายตาเคืองขุ่น ทำหน้ายักษ์ใส่อรนาฏ ทิ้งคนจุ้นจ้านไว้ข้างหลังอีกคน

               อาชาประกาศเชื้อเชิญผู้เข้าร่วมงานให้มารวมตัวกันริมสระว่ายน้ำ ยุกุลตีเนียนเขยิบเข้าไปยืนข้างลลิล กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายสาวกระตุกหัวใจเสือหนุ่มให้เต้นรัว เขาอยากโอบเอวคอดนั้นให้บรรดาผู้ชายที่จ้องลลิลตาเป็นมันอิจฉา อยากถอดเสื้อปกปิดหน้าอกหน้าใจไซส์ใหญ่กว่ามาตรฐานหญิงไทยนั้นด้วย ทว่าทำได้เพียงขู่ฟอดๆ ในใจ เพราะยังไม่ใช่เจ้าของเธอ

               “สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่านอีกครั้งนะครับ ผมขอขอบคุณที่ท่านเสียสละเวลามาร่วมงานวันคล้ายวันเกิดของผมและงานฉลองความสำเร็จของอรนาฏ ลูกสาวคนเล็กที่เรียนจบปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจ”

               อรนาฏเบ้ปาก ‘ลูกสาวคนเล็ก’ งั้นเหรอ เธอเกิดมาเป็นลูกสาวคนเดียวต่างหาก

               “ผมดีใจมากที่วันคล้ายวันเกิดปีนี้ สมาชิกในครอบครัวอยู่กันครบ ทั้งภรรยาและลูกทั้งสอง” อาชากวักมือเรียกลลิลและอรนาฏ สองสาวนิ่งอยู่นานกว่าจะยอมเดินไปหา “จะว่าผมเป็นคนแก่ขี้อวดก็ได้นะครับ แต่ขอแนะนำสองสาวสวยให้ท่านได้รู้จัก” เจ้าของบ้านยิ้มกว้างดึงมือลลิลให้มายืนข้างๆ “ลลิล ภูวเศรษฐ์ ลูกสาวคนโตที่ผมภูมิใจในความสามารถเธอมาก ลลิลเป็นนักเขียนและบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวครับ เร็วๆ นี้ผมว่าจะทำเรื่องขออนุญาตคุณลีลา ผู้จัดการส่วนตัวของลลิลให้ลลิลมาช่วยงานประชาสัมพันธ์ที่โรงแรม” อาชาพูดติดตลก คนหัวเราะตามทั้งงาน เว้นเสียแต่ลลิลและอรนาฏที่อึ้งกิมกี่ “อันมานี่ลูก” ผู้เป็นพ่อเรียกลูกสาว “ส่วนนี่...เจ้าของงานอีกคนในวันนี้ หนูอัน อรนาฏ เรียนจบด้านบริหารธุรกิจ ผมวางแผนว่าจะส่งไปเรียนต่อโทต่างประเทศก่อนให้สานต่องานของผม”

               อรนาฏเหยียดยิ้มอย่างมีชัย นึกว่าบิดาจะหลงลืมลำดับความสำคัญที่ควรจะเป็นเสียแล้ว ทุกอย่างของพ่อต้องเป็นของเธอ อรนาฏไม่มีวันให้กระเด็นไปหาลีลากับลลิลแม้แต่เสี้ยวเดียว คอยดู!

---------------------------------------------------------------------------------------------------- 

:: มนารมณ์ชวนเม้าท์มอย ::  

แวะมาลงงานที่ 1 ให้อ่านก่อนกลับไปทำงานประจำที่คั่งค้างไว้ ฝากกดถูกใจให้กำลังใจหน่อยนะคะ จะได้มีแรงปั่นแล้วมาลงต่อ ^O^ 

ความคิดเห็น