facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ซย่าชูชีแพทย์หญิงในหน่วยลอบสังหารพิเศษแดงดันย้อนเวลามาอยู่ในร่างของคุณหนูเจ็ดที่มีรอยสักอยู่บนขมับ ช่างอัปลักษณ์นัก! แต่ช่างปะไร เธอขอแค่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็พอ แต่โชคชะตากลับไม่ได้เป็นดั่งหวังเมื่อเธอดันไปขโมยตราพยัคฆ์ทองคำของจิ้นอ๋องเข้าให้ ความซวยจึงบังเกิด...

ตอนที่ 22 ใครหน้าหนากว่ากัน (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 22 ใครหน้าหนากว่ากัน (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2563 14:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22 ใครหน้าหนากว่ากัน (2)
แบบอักษร

 

ลอดทางช่องหมาลอดแม้กิริยาจะไม่เรียบร้อยนัก แต่ก็สะดวกรวดเร็วที่สุด 

โชคเธอยังดีที่ช่องหมาลอด ยังไม่ถูกถม 

เมื่อเข้ามาในกำแพงแล้ว เธอก็คลานสำรวจดู 

เห็นเพียงห้องแบ่งเป็นสี่แยก แสงไฟแต่ละจุดดับมอด 

ก่อนเธอวางยาไปก็คาดไว้ก่อนแล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ เพราะเหล่าทหารที่พักแรมทยอยติดโรคระบาดตามฤดูกาล การป้องกันจึงหละหลวมอย่างเห็นได้ชัด คนเฝ้าเวรจึงน้อยไปถนัดตา 

สนุกแน่! 

เธอหลบทหารเวรกลุ่มหนึ่งอย่างสบาย แล้วกลิ้งไปคอกม้าที่ขังเจ้าทึ่มวันนั้น 

คอกม้าเป็นสถานที่ที่ใช้เลี้ยงม้า กองฟางด้านนอกสูงมาก เธอเลยซ่อนอยู่ด้านหลังกองฟาง เงี่ยหูฟังเสียงเคลื่อนไหวด้านใน 

“อ่า..เสียงเบาหน่อย...” 

เสียงคลุมเครือ อัดอั้น และเบาของสองเสียง ดังมาจากหน้าต่างด้านหลังกองฟาง เสียงหอบหนักทำเอาคนหน้าแดงใจเต้นตึกตัก แค่ได้ยินก็รู้แล้วว่าข้างในกำลังทำเรื่องอะไรอยู่ 

“อืม เรื่องอาญาสิทธิ์ ในเมืองหลวงเชื่อได้แล้ว...” 

บทสนทนาที่คละเคล้าเสียงหอบ ทำให้ซย่าชูชีตะลึง 

อาญาสิทธิ์? หรือจะเป็นไส้ศึก? 

พวกมันตั้งใจทำงานกันจริงๆ! 

ทำเรื่องอย่างว่าก็ยังไม่ลืมปฏิบัติหน้าที่ ไม่เพียงเชื่อมร่างกาย ยังเชื่อมข่าวกรองด้วย? 

คนคนนั้นก็พูดว่า “ไท่จื่อป่วยหนัก เกรงว่าจะอยู่ได้อีกไม่นาน ขุนนางทุกส่วนในเมืองหลวงโยกย้ายบ่อย ท่านอ๋องหลายคนก็มีใจคิดจะได้ตำแหน่งไท่จื่อ แต่ที่เห็นในตอนนี้ ฝ่ายศัตรูเตรียมแผนลับไว้ จิ้นอ๋องมีอำนาจทหารกุมไว้ในมือเป็นเรื่องสำคัญมาก...” 

อีกเสียงหนึ่งพูดเบาหวิว “ไม่ใช่โอรสองค์โตหรอกหรือ โอย ฮ่องเต้ชอบใครกัน มีพูดความนัยหรือไม่” 

“ฮ่องเต้ทรงให้ความสำคัญกับโอรส แต่ชอบพระราชนัดดามากกว่า...” 

“เอ๋? นัดดารัชทายาท...จ้าวเหมียนเจ๋อ” 

“อึก พายุฝนกำลังจะมา... อืม จุดพักชิงกั่งนี้ก็สงบได้ไม่กี่วัน” 

“อ๋า ที่เจ้าพูดคือ?” 

“อึก...นิ่งอ๋อง...อา จะเดินทางมาถึงหัวเมืองจิ่นเฉิง...” 

คอกม้าเป็นที่เล็กๆ เสียงจากด้านในสูงต่ำขาดๆ หายๆ จึงได้ยินชัดเจน ซย่าชูชีซึ่งกลมกลืนไปกับกองฟางอยู่ท่ามกลางเสียงตับๆ ในห้วงอารมณ์ อย่างแรกเธอคิดไม่ถึงเลยว่าจะได้รู้ความลับมากมายขนาดนี้ สองคิดไม่ถึง ว่าสองคนที่เล่นสวาทกันด้านในจะเป็นผู้ชายทั้งคู่? 

หรือว่าราชวงศ์ต้าเยี่ยนสังคมยังล้าสมัย 

แต่ใครเป็นเกย์ ใครมีอุบายทำลายกัน เธอไม่ได้สนใจ ตอนนี้เธอสนใจแค่ว่าเจ้าทึ่มอยู่ไหน 

เธอหรี่ตาราวกับแมว พลางกลิ้งออกมาจากกองฟาง ผลักหน้าต่างค้ำยันแล้วกระโจนเข้าไปอย่างคล่องแคล่ว ไม่รอให้ชายสองคนนั้นได้รู้ตัว กริชก็จ่อที่คอของหนึ่งในนั้น 

“อย่าขยับ!” 

ชายสองคนที่สวมอาภรณ์ไม่ครบชิ้น พร้อมตัวยังหลอมกันอยู่ต่างตกตะลึง 

“จะ...เจ้าเป็นใคร” 

“ข้าเป็นพ่อเจ้าไง!” ซย่าชูชีชำเลืองมองท่าของชายสองคนนั้น ก็หรี่ตามองด้วยความขำขัน “รีบบอกมา ขังเจ้าทึ่มไว้ที่ไหน” 

เจ้าสองคนนี้ทำเรื่องบัดสีจริงๆ ด้วย พวกเขาไม่กล้าส่งเสียงดัง และยิ่งไม่กล้าขัดขืนเพราะมันจะนำทหารลาดตระเวนมาที่นี่ 

“อยู่ซีเฮ่า...” 

เมื่อถามจนระบุที่ได้ชัดเจน ซย่าชูชีก็เก็บกริช ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์แล้วทำท่าจุ๊ๆ ให้กับสองคนนั้นกึ่งข่มขู่กึ่งละมุนละไม 

“จิ้มกันต่อเถอะ...บรัยยย..” 

ซีเฮ่าอยู่ทางด้านตะวันตกของที่พักแรม 

ซย่าชูชีเดินชิดกับตัวกำแพง เห็นเรือนเล็กตั้งอยู่โดดๆ ไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดอยู่ข้างๆ จึงคว่ำหน้าอยู่ใต้หน้าต่างค้ำยัน แตะน้ำลายนิดหน่อย เจาะกระดาษตรงหน้าต่าง แล้วเอาปล้องไม้ไผ่ที่ใส่ ‘ควันเทพเซียน’ อยู่ในอก เสียบรูเล็กตรงหน้าต่าง แล้วเป่าลมเข้าไปข้างใน จากนั้นก็รอ... 

แล้วก็รอ... 

ตอนผสม ‘ควันเทพเซียน’ เธอตั้งใจเพิ่มผลของยาให้เข้มข้นโดยเฉพาะ ด้วยเพราะตัวอากาศจะทำให้ฤทธิ์ของยาเจือจาง ยิ่งห้องเปล่าที่ค่อนข้างใหญ่ผลลัพธ์ยิ่งลดลง กระทั่งหนึ่งเค่อ เสียงร่างหล่นตุบก็ดังขึ้น 

สำเร็จ! 

เธอเดินย่อง ผลักประตูเดินเข้าไปราวกับเป็นขโมย 

เมื่อเข้าไปก็เห็นทหารสวมชุดเกราะเต็มยศสองคนเป็นลมล้มพับอยู่บนพื้น 

แหล่มเลย! ราบรื่น! 

แสงในห้องที่ขังคนด้านในมืดกว่าเดิม นอกห้องมีกรงไม้คั่น เมื่อเธอได้กุญแจแล้วก็เปิดประตูเข้าไป เมื่อเห็นเตียงใหญ่โกโรโกโสที่ติดกำแพง ผ้าห่มบนเตียงมียื่นมาเล็กน้อย ชายร่างใหญ่หัวหนุนหมอน ไม่ได้ขยับอะไร 

“เจ้าทึ่ม!” 

เธอตะโกนเสียงเบาแล้วควักผ้าถอนยาที่เตรียมไว้ก่อนแล้ว เดินไปปิดหน้าเขา... 

แต่วินาทีต่อมาข้อมือก็ถูกจับแน่นอย่างไม่ทันคาดคิด คนบนเตียงใช้ศอกกระทุ้งหน้าท้องเธออย่างแรง จนเธอเจ็บตัวโก่งไปตามแรงดึงนั้น เซไปอยู่ในอ้อมกอดของเขา 

“เจ้า!” เธอตะโกนเสียงหลง 

“เพิ่งมา?” ชายคนนั้นหาวอย่างนิ่งเฉย กระแสเสียงเย็นถากทางที่เธอคุ้นเคยยิ่งกว่าใคร “ที่แท้ก็ชอบปีนขึ้นเตียง?” 

เธอไม่ได้สนใจประโยคหลัง ซย่าชูชีสนใจแค่ประโยคแรก 

เพิ่งมา...? 

ลมหายใจของชายหนุ่มเข้าใกล้ในระยะผิวขน เธอมองเขาไม่ชัดในความมืด แต่กลับคิดท่าทางน่ายียวนของเขาออก 

ในหัวของเธอก็ราวกับมีแสงไฟจุดติดแทบจะทันที ภาพมากมายก็แวบเข้ามาในหัว 

“เจ้ารู้อยู่แล้วว่าข้าจะมา” 

เขาไม่ได้ตอบ แต่คำตอบก็อยู่ตรงหน้าเธออย่างรวดเร็ว 

เสียงสับเท้าข้างนอกอย่างเป็นระเบียบ พร้อมเสียงกังวานของชุดเกราะเสียดสีกับอาวุธดังเข้ามาในโสตประสาท ตามด้วยคบเพลิงที่สว่างทั่วทั้งซีเฮ่า ทหารที่เดินขวักมารวมตัวกันประมาณยี่สิบกว่าคน ธนูแต่ละดอกเล็งมาที่หัวของเธอ แสงสว่างอันหนาวเหน็บแทงเข้ามาในใจเธอเย็นเยียบ 

คนชั่ว! 

และแล้วเธอก็เข้าใจอย่างแจ่มชัด 

ซย่าชูชีโดนต้มเปื่อย เธอโดนไอ้คนชั่วแซ่จ้าวนี่เล่นเข้าให้แล้ว 

ตำราประโลมโลกอะไร นวดศีรษะอะไร กลบช่องหมาลอดอะไรนั่น เป็นแผนของเขาทุกอย่าง 

เขาตั้งใจปล่อยให้เธอหนี แล้วยังเหลือช่องหมาลอดให้เธออับอาย ทั้งส่งคนตามติดเธอ อีกด้านก็ยังสะดวกหาพยัคฆ์ทองคำน้อย อีกด้านเขาก็แค่มองดูเธอใกล้ชิดกับผู้คนอยู่เงียบๆ ว่าเธอฐานะอะไรกันแน่ เป็นหนอนบ่อนไส้ที่ใครส่งมาหรือไม่ ซึ่งก็คือยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว สุดท้ายเขาเห็นเธอไม่เคลื่อนไหวอะไร เอาแต่ทำงานอยู่ในโรงยาอย่างสัตย์ซื่อเลยจับเจ้าทึ่มมาบีบบังคับเธอ แล้วยังให้ท่านซุนพาเธอมา แล้วใช้ ‘ตำราชิงหนัง’ มาหลอกล่อเธอ ใช้ตำราประโลมโลกแกล้งเธอ... 

แน่นอนว่าเธอไม่รู้ว่าท่านซุนไปอยู่ให้ลมหนาวพัดถึงสองคืนเพื่อให้ปากบิดหูเบี้ยว 

แค่เกลียด เกลียด เกลียดจนอยากจะกัดเจ้าคนต่ำช้านี่ให้ตาย 

“เหอะๆๆ ท่านอ๋องมีเวลาว่างมากนักหรือ” 

เห็นเธอยิ้มด้วยใบหน้าพิศวง เขาเองก็ชินกับการดูแคลนอย่างเย็นชา “ว่างน่ะว่าง” 

เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ซย่าชูชีกดความรู้สึกพังทลายในใจลงอย่างแรง แล้วจ้องตาเขาเขม็ง 

“เจ้าคนชั่วช้า! อย่านึกว่าตัวเองเทพขิงๆ วันนี้ข้าอยู่ในกำมือเจ้า ไม่ใช่เพราะเจ้าแกร่งกว่าข้า แค่ข้ากำลังน้อย ไม่มีเส้นสายและแหล่งข้อมูล ถึงติดในอุบายเจ้า...” 

ความคิดเห็น