facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ซย่าชูชีแพทย์หญิงในหน่วยลอบสังหารพิเศษแดงดันย้อนเวลามาอยู่ในร่างของคุณหนูเจ็ดที่มีรอยสักอยู่บนขมับ ช่างอัปลักษณ์นัก! แต่ช่างปะไร เธอขอแค่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็พอ แต่โชคชะตากลับไม่ได้เป็นดั่งหวังเมื่อเธอดันไปขโมยตราพยัคฆ์ทองคำของจิ้นอ๋องเข้าให้ ความซวยจึงบังเกิด...

ตอนที่ 7 ทางรอด ทางตาย (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 ทางรอด ทางตาย (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2563 14:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 ทางรอด ทางตาย (2)
แบบอักษร

 

“หน้าผากของเจ้า? ...เจี้ยน เจ้าเป็นนักโทษที่ราชสำนักตามจับอยู่ใช่ไหม ที่พูดติดอ่างคือเรื่องโกหก? ไม่ได้ ข้าต้องบอกท่านพ่อ...” 

เมื่อก่อนซย่าเฉ่าคิดว่าปกปิดคำว่า ‘เจี้ยน’ ได้อย่างดี ชาวบ้านจึงไม่รู้เรื่องแต่ระหว่างที่นางฟั่นยื้อยุดกับเธอนั้น ก็ปัดโดนหน้าม้าของเธอพอดี 

ซย่าชูชีใจฝ่อ ขณะครุ่นคิดหาวิธี จู่ๆ ก็มีร่างใครคนหนึ่งถีบประตูกระโจนเข้ามา ไม่พูดพร่ำทำเพลงเงื้อหมัดไปชกตัวของนางฟั่น 

คนที่มาก็คือเจ้าทึ่ม เขาเป็นคนนิสัยอ่อนแอ ถูกคนในหมู่บ้านรังแกมาหลายปี นางฟั่นแต่งเข้ามาตั้งนมนาม ยังไม่เคยเห็นเขาโมโหด้วยท่าทางเช่นนี้ ในระหว่างที่ตกใจกลัวก็ปกป้องท้องตัวเอง ร้องโอดครวญไม่หยุด 

“นะ...น้องหลาน ยะ..อย่าตีอีกเลย เดี๋ยวพี่สะใภ้จะซื้อลูกกวาดให้เจ้ากิน...” 

นางตะโกนอย่างน่าสงสาร เจ้าทึ่มกลับเหมือนกินดินระเบิด ไม่สนใจนางเลยสักนิด 

“คนชั่วช้า เจ้ามันคนชั่วช้า รังแกเฉ่าเอ๋อร์ของข้า ข้าจะตีเจ้า! ตีเจ้าให้ตาย...” 

“อ๊า! น้องหลานไว้...อ๊า! ฆ่าคนแล้ว...ช่วย...” นางฟั่นถูกชกจนใบหน้ามีเลือดซิบ เสียงร้องดังปานหมูถูกเชือด 

“เจ้าทึ่ม! หยุดเดี๋ยวนี้นะ เจ้าจะตีนางให้ตายเลยหรือไง!” เห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ซย่าชูชีก็รีบขวาง 

“ใช่! ข้าตีนางก็คือตีให้ตาย! นางไม่ใช่คนดี!” 

เจ้าทึ่มใช้ชีวิตอย่างชาวบ้านมานานหลายปี โตมาร่างใหญ่กำยำ เรี่ยวแรงมหาศาล ลงไปไม่กี่หมัด นางฟั่นก็ตะโกนอย่างน่าเวทนาพลางล้มตึงไปกับพื้นไม่ขยับเขยื้อน เขาเองก็ไม่สนว่านางฟั่นจะอยู่หรือตาย เก็บกำปั้นแล้วเปลี่ยนมาเป็นสัตว์ตัวน้อยที่รอรับความรัก กอดซย่าชูชีแน่น ทั้งเป็นฝ่ายพูดปลอบเธออย่างใจดี 

“เฉ่าเอ๋อร์ ข้าตีนางแล้ว ไม่กลัวนะไม่กลัว ไม่เป็นไรแล้ว ไม่เป็นไรแล้วนะ...” 

ซย่าชูชีตรวจดูเส้นชีพจรตรงคอของนางฟั่นถึงได้วางใจ 

“เห้อ หากชกนางตายจริงๆ แล้ว เจ้าไม่กลัวเข้าคุกหรือ” 

เจ้าทึ่มหลานต้าคอตก เอ่ยด้วยเสียงห้าวต่ำ “ข้าไม่กลัว ขอแค่เจ้าไม่ตาย ข้าไม่กลัวอะไรทั้งนั้น” 

เห็นว่าเขากลัวมากเช่นนี้ กลับเอาแต่ปกป้องเธอ ซย่าชูชีก็หัวเราะ อารมณ์ดีและอบอุ่นหัวใจ เมื่อมองดูสภาพนางฟั่นถูกชกอย่างน่าเวทนาอีกครั้ง ก็ยิ่งปวดหัวหนักว่าจะจัดการอย่างไรต่อไป 

เธอมีอยู่สองทางตรงหน้า หนึ่งทางรอด สองทางตาย 

ทางแรกตาย ถ้านางฟั่นฟื้นขึ้นมา นางมีพ่อเป็นนายอำเภอ เธอกับเจ้าทึ่มไม่รอดแน่ 

ทางที่สองรอด ให้นางฟั่นหุบปากไปชั่วชีวิต 

ถ้าเป็นคนทั่วไปละก็ต้องเลือกทางรอด แต่น่าเสียดาย เมื่อเห็นท้องโตของนางฟั่น เธอก็ทำไม่ลง ถ้าเช่นนี้... 

ก็มีแผนบ้าบิ่นลอยเข้ามาในสมองของเธอ จากนั้นเข้าไปเกี่ยวก้อยเจ้าทึ่ม 

“มานี่ เจ้าทึ่ม เจ้าทำสองเรื่องแทนข้าที” 

“อื้อ” เจ้าทึ่มคล้ายกับเด็กผู้ใสซื่อ เอาหัวเข้ามาใกล้อย่างว่าง่าย 

ซย่าชูชีพูดข้างหูเขาเบาๆ เขากลับจ้องนางอย่างมึนงง เธอเลยต้องบอกแผนการอย่างละเอียดไปสองรอบ ใครจะคิด ถึงแม้เข้าจะเข้าใจแล้ว แต่คนหัวโตกลับสั่นศีรษะราวกับรัวกลอง 

“ข้อแรกทำได้ ข้อสองไม่ได้! เฉ่าเอ๋อร์ อาสะใภ้สามรู้เข้า คงโมโหข้า...” 

ซย่าชูชีได้แต่ปั้นหน้ายักษ์อย่างเลี่ยงไม่ได้ 

“เจ้าจะเชื่อฟังอาสะใภ้สามหรือเชื่อฟังข้า” 

เจ้าทึ่มยังคงกลัวอาสะใภ้สามเสมอมา แต่ถึงอย่างไรก็ยังก็พยักหน้า 

“ขะ..ข้าเชื่อฟังเจ้า” 

เจ้าทึ่มผู้เชื่อฟังแบกนางฟั่นขึ้น แอบออกจากห้องทางประตูหลัง ยังดีที่ห้องฟางสองสามห้องนี้ไม่มีบ้านหลังไหนอยู่ใกล้ ทั้งยังอยู่หัวสะพานตะวันตกของหมู่บ้าน เป็นสถานที่รกทึบห่างไกลชุมชน ไม่มีใครพบเห็น 

กระทั่งเขากลับมา ซย่าชูชีก็ยุ่งกับการจัดการไปพักหนึ่ง เธอเวียนหัวพร้อมกับเหงื่อไหลซก ร่างกายก็ผ่อนคลายลงมาก 

สำหรับโลกไม่คุ้นเคยใบนี้ เธอมีความรู้สึกหมดหวังมากเหลือเกิน 

สภาพสังคมเปลี่ยนไป แต่ใจคนไม่ได้เปลี่ยน ถึงอย่างนั้นไม่ว่าใจคนเป็นอย่างไร เธอก็ต้องมีชีวิตต่อไป 

“เจ้าทึ่ม ไปหาของกินมา!” 

สำหรับเรื่องนางฟั่น เจ้าทึ่มไม่ได้รู้สึกถึงวิกฤตมากเท่าเธอ แค่รู้สึกว่าตัวเองทำผิดเท่านั้น เอาแต่ก้มหน้าอย่างโง่เขลาฟังคำของเธอแล้วตอบรับคำ จากนั้นไปในห้องของอาสะใภ้สาม หยิบแผ่นแป้งทอดดำๆ แผ่นหนึ่งยัดใส่มือของเธอ 

“เจ้ากิน แป้งทอดอร่อยนะ!” 

ซย่าชูชีลองกัดแผ่นแป้งนั่นดู ฟันของเธอก็ปวดไปหมด 

บอกว่ามันเป็นแผ่นแป้งทอด ก็แค่ชิงเฮา[1]ที่อาสะใภ้สามไปหากลับมากับหมั่นโถวที่นวดเป็นแผ่นบางปิ้งออกมาจากเตาแผ่นหนึ่ง น้ำมันหยดเล็กๆ ยังไม่มีเลย แต่ยังดีกว่าอาหารแย่ๆ ในอดีตที่เธอเคยกินในช่วงเวลานั้นนิดหน่อย เธอกัดแผ่นแป้งไปคำหนึ่งมันแข็งจนทำให้หวนนึกถึงเมื่อก่อน หมั่นโถวก้อนใหญ่ทิ้งอยู่ในถังทิ้งเศษอาหารของทีมทหารอย่างไม่อาจเปรียบกับสิ่งใด 

เธอคิดถึงอดีตแล้วหวนถึงปัจจุบันก็อดเจ็บปวดไม่ได้ 

“เจ้าทึ่ม เจ้ากินของพวกนี้ตั้งแต่เด็กงั้นหรือ” 

เจ้าทึ่มครุ่นคิดอยู่นานก็ขมวดคิ้ว “เปล่า ตอนเด็กๆ เคยกินดีกว่านี้...แต่ต่อมาก็กินเจ้านี่” 

ตอนเด็ก? 

ซย่าเฉ่าอึ้งไปครู่หนึ่ง 

เธอรู้แค่ว่าเจ้าทึ่มถูกอาสะใภ้สามหรือก็คือนางหลิ่วเก็บมาจากต่างถิ่น มาอยู่นี่ได้สิบกว่าปีแล้ว อาสะใภ้สามนอกจากพูดว่าพาเจ้าทึ่มมาขอข้าว ก็ไม่เคยพูดถึงอดีตของพวกเขาอีก แต่เจ้าทึ่มไม่เคยพูดโกหก เขาบอกว่าตอนเด็กเคยกินดีกว่านี้ เช่นนั้นก็ต้องเป็นแบบนั้น 

“โอ๊ย ฟันข้า...!” 

ฟันเธอเจ็บจึงก่นด่าเสียงเบาอย่างหงุดหงิด เธอกลืนไม่ลงจริงๆ จากนั้นวางหมั่นโถวตรงโต๊ะเตี้ยเล็กข้างเตียง แล้วมันก็ตกลงเตียงไม้ไปเอง 

“เฉ่าเอ๋อร์ เจ้าไม่กินแล้วหรือ” 

“ข้ากินไม่ลง!” 

เจ้าทึ่มคงหิวจนคลั่งแล้ว เขากลืนน้ำลายหยิบหมั่นโถวที่เธอเคยกัดยัดเข้าท้องอย่างมูมมาม เธอไม่เห็นเขาเคี้ยวก็เข้าไปในท้องแล้ว ตบท้ายด้วยการเช็ดปาก เหลือกตาขึ้นกลืนลงคอแล้วยิ้มอย่างโง่เง่าครู่หนึ่ง 

“อร่อย แผ่นแป้งอร่อยจริงๆ!” 

เธอจ้องเขาครู่ใหญ่ ซย่าชูชียื่นมือเข้าไปลูบ ‘พยัคฆ์ทองคำน้อย’ ที่ฉวยได้จากตัวของคนคนนั้นในอกเบาๆ ขมวดคิ้วถามว่า “เจ้าทึ่ม อยากกินเนื้อไหม” 

“เนื้อ?” 

เสียงท้องร้องโครกครากอย่างไม่เกรงใจ ราวกับมีมือยื่นออกมาจากในคอของเจ้าทึ่ม 

“โอ้ ที่ไหนมีเนื้อหรือ เจ้าทึ่มไม่ได้กินเนื้อมานานแล้ว” 

ขณะคิดเรื่องหมูสามชั้น เนื้อเปื่อยยุ่ยไม่เลี่ยน หมูสามชั้นผัดซอสแดงซึ่งเข้าไปละลายในปากทั้งยังหอมนุ่มละมุนลิ้น ซย่าชูชีเองก็กลืนน้ำลายดังเอื๊อกอย่างน่าขายหน้าเช่นกัน เธอไม่เคยมีความรู้สึกหิวกระหายมานานมากแล้ว มันช่วยเติมเต็มหัวใจ ทั้งยังทำให้ดวงตาของนางเป็นประกายวาววาบขึ้นมา 

“เจ้าทึ่ม ข้าจะให้เจ้าได้กินเนื้อทุกวันแน่นอน” 

“เฉ่าเอ๋อร์...!” ตอนนั้นเอง ประตูไม้ที่เต็มไปด้วยรูเปิดออก 

ใบหน้าของอาสะใภ้สามที่ฉลาดเฉลียวเข้ามาในห้อง นางวางจอบไว้ตรงมุมกำแพง แล้วสำรวจอย่างร้อนรน เจ้าทึ่มหวาดผวาก้มหน้าลงไม่กล้าเงย แต่กลับกลายเป็นว่าอาสะใภ้สามแค่ถามสุขภาพร่างกายของซย่าชูชี ไม่ได้ถามเรื่องอื่น 

“เฉ่าเอ๋อร์ ท่านจู๋กงบอกว่า องค์ชายจิ้นอ๋องมาถึงในอำเภอแล้ว ไม่รู้ว่าเหตุใด จู่ๆ เขาก็เปลี่ยนเส้นทาง พักในอำเภอนี้สักสองสามวัน...” 

“เขามาอำเภอนี้ แล้วเกี่ยวอะไรกับพวกข้า” 

 

------

[1] ชิงเฮา (青蒿) หรือ โกฐจุฬาลัมพา เป็นสมุนไพรที่เติบโตหลายปีหรือสองปี ก้านตั้งตรงมีกิ่งออกมามาก ใบไม้คู่ ออกดอกในฤดูร้อน

ความคิดเห็น