facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ซย่าชูชีแพทย์หญิงในหน่วยลอบสังหารพิเศษแดงดันย้อนเวลามาอยู่ในร่างของคุณหนูเจ็ดที่มีรอยสักอยู่บนขมับ ช่างอัปลักษณ์นัก! แต่ช่างปะไร เธอขอแค่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็พอ แต่โชคชะตากลับไม่ได้เป็นดั่งหวังเมื่อเธอดันไปขโมยตราพยัคฆ์ทองคำของจิ้นอ๋องเข้าให้ ความซวยจึงบังเกิด...

ตอนที่ 3 แทงเข็มลงไป! (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 แทงเข็มลงไป! (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2563 14:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 แทงเข็มลงไป! (2)
แบบอักษร

 

เสียงของเธออ่อนหวานและนุ่มนวลตามแบบเฉพาะของเด็กสาว แต่เมื่อพูดออกมากลับเหมือนหญิงสาวพูดเสียอย่างนั้น 

“เงยหน้า!” 

ราวกับว่าเขาชินกับการใช้คำพูดเย็นชาออกคำสั่งเช่นนี้ ดวงตาเย็นชาดั่งบ่อน้ำโบราณหรี่ลงเล็กน้อย คล้ายกับสูงศักดิ์กว่าคนอื่นตั้งแต่เกิดขั้นหนึ่ง เหมือนข้างในมีเข็มดอกหลีฮวากระหน่ำยิงออกมาตลอดเวลา ปักเข้าไปในกระดูกของคน ขจัดไม่ได้ ถือไม่ได้ สัมผัสไม่โดน... 

ซย่าชูชีโต้กลับ เงยหน้าขึ้นแล้วกำหมัดสองข้างแน่น 

“อะไร” 

“มานี่!” 

เขาคงสำรวจจนพอใจแล้วจึงถอดผ้าคลุมออกกะทันหัน จากนั้นนั่งลงเผยให้เห็นแผลบนแผ่นหลัง 

หัวใจของซย่าชูชีเกิดความวิตก สุดท้ายก็กลับมาในโลกความจริง เธอได้แต่ถอนหายใจว่ามันเสี่ยงเหลือเกิน 

ใครจะคาดคิดชายชราที่มองอยู่ด้านข้างอยู่นานกลับคุกเข่าลงดังปึก 

“นายท่าน ไม่ได้เด็ดขาดนะขอรับ! ร่างกายอันมีค่าของท่านจะให้เด็กบ้านป่าจากไหนก็ไม่รู้มารักษาง่ายๆ ได้อย่างไร” 

“ท่านซุน!” คนคนนั้นขมวดคิ้ว ใช้น้ำเสียงน่าเกรงขามกล่าวเตือน 

“ข้า ข้า...” ท่านซุนโขกศีรษะอีกหลายครั้ง เขาพูดจนทำให้คนรู้สึกประทับใจ ทั้งเกือบจะใช้มีดปาดคอ แขวนตัวตายเพื่อพิสูจน์ถึงปณิธานของเขา “นายท่าน ถึงแม้ท่านต้องการคอของข้า ข้าก็ยอม! วิชาแพทย์หลวงของข้าก้าวไกล มีชื่อเสียงระบือนาม มีศิษย์ตระกูลขุนนางของสถาบันแพทย์หลวงคนใด กล้าเรียกตัวเองว่าเป็นหมอเทวดากัน? ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นแค่เด็กเมื่อวานซืนไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมด้วยแล้ว” 

เด็กเมื่อวานซืน? 

ซย่าซูซีพยายามข่มอารมณ์ แต่ก็อดไม่ได้เมื่อมีคนมาสงสัยทักษะการแพทย์ของเธอ 

“อ้อ งั้นท่านก็ว่ามา ทำอย่างไรถึงจะเชื่อ” 

ท่านซุนส่งเสียงหึอย่างแรง “หากเจ้าเป็นการแพทย์ ก็ลองท่อง ‘ตำราหวงตี้เน่ยจิ่ง[1]’ ให้ฟังสิ” 

ท่องตำรา? เธอบอกได้หรือเปล่าว่าจุดเด่นที่สุดของเธอ...ก็คือความจำเป็นเลิศ 

เธอเบะปาก แต่กลับส่ายหัวยิ้มๆ “ไม่เป็น” 

“คัมภีร์ซู่เวิ่น[2]?” 

“ไม่เป็น” 

“คัมภีร์ซังหันลุ่น[3]?” 

“ไม่เป็นเหมือนกัน” 

“เช่นนั้นเจ้าท่องเล่มไหนได้ มีความสามารถอันใดอีกเล่า” น้ำเสียงของท่านซุนแทบจะดูแคลนเธอ 

“ฮัดชิ่วววว” 

ซย่าชูชีจามอย่างไม่เกรงใจ เธอลูบปากยิ้มเจ้าเล่ห์ 

“ตัวข้านั้นเป็น แต่ท่านน่ะไม่เป็น...แน่นอน” 

ใบหน้าเหี่ยวย่นที่บวมแดงนั้นของท่านซุนไม่ได้อยู่ในสายตาเธอสักนิด เธอเดินตรงไปค้นอุปกรณ์รักษาในกล่องยา เป็นไปตามคาด ยุคสมัยต่างกัน อุปกรณ์รักษาพวกนี้ย่ำแย่สุดๆ ทำให้เธอผู้เป็นผู้สืบทอดแพทย์แผนโบราณโดยแท้ เกิดความรู้สึกอัดอั้นว่า ‘เป็นหญิงมีความสามารถ แต่ไม่มีข้าวก็หุงไม่ได้’ 

ยังดีที่ยังมีเข็มเงินสองสามเล่ม 

เธอหยิบเข็มเงินขึ้นมาแล้วเป่าลมหายใจ เธอตบบ่าของท่านซุน 

“ท่านก็ลองฝังเข็มแทนนายท่านของท่านเป็นไง” 

“ข้าจะเชื่อเจ้าได้อย่างไร...อ๊ากกก!” 

เสียงร้องโอดครวญของท่านซุนดังขึ้น เขาจะรู้ได้อย่างไรว่านางจะลงมือกะทันหันเช่นนี้ เขามองเข็มเงินสองเล่มซึ่งฝังอยู่บนไหล่ตัวเองอย่างหวาดกลัว แล้วก็โมโหขึ้นมาในทันใด คิดจะยกมือขึ้นตีนางแต่กลับยกไม่ขึ้น 

“มือ มือของข้า...เจ้าเด็กชั่วช้า เจ้าบังอาจนักนะ!” 

ซย่าชูชีเลิกคิ้วยิ้มตาหยี แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ 

“เฮ้อ ท่านหมอ มือของท่านเกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ มาๆ มาตีข้าซิ?” 

“เจ้า..เจ้าๆ ...เจ้าใช้วิชามารอะไร เจ้ามันนางมาร...” 

“พอแล้ว!” 

เสียงเย็นชานั้นทำให้คนสองคนที่ทะเลาะกันไม่เลิกเงียบทันที 

“ก็ได้ ข้าใจกว้างดั่งมหาสมุทร จะไม่คิดหยุมหยิมเช่นท่านหรอก” ซย่าชูชีดึงเข็มเงินกลับมาอย่างเอื่อยเฉื่อย ส่งรอยยิ้มหวานเลี่ยน ให้กับภูเขาน้ำแข็งตรงหน้า 

“คุณชาย ถึงตาท่านแล้ว! วันนี้ถือว่าพวกท่านโชคดี ได้พบหมอเทวดาอย่างข้า ให้พวกท่านได้รู้จักสุดยอดฝังเข็มยาชา” 

“ฝังเข็มยาชา?” 

ซย่าชูชีเผลอกัดริมฝีปากล่างอย่างพอใจ แต่ไม่อธิบายอะไรจากนั้นก็ก้มหน้าตบบ่าเขาทีหนึ่ง 

“ทำตัวดีๆ หน่อยนะ ฝังเข็มผิดจุดขึ้นมา ข้าไม่รับผิดชอบ” 

ชายคนนั้นไม่ขยับเขยื้อนราวกับรูปปั้น 

ทั้งสองคนนั้นเงียบจนมีเพียงเสียงของสายลม 

ดื้อดึง น่าเบื่อ! ดูแคลนข้านักใช่ไหม จะให้เจ้าได้ลิ้มลองเข็มเทวดาสลักทองอันร้ายกาจนี้ 

เธอทำหน้าบึ้งตึงปั่นเข็มแล้วก็แทงจุดเจียนจิ่ง[4]ลงไป ‘โดยเฉพาะ’ 

แกล้งทำเป็นนิ่งนักใช่ไหม ข้าจะทำให้เจ้าเจ็บสุดๆ ไปเลย ดูซิเจ้าจะนิ่งได้นานแค่ไหน... 

แต่เข็มเงินแทงเข้าไปครึ่งแล้ว ไม่ว่าเธอจะใช้วิธีสกปรกอย่างไรในการแก้เผ็ดตอนรักษา ภูเขาน้ำแข็งคนนี้นอกจากไหล่กว้างที่ขึ้นลงเล็กน้อย ก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรอีก 

เป็นภูผาหิน!? ไม่รู้จักความเจ็บหรือไง 

ไม่รู้ทำไม จู่ๆ เธอก็รู้สึกถึงความแข็งแกร่งแบบเดียวกับทหารในตัวเขา 

ซย่าชูชีหวาดกลัวจนใจเต้นครู่หนึ่ง เธอคลายแรงลง ทำให้เหมือนการฝังเข็มปกติ เธอกำด้ามเข็มแทงลงจุดต้าจู้[5] สกัดจุดเสินถัง[6] รับจุดจื้อหยาง[7]…บรรเทาอาการปวด เข็มแหลมฝังลงไปบนเนื้อผิว เธอควบคุมเข็มเงินสองสามเล่มนั้นอย่างคุ้นเคย 

ฝังเข็มยาชาหรืออีกชื่อหนึ่ง ‘ฝังจุดชา’ เป็นวิธีทำให้ชาเฉพาะจุด วิธีการนี้เริ่มในค.ศ. 1958 แม้ชาติก่อนในยุดสมัยของเธอจะไม่มีใครใช้ของโบราณเช่นนี้แล้ว แต่สำหรับคนที่ไม่รู้ว่าราชวงศ์อยู่ไหน ต้องไม่เคยได้ยินเรื่องที่พบเห็นได้ยากเช่นนี้มาก่อน ทั้งยังเก่งกว่าทักษะการแพทย์ของพวกเขาเสียอีก 

อืม ถ้าบอกว่ามีอะไรไม่เหมาะสม ก็คงเพราะ...เป็นครั้งแรกของเธอในการฝังเข็มเหมือนกัน! 

แต่ยังไงก็เถอะรักษาจนตายแล้วก็ไม่ต้องมาฝังเธออีก! 

เธอฮัมเพลงเบาๆ มุมปากของเธอยกรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เหมือนลูกนกขนเปียก เท้าเปล่าเปลือยข้างหนึ่ง อีกข้างสวมรองเท้าฟางเปียกชื้น ยังชุดโทรมๆ นี่อีก ร่างกายผ่ายผอมผิวคล้ำ กลับเป็นหญิงงามที่ดวงตาสุกใสและค่อนข้างสดใสคนหนึ่ง แต่...ใบหน้าเล็กที่จับเข็มอย่างใจต้องการ พร้อมความมั่นใจทำให้แสงส่องประกายออกมา ราวกับไข่มุกหยกหายากอันใสบริสุทธิ์ ท่านซุนซึ่งอายุเลยเลขห้าจึงมองอย่างตกตะลึง 

“ตรงนี้ไม่เจ็บแล้วใช่หรือไม่” 

จู่ๆ เธอก็ถามขึ้นมา ส่วนเขาแค่ตอบ ‘อืม’ อย่างคลุมเครือ 

“เฮ้อ ได้เจอข้าเนี่ย ถือว่าท่านมีบุญนะ!” 

“...” 

“นี่เป็นได้วิธีที่ทำให้เกิดอาการชาได้ยอดเยี่ยมเลยล่ะในใต้หล้านี้มีเพียงข้าคนเดียวที่ทำได้ ท่านดูสิ โชคดีขนาดไหน” 

“...” 

เพื่อถือโอกาสเอาค่าหมอนิดหน่อย เธอก็ได้เป้าหมายแรกของโลกใบนี้ ซย่าชูชีพยายามอย่างมากกับการยกยอทักษะการแพทย์ตัวเองตั้งแต่ภาพกว้างไปจนถึงภาพเล็ก ตั้งแต่ฉากหน้าถึงฉากหลัง ตั้งแต่พื้นฐาน จนถึงลึกซึ้ง จะบอกให้เขารู้ว่าพระคุณนี้มากกว่าขุนเขาสูงมากกว่าทะเลลึกเสียอีก แต่น่าเสียดาย ไม่ว่าเธอจะพูดอะไรไป คนคนนั้นก็เงียบอย่างกับรูปปั้น ไม่ตอบอะไรมาสักประโยค 

เธอไม่ไหวแล้ว! 

เพราะเธอมีทัศนคติ ‘ผู้ป่วยเป็นดั่งญาติ แพทย์ลาลับไม่ต้องห่วง’ จึงจัดการบาดแผลของเขาได้รวดเร็ว เธอดมกลิ่นยาทาและผ้าพันแผลที่ท่านซุนยื่นมาให้ แล้วทาบาดแผลบวมแดงของเขาอย่างละเอียด ด้านหนึ่งพันเขาด้วยผ้าต้มยา อีกด้านก็กำชับท่านซุน 

 

 

------

[1] ตำราหวงตี้เน่ยจิง (黄帝内经) คือ

[2] คัมภีร์ซู่เวิ่น (素问) คือ คัมภีร์ที่รวบรวมการถามตอบระหว่างฮ่องเต้กับท่านหมอฉีปั๋ว

[3] คัมภีร์ซังหันลุ่น (伤寒论) คือ คัมภีร์ที่อธิบายกฎการรักษาอาการป่วยที่เกิดจากปัจจัยภายนอก

[4] จุดเจียนจิ่ง (井穴) อยู่เชื่อมระหว่างจุดกระดูกสันหลังและจุดปุ่มหัวไหล่

[5] จุดต้าจู้ (大杼) อยู่บริเวณด้านหลัง อยู่ห่างปุ่มกระดูกสันหลังอกที่ 1 อยู่ 1.5 ชุ่น

[6] จุดเสินถัง (神堂) อยู่บริเวณด้านหลัง อยู่ห่างปุ่มกระดูกสันหลังอกที่ 5 อยู่ 3 ชุ่น

[7] จุดจื้อหยาง (至阳) อยู่บริเวณหลัง อยู่ตรงร่องกระดูกสันหลังอกที่ 7

ความคิดเห็น