facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ซย่าชูชีแพทย์หญิงในหน่วยลอบสังหารพิเศษแดงดันย้อนเวลามาอยู่ในร่างของคุณหนูเจ็ดที่มีรอยสักอยู่บนขมับ ช่างอัปลักษณ์นัก! แต่ช่างปะไร เธอขอแค่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็พอ แต่โชคชะตากลับไม่ได้เป็นดั่งหวังเมื่อเธอดันไปขโมยตราพยัคฆ์ทองคำของจิ้นอ๋องเข้าให้ ความซวยจึงบังเกิด...

ตอนที่ 13 โรมรันพันตู

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 โรมรันพันตู

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2563 14:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 โรมรันพันตู
แบบอักษร

 

ครืน! ขโมยไก่ไม่สำเร็จยังเสียข้าวหนึ่งกำ[1] เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะโดนเตะจึงหดตัวไม่ทัน ด้วยแรงเตะนั้นทำให้ทั้งสองคนกอดกันกลิ้งลงกับพื้น ท้ายทอยของเธอก็กระแทกกับพื้นอย่างแรง 

“อึก...” เสียงกลั้นเบาๆ ของชายหนุ่มดังเข้าโสตประสาทอย่างวาบหวาม 

“หืม?” เมื่อเธอเบิกตากว้าง จึงพบว่าเกิดความผิดพลาดอยู่ร้อยละศูนย์จุดศูนย์ศูนย์หนึ่ง ตอนที่เธอกัดลงไป ปากใหญ่ราวอ่างโลหิตของเขาก็อ้าออก เป็นผลให้เธอกัดริมฝีปากอ่อนนุ่มที่ทำให้สติกระเจิงอย่างพอดิบพอดี 

รสชาติหวานล้ำหอมละมุน... 

สัมผัสที่กัดในปาก ทำให้ซย่าชูชีตกตะลึงราวกับลิงน้อยโดนสาป 

เมื่อก่อนเธอก็เป็นหญิงสาวมุทะลุ หยอกล้อกับเหล่าทหารชาย เรื่องกอดคอกันก็ทำบ่อย เรื่องพวกนั้นทำให้เธอมองข้ามเรื่องเพศไปได้ง่าย แม้จะมีแนบชิดกัน แต่ไม่เคยปากสัมผัสปากกันแบบนี้จริงๆ ... 

อีกอย่าง ยังเป็นริมฝีปากบนล่างที่กัดง่าย 

ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นชายรูปงาม 

หล่อเหลาจนลืมว่าสองมือของตัวเองยังกักขังเขาแน่น 

หล่อเหลาจนเธอรู้สึกว่าใบหน้าที่โดนแสงสาดเล็กๆ จากประตูห้องเก็บฟืน สวยงามดั่งขวานและสิ่ว คิ้วงามดั่งเขาเขียว งดงามทรงพลัง ดวงตาราวกับบ่อน้ำโบราณลึกล้ำ ไม่รู้ว่าด้วยเพราะตกใจ โกรธ หรือโมโห ลูกกระเดือกของเขาถึงขยับขึ้นลงไม่หยุด ความสูงส่งนั้น... ไม่มีส่วนไหนไม่น่าหลงใหล ไม่มีส่วนไหนไม่ทำให้เธอสติกระเจิง ไม่มีส่วนไหนไม่ทำให้เธอทำตัวไม่ถูก 

“เกิดจากท้องสุนัขหรืออย่างไร ปล่อย!” 

ท่ามกลางความมืดสลัวก็บังเกิดเสียงกรุ่นโกรธ ปลุกเธอให้ตื่นจากความลุ่มหลง 

ชิ! 

บอกว่าหญิงเป็นปีศาจเป็นความหายนะ ผู้ชายเองก็เป็นสุนัขจิ้งจอกถึงจะถูก ซย่าชูชีมองด้วยความหลงใหลจนเกือบลืมความโกรธเกลียดของตัวเอง 

เมื่อนึกถึงว่าเขาขังเธอไว้สามวันเต็มๆ ในห้องมืดมิด เธอก็ไม่อยากปล่อยเขาไปดีๆ 

เขาไม่ให้ทางรอดกับเธอ เธอก็จะรัดเขาตายไปเลย 

เธอส่งเสียงฮึเบาๆ ขาเรียวยาวของเธอหนีบเอวของเขาสุดแรงราวกับหมีอู๋เหว่ย[2] 

“เจ้าต้องรับปากว่าจะปล่อยข้า ข้าถึงปล่อย ไม่งั้นไม่มีทาง!” 

เสียงเดือดดาลไร้เดียงสาของเธอ ช่างหวานล้ำ ยามตวัดปลายลิ้นออกมา คล้ายตวัดลำไส้ให้บิดเกลียว ร่างกายนี้ไม่พูดไม่ได้ แม้ยังไม่เติบใหญ่ น้ำเสียงกลับอ่อนหวานน่าฟัง ทำเอากระดูกอ่อนยวบ วิญญาณสลายที่ไม่อาจบรรยายได้ 

“ปล่อย!” เขาหรี่ตาดุดัน ส่วนมือหนาจับเธอแน่น พลางฉวยโอกาสพลิกตัว 

“ไม่ปล่อย!” ซย่าชูชีรัดด้วยท่าทางทะเล้น กระโจนไปทับตัวด้วยแรงมหาศาล แล้วกลิ้งพร้อมกับเขาไปหนึ่งตลบ ตัวของเธอคร่อมเขา และหนีบเขาราวกับปลาหมึกยักษ์ “ฮ่า ดูซิว่าเจ้าจะทำอะไรข้าได้” 

เธอมาคิดๆ ดูแล้ว ด้านพลังยุทธ์เธอไม่อาจเทียบเขาได้ 

แต่เรื่องเกาะแกะไม่ปล่อย เขาเป็นชายหนุ่มตัวใหญ่ จะเป็นคู่ต่อกรของหญิงสาวได้อย่างไร 

อีกอย่างดูจากน้ำเสียงกดต่ำของเขา ดูก็รู้ว่าเขาไม่อยากให้คนใต้อาณัติมาเห็นเขาในเวลานี้ เธอจะหาทางกลับมาได้เปรียบจากการสู้หนึ่งต่อหนึ่งอย่างไร ซย่าชูชีคิดแผนพลางใช้วิชากังฟูที่เรียนรู้มาจากหน่วยลอบสังหารแดงเอามาใช้รัดเขา โดยไม่รู้เลยว่าทำท่าทางเช่นนี้ ในสถานที่มืดมิดเช่นนี้กับบุรุษมันวาบหวามเพียงใด 

“ข้าจะพูดอีกครั้ง ปล่อย!” 

ทันใดนั้นมือของเขาก็เพิ่มแรงขึ้น ทำให้เธอเจ็บจนกัดฟันเหงื่อไหล 

“โอ๊ย คนต่ำช้า เจ็บนะ...” 

ใบหน้าหล่อเหลายังคงน่าหวาดผวา แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดตอนเธอโอดครวญด้วยความเจ็บปวด เขากลับผ่อนแรงลงเล็กน้อย พลางหอบหายใจถี่ ซย่าชูชีดวงตาสว่างวาบ จากนั้นเข้าใกล้ระยะเผาขน แล้วบีบคอของเขาแน่น ทาบทับตัวเขาทั้งร่าง จากนั้นดมคอของเขาราวกับสุนัขตัวน้อย 

“ชิๆ คนต่ำช้าก็ดัดจริตสินะ บนตัวเจ้าหอมกลิ่นอะไร มีแต่คนบอกว่ากลิ่นหอมของหญิงงามเป็นดอกอวี้ลู่ฮวา คิดไม่ถึงว่าชายอกสามศอกอย่างเจ้าก็ตัวหอมด้วย ข้าดมๆ ดู อืม เครื่องหอมนี้มีสะระแหน่ ดอกติงเซียง เพ่ยหลานแล้วก็โกศเขมา...” 

เธอรัดเขาแล้วก็พูดอย่างผ่อนคลาย องค์ชายสิบเก้าที่ถูกเธอคร่อมกลับหอบหายใจถี่ขึ้น ลำคอส่งเสียงกระเส่าแปลกประหลาด ถึงจะมีชุดหนาๆ มากางกั้น เธอเองก็รับรู้ได้ถึงความร้อนผ่าวราวกับไฟในร่างกายเขา มีไอโมโห ไอสังหาร หรือบรรยากาศอื่นๆ ที่ไม่อาจรู้ได้แผ่กระจายอยู่จางๆ 

“เจ้ารนหาที่ตาย?” 

เจ้าชั่วช้านี่ใกล้จะโกรธแทบคลั่งแล้วสินะ 

พูดกันตามตรง หากเปลี่ยนเป็นโรมรันกับคนอื่น ซย่าชูชีต้องเกิดความขยะแขยงแน่ อาจเพราะเจ้าคนต่ำช้าเป็นชายหล่อเหลา เธอโอบรัดเขาโดยที่หน้าไม่แดง ลมหายใจไม่ติดขัด ไม่ได้รู้สึกอับอายอะไร แถมยังรู้สึกว่าเวลาเขาโมโห ลมหายใจหนักเบาที่ฟึดฟัด ช่างไพเราะนัก 

“เหอะๆๆ ก็ข้าไม่ปล่อย! ข้าจะกักขังเช่นนี้ อยู่เป็นเพื่อนเจ้า!” พูดจบเธอก็ร้องครวญคราง ตกใจที่มือของเขาลูบเอวของเธอ แล้วบีบแน่นราวกับว่าจะบีบเธอให้ตาย... 

“เจ็บๆๆ ... เจ้าฆ่าข้าเช่นนี้ก็ช่างเถอะ!” 

เมื่อตะโกนจบ สองขาของเธอยิ่งรัดแน่นขึ้นราวกับเถาวัลย์ จนเรียกได้ว่าไร้ลมผ่าน 

“พอแล้ว! มารดามันเถอะกัดไม่ปล่อยเลย!” ดวงตาของจ้าวจวินแดงก่ำ เขาโอบตัวเธอในทันใด จากนั้นพลิกตัวกระโดด ดึงเธอออกไป จากนั้นโยนเธอไปทางกองฟืนอย่างแรง 

พูดสบถ? 

จิ้นอ๋องเชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์ผรุสวาทออกมา ทำเอาซย่าชูชีถึงกับมึนงง 

วินาทีต่อมา เธอก็ปะทะกับนัยน์ตาลุกโชนของเขาจนอดหัวเราะเสียงดังไม่ได้ 

“ท่านชาย ถ้าท่านพูดภาษาชาวบ้านเร็วกว่านี้สักหน่อย ไม่แน่พวกเราได้เป็นเกลอกันนานแล้ว จะมีวันนี้ได้อย่างไร ‘สืบทอดจากผู้ใด’ ‘บ้านอยู่ที่ใด’ อะไรพวกนี้ ท่านตรงเป็นไม้บรรทัดเช่นนี้เสมอ ทำให้ข้ารู้สึกเจ็บจนปวดฟัน เลยอยากจะถอดผิวหน้าตึงๆ ของท่านมา” 

“เหลวไหล!” 

จ้าวจวินตำหนิเสียงเย็น สีหน้าดำทะมึนราวกับถ่าน 

เพียงแต่ไม่รู้ คำว่าเหลวไหลของเขาหมายถึงตัวเองหรือเธอกัน 

ซย่าชูชีจะรู้ได้อย่างไร ว่าองค์ชายสิบเก้าคนนี้ฝึกซ้อมอยู่ในค่ายทหารของเมืองหลวงนครบาลอย่างยากลำบากตั้งแต่อายุสิบกว่าปี ใช้ภาษาชาวบ้านคำหยาบคายกับเหล่าทหารชั้นผู้น้อยจนเคยชิน เพียงแต่ในยามปกติเพราะจารีตของราชวงศ์ เขาจึงอดกลั้นไว้อย่างดี 

แต่วันนี้เพราะเธอเกาะแกะไม่เลิก จึงทำให้ท่านอ๋องคนนี้โกรธจัด 

“ฮ่าๆๆ ขำชะมัดยาด” 

ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ยิ่งเขาโมโห ซย่าชูชีก็ยิ่งอยากแกล้งเขา สองครั้งก่อนที่พบกัน ไม่ว่าเขาจะโมโหมากแค่ไหนก็มักข่มกลั้นด้วยใบหน้าดูดีเย็นชาดุจน้ำแข็ง คล้ายกับภาพเรียบทื่อไร้อารมณ์ จะมีชีวิตชีวาน่าสนุกเท่ากับตอนโมโหได้อย่างไร 

แกล้งเขา! 

แกล้งเขาต่อ! 

“ดูซิคนอย่างเจ้าจะทำอะไรได้อีก ในเมื่อแอบดูข้านอนหลับแล้ว ยังแกล้งทำเป็นคนมีคุณธรรมอยู่ไย ช่วงเวลาสวยงามเช่นนี้ สู้พวกเรามาสนุกสุดเหวี่ยง สุขสมกันสักรอบ ท่านว่าไม่ดีหรือ” 

หุบปาก!” 

จ้าวจวินกลับมาใจเย็นดังเดิมพร้อมกับใบหน้าเรียบเฉย 

“อย่ามัวทำตัวตลก เอาของออกมา!” 

เอาออกมา? ไม่ได้ ไม่ได้! 

ยิ่งเขาสนใจ ก็พิสูจน์แล้วว่าพยัคฆ์ทองคำน้อยยิ่งมีค่า เช่นนั้นการที่เธอเอาของสิ่งนั้นออกมา ความเป็นไปได้ที่หัวจะหลุดออกจากบ่าก็ยิ่งมาก เมื่อคิดถึงว่าเธอเพิ่งมาอยู่โลกใบนี้ ไม่ทันได้ลืมตาอ้าปาก ก็ถูกคนจัดการแบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่เช่นนี้ กระทั่งในหน้าประวัติศาสตร์ยังไม่เหลือชื่อไว้เลย 

 

 

------

[1] ขโมยไก่ไม่สำเร็จยังเสียข้าวหนึ่งกำ สำนวนจีน แปลว่าคิดจะเอาเปรียบแต่กลับขาดทุน

[2] หมีอู๋เหว่ย (无尾熊) คือ หมีโคอาล่า

ความคิดเห็น