facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ซย่าชูชีแพทย์หญิงในหน่วยลอบสังหารพิเศษแดงดันย้อนเวลามาอยู่ในร่างของคุณหนูเจ็ดที่มีรอยสักอยู่บนขมับ ช่างอัปลักษณ์นัก! แต่ช่างปะไร เธอขอแค่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็พอ แต่โชคชะตากลับไม่ได้เป็นดั่งหวังเมื่อเธอดันไปขโมยตราพยัคฆ์ทองคำของจิ้นอ๋องเข้าให้ ความซวยจึงบังเกิด...

ตอนที่ 12 ติดตามเขาก็ได้! (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 ติดตามเขาก็ได้! (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2563 14:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 ติดตามเขาก็ได้! (2)
แบบอักษร

 

จากสถานการณ์ในตอนนี้ เธอทำได้เพียงกัดไม่ปล่อยเท่านั้น 

“นี่ คนงามทั้งสองตรวจพอแล้วหรือยัง ข้าไม่ใช่เลส...”  

หญิงสาวที่ค้นตัวเธอก้มหน้าเงียบสนิท ไม่พูดไม่จาราวกับบ่าวที่ถูกเจ้านายเรียกสั่งสอน 

ไม่สนใจกันงั้นเหรอ 

ซย่าชูชีหัวเราะออกมา พลางขยับข้อมือซึ่งถูกมัดจนเจ็บ 

“เอาล่ะ กลับไปบอกท่านอ๋องของพวกเจ้าซะ ว่าชอบข้าทำไมจะต้องทำให้มันยุ่งยากขนาดนี้กัน ข้ายอมติดตามเขาก็ได้”  

พรูด!  

เด็กสาวรับใช้อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา 

“ฮ่าๆ แม่นางผู้นี้ ท่านช่างน่าสนใจเสียจริง”  

แม่นางผู้มีอายุและสวยกว่านิดหน่อยเป็นคนจิตใจกว้างขวางไม่ใช่น้อย ตอนที่เด็กสาวรับใช้หัวเราะออกมา แม่นางผู้นั้นเพียงช้อนสายตา พอกวาดมองใบหน้าที่ไม่โดดเด่นอะไรของซย่าชูชี ก็บังเกิดรอยยิ้มบนมุมปากกว้าง พลางเอ่ยเสียงอบอุ่นว่า “ล่วงเกินแล้วนะ” จากนั้นหันหน้าไปสั่งเด็กสาวรับใช้คนนั้น 

เหมยจื่อ แก้เชือกให้นาง” 

“เจ้าค่ะ พี่เย่ว์อวี้ 

ในที่สุดเชือกป่านที่มัดไว้ก็คลายออก ซย่าชูชีพูดกระแทกกระทั้นด้วยใจที่ร้อนเป็นไฟ “บอกแล้วว่าไม่มีอะไร พวกเจ้าก็ไม่เชื่อ ค้นแล้วก็ไม่เจอใช่ไหม ข้าบอกแล้ว...ใครนะ เย่ว์อะไรนะ นายท่านของเจ้าเห็นว่าข้าหน้าตาดี ถึงได้คิดไม่ซื่อ เตรียมเชิญข้าไปเป็นหวังเฟยของพวกเจ้าใช่หรือไม่ ถึงได้หาข้ออ้างน้ำขุ่นๆ เช่นนี้”  

เย่ว์อวี้ใบหน้าประดับรอยยิ้มบางๆ ด้วยความสงบนิ่งไร้อารมณ์  

“แม่นางล้อกันเล่นแล้ว! นายท่านของข้านั้นสูงศักดิ์ มีคุณธรรมสูงส่ง คนรูปงามเช่นนายท่าน ไหนเลยจะ...กับแม่นางได้... เหอะๆ”  

เมื่อกล่าว ‘เหอะๆ’ ที่มีความหมายลึกซึ้งจบ เย่ว์อวี้พลันประดับรอยยิ้มอย่างพอดีอีกครั้ง “ข้าเป็นสาวใช้อาวุโสของนายท่าน มีนามว่าเย่ว์อวี้ หากแม่นางไม่มีเรื่องใดแล้ว พวกข้าสองคนขอกลับไปรายงานองค์ชายก่อน”  

สาวใช้อาวุโส?  

ซย่าชูชียกมุมปาก เหลือบสายตามองไปทางนางสองสามรอบ ความสนใจผุดขึ้นมา 

เธอเคยได้ยินมาว่าสมัยโบราณผู้หญิงที่พลีกายเพื่อนายท่านผู้สูงศักดิ์ โดยหลักแล้วล้วนแต่เป็นสาวใช้อาวุโสข้างกายพวกเขา ถ้าอย่างนั้นเย่ว์อวี้ผู้นี้ ก็เป็นคนเคียงหมอนของท่านอ๋องเย็นชานั่นงั้นเหรอ 

คิดถึงตรงนี้แล้ว เธอจึงนึกถึงการดูดวงเล่นๆ เกี่ยวกับโหงวเฮ้งของผู้ชายยุคปัจจุบันทันควัน ลักษณะภายนอกของผู้ชายนั้น นอกจากเป็นการบอกล่วงหน้าถึงชีวิตทั้งชีวิต และเกียรติยศศักดิ์ศรีที่แน่นอนได้แล้ว ยังเกี่ยวพันไปถึง ‘ความสามารถเฉพาะตัว’ อีกด้วย โหงวเฮ้งกรอบหน้าชัด นัยน์ตาสว่างสดใสดุจอาทิตย์และดวงจันทร์ จมูกโด่งราวภูเขา ทั้งกะโหลกได้รูป ถ้ามองรูปร่างต้องมองที่เอวก่อน จากนั้นค่อยดูขา จะว่าไปแล้วกางเกงชั้นในแดงคนนั้นก็เป็นคนที่รูปลักษณ์ดีเยี่ยมทีเดียว โดยเฉพาะขาสองท่อนที่ทั้งยาวแถมยังน่าดึงดูด... 

ถ้าอย่างนั้น สาวรับใช้อาวุโสตรงหน้านี้เคยได้สัมผัสมาแล้วงั้นหรือ 

ใจพลันนึกอยากแกล้งยั่วแหย่คนเล่น เลยเกิดความคิดอกุศลผลุดขึ้นมา ถึงเธออยากจะปิดก็ปิดไม่มิด!  

“พี่สาวท่านนี้ พวกเราอยู่กันเฉยๆ คุยเรื่องเร่าร้อนของท่านกับนายของท่านดีหรือไม่”  

คำพูดหยาบโลนของเธอนั้น ยังโจ่งแจ้งกว่าเหล่าชายฉกรรจ์ที่อยู่ในหอโคมเขียวเสียอีก 

เหมยจื่ออายจนหน้าแดงเถือกไปถึงใบหู 

ส่วนเย่ว์อวี้ยังคงรักษาท่าทีอย่างสงบเสงี่ยม "แม่นางอย่ามาล้อข้าเล่นเลย ข้าอัปลักษณ์เช่นนี้ ไหนเลยจะทำให้นายท่านพึงพอใจได้ เจ้ารีบพักผ่อนเถอะ" 

นางน่ะหรืออัปลักษณ์ พูดถึงตัวเองงั้นเหรอ 

รีบพักผ่อน? แล้วสถานที่นี้มันน่าพักผ่อนตรงไหน 

“ช้าก่อน”  

ซย่าชูชีร้องท้วงนาง “จะไปทั้งอย่างนี้หรือ คิดจะขังข้าไว้นานแค่ไหนกัน”  

รอยยิ้มของเย่ว์อวี้ยังคงเคารพนอบน้อม ทว่าเป็นเพียงรอยยิ้มเสแสร้ง “เรื่องของนายท่าน พวกข้าไหนเลยจะกล้าล่วงเกิน”  

ซย่าชูชีแคะหูแล้วแคะหูอีก พลางหรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง “พี่ใหญ่เย่ว์อวี้ท่านนี้ อ๊ะ ไม่สิ คุณหนู พวกเจ้าไม่แม้แต่จะให้อาหารนักโทษเลยงั้นหรือ”  

“เรื่องนี้นายท่านไม่ได้สั่ง เย่ว์อวี้ไม่กล้าตัดสินใจเองโดยพลการ” รอยยิ้มของเย่ว์อวี้อ่อนโยนมากขึ้น 

บ้านมันสิ เจ้าเป็นสาวรับใช้อาวุโสที่หลับนอนกับเขาไม่ใช่หรือไง!  

ซย่าชูชีอยากจะฆ่าคนเสียจริงเชียว 

แม้ชาติก่อนเธอจะมีตำแหน่งไม่สูงนัก แต่ก็เป็นคนไม่ถือตัวใจดี แล้วยังใจกว้างกับเพื่อนพ้อง และด้วยอาชีพที่คอยดูแลปรนนิบัติอย่างแพทย์ทหาร ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็ล้วนแต่ได้รับความเคารพ ไหนเลยจะมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ที่มีคนกล้าทำให้เธอโมโหได้ 

เธอคิดอย่างเคียดแค้น พลางโยนอารมณ์โมโหทั้งหมดใส่ท่านอ๋องต่ำช้านั่น 

แต่ตอนนี้เธอกล้าเอาสติปัญญาอันเฉียบแหลมของตัวเองมาพนันเลย ถ้าหากจัดการไม่ระวังละก็ มีหวังได้เป็นแบบนางฟั่นแน่ 

ได้!  

ข้าจะอดทนไปก่อน 

เธอกลับไม่นึกเลยว่าจะต้องอดทนไปถึงสามวัน 

อย่าว่าแต่การเก็บกวาดองค์ชายนั่น กระทั่งตัวเขายังไม่ปรากฏเลย เขาเพียงให้คนเอาตัวเธอมาขังไว้ในห้องเล็กๆ มืดๆ นี่เท่านั้น มีการผลัดเวรเฝ้ายามในห้องเล็กๆ ที่มืดสนิทนี้ มีคนเอาอาหารมาให้วันละสามมื้อ และไม่ยอมพูดถึงเรื่องอื่น แถมยังไม่มาไต่สวนเกี่ยวกับพยัคฆ์ทองคำน้อยอีก ทำให้เธอรู้สึกร้อนรนนัก 

ชายผู้นั้นช่างฉลาดเกินมนุษย์จริงๆ!  

เขารู้ว่าเธอไม่มีทางที่จะรายงานตามความจริง นี่เขาจะเล่นสงครามประสาทกับเธอหรืออย่างไร 

สามวันเต็มๆ ที่ไม่มีใครพูดกับเธอ ไม่ว่าใครจะเอาอาหารมาให้ก็ไม่มีใครสนใจเธอ หญิงสาวได้ยินเพียงเสียงยามข้างนอกบางครั้งบางคราวพูดถึงสาวรับใช้จากเมืองหลวง ที่มารับท่านอ๋องกลับต่างหน้าตาดีทั้งสิ้น คนไหนเหมาะจะให้กำเนิดบุตร คนไหนงดงามพราวเสน่ห์ ใครเหมาะจะเป็นผ้าห่มคลายหนาวยามค่ำคืนที่สุด… 

ผู้ชายนี่นะ พอฮึกเหิมก็อดที่จะแซวคำสองคำเสียไม่ได้ เธอไม่ได้คิดใส่ใจอะไร 

ซย่าชูชีสนใจอยู่อย่างเดียวก็คือไม่มีใครคิดจะเอาเปรียบเธอนี่น่ะสิ 

ทำ ร้าย จิต ใจ เกิน ไป แล้ว!  

ความจริงเธอไม่ได้เป็นสาวงาม ไม่ทำตัวดื้อด้าน และทำตัวสงบๆ ได้ จะปรับตัวกับชีวิตไร้อิสระแบบนี้ได้อย่างไร มารดามันเถอะ! ซย่าชูชีกอดร่างกายที่ยังไม่หายดีของตัวเอง นั่งอยู่ในห้องมืดๆ ครุ่นคิดถึงผลลัพธ์และความเป็นไปได้ที่จะหนีออกมา 

รอก่อนเถอะ เจ้ากางเกงชั้นในสีแดง สักวันได้เห็นดีกันแน่!  

สติของเธอเริ่มเลือนราง ดูเหมือนจะครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่ตลอด 

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ประตูไม้ถูกคนเปิดออกจึงเกิดเสียงดังแอ๊ด ทำให้มีแสงจากภายนอกลอดเข้ามาในห้องเล็กๆ ส่องลงบนขาที่ซ้อนทับกัน เอวโค้งงอและตัวที่ขดกลม มันชัดเจนเสียจนเธอไม่มีความรู้สึกใดๆ หลงเหลืออยู่ 

ตรงปากทางเข้าห้องเก็บฟืน 

ดวงตาเรียบเฉยเย็นชาคู่หนึ่งจ้องมองเธอ สวมเสื้อคลุมผ้าทอสีทอง เข็มขัดหยกสีมรกตที่มีลวดลายชดช้อย ม้วนผมประดับหยกสีดำราคาแพงเปล่งประกายชวนให้ผู้คนใจสั่น 

“หลับสบายดีหรือไม่”  

ความเกลียดชังลูกใหม่ก่อตัวขึ้นในใจ ซย่าชูชีพลิกตัวด้วยแรงแค้นทำให้เธอหยัดกายขึ้นอย่างรวดเร็ว พลางหยิบมีดในกระจกไม้ท้อออกมาจากอก และพุ่งเข้าใส่เขาอย่างดุดัน 

“ไอ้คนสารเลว ข้าจะฟันเจ้า”  

“หยุด!” จ้าวจวินเบี่ยงกายแล้วบิดข้อมือของเธอจนกระจกไม้ท้อสลักบุปผาล่วงสู่พื้น  

“โอ๊ย!” ทันใดนั้นเท้าเธอก็ลอยขึ้น ร่างทั้งร่างตกสู่อ้อมแขนของเขา 

“กรี๊ด!” จ้าวจวินถือโอกาสผลักเธอ ทำให้หญิงสาวกรีดร้องเสียงหลง 

“ไปตายซะเถอะ!” อาศัยจังหวะที่เขากำลังตกตะลึง เธอก็ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ รัดแน่นที่รอบเอวของเขาสุดชีวิต จากนั้นกระโดดขึ้นใช้ปากกัดเส้นเลือดใหญ่ตรงคอของเขา 

ความคิดเห็น