facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ซย่าชูชีแพทย์หญิงในหน่วยลอบสังหารพิเศษแดงดันย้อนเวลามาอยู่ในร่างของคุณหนูเจ็ดที่มีรอยสักอยู่บนขมับ ช่างอัปลักษณ์นัก! แต่ช่างปะไร เธอขอแค่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็พอ แต่โชคชะตากลับไม่ได้เป็นดั่งหวังเมื่อเธอดันไปขโมยตราพยัคฆ์ทองคำของจิ้นอ๋องเข้าให้ ความซวยจึงบังเกิด...

ตอนที่ 10 คนหน้าเนื้อปะทะคนหน้าเนื้อ!

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 คนหน้าเนื้อปะทะคนหน้าเนื้อ!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2563 14:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 คนหน้าเนื้อปะทะคนหน้าเนื้อ!
แบบอักษร

 

นางฟั่นพูดถึงเหตุและผลได้ชัดเจน โดยไม่มีความน่าสงสารใดๆ แต่ซย่าชูชีกลับแปลกใจเล็กน้อยว่าเหตุใดนางถึงไม่พูดเรื่อง ‘ฉิงสิง’ รอยสักบนหน้าผากของเธอ 

เรื่องนี้ลงโทษเธอได้ง่ายกว่าเรื่องเล็กน้อยนั้นอีกไม่ใช่เหรอ 

“เงยหน้าขึ้น” เสียงเย็นเยียบอันคุ้นหูดังขึ้นเหนือหัว 

พูดกับเธอ? 

ครั้งนี้อยากแกล้งตายก็ทำไม่ได้ เธอหันหน้ายกมุมปาก มองจ้าวจวินด้วยใบหน้าฉงน แล้วมองนางฟั่นที่ประณามและฟ้องร้องเธอ จากนั้นเลิ่กจมูกขึ้นส่ายหัวอย่างโง่เขลา พูดอย่างเลื่อนลอยว่า 

“ข้าคือฉางเอ๋อ ฉางเอ๋อที่งามที่สุด ฉางเอ๋อที่เลอเลิศ...” 

“ยังแกล้งโง่อีก?” นางฟั่นเข่นเคี้ยวฟัน ลุกขึ้นยืนชี้หน้าเจ้าทึ่ม “เจ้าทึ่มหลานต้า เจ้าพูดมา พวกเจ้าสองคนรวมหัวกันทำเรื่องชั่วช้าใช่หรือไม่” 

เจ้าทึ่มย่นคอแอบมองซย่าชูชีแวบหนึ่ง แม้ไม่กล้ายอมรับกลับไม่กล้าโกหก ใบหน้าใสซื่อนั้นแดงก่ำ 

“ข้า...ข้า...” 

“พูดสิ ทำไมไม่พูด เป็นพวกเจ้าใช่ไหม” 

เจ้าทึ่มตกใจจนไหล่สั่น แต่ก็ยังคงขวางหน้าซย่าชูชีไว้ด้วยตัวสั่นระริก 

“มะ..ไม่เกี่ยวกับเฉ่าเอ๋อร์ของข้า ข้าทำ ข้าทำเอง...” 

ซย่าชูชีแอบถอนหายใจกับตัวเอง 

ไม่กลัวศัตรูเหมือนเทวดา แต่กลัวเพื่อนร่วมทีมเหมือนกระบือ ถ้าไม่ใช่เธอรู้อยู่แล้วว่าเจ้าทึ่มเป็นพวกโง่เง่าเต่าตุ่น ต่อไปเธอไม่ร่วมมืออะไรกับเขาอีก 

ท่ามกลางลมหนาวเย็นตรงถนนส่งสาร ใบหน้าเย็นเยียบของท่านอ๋องหนาวเหน็บยิ่งกว่าน้ำแข็งเสียอีก คนในที่นี้ต่างเคยได้ยินเรื่องราวการสังหารและความบ้าเลือดขององค์ชายสิบเก้าดี ใจของชาวบ้านต่างครุ่นคิดว่าคู่สามีภรรยาสมองทึบนี้คงเจอกับหายนะแน่ 

ผ่านไปครู่ใหญ่ จ้าวจวินถึงได้มองเจ้าทึ่มแล้วพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ 

“เจ้ารู้ความผิดหรือไม่” 

เจ้าทึ่มก้มหน้า ไม่ได้กลัวเขาเท่าเมื่อครู่แล้วและพูดงึมงำ 

“ระ..รู้ องค์ชาย ไม่เกี่ยวกับเฉ่าเอ๋อร์ของข้า” 

จ้าวจวินยกยิ้มมุมปาก “เหตุใดต้องทำเช่นนี้” 

เจ้าทึ่มก้มหน้าลงพูดอย่างน่าสงสาร “นางโหดร้าย ในมะ..หมู่บ้านของข้านางโหดร้ายที่สุด! นางเป็นคนชั่วช้า นางบีบคอจะฆ่าเฉ่าเอ๋อร์ เฉ่าเอ๋อร์เป็นเมียข้า ข้าต้องปกป้องนาง” 

ซย่าชูชีหลับตาแน่น แอบเจ็บปวดให้กับสติปัญญาของเจ้าทึ่มด้วยใจรวดร้าว ท่านอ๋องคนนั้นก็เปลี่ยนประเด็นอย่างไม่ทันคาดคิด กลับถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้ากลัวนางก็เลยยอมรับว่าเจ้าทำ?” 

“เอ๋?” เจ้าทึ่มมึนงงไม่เข้าใจ 

“เอ่อ...” 

คนมากมายต่างสูดลมหายใจ แม้พวกเขารู้ แต่กลับไม่เข้าใจว่าเหตุใดจิ้นอ๋องถึงทำเช่นนี้ 

น้ำเสียงของจ้าวจวินยิ่งเย็นเยียบ มองเจ้าทึ่มด้วยใบหน้ายากจะคาดเดา 

“เจ้าไม่เคยทำ ใช่หรือไม่” 

นะ..นะ...นั่น... 

เขากำลังชักนำให้เจ้าทึ่มกลับคำ? 

ซย่าชูชีมองไปด้วยความสงสัย สายตาของเขากลับไม่ได้มองเธอ แต่เจ้าทึ่มหลานต้าเจ้ากระบือเพื่อนร่วมทีมของเธอก้มหน้าลงอีกครั้ง สั่นหัวไม่ยอมรับ 

“ไม่! ข้าเป็นคนทำ ข้าเกลียดนาง นางตีเฉ่าเอ๋อร์ของข้า ข้าก็เลยตีนาง...” 

ซุบซิบๆๆ ... 

บางคนแอบขำ บางคนถอนหายใจ บางคนส่ายหน้า... 

จ้าวจวินกลับไม่แสดงสีหน้าใดๆ ใช้น้ำเสียงแหบแห้งทุ้มต่ำที่ไพเราะแต่ไร้ความรู้สึกเอ่ยขึ้น “เฮ้อ! นี่ไม่ใช่คนโง่แล้วนี่มันอะไร” 

เขาหยุดลงครู่หนึ่ง แล้วเพิ่มน้ำเสียงเข้มขึ้นด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ 

“แม่นางฟั่น คนโง่สองคนทำร้ายเจ้า เจ้าเห็นข้าเป็นคนโง่ด้วยงั้นหรือ” 

ซย่าชูชีได้ยินก็ตกใจหนัก 

ไม่ใช่แค่เธอ ทุกคนในนั้นต่างก็ไม่คิดว่าผลจะออกมาเป็นเช่นนี้ จิ้นอ๋องเข้าข้างชัดเจนเกินไป ชัดเจนจนเจ้าทึ่มมองเขาด้วยความมึนงงตาไม่กะพริบ 

“นางสารเลว!” 

นางฟั่นกระทืบเท้าไม่ร้องไห้ตีอกชกหัวอีกแล้ว และไม่สนเรื่องที่ท่านพ่อนางเคยมอบหมายว่าไม่อาจพูดได้ว่ามีเชลยที่ราชสำนักตามจับซ่อนอยู่ในอำเภอชิงกั่ง รอให้จิ้นอ๋องจากไปแล้วค่อยจัดการทีหลัง 

นางเป็นพวกด่าคนไปทั่วอยู่แล้ว นางจะสนเรื่องอื่นหรืออย่างไร 

“องค์ชาย! นางสารเลวมากกามคนนี้เป็นเชลยที่ราชสำนักตามจับ ข้าน้อยมีหลักฐาน” 

เชลยที่ราชสำนักตามจับ? 

เกิดเสียงดังระงมทั่วทุกทิศ จากนั้นสายตาต่างจับจ้องยังซย่าชูชี 

คนที่ปรากฏตัวขึ้นคนแรกกลับเป็นพ่อแท้ๆ ของนางฟั่น ฟั่นฉงเหลียง 

“บังอาจ! ต่อหน้าองค์ชาย กล้าพูดจาเหลวไหล” 

ระบบขุนนางของราชวงศ์ต้าเยี่ยนเข้มงวด ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันปฏิบัติตาม ‘กฎหมายเคร่งครัดลงโทษสถานหนัก’ ลงทัณฑ์นักโทษรุนแรง การตัดสินโทษประหารนั้นง่ายดาย หากขุนนางละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ คนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกันก็ต้องโดนด้วย การออกจากราชการ โดนโบยล้วนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่โดนปลิดชีวิตก็มีอยู่บ่อยครั้ง ฟั่นฉงเหลียงส่งสายตาปรามบุตรสาว สะบัดเครื่องแบบนายอำเภอร่างกายอ้วนใหญ่ขึ้นไปข้างหน้า คุกเข่าคารวะจ้าวจวินเอ่ยอย่างนอบน้อมว่า “องค์ชาย แม่นางผู้นี้เป็นบุตรสาวของกระหม่อม ปัญญานิ่มตั้งแต่เล็ก พูดจาไม่ได้ศัพท์” 

จ้าวจวินยกมือขึ้นอย่างเย็นชาขัดคำพูดของเขา ยังคงถามนางฟั่นด้วยสีหน้านิ่งเฉย 

“เจ้ามีหลักฐานอันใด” 

นางฟั่นแอบมองท่านพ่อแวบหนึ่ง เสียงอ่อนลงมาก “องค์ชาย นางต่ำช้าคนนี้ไม่มีหัวนอนปลายเท้า แต่ไหนมาก็สับปลับโฉดชั่ว เมื่อวานข้าน้อยฉุดกระชากกับนาง เห็นบนหน้าผากนางมีการสักฉิงซิงกับตา นางต้องหนีโทษหนักมาไม่ผิดแน่ องค์ชายโปรดตรวจสอบให้ชัดเจนด้วย” 

ไหล่เธอสั่นเทิ้ม ซย่าชูชีฝังหน้าลงต่ำกว่าเดิม 

จ้าวจวินมองกระหม่อมของเธอแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย 

“เจ้าเดินออกมา” 

ใจเธอเต้นตึกตัก ซย่าชูชีคิดในใจว่าจบเห่แล้ว สายตามองผ่านผู้คนไปยังชายผู้นั่งบนหลังม้าอันสูงศักดิ์ ไม่รู้ว่าคิดมากเกินไปหรือเปล่า แม้เธอจะเห็นหน้าเขาไม่ชัด แต่กลับรู้สึกว่าสายตาเขาแฝงความดูถูกที่หนาวเข้ากระดูกอยู่หลายส่วนอย่างชัดเจน 

หรือเขาจำเธอได้ตั้งนานแล้ว 

ไม่มีทาง! วันนั้นท้องฟ้ามืดครึ้ม สภาพของเธอก็ย่ำแย่มาก... 

เพื่อให้ตัวเองเหมาะกับคนบ้าๆ บอๆ เลยทำปากแบะ อ้าแขนกอดคอเจ้าทึ่ม ถูน้ำมูกน้ำตาบนไหล่เขาพลางกลั้นเสียงร้องไห้ 

“เจ้าทึ่ม ข้าจะกลับบ้าน ในเมืองไม่สนุกเลย ไม่สนุก...” 

นางฟั่นทำหน้าพอใจ คิดในใจว่านางคนต่ำช้านี่ยังแกล้งตบตา ต่อให้หลอกต่อไปก็ไร้ประโยชน์ ในสถานการณ์เช่นนี้ จิ้นอ๋องไม่สืบเสาะเป็นไปไม่ได้ 

“องค์ชาย ข้าน้อยพูดถูกไม่ผิดแน่ แค่เปิดผมของนางคนชั้นต่ำคนนี้ดูก็รู้แล้วเจ้าค่ะ” 

“ทหาร!” 

จ้าวจวินกวาดตามองด้วยสายตาเย็นชา “เปิดผมนาง” 

นางฟั่นไม่รอให้ทหารหลวงจับไหล่ของซย่าชูชีแน่น ก็เปิดผมหน้าม้าของเธอเสียก่อน 

“อะไรกัน” นางไม่อยากจะเชื่อ 

หน้าผากของซย่าชูชีไม่มีรอยสักอย่างที่คิด มีเพียงก้อนดำๆ เท่านั้น 

“เฮ้ย นี่มันปานใหญ่!” 

“ที่แท้ก็ปานนี่เอง แม่นางฟั่นคนนั้น...รู้หนังสือหรือไม่” 

“เด็กสาวดีๆ เช่นนี้ หน้าก็งดงามพอได้ แต่กลับโดนปานทำลายโฉมหมด...” 

นางฟั่นจ้องมองหน้าผากของซย่าชูชี พูดเสียงดังติดๆ ขัดๆ “มะ..ไม่เป็นไปไม่ได้ เป็นไปได้อย่างไร ข้าเห็นชัดๆ ...” 

ความคิดเห็น