facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ซย่าชูชีแพทย์หญิงในหน่วยลอบสังหารพิเศษแดงดันย้อนเวลามาอยู่ในร่างของคุณหนูเจ็ดที่มีรอยสักอยู่บนขมับ ช่างอัปลักษณ์นัก! แต่ช่างปะไร เธอขอแค่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็พอ แต่โชคชะตากลับไม่ได้เป็นดั่งหวังเมื่อเธอดันไปขโมยตราพยัคฆ์ทองคำของจิ้นอ๋องเข้าให้ ความซวยจึงบังเกิด...

ตอนที่ 15 ลงทุนเพียงเล็กน้อย

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 ลงทุนเพียงเล็กน้อย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2563 14:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 ลงทุนเพียงเล็กน้อย
แบบอักษร

 

“ขุดช่องสุนัขไว้แล้วหรือยัง” 

เจิ้งเอ้อร์เป่าปิดปาก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสุข น้ำเสียงแหลมเล็กนุ่มนวลเป็นพิเศษ 

“นายท่านคาดการณ์ไว้ลึกล้ำยิ่ง ข้าขุดเรียบร้อยแล้ว เรียบร้อยแล้วขอรับ...” 

“อืม เฉินจิ่งตามนางทันหรือเปล่า” 

“ทันขอรับ ตามทัน...” 

ดูเหมือนว่าจ้าวจวินจะไม่ได้ยินที่เขาพูด เขาเงียบอยู่ในม่านหมอกของน้ำร้อนอยู่นาน ทันใดนั้นนัยน์ตาดำขลับทอประกายระยับก็ลืมตาขึ้นมองเจิ้งเอ้อร์เป่า ทั้งบนใบหน้ายังฉายแววเจ้าเล่ห์ปนมีความสุขที่น้อยครั้งจะได้เห็น 

“ช่องหมารอด พอดีตัวนางหรือไม่” 

“จะว่าเล็กก็เล็กไปหน่อยขอรับ ทว่าหากร่างผอมบางคงลอดผ่านไปได้...” 

เขามีสีหน้าเบิกบานใจ จู่ๆ มือของเจิ้งเอ้อร์ก็ว่างเปล่า เขาตะลึงไปครู่หนึ่ง 

“ทำไมนายท่านถึงได้...” 

เดิมทีเขาต้องการถามนายท่านว่า เหตุใดแม้กระทั่งช่องสุนัขลอดถึงต้องคำนึงถึงรูปร่างของหญิงสาว แต่เมื่อเห็นปากบวมแดงเล็กน้อยของเขา จะกล้าถามมากกว่านี้ได้อย่างไร 

จ้าวจวินเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง พลางลุกขึ้นจากอ่างอาบน้ำหยิบผ้าขนหนูกำมะหยี่ผืนใหญ่เช็ดหยดน้ำบนผมยาวของเขาลวกๆ จากนั้นสวมชุดนอนมัดเชือกผูกเอวไว้หลวมๆ เผยให้เห็นหน้าอกเปลือยเปล่าที่มีหยดน้ำเกาะอยู่ 

“มีเรื่องอันใดก็พูดมา ต่อหน้าข้าจะอึกอักไปทำไม” 

เจิ้งเอ้อร์เป่าซึ่งกำลังครุ่นคิดอยู่ จึงเปลี่ยนเรื่องทันที พร้อมกับหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “นายท่าน ฟั่นฉงเหลียงผู้นั้นเป็นคนรู้ความยิ่ง บุตรสาวของเขาถูกทุบตี ยังมอบสาวงามมาให้นายท่านราวกับห้านางสวรรค์ คืนวันนี้ท่านก็ลองไปดู...” 

จ้าวจวินกวาดตามองเขาแวบหนึ่ง “ได้เงินมาเท่าไรหรือ” 

เจิ้งเอ้อร์เป่าเผลอร้องว่า “ไอ้หยา” จนต้องเอามือมาปิดปากตัวเองไว้ 

“ท่านอ๋อง ข้าน้อยไหนเลยจะกล้า ข้าน้อยเพียงแต่คำนึงถึงอายุของท่านก็ไม่น้อยแล้ว แลเห็นท่านอ๋องที่อยู่ในเมืองหลวงต่างมีบุตรธิดา และความสุขในครอบครัว ส่วนท่านยังอยู่ตัวคนเดียว ข้าน้อย... ข้าน้อยเห็นก็ปวดใจยิ่งนัก” 

จ้าวจวินโบกมืออย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี พร้อมกับแค่นเสียงเย็น 

“พอแล้ว! ไปเถอะ” 

เจิ้งเอ้อร์เป่ากลัวเขาคิดว่าตนเองโลภอยากได้เงินของฟั่นฉงเหลียงจริงๆ จึงคิดอยากอธิบายอีกสักหน่อย แต่เมื่อเห็นใบหน้าเย็นชาของจ้าวจวินราวกับว่าอารมณ์ดีจากการฟังเรื่องสนุกเมื่อครู่หายไปแล้ว เขาทำได้เพียงล่าถอยไปที่ประตู ทว่าตอนที่เดินอยู่นั้นก็ฉุกคิดเรื่องนึงขึ้นมาได้ จึงรีบกล่าวรายงานอย่างระมัดระวัง 

“นายท่าน หญิงสาวผู้นั้นเขียนอักษรไว้บนผนังห้องเก็บฟืนด้วยนะขอรับ” 

เหล่าขันทีและสาวรับใช้ในวังของจิ้นอ๋องนั้น มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ตัวอักษร เหล่าราชองครักษ์และทหารอารักขายิ่งไม่ต้องพูดถึง จ้าวจวินสวมผ้าคลุมผ้าดิ้นขนนุ่มกันลมออกมา แล้วเดินไปทางห้องเก็บฟืนอย่างเร็ว 

“นายท่าน รีบอ่านเลยขอรับ...” 

เจิ้งเอ๋อเป่ายกโคมไฟส่องให้เห็นอักษรหลายตัวบนกำแพง 

รออยู่นานแต่กลับไม่ได้ยินเสียงของนายท่าน มีเพียงลมหนาวที่พัดโดนหูเขาจนเจ็บเท่านั้น  

ขณะที่ตัวเขาหนาวสั่น จ้าวจวินก็จ้องมองกำแพงด้วยใบหน้าน่าสะพรึง เขาเพียงเห็นอักษรตัวใหญ่ 

“จ้าวจวิน เจ้ามารดามันเถอะ ข้ามาเที่ยวเล่นที่นี่เท่านั้น ขออภัยที่ไม่อาจอยู่เป็นเพื่อนเจ้าได้!” 

 

"ฉู่ชี เจ้ารีบออกมาเร็ว!" 

“เอ้อ มาแล้ว!” 

เสียงขานรับกังวานใสของชายหนุ่มผิวคล้ำรูปร่างผอมบาง ซึ่งสวมหมวกทรงเหลี่ยม และชุดคลุมยาวตรงสีเขียวสาบเสื้อทับกัน วิ่งออกมาจากคลังเก็บยาของโรงยา จนมาถึงหน้าโรงยาด้วยการเปลี่ยนเส้นทางตลอดเวลา  

ไม่ต้องพูดอันใดให้มากความ คนผู้นี้กคือซย่าชูชีที่หนีออกมาจากช่องหมาลอดของที่พักแรม 

หลังเธอออกมาจากกรงขังมาได้ค่อนคืน เธอรู้ดีว่าท่านอ๋องจะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ แน่ จึงไม่กล้ากลับไปที่หมู่บ้านหลิวเหนียนอีก ทว่าไม่มีหนังสือผ่านทางของขุนนางก็ไม่อาจไปสถานที่อื่นได้ เมื่อเธอครุ่นคิดดูก็พบว่ายิ่งเป็นสถานที่อันตรายก็ยิ่งปลอดภัย เธอจึงอยู่ที่อำเภอชิงกั่งต่อ 

การอยู่ต่อนั้นทำได้ง่ายดาย แต่การดำรงชีพนั้นทำได้ยากยิ่ง โชคดีที่เธอยังมีวิชาการแพทย์ติดตัว โชคดีที่โรงยาประกาศรับคนคัดยา ไม่ต้องทำอันใดมากขอเพียงจำแนกชนิดยาได้ก็เพียงพอแล้ว ไม่เกินทักษะขั้นพื้นฐานแพทย์แผนจีนสำหรับซย่าชูชี แค่แสดงความสามารถสักหน่อยด้วยความอ่อนน้อม ก็คัดคนอื่นออกได้แล้ว สามารถรักษาคนได้แล้ว ก็ได้เป็นคนทำงานในโรงยาอย่างราบรื่น 

โรงยามีขนาดไม่ใหญ่นัก เถ้าแก่แซ่กู้ ส่วนภรรยาจากไปนานแล้ว ทิ้งลูกสาวคนเดียวไว้ นางมีนามว่ากู้อาเจียว ผู้อาวุโสกู้มักตรวจอาการคนไข้อยู่บ่อยๆ ส่วนกู้อาเจียวก็เป็นลูกมือทั้งเรื่องภายในภายนอก สองพ่อลูกจึงวุ่นอยู่ตลอด ทว่ากู้อาเจียวเติบโตมาเป็นดรุณีแรกแย้มผู้ใสบริสุทธิ์ดุจดั่งผลท้ออ่อน เมื่อเห็นว่านางใกล้ถึงวัยเข้าพิธีปักปิ่นสามารถออกเรือนได้แล้ว กิจการของโรงยาก็รุ่งเรืองอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้รับเอาซย่าชูชีมาปักหลักอยู่ที่นี่ได้ 

ชั่วพริบตาเดียวก็ผ่านไปหลายวันแล้ว 

ในช่วงเวลาไม่กี่วันมานี้ เธอแต่งให้ใบหน้าของเธอทั้งดำทั้งน่าเกลียด แล้วยังใส่เสื้อผ้าของบุรุษ และสวมหมวกทรงเหลี่ยมใบใหญ่ที่ปิดมาถึงคิ้ว แม้จะไม่มีเรื่องอันใดเกิดขึ้นอีก แต่เธอก็กระวนกระวายใจอย่างมาก ไม่รู้ว่าท่านอ๋องโกรธจนพาลไปลงกับเจ้าทึ่มหรือเปล่า พยัคฆ์ทองคำน้อยที่ฝังอยู่ใต้หม้อปั้นตรงผนังไม้จะยังปลอดภัยดีอยู่หรือไม่ 

แต่เรื่องกังวลก็ส่วนเรื่องกังวล เธอเองก็รู้ว่าการไม่กลับไปจะเป็นการดีกับตัวเจ้าทึ่มที่สุด 

แม้โรงยาจะวุ่นวายตั้งแต่เช้าจรดค่ำ แต่มีที่อยู่ที่กินแถมยังได้เรียนรู้การดำรงชีวิตของคนในยุคนี้อีก เธอก็มีความสุขมากแล้ว ในใจคิดเพียงแต่ว่าเมื่อใดที่ท่านอ๋องต่ำช้าผู้นั้นยกทัพกลับวังหลวง เธอก็จะเป็นอิสระ ต่อไปก็จะดูแลโรงหมอทำงานหาเงินมาเลี้ยงดูชายหนุ่มหน้าละอ่อน ช่างเป็นเรื่องดีงามในชีวิตจริงๆ 

กู้อาเจียวรวบรวมสมุนไพรเก็บในโรงยาเรียบร้อยแล้ว มีเสียงตำยาดังขึ้นตึงๆๆ กลิ่นหอมของยาลอยเตะจมูก มีการเขียนชื่อยาจีนด้วยแบบอักษรไข่ถี่ตรงตู้ยาในแต่ละช่องไม้เล็กๆ ของทุกแถว... ทั้งหมดนี้ทำให้ซย่าชูชีพอใจมาก 

ฉู่ชี เจ้ารู้มากขนาดนี้ได้อย่างไร” กู้อาเจียวหั่นยาเสียงดังฉับ ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อหันมาเอ่ยถามเธอ 

“ข้าเคยบอกไปแล้วหรือไม่ใช่หรือ ก่อนที่ข้าจะมาที่โรงยาแห่งนี้ ข้าเคยเป็นคนของร้านขายยามาก่อน” 

“ข้าไม่เชื่อ” กู้อาเจียวมีนิสัยขี้งอนและความรู้สึกไวมาก เธอแตกต่างจากคนอื่นอย่างนี้ นางจะไม่สังเกตเห็นได้อย่างไร “ฉู่ชี ข้ารู้มานานแล้วว่าเจ้านั้นแตกต่างจากผู้อื่น เจ้าเคยเป็นคนของร้านขายยังรู้มากขนาดนั้น ข้าติดตามท่านพ่อมาหลายปี ทำไมข้าถึงไม่รู้ชนิดยามากเช่นเจ้าล่ะ แม้แต่บางเรื่องที่เจ้ารู้ พ่อของข้ายังไม่รู้เลย” 

ซย่าชูชีกระแอมเสียงแผ่วเบา พลางขยิบสายตาไปให้นาง 

“มันเป็นพรสวรรค์ เจ้าเข้าใจหรือไม่” 

ฉู่ชี เจ้าบอกข้ามาเถิด ข้าไม่บอกผู้ใดหรอก” 

“คุณหนู...ท่านหั่นไป๋จู๋บางเกินไปแล้ว! หากนำไปเผาไฟจะทำให้ตัวยาออกฤทธิ์น้อยลง” 

เมื่อซย่าชูชีเอ่ยเตือน กู้อาเจียวจึงรู้สึกตัว พลางคิดว่าบ้านนางทำโรงยามาหลายปี ยังทำผิดเล็กๆ น้อยๆ อยู่อีก แก้มก็แดงปลั่งกว่าเดิม แต่ก่อนที่ทั้งสองจะได้พูดคุยกับจบ ชายชราร่างท้วมที่ไว้เคราเดินเข้ามาทางประตูใหญ่ด้วยท่าทางครุ่นคิด 

“เถ้าแก่” 

เมื่อเห็นซย่าชูชีเขาหรี่ตาจ้องมองเธอเล็กน้อย 

นี่คือผู้ใดกัน ไม่ผิดแน่ต้องเป็นท่านซุนที่พบที่ริมแม่น้ำชิงหลิงแน่นอน 

นี่ไม่ใช่วันแรกที่เขามาเยือนที่นี่ สองวันก่อนเขาก็เคยมาจ่ายใบสั่งยา การเดินทางกลับเมืองหลวงครั้งนี้ทหารของจิ้นอ๋องมีผู้ที่บาดเจ็บมากมาย การจัดหาสมุนไพรให้พอต่อความต้องการของราชสำนักนั้นยากยิ่ง เมื่อเคลื่อนพลด้านนอกแค่ตัดสินใจจัดการเองก็พอเข้าใจได้ แต่วันนี้ท่านผู้เฒ่ากลับมาที่นี่อีกครั้ง หากไม่แน่ใจว่าเขาเห็นเธอหรือไม่ เธอรู้สึกไม่ปลอดภัยจริงๆ  

“มานี่สิเจ้าหนู จัดของตามใบสั่งยานี่ ให้ตาเฒ่าเช่นข้าสักสองห่อ” 

ความคิดเห็น