facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ซย่าชูชีแพทย์หญิงในหน่วยลอบสังหารพิเศษแดงดันย้อนเวลามาอยู่ในร่างของคุณหนูเจ็ดที่มีรอยสักอยู่บนขมับ ช่างอัปลักษณ์นัก! แต่ช่างปะไร เธอขอแค่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็พอ แต่โชคชะตากลับไม่ได้เป็นดั่งหวังเมื่อเธอดันไปขโมยตราพยัคฆ์ทองคำของจิ้นอ๋องเข้าให้ ความซวยจึงบังเกิด...

ตอนที่ 4 เด็กเจนโลก!

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 เด็กเจนโลก!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2563 14:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 เด็กเจนโลก!
แบบอักษร

 

“จดไว้ละ โสมซานซี[1] ผงปูน...แต่ละชนิดสามเชียน[2] สามเฟิน[3] ผงหวงตัน ไป๋จื่อ สาระแหน่...แต่ละชนิดหนึ่งเชียนสามเฟิน เพิ่มชะมดบดเป็นผง ทาแผลวันละรอบ นอกนั้น ซวี่ต้วนสองเชียน เซิงตี้หนึ่งเชียนห้า ไป๋จี...กินเจ็ดวัน สร้างเนื้อเยื่อ หยุดเลือด ลดการอักเสบ กำจัดหนอง” 

“ใบสั่งยาที่แม่นางทำ ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน สอนข้าสักหน่อยได้หรือไม่” ชายชรามองจนตาพร่า ท่าทางดูเลื่อมใสไม่น้อย 

“บรรพบุรุษถ่ายทอดวิชาล้ำเลิศให้แก่เฉพาะลูกหลานเท่านั้น!” ซย่าชูชีมองปราดไปที่เขา ใบหน้าเขาเกร็งขึ้นทันที แล้วเอ่ยต่อว่า “แต่ใครให้ข้าเป็นคนจิตใจดีกันล่ะ มีเคล็ดลับที่ข้าบอกท่านได้อย่างบาดแผลเช่นนี้ ทางที่ดีท่านใช้ด้ายมาเย็บแผล กระทั่งแผลสมานตัวค่อยตัดไหม” 

“เย็บแผล? ตัดไหม?” 

เห็นท่าทางตื่นเต้นของเขา จรรยาแพทย์ของซย่าชูชีก็ข้ามเวลาตามมาด้วย เธอรู้ดี เนื่องจากปัจจัยการรักษาแผนโบราณและเทคนิคมีจำกัด ท่านหมอจึงไม่เข้าใจการเย็บแผล คนมากมายจึงตายเปล่า ทำดีต้องทำให้ถึงที่สุด เธอแนะนำประโยชน์ของการเย็บแผลภายนอกและข้อควรระวังต่างๆ ให้ท่านซุนฟังรอบหนึ่งอย่างละเอียด ทว่าไม่นานนักอาการบาดเจ็บตรงร่างกายและอาการอยู่ไม่สุขก็กลับมาอีกครั้ง จึงไร้แรงพูดแล้วนั่งลงตรงก้านต้นอ้ออย่างอ่อนเปลี้ยเพลียแรง 

“เอาละ เช่นนี้แล้ว! ให้ค่าหมอข้าแล้วเราก็ต่างคนต่างกลับ...” 

ชิ้งงง 

จู่ๆ ก็มีเสียงกังวานบาดหูดังขึ้น เธอยังไม่ทันได้ปิดปาก ก็รู้สึกถึงความเย็นตรงหลังคอ กระบี่คมเล่มนั้นจูบตรงคอเธออย่างเร่าร้อน มันทั้งบางเฉียบ ตัวดาบเป็นประกายราวกับสายน้ำ ปลายกระบี่คมกริบ อานุภาพของกระบี่ไหลทะลักยามออกมา คล้ายกับสาดแสงเลือดจางๆ พอมองปุปก็รู้ว่าเป็นกระบี่ชั้นดีซึ่งเคยฆ่าและดื่มเลือดคนมาก่อน 

“พูดมา! เจ้าเป็นใครกันแน่” 

เฮ้... 

เขาควรจะพูดว่า ‘เจ้าปีศาจน้อยทำเอาข้าปวดหัวจริงๆ’ ไม่ใช่เหรอ แล้วควักทองให้เธอรีบไปไม่ใช่หรือไง ทำไมเป็นอย่างนี้ได้เล่า 

“ตอบแทนผู้มีพระคุณด้วยความแค้น?” 

กระบี่นั้นอยู่ติดกับเส้นเลือดใหญ่พอดิบพอดี หัวใจของซย่าชูชีเต้นแรงขึ้นมา 

เธอที่กลับชาติมาเกิดรู้สึกถึงความตายใกล้เข้ามาอย่างจริงๆ จังๆ ครั้งแรก และได้เจอสายตาของผู้ชายซึ่งทิ่มแทงเย็นเยียบถึงกระดูกเหมือนกับงูเป็นครั้งแรกเช่นกัน ทั้งในเวลาเดียวกันก็ได้กลิ่นของชายอีกคนที่ช่วยสมรู้ร่วมคิด ทั้งสองเปลี่ยนวิธีอย่างน่าฉงน ทำให้แม้จะรู้ตัววินาทีต่อมาก็อาจจะถูกเขาตัดคอได้ แต่เธออดเป็นแมงเม่าบินเข้ากองไฟใกล้เขาขึ้นมาไม่ได้ 

โชคดีเธอแพ้ในโชคชะตาตัวเอง แต่จะไม่แพ้กับสถานการณ์เช่นนี้ 

“เอาละ บอกท่านก็ได้! ข้าน่ะ เป็นลูกหลานของท่านหมอว่อหู่จูเก๋อข่งเลี่ยง มีชื่อเล่นว่า ‘เจ้าหนูจูเก๋อ’ !” 

“เหลวไหล!” เขาใกล้เข้ามาอีกก้าวหนึ่ง เสื้อคลุมลายปักตัวใหญ่สีดำนิลราวกับเมฆดำกดต่ำเข้ามา ครั้งนี้อยู่ในช่วงลมหนาวที่สุดพอดี ลมจากแม่น้ำก็หนาวเสียเหลือเกิน ขับสีหน้าเขาให้เยือกเย็นยิ่งกว่าใกล้สิ้นฤดูหนาวเสียอีก แต่ละคำราวกับเข็มน้ำแข็งแทงเข้ากระดูก “เจ้าอยากตายแล้วใช่ไหม” 

“หรือพวกท่านไม่เคยได้ยินจูเก๋อข่งเลี่ยงมาก่อน โลกแคบเกินไปหรือเปล่า” 

“บ้านอยู่ที่ใด” เขาเปลี่ยนหัวข้อกะทันหัน 

ซย่าชูชีหวนคิดถึงชาวบ้านซึ่งถกเรื่องราวก่อนหน้านี้ เธอก็เสาะหาคำสำคัญได้ยากยิ่ง 

“แค่ก! ข้าน้อยเป็นคนหมู่บ้านหลิวเหนียน” 

“สืบทอดจากผู้ใด” 

“สืบ...ครอบ!” 

“หมู่บ้านหลิวเหนียนเป็นของเขตไหนอำเภอใด” 

“...” 

ฮึ่ย! เจ้าภูเขาน้ำแข็งนี่เกิดปีหมาป่าหรือไง สอบสวนคนก็ใช้กำลังสอบสวนด้วยความโหดร้ายอย่างนี้ก็ได้เหรอ 

เธอจะบอกว่าตั้งแต่เล็กถูกเลี้ยงอยู่แต่ในห้อง ไม่เข้าใจเรื่องใหญ่ๆ ของรัฐได้ไหม 

เฮ้อ! พูดโกหกไปหนึ่งประโยคก็ต้องโกหกอีกร้อยกว่ารอบ เธอดูแคลนสภาพการข้ามเวลาอันย่ำแย่ของตัวเอง แล้วทันใดนั้นเธอก็คลี่ยิ้ม ก้าวเท้าใกล้เขาอย่างลังเล ใช้นิ้วมือกดเล่มกระบี่ที่พาดอยู่บนคอตัวเองเบาๆ 

“คุณชาย ท่านทำกับผู้มีพระคุณเช่นนี้ ไม่มากเกินไปหน่อยหรือ” 

เธอกัดฟันเน้นคำว่า ‘ผู้มีพระคุณ’ เธอเข้าไปแนบชิดเขามากขึ้น ใกล้จนเนื้อผ้าสัมผัสกันเธอถึงได้หยุด ทำท่าทางสุภาพถ่อมตนแล้วพูดอย่างใสซื่อบริสุทธิ์ 

“ด้วยอากาศหนาวเย็นเช่นนี้ แล้วหนีมารักษาตัวอยู่สถานที่แบบนี้ ต้องไม่อยากให้ใครรู้ความลับนี้ใช่หรือไม่ ข้าเข้าใจที่ท่านจะฆ่าข้า ท่านทำเพื่อปิดปากไม่ใช่หรือ โปรดวางใจ ข้อดีที่สุดของข้าคนนี้คือปิดปากสนิท...หากท่านไม่วางใจ ข้าสาบานดีไหม?! หากข้าพูดถึงเรื่องนี้เพียงคำเดียว ก็ให้สวรรค์ลงโทษข้าไม่ต้องออกเรือนไปชั่วชีวิต...” 

เธอพูดไป นิ้วมือก็ลูบโดนเอวของเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจ 

วินาทีต่อมา ตัวเธอก็ลอยขึ้นฟ้า ถูกเจ้าคนต่ำช้านั่นโยนไปยังก้านต้นอ้ออีกครั้ง 

“เจ้าเด็กนี่ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!” นัยน์ตาของเขาเยียบเย็นบีบเค้น! 

ซย่าชูชีลูบก้นตัวเองป้อยๆ ยังไม่ทันได้ลุกขึ้นมา ชายคนนั้นก็ส่งเสียงหึอย่างเย็นชาพร้อมกับสะบัดเสื้อคลุม ไม่มองเธออีก แล้วเดินเข้าไปใกล้ม้าทมิฬขนเงาวับตัวนั้น จากนั้นกระโดดขึ้นอานม้า ขณะที่จะขยับบังเหียนแล้วขี่ออกไปนั้น 

“นี่ หยุดนะ!” ซย่าชูชียันตัวเองขึ้น 

ชายคนนั้นที่ดึงบังเหียนก็ชะงักกึกทันที สายตาแหลมคมนั่นทิ่มแทงมาทางเธอ 

“ไม่ฆ่าข้าแล้วหรือ” เธอเตะต้นอ้อเบาๆ ด้วยขาข้างหนึ่ง คว้าบังเหียนของเขาแบมือออก แล้วยิ้มกว้าง “ข้าช่วยรักษาด้วยแรงกายแรงใจ ไม่ให้ค่าหมอหน่อยหรือ” 

“เจ้าเคยรักษาให้ใคร” 

สายตาเย็นเยียบมองมา ทำให้ตัวเธอหนาวจนขนลุก “ท่านไม่ใช่หรือ” 

เขาตอบ ‘อืม’ อย่างไม่ชัดถ้อยชัดคำ “ข้ามีบาดแผล?” 

นั่นมันๆ .... 

เมื่อคิดถึงคำสาบานเมื่อครู่ รอยยิ้มของซย่าชูชีก็แข็งค้าง 

พูดไม่ได้! พูดไม่ได้เด็ดขาด... 

“แต่...” ใบหน้าเย็นชาของเขาผ่อนคลายโดยพลัน “ความจริงข้าคิดจะให้สินน้ำใจกับเจ้าดี” 

ซย่าชูชีดวงตาวาววับ ไอ้เจ้านี่ในที่สุดรู้สึกผิดเลยทำดีด้วย? 

งั้นจะเอาเงินจากเขาเท่าไรดี ก็ไม่รู้ด้วยว่าตอนนี้อยู่ในยุคไหน ต้องเอาเงินเท่าไรถึงจะใช้จ่ายสะพัดไม่ขาดมือ? ต้องเก็บเงินเท่าที่เขามีกับตัวทั้งหมด ถึงจะสมเหตุผลหน่อย? 

ฝันหวานยังไม่ทันได้ตื่น จู่ๆ ก็ได้กลิ่นหญ้าและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของยาจีนคละเคล้ากัน เขาก้มใบหน้าเย็นเยียบราวน้ำแข็งของตัวเองพร้อมแรงกดดันราวกับเมฆดำปกคลุม 

“แต่ฟังจากสำเนียงเจ้า ต้องไม่ใช่คนของรัฐข้า แต่สำเนียงเหมือนไส้ศึกชาวตี๋เหนือที่ทางการกำลังตามจับอยู่” 

ซย่าชูชีจ้องตาถลน 

“ปรักปรำกันแล้ว มีไส้ศึกงดงามเช่นข้าด้วยงั้นหรือ” 

เขากวาดมองใบหน้าเธอ ก็มีประกายแปลกๆ ในแววตา แต่ใบหน้าหล่อเหลาที่นิ่งเรียบนั้นก็ยังรักษาภาพลักษณ์หมาป่าภูเขาน้ำแข็งอันเยียบเย็นนั้นได้อย่างดี คำพูดที่เขาพูดออกมานั้นทั้งเย็นชาและไร้หัวใจ 

“กฎหมายเคร่งครัดลงโทษสถานหนัก แค่มีอะไรน่าสงสัย ไม่ต้องตรวจสอบก็เข้าคุกได้! เมื่อรายงานเรื่องไส้ศึกทางการจะให้รางวัลอย่างน้อยก็หนึ่งร้อยเหลี่ยง[4] วันนี้ข้าไว้ชีวิตเจ้า ควรจะทำอย่างไรดี” 

เธอขนลุกซู่ ซย่าชูชีกัดฟันอย่างแรง 

“อ๋อ? ความหมายของคุณชายเป็นเช่นนี้ ตามหลักแล้วข้าควรติดหนี้ท่านหนึ่งร้อยเหลี่ยงงั้นหรือ” 

เธอก็แค่พูดประชด ใครจะคิดว่าเขาก็ตามน้ำไปด้วย 

“ก็เท่านี้! แค่หนึ่งร้อยเหลี่ยง...” 

ห๊ะ!? ซย่าชูชีไม่อยากจะเชื่อ เธอกลับได้ยินเขาพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ว่า “เช่นนั้นก็ติดค้างน่ะสิ!” 

 

 

------

[1] โสมซานซี (三七) ซานชี แปลว่า สามเจ็ด เพราะมีสามกิ่ง แต่ละกิ่งมีเจ็ดใบ จึงเรียกว่าซานชี สรรพคุณช่วยหยุดเลือด บรรเทาอาการบวม เป็นต้น

[2] เชียน (钱) เป็นมารตราวัดของจีน 1 เชียน เท่ากับ 3.125 กรัม

[3] เฟิน (分) เป็นมาตราวัดของจีน 1 เฟิน เท่ากับ 0.3125 กรัม

[4] เหลี่ยง (两) เป็นสกุลเงินของจีน

ความคิดเห็น