facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ซย่าชูชีแพทย์หญิงในหน่วยลอบสังหารพิเศษแดงดันย้อนเวลามาอยู่ในร่างของคุณหนูเจ็ดที่มีรอยสักอยู่บนขมับ ช่างอัปลักษณ์นัก! แต่ช่างปะไร เธอขอแค่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็พอ แต่โชคชะตากลับไม่ได้เป็นดั่งหวังเมื่อเธอดันไปขโมยตราพยัคฆ์ทองคำของจิ้นอ๋องเข้าให้ ความซวยจึงบังเกิด...

ตอนที่ 5 โยนขี้!

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 โยนขี้!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2563 14:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 โยนขี้!
แบบอักษร

 

เสียงร้องของม้าไปไกลลิ่วแล้ว กระทั่งซย่าชูชีมีสติกลับมาเผชิญความเป็นจริงอันเลวร้าย เสียงลมพัดคล้ายเสียงสะอึกสะอื้นในกกอ้อข้างแม่น้ำชิงหลิง ทั้งสองคนนั้นก็ขี่ม้าไปไกลลับแล้ว 

ชั่วช้าจริงๆ! 

ไอ้คนชั่วช้านี่แค่คำว่า ‘สนใจ’ ยังไม่มี ยังเป็นคนอยู่งั้นเหรอ 

ซย่าชูชีละไม่เข้าใจจริงๆ ไอ้คนต่ำช้านั่นสวมชุดมีสกุลรุนชาติขนาดนั้น ดูสูงศักดิ์ฉลาดหล่อเหลามีระดับ ทำไมถึงได้เค็มเป็นเกลืออย่างนี้ เธอเกลียดเขาเข้าไส้ เมื่อคิดว่าเธอไม่มีเงินก็ดีกว่าไม่มีชีวิตตั้งเยอะ 

และอีกอย่าง... 

“ลั้ลลาละลา...” 

เธอยกยิ้ม ล้มลงบนก้านต้นอ้ออย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง แล้วยกมือซ้ายขึ้นสูง 

พยัคฆ์ทองคำน้อยตัวหนึ่ง อยู่บนฝ่ามือเธอราวกับมีชีวิต สว่างแวววาวจนทำให้น้ำลายยืด 

“ชิ! คิดว่าข้าถูกคนรังแกง่ายขนาดนั้นเลยหรือไง” 

ของชิ้นนี้เธอแอบเอามาตอน ‘เคลิ้ม’ กับอีตาภูเขาน้ำแข็งเมื่อครู่ นับว่าเป็นของตอบแทนแล้วกัน 

คงมีค่าไม่น้อยมั้ง 

เธอเล่นของในมืออย่างสบายอารมณ์ ซย่าชูชีรู้สึกว่าพอมีเงินไว้สำรอง โลกอันไม่คุ้นเคยนี้ก็งดงามมากขึ้นทันตา เรื่องน่าเสียดายอย่างเดียวก็คือถ้ารู้เร็วกว่านี้ เธอคงเตรียมของใช้ที่มีประโยชน์มาบ้างแล้วค่อยข้ามเวลา ถึงจะได้เปรียบมากโข จะได้ใช้สูตรโกงรังแกคนโบราณได้อย่างไร้เทียมทาน... 

โครกครากก 

เสียงท้องร้องอย่างไม่เกรงใจ ทำลายจินตนาการที่ตัวเองเป็นพระเจ้าหมดสิ้น เลยต้องขบคิดถึงปัญหาในโลกความเป็นจริงอย่างเสียไม่ได้ เธอเก็บพยัคฆ์ทองคำน้อยตัวนั้น แล้วควักกระจกไม้ท้อสลักบุปผาออกมาจากอกอย่างระมัดระวัง เตรียมมองโฉมหน้าของตัวเองที่จากบ้านมาไกลให้ละเอียดว่ามีต้นทุนอยู่เท่าไร 

อืม คงอายุประมาณสิบห้าสิบหก ไม่แย่ ชนะเลิศ! 

อืม เครื่องหน้างดงามนวลเนียน หน้าสวยกระจุ๋มกระจิ๋ม ก็พอได้ พอผ่าน! 

อืม หน้าอกแบนหน่อย แต่ยังดีที่อายุยังน้อย ยังมีโอกาสบึ้มบั้ม มีเวลาปั้นสร้างให้เป็นคลื่นที่ทั้งใหญ่ทั้งเร็ว 

อืม ผิวคล้ำหยาบกร้านเกิดจากเคยทำงานใช้แรง ชีวิตความเป็นอยู่เลวร้ายเกินไปเลยทำให้ผิวคล้ำผอมแห้ง ก็ไม่เป็นอะไรมาก เธอมีสารพัดวิธีกับใบหน้าน้อยๆ นี่... 

เธอดึงก้านต้นอ้อที่คาบในปาก แล้วปัดผมม้าซึ่งปิดหน้าผากออก 

“ตายแล้ว!” 

เธอมองกระจกอย่างหวาดผวา แล้วร้องไร้เสียง! 

ขมับซ้ายที่ผมม้าปรกอยู่นั้น กลับมีสิ่งคล้ายรอยสักของคนในยุคปัจจุบัน นั่นคือตัวอักษรว่า ‘เจี้ยน[1]’ ที่สักด้วยหมึกสีดำ ทำลายความงามบนใบหน้าทั้งหมด แปะป้ายบนหน้าเธอด้วยคำว่า ‘เตี้ยอัปลักษณ์’ 

เธอจำได้ลางๆ การสักใบหน้าลงทัณฑ์เรียกว่า ‘ฉิงสิง’ ปกติใช้ลงโทษคนก่อกรรมทำชั่ว คิดดูว่าสาวชาวบ้านที่ห่างไกลวังหลวงอย่างซย่าเฉ่า ได้รับบทลงโทษแบบนี้ได้อย่างไร 

บ้าเอ้ย โคตรทุเรศเลย 

ความงามทั้งหลายหมดหวังแล้ว ชีวิตของเธอยังมีอะไรน่าสนุกอีกเล่า 

ยิ่งคิดถึงเรื่องก่อนหน้า เธอยังยื่นหน้าส่งสายตาให้กับผู้ชายหน้าตายคนนั้น แกล้งทำตัวเป็นเด็กเจนโลกพูดจายั่วเย้าเขา เธอก็อดท้องไส้ปั่นป่วนไม่ได้ ร้องไห้คร่ำครวญปิดหน้าเกือกกลิ้งอยู่ในต้นอ้อ กระทั่งชาวบ้านที่แบกตะกร้าไม้ไผ่พร้อมหาบเร่กลุ่มใหญ่แห่กันเข้ามา... 

“มาดูเร็ว! ท่านจู๋กง หาเจอแล้ว! นางอยู่นั่น นางซย่าอยู่นั่น...” 

ซย่าชูชียังไม่รู้เรื่อง ‘องค์ชายสิบเก้าชนะสงคราม ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันจึงพระราชทานอภัยโทษ’ ได้ยินเสียงชาวบ้านพูดซุบซิบและเสียงเท้าวุ่นวายนั้น เธอไม่ได้ลืมตา นอนอยู่บนพื้นครุ่นคิดอย่างเกียจคร้าน ด้วยแรงกายของเธอในตอนนี้ ต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้ ทำอย่างไรถึงจะหนีพ้น... 

รับไม่ไหวแล้ว 

“เฉ่าเอ๋อร์ ไม่ต้องกลัวนะ! ท่านอ๋องชนะสงคราม เจ้าไม่เป็นไรแล้ว...” มือใหญ่อบอุ่นข้างหนึ่งลูบบนใบหน้าเย็นของเธอทั้งร้องไห้น้ำตานอง 

ท่านอ๋องชนะสงคราม เธอจึงไม่เป็นอะไร? 

ถ้าเจ้าทึ่มหลานต้ามีตรรกกะบกพร่อง ซย่าชูชีก็ไม่เข้าใจนัก 

แต่ไม่สนว่าเพราะอะไร เธอได้ถอนหายใจโล่งอกก็ดีเหมือนกัน 

ร่างกายเจ้าของร่างอาจอ่อนแอเกินไป เส้นประสาทเครียดเกร็งซึ่งเป็นสัญชาตญาณเอาตัวรอดก็ผ่อนคลายลงในที่สุด เธอตอบรับแล้วนอนไร้เรี่ยวแรงอยู่ก้านที่ต้นอ้อ 

“เฉ่าเอ๋อร์!” 

เจ้าทึ่มหลานคลานอยู่ตรงนั้น ถอดชุดอ๋าวที่เก่าทรุดโทรมเพียงหนึ่งเดียวของตัวเองมาคลุมตัวเธอ คนเปลือยท่อนบนร้องไห้หนักยิ่งกว่าเดิม 

“ฮือ เฉ่าเอ๋อร์ เจ้าอย่าตายนะ ข้าจะพาเจ้าไปหาท่านหมอ” 

เสียงร้องไห้ของเขาราวกับพ่อแม่จากไป เหมือนเด็กไร้แม่ ทำให้ซย่าชูชีจ้องอย่างจนปัญญา ชายตรงหน้ารูปร่างสูงใหญ่ ผิวดำคล้ำเครื่องหน้าก็จัดว่าหล่อเหลา แต่น่าเสียดายทึ่มซะไม่มี แค่ดูก็รู้ว่าเป็นคนสติมีปัญหา 

แต่คนที่ทำดีกับเธอด้วยใจจริง ก็มีแค่เจ้าทึ่มนี้แล้ว 

“หุบปาก! ผู้ชายอกสามศอกร้องทำไม กลับบ้านได้แล้ว” 

คนในหมู่บ้านหาซย่าชูชีเจอแล้ว ก็รู้สึกแปลกใจมากว่าหนีออกมาจากกรงหมูมาในกอต้นอ้อได้อย่างไร เธอได้แต่พูดอ้ำอึ้งว่าถูกคนร่างใหญ่ช่วยขึ้นมา ไม่มีนางฟั่น ชาวบ้านที่ตามหาก็ไม่ได้สืบสาวอะไรอีก พากันเดินเข้าหมู่บ้านกันเป็นกลุ่มพลางถอนหายใจและพูดเสียงเจี๊ยวจ๊าวตลอดทาง 

เจ้าทึ่มหลานไม่ได้เดินไปทางเดียวกับชาวบ้าน 

เพราะในหมู่บ้านไม่มีท่านหมอ เขาแบกซย่าชูชีมุ่งหน้าไปตัวอำเภอชิงกั่งซึ่งไกลสามสิบลี้ 

ซย่าชูชีไอค่อกแค่ก ตีหลังเขาทีหนึ่ง 

“เจ้าทึ่ม ไม่ต้องไปในเมืองหรอก อีกเดี๋ยวเจ้าพาข้าไปเก็บสมุนไพรมาก็พอ” 

เมื่อหันกลับไปมองใบหน้าซีดขาวและปากม่วงช้ำของเธอ เจ้าทึ่มหลานก็สูดน้ำมูก 

“ไม่! อีกไม่กี่วันก็จะได้แต่งเจ้าเป็นสะใภ้ ข้าไม่อยากให้เจ้าตาย” 

ซย่าชูชีพูดอะไรไม่ออก 

“เจ้าทึ่ม ยังอยากแต่งกับข้างั้นหรือ” 

หลานต้าจู้ก้มหัวลง ตะโกนเสียงเบาอย่างอัดอั้น “ข้าไม่ได้โง่สักหน่อย!” 

เขาพูดประโยคนี้บ่อย แต่ไม่มีใครเชื่อเขา เมื่อครู่ซย่าชูชีแค่แหย่เขาเล็กน้อย พอเห็นท่าทางคอตกน้อยใจของเขาก็อดยิ้มไม่ได้ 

“เฮอะ ถ้าเจ้าไม่โง่แล้วใครจะโง่ล่ะ ไปหาหมอ เจ้ามีเงินงั้นหรือ” 

เจ้าทึ่มหันหน้าเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง “ข้าขอร้องเขาได้ คุกเข่าขอร้อง โขกหัวให้เขาไปเรื่อยๆ เขาต้องมีเมตตาแน่” 

ใจของซย่าชูชีปวดร้าวเหลือเกิน 

ชาติก่อนเธอเป็นเด็กกำพร้ามาตลอด เธออยู่หลินชวนไม่นาน ลูกพี่ลูกน้องทางฝั่งพ่อถึงได้หาเธอเจอ เธอรับช่วงต่อวิชาแพทย์แผนจีน ‘ตำราแพทย์จินจ้วน’ ที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น เธอผ่านความลำบากมามาก ทั้งยังเคยฝึกกองกำลังทหารพิเศษ ใจของเธอถูกฝึกปรือจนแข็งกว่าเหล็กเส้น ใครจะคาดคิดกลับโดนเจ้าทึ่มนี่ทำซึ้งเสียได้ 

แต่ไม่ว่าจะอยู่ในโลกไหน ไม่มีเงิน ต่อให้คุกเข่าจนหัวเข่าถลอกก็ไร้ประโยชน์ 

เจ้าทึ่มเห็นเธอกลัดกลุ้ม ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี 

“เฉ่าเอ๋อร์ ข้าทำเจ้าโกรธงั้นหรือ เจ้าด่าข้าว่าเจ้าทึ่มเถอะ ข้าไม่ว่า! เจ้าด่ามาเถอะ!” 

ซย่าชูชีไม่ได้พูดอะไร ได้แต่มองเขาอยู่นานถึงได้ถอนหายใจ 

“เจ้าทึ่ม! ต่อไปนอกจากข้าแล้ว ข้าจะไม่ให้ใครหน้าไหนมาด่าว่าเจ้าทึ่มอีก” 

 

 

------

[1] เจี้ยน (贱) แปลว่า ต่ำช้า ชั่วช้า สารเลว เป็นต้น

ความคิดเห็น