facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ซย่าชูชีแพทย์หญิงในหน่วยลอบสังหารพิเศษแดงดันย้อนเวลามาอยู่ในร่างของคุณหนูเจ็ดที่มีรอยสักอยู่บนขมับ ช่างอัปลักษณ์นัก! แต่ช่างปะไร เธอขอแค่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็พอ แต่โชคชะตากลับไม่ได้เป็นดั่งหวังเมื่อเธอดันไปขโมยตราพยัคฆ์ทองคำของจิ้นอ๋องเข้าให้ ความซวยจึงบังเกิด...

ตอนที่ 16 ตั้งแต่ปั่นหัวยันกลอุบาย (1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 ตั้งแต่ปั่นหัวยันกลอุบาย (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2563 14:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16 ตั้งแต่ปั่นหัวยันกลอุบาย (1)
แบบอักษร

 

ซย่าชูชีเงยหน้าขึ้นมอง ถึงเห็นตาเฒ่าผู้นี้ที่คอแข็งเกร็ง และปากที่บูดเบี้ยวไปหมด 

เมื่อหยิบใบสั่งยา เธอจึงก้มลงกวาดสายตามอง “ซิ่งเหริน[1] ดอกเบญจมาศ จื่อจึ[2] เหลียนเชี่ยว[3] สาระแหน่...” ตัวยาพวกนี้มีสรรพคุณบรรเทาความร้อน เห็นได้ชัดว่าต้องนำตัวยาไปใช้บรรเทาพิษไข้เป็นแน่ ซย่าชูชีลอบมองสีหน้าของเขาอยู่หลายครั้ง จากนั้นจึงหลบสายตา หยิบยาไปพลางทำเสียงแหบถามอย่างขอไปที 

“ใบสั่งยานี้ท่านผู้อาวุโสจะใช้เองหรือขอรับ” 

ท่านซุนเหลือบสายตามาครู่หนึ่ง แล้วมานั่งรอตรงโต๊ะที่ตั้งอยู่หน้าเธอ 

“ต้องเป็นข้าไม่ใช่หรือ วันนี้ข้าตื่นเข้า คอแข็งเกร็ง ปากกระตุกจนเบี้ยวเช่นนี้ ข้าเป็นโรคปากเบี้ยวแน่นอน” เขากล่าวพลางถอนหายใจ มีความคิดไว้แล้ว และมั่นใจว่าตนเองต้องเป็นโรคไปแล้วเก้าในสิบส่วน 

ซย่าชูชีหยิบห่อยากระดาษส่งให้เขา ดวงตากลมโตค่อยๆ หรี่ลง 

“ช่างบังเอิญนัก ท่านแม่ของข้าน้อยก็เป็นโรคนี้ ได้ตำรายาสมุนไพรพื้นเมือง...” 

ท่านซุนขยับคอซ้ายขวาไปมา จนได้ยินเสียง “กึก” ส่วนใหญ่เขาจะมีอาการคันจนปวดหัวสุดๆ จากอาการ “โรคปากเบี้ยว” ที่ปากเบี้ยวคอแข็งเกร็ง สายตาของเขาทอดมองมา “มีตำรับยาอันใดหรือไม่ เจ้ารีบบอกข้าเถิด” 

ซย่าชูชีจนจนเหลือแต่กระดูก ใจรู้ดีว่านี่แหละคนที่ต้องการ ไฉนเลยเธอจะไม่รีดไถเงินจากเขาเล่า 

"ห้าเหลี่ยงขอรับ" 

“ห้าเหลี่ยง?” 

ในยุคที่เงินสิบเหลี่ยงสามารถซื้อภรรยากลับบ้านมาห่มนอนได้ สำหรับตำรายาราคาถึงห้าเหลี่ยงก็ดูเป็นเรื่องที่จะเกินเลยไปหน่อย โชคดีที่ท่านซุนเป็นท่านหมอประจำโรงหมอหลวง เงินเดือนที่ได้จากจิ้นอ๋องก็ถือว่าไม่น้อย เขาลังเลอยู่เพียงครู่ ก็พยักหน้าอย่างแรง 

“เอาสิ เจ้าหนู เจ้าลองว่ามา” 

ซย่าชูชีแอบหัวเราะในใจ เดินออกมาจากตู้ยา 

ไม่กี่วันที่ผ่านมา การจ่ายใบสั่งยาแปลกประหลาดพวกนี้ทำให้เธอหาเงินได้ไม่น้อย เพราะการรักษาของเธอไม่ถึงสัปดาห์ก็เห็นผลอย่างรวดเร็ว แทบจะไม่มีคนไข้คนไหนไม่เห็นด้วย แต่เธอก็ต้องแบ่งให้เถ้าแก่หกส่วน ตัวเธอเองนั้นได้สี่ส่วน ท่านกู้มีความสุขมากจนแกล้งปิดตาข้างเดียว ปล่อยให้ควบคุมไปตามอำเภอใจ 

“กุ้ยจื่อ ราคาหนึ่งเหลี่ยงสิบหกจู[4] แปะเจียกราคาหนึ่งเหลี่ยง มาหวง[5]ราคาหนึ่งเหลี่ยงไม่เอาก้าน ขิงราคาหนึ่งเหลี่ยง พุทราหั่นครึ่งสี่เหมยปาย[6] ซิ่งเหรินกะเทาะเปลือกยี่สิบสี่เม็ด ตั้งน้ำมากกว่าห้าเซิง[7] ผสมผสานเครื่องเทศเจ็ดชนิด นำมาหวงลงไปต้มให้เดือดก่อน จากนั้นจึงเอาฟองออก ใส่สมุนไพรอื่นๆ รอจนตัวยาซึมเข้าเนื้อให้น้ำระเหยจนเหลือน้ำประมาณหนึ่งเซิง แปดเหอ[8] จากนั้นกรองน้ำออก ดื่มปริมาณหกเหอด้วยอุณหภูมิพอดีต่อครั้ง” 

ท่านซุนพอเข้าใจก็กล่าวน้ำเสียงเจือด้วยความประหลาดใจ “เจ้าหนูนี่คือซุปมาหวงกุ้ยจื่ออย่างนั้นหรือ” 

“ใช่แล้วขอรับ” เห็นท่าทีลังเลใจของเขา ซย่าชูชีก็รู้ว่าเขาไม่เชื่อใจเธอนัก 

ใบสั่งยาของเขาเป็นการรักษาอาการอัมพาตบนใบหน้าในระยะเริ่มต้นด้วยการบรรเทาความร้อน แต่ใบสั่งยาของเธอกลับใช้การรักษาด้วยการบรรเทาความเย็น ชูชีมองสีหน้าและวินิจฉัยอาการเจ็บปวดของเขา จึงสรุปได้ว่าอาการเหน็บชาบนใบหน้าของเขาเกิดจากโรคไข้เย็น ไม่ได้อันตรายเท่าไหร่ และยังห่างไกลกับโรคอัมพาตบนใบหน้าอีกมาก เขาเป็นโรคไข้เย็นแต่กลับใช้ตัวยาแก้ไข้ร้อน นี่เป็นการรักษาที่ผิดวิธีนัก เกรงว่าผู้อาวุโสต้องกินยาขมไปไม่น้อยจึงจะหายได้ 

แน่นอนว่าหมอไม่ว่าจะเก่งสักแค่ไหนก็ไม่อาจรักษาตัวเองได้ และหมอแผนจีนโบราณส่วนมากมักจะจ่ายยาผิด! 

แน่นอนว่าเพื่อเงินห้าเหลี่ยงแล้วเธอก็ต้องมอบสิ่งที่ดีแก่เขาเช่นกัน 

“ผู้อาวุโส ตำรายาของท่านแม่จำเป็นต้องใช้การนวดควบคู่ไปกับการรักษา...” 

“นวดอย่างนั้นหรือ” ใบหน้าอ้วนท้วมของท่านซุนเต็มไปด้วยความประหลาดใจ 

“การนวดแผนจีนขอรับ ข้าจะทำให้เต็มที่ ขอท่านผู้อาวุโสโปรดวางใจ!” 

เมื่อลากเขาไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่กู้อาเจียวส่งมาให้ ซย่าชูชีกดไหล่ของเขาคลำหาเส้นด้วยความชำนาญก็เจอจุดเจ็บตึง นางทั้งนวด บีบ กด สับ ไล่ไปจนถึงคอของเขา 

“ผ่อนคลาย...” 

พูดจบสองคำ ก็ได้ยินเสียง ‘กึก’ 

“เส้นลมปราณลื่นไหลแล้ว และบรรเทาอาการเจ็บปวดด้วย ผู้อาวุโสท่านลองขยับดู” 

ท่านซุนกระตุกปากสองสามครั้ง พลังขยับคอไปมา รู้สึกไม่แข็งเกร็งดังเช่นเมื่อครู่แล้ว จึงนวดแก้มขึ้นลง ใบหน้าของชายชราดูดีขึ้นหลายส่วน “เจ้าหนู จริงดังที่เจ้าว่า ฝีมือระดับหมอเทวดาจริงๆ” 

เป็นคำพูดที่ไร้สาระยิ่งนัก ซย่าชูชีเดินไปที่ตู้ขายยาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม จัดยาใส่ห่อตามใบสั่งยาแล้วยื่นให้เขา 

“ผู้อาวุโส ห้าเหลี่ยงขอรับ” 

หลังจากจ่ายเงินแล้ว ท่านซุนมีความสุขจนหุบยิ้มไม่อยู่ เขาถือเชือกที่มัดห่อยา เดินไปที่ประตูเชื่องช้า ทันใดนั้นคล้ายกับว่าเขาจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แล้วหันหน้ากลับมามองซย่าชูชี สายตาที่จับจ้องมาคู่นั้นทำเอาเธอสะดุ้ง 

“เจ้าหนู สองสามวันมานี้นายท่านของข้าระทมทุกข์เป็นอย่างมาก ถึงกับกินอะไรไม่ลง ร่างกายไม่กระปรี้กระเปร่า ข้าเห็นว่าเจ้ามีความรู้เรื่องการนวดแผนจีนไม่น้อย ไม่สู้เจ้าลองตามข้าไป เจ้าจะได้มากกว่าห้าเหลี่ยงแน่...” 

ซย่าชูชีถึงกับสะดุ้งตัวโหยง เธอจะกล้ารับแผนนี้ได้อย่างไร 

“ไม่ละ ข้าน้อยอยู่ในโรงยาก็ยุ่งมากพอแล้ว เชิญผู้อาวุโสเถิด”  

ท่านซุนยื่นนิ้วออกมา ทำเป็นเลข “แปด” 

“มากขนาดนี้ เจ้าก็ไม่ไปงั้นหรือ” 

ซย่าชูชีส่ายหน้า “แปดเหลี่ยงหรือขอรับ ข้าไม่ไปหรอก” 

“แปดสิบเหลี่ยง” ท่านซุนแค่นหัวเราะเบาๆ ใบหน้าแสดงความเวทนาถึงความไม่รู้ความของเธอ “เจ้าหนู อย่าบอกนะว่าจะปล่อยโอกาสนี้หลุดมือไป เจ้าเห็นว่านายท่านของข้าเป็นใคร ท่านอ๋องอยู่ที่พักแรมมาหลายวันแล้ว คนธรรมดายากจะได้พบพานท่าน เจ้านี่โชคดีแล้วนะ” 

ยังไม่ทันที่ซย่าชูชีจะส่ายศีรษะ สีหน้าของเถ้าแก่กู้ก็ไม่สู้ดีไปเสียแล้ว 

การที่นางพบจิ้นอ๋องนั้นไม่ยากเย็น ที่ยากเย็นก็คือการที่เขาพบจิ้นอ๋องต่างหาก เขาเปิดโรงยาแห่งนี้แต่ตัวกิจการก็ไม่ได้ดีอะไร หากนางได้เข้าไปยังวังท่านอ๋องหนหนึ่ง รักษาอาการเจ็บป่วยขององค์ชายคราหนึ่ง แล้ววันข้างหน้าใครจะกล้าดูถูกโรงยาของเขาอีกเล่า นี่มันใบเบิกทางสู่ความมั่งคั่งชัดๆ 

“ได้ฉู่ชีไปช่วยบรรเทาทุกข์ให้องค์ชาย นั่นก็ถือเป็นโชคของข้าแล้ว อย่าว่าแต่เงินแปดสิบเหลี่ยงเลย แม้ไม่ได้สักเหลี่ยง เจ้าก็สมควรไป” หลังจากพูดเสร็จ ไม่ทันให้ซย่าชูชีปฏิเสธ เขาส่งสายตากับกู้อาเจียว 

“อาเจียว เจ้าไปจัดเก็บยาบำรุงที่อยู่ในร้าน แล้วตามท่านซุนไปด้วย” 

เหงื่อบนหน้าผากของซย่าชูชีผุดขึ้นเป็นเม็ดๆ จนไหลลงมาในที่สุด ลำไส้ของซย่าชูชีบีบตัวขดแน่นอย่างรวดเร็ว หรือว่าจะเกิดเหตุนองเลือดเพราะเงินห้าเหลี่ยงกัน  

ไปหรือไม่ไปดี หนีหรือไม่หนีดี เอาหรือไม่เอาเงินดี 

สมองของเธอตีกันยุ่งเหยิงไปหมด เมื่อคิดว่าเถ้าแก่ให้ความเคารพต่อเธอ แต่เมื่อคิดว่าการไปพบเจ้ากางเกงในสีแดงก็เท่ากับว่าตัวเองติดกับดักอีกครั้ง แต่คิดอีกทีเงินแปดสิบเหลี่ยงก็ช่างเย้ายวน  

สับสน! เธอขบคิดจนปวดตับไปหมด 

เธอหาข้ออ้างขอกลับมาอยู่ที่ห้องตัวเอง หันไปมองกระจกจ้องหน้าตัวเองอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก็จัดการรูปลักษณ์อีกครั้ง เมื่อมั่นใจว่าแต่งจนรู้สึกปลอดภัยแล้ว ก็ฝึกซ้อมการออกเสียงและรูปปากเวลาออกเสียง เมื่อมั่นใจแล้วถึงได้มีความกล้าอีกครั้ง 

เดิมทีอำเภอชิงกั่งไกลจากที่พักแรมมากโข แต่รถม้าของท่านซุนควบไม่ถึงหนึ่งเค่อก็ถึงหน้าประตูที่พักแรมแล้ว ทหารยามยืนตัวตรงอย่างเป็นระเบียบ ตรวจตราเข้าออกอย่างเข้มงวด เรียกได้ว่าซย่าชูชีโชคดีมากที่วันนั้นเธอหาช่องหมาลอดเจอ ไม่เช่นนั้น... ศพของนางคงได้ไปเป็นอาหารแมลงแน่ 

เหล่าทหารในที่พักแรมต่างทำตามกฎ กู้อาเจียวจึงมีคนพามายังเรือนพักแรม ส่วนซย่าชูชีก็มีท่านซุนพาอ้อมจากที่ทำการที่พักแรมไปยังพลับพลาอวี้หวงทางทิศเหนือซึ่งจ้าวจวินอาศัยอยู่ ท่านซุนเดินเข้าไปรายงานข้างในเพียงลำพัง เพียงครู่เดียว เจิ้งเอ้อร์เป่าก็เดินตามเขาออกมา น้ำเสียงแหลมเล็กเจือไปด้วยเสน่ห์ทำเอาคนฟังวิญญาณหลุดออกจากร่าง สายตายามทอดมองเธอนั้นค่อนข้างซับซ้อน 

 

 

------

[1] เมล็ดแอปริคอท

[2] ต้นไม้วงศ์เดียวกับดอกมะลิ ผลของมันมีสรรพคุณทางยา

[3] เป็นพืชมีดอกที่เป็นพืชพื้นเมืองในเอเชีย และเป็นสมุนไพรที่ใช้ในตำรายาจีน ใช้เป็นยาขับร้อน แก้บวม ขับปัสสาวะ

[4] จู (铢) หน่วยน้ำหนักสมัยโบราณขงจีน 1/24 ของเหลี่ยง

[5] มาฮวง หรือ Ephedra Herb เป็นพืชที่พบในแถบจีน อินเดีย ปากีสถาน ในสมัยโบราณประเทศจีนได้ใช้พืชสมุนไพรชนิดนี้เป็นยาแก้ไอ แก้หอบหืด หรือขับปัสสาวะ เป็นต้น

[6] เหมยปาย (枚擘) บอกจำนวนขนาดเล็ก

[7] หน่วยวัดปริมาตรน้ำเทียบกับปัจจุบันคือลิตร

[8] หน่วยวัดปริมาตรน้ำเทียบกับปัจจุบัน 8 เหอ = 160 มิลลิลิตร

ความคิดเห็น