facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ซย่าชูชีแพทย์หญิงในหน่วยลอบสังหารพิเศษแดงดันย้อนเวลามาอยู่ในร่างของคุณหนูเจ็ดที่มีรอยสักอยู่บนขมับ ช่างอัปลักษณ์นัก! แต่ช่างปะไร เธอขอแค่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็พอ แต่โชคชะตากลับไม่ได้เป็นดั่งหวังเมื่อเธอดันไปขโมยตราพยัคฆ์ทองคำของจิ้นอ๋องเข้าให้ ความซวยจึงบังเกิด...

ตอนที่ 17 ตั้งแต่ปั่นหัว ยันกลอุบาย! (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 ตั้งแต่ปั่นหัว ยันกลอุบาย! (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2563 14:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 ตั้งแต่ปั่นหัว ยันกลอุบาย! (2)
แบบอักษร

 

“เจ้าตามข้ามา” 

ทั้งสองเดินมาถึงห้องหน่วนเก๋อถึงได้หยุด 

แสงภายในห้องหน่วนเก๋อไม่ค่อยดีนัก แม้จะเป็นกลางวันแสกๆ ก็ยังต้องจุดตะเกียง จึงทำให้ซย่าชูชีสงบใจลงมาก 

ด้านหลังมีเตียงหร่วนท่าที่สลักด้วยไม้ฮวาหลีตัวหนึ่งชิดหน้าต่าง หัวของชายคนนั้นพิงหมอนอิงนุ่ม ขาสองข้างวางทับกันด้วยท่าทางผ่อนคลาย เขากำลังนั่งอ่านหนังสือในมือเงียบๆ อย่างไม่ใส่ใจอะไร ดูไม่เหมือน ‘ระทมทุกข์’ อย่างที่ท่านซุนว่าเลย เธอจึงเกิดสงสัยถึงความสำคัญของพยัคฆ์ทองคำน้อยตัวนั้นขึ้นมา 

“นายท่าน เจ้าหนุ่มที่ท่านหมอซุนบอกว่านวดแผนจีนได้มาแล้วขอรับ” 

จ้าวจวินไม่ได้เงยหน้าขึ้น เพียงตอบรับเสียงเรียบเรื่อยว่า “อืม” 

เขาไม่คิดจะสนใจเลยงั้นเหรอ ใจซย่าชูชีกระสับกระส่าย ใจเขวยิ่งกว่าเดิม 

เจิ้งเอ้อร์เป่าให้เหมยจื่อยกน้ำต้มหอมเข้ามา เมื่อเธอดูมือที่ทำความสะอาดมาแล้วอย่างถี่ถ้วน ถึงได้เดินไปยังด้านหลังเตียงหร่วนท่าอย่างระมัดระวัง เตรียมจะนวดศีรษะเจ้าคนชั่วช้าที่บอกว่าปวดนักปวดหนา เมื่อเดินเข้าไปถึงพบว่าไม่มีเก้าอี้แม้แต่ตัวเดียว 

ซึ่งหมายความว่ายืนได้อย่างเดียว 

ก็ได้ เธอจะทน 

หญิงสาววางมือแล้วสางผมของเขา เมื่อเงยหน้าขึ้นก็ทำให้เธอต้องตกตะลึง 

โต๊ะหนังสือด้านหน้าวาง ‘ตำราแพทย์ชิงหนัง[1]’ โบราณเล่มหนึ่งอยู่ 

นี่นี่นี่... 

มันเหนือความคาดหมายสุดๆ ไปเลย น่าตกใจอะไรเช่นนี้! 

เธอเคยได้ยินว่าหวาถัวเขียนตำราเล่มนี้จากประสบการณ์ทั้งชีวิตของเขา เป็นสารานุกรมที่แทบจะรวบรวมจากกำลังสมอง และความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ของตัวเขาเอง และในยุคนั้น ‘ตำราชิงหนัง’ ได้หายสาบสูญไปนานแล้ว ไม่คิดเลยว่าวันนี้กลับได้เห็นมันที่นี่ 

ความรักความลุ่มหลงในการแพทย์! 

สายตาเธอเอาแต่จับจ้องตำราเล่มนั้น เธอรู้สึกว่าตัวอักษรบนหน้าปกตำราขยายใหญ่ไม่สิ้นสุด กำลังดึงดูดใจเธอ... 

“ยังต้องให้ข้าสอนเจ้าหรือไม่” 

“ไม่ต้องขอรับ” 

เธอใช้เสียงทุ้มต่ำสุดๆ พูด ฝ่ามือสองข้างของซย่าชูชีบีบนวดอยู่ตรงหน้าผากเขาซ้ายทีขวาที ตามด้วยจอนผมสองข้างไล่จากด้านหน้าไปด้านหลัง ผ่านขมับบีบนวดไปจนถึงจอนผมทั้งสองด้านสลับไปมา 

“อึก...” 

ไม่รู้ว่าสบายหรือปวดหัว ทำให้เขาครวญครวญครางเบาๆ 

น้ำเสียงแหบเสน่ห์นั้นเสียดแทงหัวใจจนหูของซย่าชูชีดังวิ้ง 

พูดกันตามความจริงเธอเคยนวดให้คนอื่นมาก่อน และก็ไม่ใช่ไม่เคยได้ยินเสียงแบบนี้ แต่ทำไมพอเป็นไอ้คนต่ำช้านี่ส่งเสียงออกมา เธอกลับรู้สึกโดนดูดวิญญาณอย่างนี้ 

ใจเย็น! สงบไว้! เขามันก็แค่มนุษย์หมาป่าหล่อๆ ตัวหนึ่งเท่านั้น! 

เมื่อสะกดจิตตัวเองสำเร็จแล้ว ริมฝีปากเธอยกขึ้น เข้าไปสำรวจเจ้าคนชั่วช้านี้ใกล้ๆ 

เป็นคนนิสัยอย่างไรกันแน่นะ 

ครั้งแรกพบกันข้างแม่น้ำชิงหลิง เขาเหมือนกับเหยี่ยว เลือดเย็นเคร่งขรึม กรีดกระดูกโดยไม่ต้องใช้ยาชาหมาเฟ้ยซั่นไม่ร้องสักคำ ยังหลอกค่ารักษาของเธอด้วย 

ครั้งที่สองอยู่ข้างถนนส่งสาร เขาเหมือนกับเสือ น่าเกรงขามขึงขัง พูดไม่กี่ประโยค ก็จัดการสองพ่อลูกตระกูลฟั่นอย่างสาสม ทั้งยังตลบหลังเธออีก 

ครั้งที่สามห้องเก็บฟืนอันมืดมิด เขาเหมือนกับหมาป่าดุดันป่าเถื่อน กรงเล็บที่ยื่นออกมาคล้ายกับจะฉีกทึ้งเธอทันใด 

แต่เขาในเวลานี้ กลับเหมือนแมวที่เกียจคร้าน สูงศักดิ์ มีท่าทางของเชื้อพระวงศ์... 

จะเป็นไปได้ไหม ที่จะเอาเขามาฝึกเป็นสุนัข? 

เจอเธอทุกครั้งก็จะแลบลิ้นแผล็บๆ สั่นหางดุกดิก ตะโกนว่าสวัสดีครับเจ้านาย... 

ในหัวก็จินตนาการเสริมว่าจ้าวจวินเป็นลูกหมาสั่นหางดิกๆ เว้าวอนเธออย่างน่าสงสาร ซย่าชูชีเหยียดริมฝีปากขึ้นโดยไม่รู้ตัว 

“ยังไม่กินข้าวหรือ” 

น้ำเสียงนิ่งเรียบ แฝงไอเย็นเข้ากระดูกดังเข้ามากระทบโสตประสาท ดับฝันหวานของเธอ 

นวดเจ้าให้ตายเลย! 

เธอนวดขยับหัวของเขาเล็กน้อยแล้วเพิ่งแรงขึ้น 

ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาก็ยังจดจ่อกับหนังสือเล่มนั้น ซย่าชูชีจึงอดแปลกใจไม่ได้ 

มีแต่คนบอกว่าคนชอบอ่านหนังสือแสดงถึงรสนิยม เมื่อคิดไปคิดมาระดับแม่ทัพอย่างองค์ชายจิ้นอ๋องอ่านหนังสือด้วยความหลงใหลขนาดนี้ ต้องเป็นหนังสือมีระดับมากแน่ 

เธอหรี่ตาเล็กน้อย ขณะที่เขากำลังเปิดหน้าหนังสือ เธอก็อาศัยจังหวะแรงที่กดยื่นหน้าเข้าไปดูเนื้อหาในหนังสือเล่มที่เขาอ่าน 

พรูดดด...! 

ซย่าชูชีส่งเสียงหัวเราะออกมานิดหนึ่งอย่างกลั้นไม่อยู่พร้อมทั้งพยายามหยุดเสียงหัวเราะนั้น 

เธอนึกว่าเขากำลังดูหนังสือมีคุณธรรมอะไร ใครจะคิดเล่าว่าเป็นตำราประโลมโลก 

จบเห่แล้ว! 

จ้าวจวินเอียงหน้าเปิดหนังสือ 

“เจ้ารู้หนังสือ?” 

เธอเหงื่อออกตัวสั่นบีบเสียงว่า “รู้เพียง...ไม่กี่ตัว” 

เขาตอบ “อืม” เสียงเบา เหลือบมองเธอแวบเดียวอย่างไม่ใส่ใจนัก คล้ายกับเข้าใจงานอดิเรกของ ‘ผู้ชาย’ เหมือนกัน เลยไม่ได้ทำให้เธอลำบากใจ เขายังคงหมกมุ่นอยู่กับหนังสืออย่างจริงจัง 

ไอ้คนต่ำช้า! จอมปลอม! ที่แท้สูงส่งเย็นชานั่นมันก็แค่การแสดง... 

คนหนึ่งนวดคนหนึ่งอ่านจึงตกอยู่ในความเงียบ เขาอ่านตำราประโลมโลกช้าๆ อย่างไม่รู้เดือนรู้ตะวัน แต่ซย่าชูชีนั้นนวดจนเมื่อยนิ้ว เท้าก็อ่อนแรง จึงอดบีบเขาแน่นไม่ได้ ตอนเจิ้งเอ้อร์เป่าเข้ามามอบหมายงาน บอกว่าแปดสิบเหลี่ยงใช่ว่าจะได้รับง่ายๆ หากท่านอ๋องไม่บอกว่าหยุดเธอก็ห้ามหยุด ไม่เช่นนั้นเงินแม้แต่แดงเดียวก็ไม่ได้ 

เพื่อเงิน เธอต้องทน! 

ถึงตัวเธอจะทนได้ แต่ท้องของเธอทนไม่ได้ 

ถึงตอนเที่ยงได้ไม่นาน ท้องมันก็ร้องประท้วงโครกคราก 

“หิวแล้ว?” 

ไม่รู้เขามีความหมายอื่นหรือไม่ เลยถามเสียงเรียบ 

ซย่าชูชีแทบจะน้ำตานอง “ขอรับ...ข้าน้อยหิวแล้ว” 

เขาพยักหน้าคล้ายกับห่วงใย ในที่สุดจ้าวจวินก็วางตำราประโลมโลกของตัวเองลง แล้วตะโกนบอกด้านนอกให้เอาข้าวเข้ามา 

“หยุดสักครู่เถิด กินข้าวก่อน” 

ใจดีเหลือเกิน! 

ซย่าชูชีพักมือที่ปวดเมื่อยของตัวเอง ก็ถอนหายใจยาว 

“เจ้าชอบตำราเล่มนั้น?” 

ตำราเล่มนั้น ตำราเล่มไหน 

เกรดตำราประโลมโลกประเภทนั้นของเขา ในยุคปัจจุบันยังไม่ได้เกรดบีด้วยซ้ำ เธอจะสนใจได้อย่างไร 

ขณะที่เธอส่ายหน้า กลับเห็นมืออันสูงค่าของท่านอ๋อง ชี้ไปยัง ‘ตำราชิงหนัง’ 

ตึกตัก! 

ใจเธอเต้นแรงขึ้น ทั่วทุกอณูร่างกายต่างเรียกร้อง... ข้าจะเอา! ข้าจะเอา! ข้าต้องได้! 

แต่ เจ้าคนต่ำช้านี่ใจดีขนาดนั้นเลยเหรอ 

มือใหญ่ที่แกร่งและคล้ายกับมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ยื่นเข้ามา 

ถือ ‘ตำราชิงหนัง’ เล่มที่เธอปรารถนา 

บ้าจริง! สายตาของซย่าชูชีหมุนเป็นวงกลม ยื่นมือออกไปสูดลมหายใจเข้าลึกๆ 

“ขอบพระทัยองค์ชายที่ประทาน...” 

“ไม่ต้องขอบคุณ แปดสิบเหลี่ยง” 

หา อะไรนะ? กลิ่นหอมหวานก็กลืนลงคอไปในบัดดล 

“ไม่เอา?!” 

น้ำเสียงเย็นยะเยือกทรงพลังยิ่งใหญ่ทำให้คนกลัวหัวหด แค่ชั่ววินาทีนั้นทำให้เธอรู้สึกถึงฐานะสูงต่ำในสังคมศักดินาที่คร่าชีวิตคนได้ตลอดเวลา 

 

 

------ 

[1] ตำราแพทย์ชิงหนัง (青囊书) เป็นตำราแพทย์สมัยสามก๊ก เขียนโดยหวาถัว 

ความคิดเห็น