facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ซย่าชูชีแพทย์หญิงในหน่วยลอบสังหารพิเศษแดงดันย้อนเวลามาอยู่ในร่างของคุณหนูเจ็ดที่มีรอยสักอยู่บนขมับ ช่างอัปลักษณ์นัก! แต่ช่างปะไร เธอขอแค่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็พอ แต่โชคชะตากลับไม่ได้เป็นดั่งหวังเมื่อเธอดันไปขโมยตราพยัคฆ์ทองคำของจิ้นอ๋องเข้าให้ ความซวยจึงบังเกิด...

ตอนที่ 24 อุบายลับ? ปกครองคน! (1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 24 อุบายลับ? ปกครองคน! (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2563 14:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 24 อุบายลับ? ปกครองคน! (1)
แบบอักษร

 

“ไอ้กางเกงชั้นในแดงบัดซบ ข้า...” 

พูดยังไม่ทันจบ เธอก็หันหน้าพลางสะดุ้งสุดตัว 

เธอยังนอนอยู่บนเตียงที่ซีเฮ่า ไอ้คนต่ำช้าแซ่จ้าวสวมชุดพญางูชินอ๋องอันสูงสง่า ทับด้วยชุดคลุมใหญ่หนังจิ้งจอกดำ ข้างบนยังพันอย่างงดงาม เขานั่งเก้าอี้ไม้หนานมู่ที่ห่างออกไปหลายก้าว ภายนอกที่ดูสูงศักดิ์นั้นเธอเกลียดจนร่องฟันคันยิบ 

เขาจ้องมองเธออย่างเงียบงัน 

สายตาของเขาเย็นยะเยือก ท่าทางอ่านยาก บรรยากาศอึมครึมวังเวง 

ริมฝีปากเธององ้ำ หรี่ตามองประกายไฟในตาแตกเปรี๊ยะๆ  

“คนชั่วช้าสารเลว เห็นข้าสวยหน่อยก็ไม่ต้องจ้องขนาดนั้นก็ได้ไหม” 

เขาไม่ขยับไปไหน เพียงใช้สายตา สาวใช้เหมยจื่อก็ยื่นจอกน้ำชาลายครามให้เธออย่างฉลาดเฉลียว “แม่นาง เจ้าหลับไปค่อนชั่วยามแล้ว ปากแห้งมากดื่มน้ำล้างปากเสียก่อน อีกเดี๋ยวท่านอ๋องมีเรื่องจะถาม” 

เขาไม่มีปากหรือไง ถึงได้ให้สาวรับใช้พูดแทน 

ซย่าชูชีจับจอกน้ำชาแน่นดื่มอึกๆ 

“เจ้าคนชั่ว รีบบอกมา จะเอาอย่างไรแน่” 

เขายังไม่ขยับ แล้วให้เหมยจื่อยื่นน้ำให้เธอล้างปากอีก 

เธอสุดจะทนแล้วโบกมือขึ้นทำเสียงฮึดฮัดเย็นชา “ไม่เอาแล้ว!” 

เหมยจื่อลำบากใจนัก นางแทบจะร้องไห้ออกมา “พี่สาว...” 

ชิ ใครให้นางเป็นคนจิตใจดีกันล่ะ 

เธอหยิบจอกน้ำชามาดื่มล้างปากอีกแล้วก็พูดต่อ “เจ้าคนโฉดชั่วว่ามา ทำอย่างไรเจ้าถึงจะปล่อยเขา” 

ในที่สุดครั้งนี้จ้าวจวินถึงได้มีปฏิกิริยา 

“ล้างปากสองครั้งยังเหม็นขนาดนี้ จะคุยกันได้อย่างไร” 

อะไรนะ? ซย่าชูชีชักสีหน้าทำปากเป็นรูปตัวโอเล็กน้อย หลังจากใช้คำพูดหยาบคายในใจทั้งหมดเท่าที่คิดได้ ทักทายบรรพบุรุษทั้งสิบแปดชั่วโคตรของเขาไปแล้วรอบหนึ่ง ถึงได้สูดลมหายใจลึก แล้วเปลี่ยนมาเป็นใบหน้าเปื้อนยิ้มช้าๆ 

“ก็ได้ เจ้าเป็นคุณชาย จะคุยอย่างไรก็ว่ามา!” 

จ้าวจวินพูดเสียงเรียบ “ข้าต้องการให้เจ้าติดตามข้า” 

ซย่าชูชีตะลึงอ้าปากมองเขา สมองกลับหรือเปล่า 

นัยซ่อนเร้น? อย่าใจกล้า เปิดเผย ไม่มีจังหวะจะโคน ไม่มีขีดจำกัดขนาดนี้จะได้ไหม 

แต่วินาทีต่อมาเธอก็เข้าใจได้ในทันที 

เขาต้องการเธอที่แท้ก็เพราะต้องการให้เธอเป็นบ่าวทำงานชดใช้ เขาก็จะไม่คิดหยุมหยิมเรื่องที่เธอขโมยพยัคฆ์ทองคำน้อยนั่น แล้วยังปล่อยเจ้าทึ่มหลานต้าด้วย ผลลัพธ์เช่นนี้ ทำให้เอาใบหน้าที่เข้าใจผิดของเธอเบิกบาน บิดเบ้เล็กน้อย 

“ตัวข้าราคาสูงนะ เจ้าจะให้ค่าแรงข้าเท่าไร” 

จ้าวจวินเงียบครู่หนึ่ง ถามกลับเสียงเบา “เจ้าเสนอราคามา” 

ซย่าชูชีมาโลกนี้ได้ไม่นาน ค่าราคาของในสังคมนี้ยังไม่คุ้นชินนัก แต่เทียบค่าราคาสิบเหลี่ยงซื้อห้องของสะใภ้ได้ หากมีเงินเดือนห้าสิบเหลี่ยง ก็เท่ากับว่าหนึ่งเดือนซื้อหนุ่มหล่อได้ห้าคน 

ใช่ เอาห้าสิบเหลี่ยง 

เธอแบมือข้างหนึ่ง สายตาจ้องเขาด้วยความละโมบ 

จ้าวจวินหรี่ตาเย็นเยียบเล็กน้อย “ห้าร้อยเหลี่ยง ได้!” 

อะไรเนี่ย ได้ขนาดนี้เชียว? 

ขณะซย่าชูชีคำนวณว่าในหนึ่งปีจะซื้อหนุ่มหล่อได้กี่คนนั้นอย่างกระดี๊กระด๊า สาวรับใช้เหมยจื่อซึ่งปรนนิบัติอยู่ข้างๆ ก็ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งมาอย่างระวัง ฝนหมึกให้เธออย่างว่าง่าย ความหมายของเจ้าคนต่ำช้าแซ่จ้าวคือ ไม่เข้าใจเรื่องราวของเธอมากนัก ต้องเขียนลงไปในสมุดปกเหลืองและเก็บเอกสาร 

ได้ ก็เหมาะสมดี 

เธอรับพู่กันที่เหมยจื่อยื่นมาให้ ลองเขียนดูไม่ชินก็เลยหักด้ามพู่กันทิ้ง จุ่มหมึกเยอะคล้ายกับหยิบปากกาสีเมจิก แล้วเขียนฉึบฉับ 

เมื่อเขียนเสร็จสรรพ เธอก็รีบตรวจอีกรอบด้วยความดีใจ เมื่อพอใจแล้วถึงยื่นให้เหมยจื่อ 

เหมยจื่อซึ่งเป็นตัวกลาง ส่งให้ทั้งสองคนอย่างหวาดหวั่น แล้วยื่นให้ท่านอ๋องด้วยความเคารพ 

“นายท่าน!” 

จ้าวจวินเหลือบมองเธอ แล้วยกแผ่นกระดาษขึ้น และเธอก็เห็นสีหน้าของเขาดำทะมึนยิ่งขึ้นภายใต้แสงไฟสลัว 

ชื่อ : ฉู่ชี 

เพศ : หญิง 

งานอดิเรก : ผู้ชาย 

บ้านเกิด : เมืองหลวง 

สถานภาพทางการเมือง : สมาชิกพรรค 

รหัสประจำหน่วยทหาร : หน่วยลอบสังหารแดง 

ชื่อเล่นที่ใช้บ่อย : บี๋ ที่รัก อาชีคนสวย อาชีเจ้าเสน่ห์ อาชีน่ายัก (ตามความรู้สึกเพิ่มเติม) 

คติประจำตัวที่ใช้บ่อย : อย่าใช้ความสวยของข้า เหยียดหยามปณิธานของเจ้า 

เรื่องที่ชอบที่สุด : ยั่วเย้าหนุ่มหล่อ 

เรื่องถนัดที่สุด : หมอรักษา ต่อยตี หลอกคน ต้มตุ๋น ปลิ้นปล้อน ตีคน (จำกัดอายุสามปีขึ้นไม่เกินสิบปี) 

เรื่องที่ภูมิใจที่สุด : คลำนกขนาดใหญ่อันสูงส่งของเชื้อพระวงศ์ 

ความทรงจำที่เจ็บปวดที่สุด : ความฝันที่ถูกกางเกงชั้นในแดงไล่ฆ่า 

มาตรฐานการเลือกคู่ (ต้องตามนี้) : หน้าตางดงามร่างใหญ่ บ้านทองทั้งหลัง 

เห็นสีหน้าของเขายิ่งดำทะมึน แต่กลับยังอ่านต่อด้วยความสงบนิ่ง ซย่าชูชีก็อดนับถือไม่ได้ 

คนเป็นท่านอ๋องนี่มีความอดทนจริงนะเนี่ย 

เธอยิ้มตาหยีถามว่า “เป็นอย่างไร รับรู้ถึงเสน่ห์อันมากมายของข้าหรือยัง” 

จ้าวจวินมองเธอขึ้นๆ ลงๆ รอบหนึ่ง เดินมาข้างโต๊ะเล็กข้างเธอ หยัดเต็มความสูง รวบแขนเสื้อแล้วจุ่มหมึก จากนั้นขีดคร่อมแถวชื่อเล่น ‘บี๋ ที่รัก อาชีคนสวย อาชีเจ้าเสน่ห์ อาชีน่ายัก’ อันน่าขนลุกออก แล้วเขียนแบบอักษรไข่ถี่พริ้วไหวหนักแน่นหนักเบาต่อท้ายด้านหลัง 

“เสี่ยวหนูเอ๋อร์[1]” 

นี่! 

ซย่าชูชีลูบคางอย่างชั่วร้าย รู้สึกว่าสีหน้าของตัวเองงามอ่อนหวานราวกับน้ำ 

“เสี่ยวหนูเอ๋อร์? ที่แท้ท่านอ๋องชอบอะไรแบบนี้นี่เอง พูดเร็วกว่านี้หน่อยสิ เฮอะๆๆๆ ...” 

จ้าวจวินเหลือบมองเธออย่างมีความนัยน์แวบหนึ่ง แต่กลับไม่ได้มีทีท่าว่าจะเก็บพู่กัน 

“ท่านอ๋องนี่ยังตั้งชื่อเล่นให้ข้าน้อยด้วยหรือ” 

ซย่าชูชียื่นศีรษะยิ้มตาหยี มองอย่างยั่วยวน กลับเห็นหัวกระดาษมีตัวอักษรตัวใหญ่ที่พริ้วไหวหนักแน่น 

“สัญญาขายตัว...?” 

เธอร้องตะโกนอย่างตกใจ หัวของเธอทะลวงรังผึ้งบึ้ม 

ไอ้คนหลอกลวง! 

สัญญาทำงานกลายเป็นเหมาซื้อตัวด้วย? 

“ไอ้ปีศาจ!” 

เธอแอบด่าในหัว แล้วก็กลับมาสงบใจได้อย่างรวดเร็ว 

ได้ สัญญาขายตัวก็สัญญาขายตัว! 

อย่างไรซะคนได้เงินก็คือซย่าชูชี แต่คนขายตัวน่ะฉู่ชี เยี่ยมจริงๆ เธอจะได้หาโอกาสพาเจ้าทึ่มหนีไปให้ไกล มีห้าร้อยเหลี่ยง ทั้งยังทำให้เธอเป็นอิสระด้วย 

สัญญาขายตัวแผ่นเดียวคิดจะขังเธอได้งั้นเหรอ 

โง่เง่า! 

เมื่อคิดได้เช่นนี้ เธอก็เข้าใกล้เล็กน้อย ทำดวงตาราวกับพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว พูดเสียงเล็กยั่วเย้าเขา 

“เฮ้อ ท่านคงไม่ได้ให้ข้ารับใช้ในห้องนอนหรอกนะ” 

จ้าวจวินคิ้วกระตุก พลางชำเลืองมองเธอ “เงยหน้า” 

เสียงพร่าอันสูงส่งของเขา คล้ายใบข้าวเหนียวมาติดตรงหัวใจ ซย่าชูชีถึงกับกลั้นหายใจ 

“อะไร” 

สายตาเย็นชาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย “เจ้ามีกระจกอยู่ไม่ใช่หรือ เหตุใดไม่ส่องหน้าตัวเองเล่า” 

ไอ้คนชั่ว! เธอขี้เหร่งั้นเหรอ ตอนนี้เธอสวยแล้วไม่ใช่หรือไง 

 

 

------

[1] เสี่ยวหนูเอ๋อร์ (小奴儿) คำเรียกบ่าวรับใช้

ความคิดเห็น