facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ซย่าชูชีแพทย์หญิงในหน่วยลอบสังหารพิเศษแดงดันย้อนเวลามาอยู่ในร่างของคุณหนูเจ็ดที่มีรอยสักอยู่บนขมับ ช่างอัปลักษณ์นัก! แต่ช่างปะไร เธอขอแค่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็พอ แต่โชคชะตากลับไม่ได้เป็นดั่งหวังเมื่อเธอดันไปขโมยตราพยัคฆ์ทองคำของจิ้นอ๋องเข้าให้ ความซวยจึงบังเกิด...

ตอนที่ 23 เด็กเจ้าเล่ห์ปะทะคนหน้าเนื้อ

ชื่อตอน : ตอนที่ 23 เด็กเจ้าเล่ห์ปะทะคนหน้าเนื้อ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2563 14:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 23 เด็กเจ้าเล่ห์ปะทะคนหน้าเนื้อ
แบบอักษร

 

“เทพขิงๆ?” 

เขาสำรวจชุดแปลกประหลาดของเธอในวันนี้ ตรงเอวยังห้อยของประหลาดอีก จึงขมวดคิ้วเล็กน้อย “เทพจะเป็นขิงได้อย่างไร” 

ซย่าชูชีกรอกตา เธอไม่มีเวลามานั่งอธิบายให้คนโบราณฟังหรอกนะ เมื่อใจเย็นขึ้นแล้ว สายตาของเธอก็เป็นประกาย จ้องมองเขาครู่หนึ่ง ดวงตากลมโตก็มีแสงไฟสว่างวาบแฝงไอหมอกจางๆ เล็กน้อย 

“ก็ได้ เจ้าชนะแล้ว ถูกต้อง ของนั่นน่ะข้าเป็นคนเอาไป แต่เจ้าทึ่มไม่เกี่ยวอะไรด้วย เจ้าปล่อยเขา เจ้าจะเอาอย่างไรก็ว่ามา” จ้าวจวินดูคล้ายกับดึงชุดนอนลงอย่างไม่ใส่ใจ ถามกลับด้วยเสียงเย็นเยียบ “ของล่ะ” 

“ปล่อยเขาแล้วข้าจะมอบให้เจ้า” 

“มอบให้แล้วจะปล่อย” 

ปากเธององ้ำ ซย่าชูชีค่อยๆ เข้าไปใกล้ใบหน้าของเขากัดฟันเอ่ยว่า “ไม่ปล่อยเขา ข้าจะชกเจ้าตอนนี้เลย” 

จ้าวจวินเหลือบตามองเธอด้วยสายตาลึกล้ำ “เจ้าเป็นหญิงออกเรือนหรือไม่กันแน่ เหตุใดถึงหน้าหนาเช่นนี้” 

บทสนทนาของทั้งสองแปลกประหลาดยิ่งนัก ทั้งท่านั่งดูแข็งเกร็งและแปลกประหลาด เหล่าทหารที่ดูอยู่ในห้องมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจนถึงตอนนี้ องค์ชายกลับคุยเรื่องเงื่อนไขกับมือลอบสังหารหญิงด้วยความ ‘อภิรมย์’ ท่าทางถูกหญิงงามทำให้งงงวยไม่คิดจะลุกขึ้น เท่าที่รู้มาฐานะเดิมขององค์ชายคือคนในราชวงศ์ ตั้งแต่เล็กจนโต มีหญิงงามแบบใดไม่เคยเห็นบ้าง เหตุใดจึงถูกมือลอบสังหารหญิงหน้าตาธรรมดาตรงหน้าทำให้หลงใหลได้ 

“ออกไป!” 

จู่ๆ จ้าวจวินก็สั่งเสียงเย็น ภายใต้สายตาที่มองอย่างประหลาดใจของพวกเขา 

“องค์ชาย...” มือลอบสังหารหญิงอยู่ที่นี่ ใครจะกล้าถอยออกไป ความปลอดภัยขององค์ชายจะไม่สนได้อย่างไร 

“ออกไป!” 

จ้าวจวินน้ำเสียงเข้มขึ้นจนหนาวเข้ากระดูก 

“ขอรับบบ” ไม่มีใครกล้าอยู่อีกต่อไป พวกเขาทยอยเดินถอยออกไปจากซีเฮ่า 

พวกเขาคงไม่มีทางรู้ว่า ซย่าชูชีมีการซุ่มโจมตีและมีความว่องไว วินาทีที่ตกอยู่ในอ้อมกอดของจ้าวจวิน แม้ร่างกายจะถูกเขากักขัง แต่มือของเธอกลับคว้าน้องชายของเขาแน่นอย่างรวดเร็ว และด้วยความที่จ้าวจวินเป็นท่านอ๋อง ถูกแม่นางคนหนึ่งข่มไว้ ย่อมไม่ยอมให้คนใต้บังคับบัญชาเห็นเป็นธรรมดา 

ภายในห้องเหลือเพียงพวกเขาสองคน 

จ้าวจวินเอนไปด้านหลังเล็กน้อย ก้มหน้าเหลือบมองใต้หว่างขาแล้วจ้องเธอพลางพูดเสียงนิ่ง 

“จับพอหรือยัง ตอนนี้ปล่อยมือได้หรือไม่” 

ซย่าชูชีเลิกคิ้วเพิ่มแรงขึ้นอย่างลำพอง หัวเราะออกมาอย่างสบายใจ “ก็ดูว่าเจ้าจะปล่อยเขาไหม” 

จ้าวจวินหลุบตาลง ส่งเสียงฮึดฮัด “เจ้าเทพขิงๆ ...” 

ซย่าชูชีตะลึง เกือบจะหัวเราะออกมา “ไม่ต้องเกรงใจ! ความจริงแล้ว แค่เจ้าปล่อยเจ้าทึ่ม นอกจากข้าจะไม่ทำให้เจ้าไร้ผู้สืบสกุล ข้าจะไม่บอกใคร... เรื่ององค์ชายจิ้นอ๋องชอบใส่กางเกงชั้นในสีแดง...” 

พูดถึงตรงนี้ สายตาเย็นวาบเขาก็เปลี่ยนกะทันหัน เธอรู้สึกเค้าลางไม่ดีในวินาทีนั้นแต่มันก็สายไป 

ท้ายทอยของเธอเจ็บแปลบ ดวงตามืดสนิทแล้วซบลงกับหน้าอกของเขา... 

“องค์ชายสิบเก้าอยู่ในห้วงรัก กลับลืมหน้าที่จริงๆ สินะ” 

คนที่มาเก็บเกาทัณฑ์ในมือ ขยับเข้ามาอย่างสง่าผ่าเผย ใบหน้างดงามแฝงความร้ายกาจเล็กน้อย ริมฝีปากบางหยักนิดๆ พลางยกยิ้มชั่วร้าย คุณชายผู้สง่างามที่พอเห็นฉากรักก็กลิ้งออกมา 

จ้าวจวินกวาดตามองเขา “คันผิวอีกแล้ว?” 

“เฮ้อ เทียนลู่ ข้าสงสัยจริงๆ ว่าใจของเจ้าปั้นด้วยก้อนน้ำแข็งหรืออย่างไร โอบกอดหญิงสาวแสนสวยขนาดนั้น ทำไมถึงไม่จัดการสักหน่อยเล่า” 

เทียนลู่คือชื่อเดิมของจ้าวจวิน คนปกติไม่มีใครกล้าเรียกเขาเช่นนี้ 

แต่หยวนโย่วกลับต่างออกไป 

นอกจากฐานะแม่ทัพฝ่ายขวาของทหารหลวงแล้ว ความจริงเขาก็เป็นเชื้อพระวงศ์ เป็นโอรสองค์ที่สามของสนมไท่จื่อจ้าวเจ้อองค์ปัจจุบัน ด้วยเพราะโชคชะตา ก็ได้ถูกรับเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมของหยวนหงโหวผู้ก่อตั้งแคว้นใหม่ตั้งแต่เกิด กลายเป็นคุณชายน้อยผู้สืบทอดของแคว้นเฉิง 

มีเพียงเขาคนเดียวในราชวงศ์นี้ที่เป็นโอรสของสนมซึ่งยกให้แก่เจ้าแคว้น 

ว่ากันตามจริง หยวนโย่วควรจะเรียกจ้าวจวินว่าท่านอาสิบเก้า แต่เพราะพวกเขาร่ำเรียนด้วยกันมาตั้งแต่เล็กจนโต พูดสบายๆ จนชิน จึงไม่มีพิธีรีตองของคนรุ่นหลังนานแล้ว 

เมื่อหยอกล้อเขาเสร็จ ก็เห็นว่าใบหน้าของจ้าวจวินยังคงเย็นเยียบ หยวนโย่วเขย่าเกาฑัณฑ์อยู่สองสามทีแล้ววางลงตรงช่องหน้าต่าง จากนั้นเดินเอ้อระเหยไปนั่งเก้าอี้ไม้ซึ่งอยู่ติดเตียง สำรวจซย่าชูชีที่เขาเป็นคนทำให้สลบ 

“เฮ้ย อย่าบอกนะนางคือน้องข้า หน้าตาเรียก... ได้ว่า... อัปลักษณ์!” 

จ้าวจวินชำเลืองมองเขาแวบหนึ่งโดยไม่พูดอะไร 

หยวนโย่วหัวเราะฮ่าๆ นิ้วก็ตบข้างเตียงเชื่องช้าพูดกับตัวเอง 

“คิ้วเรียวดั่งต้นหลิว กลับเลิกสูงเล็กน้อย...อบรมยาก” 

“จมูกอูม ไม่ได้โด่งนัก...โหงวเฮ้งดีน่าอิจฉา เกรงว่าจะเป็นภรรยาผู้อื่นไปแล้ว” 

“รูปปากน้อยๆ นั่นยอดเยี่ยม กลับขาดความฉ่ำวาว... ไม่รู้ว่าได้กินแล้วจะเป็นอย่างไร” 

“เครื่องหน้านี้ วิเคราะห์ดูแล้วก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากนัก เมื่อรวมๆ กันแล้วกลับมีความแตกต่าง... ข้านึกออกแล้ว นางคือคนที่กอดข้าวันนั้น แล้วเรียกข้าว่าท่านพี่ ท่านพี่คนดี เสียงไพเราะ ออดอ้อน อ่อนหวานจนใจข้าคันยุบยิบ” 

หยวนโย่ววิจารณ์ใบหน้านางอย่างมีประสบการณ์ จ้าวจวินก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้น ทนไม่ไหว 

“ไสหัวไป!” 

หยวนโย่วเหลือบมองเขาแวบหนึ่งแล้วยิ้มเอียนๆ “เทียนลู่ อย่ามองว่าน้องข้าผอมไปหน่อย สีผิวแย่เล็กน้อย แต่เลี้ยงคนก็ต้องเลี้ยงให้เหมือนนก ให้อาหารนางดีๆ ก็จะสนุกสนานกันได้ หากเจ้าทิ้งนางละก็ ให้ข้ารับเป็นอนุไม่ดีกว่าหรือ ลูกพี่ลูกน้องครองคู่กัน” 

สายตาของเขาเคลื่อนมาอย่างมีชั้นเชิง จ้าวจวินรู้ว่าใจเขาคิดอะไร 

“อย่าคิดเหลวไหล คนคนนี้ ข้าจะใช้” 

หยวนโย่วยกมุมปาก ยิ้มชั่วร้าย “จะใช้อย่างไร” 

จ้าวจวินแค่นเสียงหัวเราะเย็น ไม่สนสายตากรุ้มกริ่มของเขา พลิกตัวซย่าชูชี แล้วหยิบของแปลกๆ พวกนั้นบนตัวเธออย่างรวดเร็ว พลางขมวดคิ้วเหลือบมองครู่ใหญ่ก็ยื่นให้หยวนโย่ว 

“ดูซิว่ามันคืออะไร” 

“เอ...” เมื่อพูดเป็นการเป็นงาน หยวนโย่วก็เก็บความเป็นคุณหนูลง มีท่าทางของแม่ทัพฝ่ายขวา เห็นเขาเอาแต่พลิกดูอาวุธทั้งสองนั้นไปมาเอ่ยพึมพำ “คล้ายกับอาวุธปืน?” 

จ้าวจวินขมวดคิ้วแน่นขึ้น “ใช่ คล้ายมาก” 

หยวนโย่วหรี่ตามองอย่างตั้งใจ 

น่าเสียดาย... 

แม้ตอนนี้ทหารหลวงของต้าเยี่ยน จะมีปืนดินยาว ปืนใหญ่มือ ปืนยาว ลูกระเบิดเป็นต้น อาวุธปืนที่หลอม กลับไม่มีทรงยาวคล้ายอาวุธพวกนี้ พวกเขาดูไม่ออกว่ามันคืออะไรกันแน่ 

“น้องสาวคนนี้...ที่มาไม่ธรรมดาสินะ” 

นัยน์ตาของจ้าวจวินเย็นเยียบ ตบบ่าเขาอย่างแรง 

“เอาไปไว้ค่ายยุทโธสวรรค์ ตามหาช่างฝีมือเพื่อความกระจ่าง” 

ซย่าชูชีฝันร้ายจนตกใจตื่น 

ในความฝันเป็นกางเกงชั้นในสีแดงตัวใหญ่ลอยพลิ้วๆ ไล่ตามเธอมาคลุมหัวของเธออย่างไม่ยอมปล่อย ใช้แรงบีบเธอให้อยู่ในกางเกงชั้นในสีแดง ส่วนใต้เท้าเธอก็มองไม่เห็นบ่อโคลนและเหวลึก ซย่าชูชีตกใจจนเหงื่อท่วมลุกขึ้นนั่งทันใด 

ความคิดเห็น