facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ซย่าชูชีแพทย์หญิงในหน่วยลอบสังหารพิเศษแดงดันย้อนเวลามาอยู่ในร่างของคุณหนูเจ็ดที่มีรอยสักอยู่บนขมับ ช่างอัปลักษณ์นัก! แต่ช่างปะไร เธอขอแค่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็พอ แต่โชคชะตากลับไม่ได้เป็นดั่งหวังเมื่อเธอดันไปขโมยตราพยัคฆ์ทองคำของจิ้นอ๋องเข้าให้ ความซวยจึงบังเกิด...

ตอนที่ 1 กางเกงในสีแดง?!

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 กางเกงในสีแดง?!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.4k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2563 14:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 กางเกงในสีแดง?!
แบบอักษร

 

ซย่าชูชีไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะข้ามเวลามาในวันนั้น 

และยิ่งไม่เคยคิดเลยว่าจะได้ข้ามเวลามาเป็นหญิงสาวนอกรีต ตอนเธอถูกมัดเท้าแล้วโดนลากออกมาจากศาลเจ้าราวกับศพ ทิ้งเธอตรงพื้นโคลน ตัวเธอก็รู้สึกไม่ดีแล้ว 

“ซย่าเฉ่า เจ้ามันผู้หญิงหยำฉ่า ข้าจะฉีกเนื้อเจ้า” 

ด้านนอกศาลเจ้าผุพังเก่าๆ แบบโบราณเรียบง่าย เต็มไปด้วยชาวบ้านซึ่งสวมชุดผ้าฝ้ายหยาบโบราณที่กำลังมองดูนางอย่างคึกคัก หญิงสาวอ่อนเยาว์ท้องเจ็ดแปดเดือนยืนเท้าสะเอว สวมอาภรณ์งดงาม ปักปิ่นผมและต่างหูเต็มไปหมด เสียงก่นด่าของนางนั้นกลับหยาบคายดังและสูง... 

“นังสารเลวน่าไม่อาย เจ้ามันคางคกอยากกินห่านฟ้า[1] ยังกล้าหน้าด้านมายั่วยวนบัณฑิตหลานของข้า เจ้าปีนขึ้นไปได้งั้นหรือ เป็นแม่น้ำเฉินก็ดีกับเจ้ามากเท่าใดแล้ว สมน้ำหน้าถูกขายในหอคณิกาไปเป็นนางโลม...” 

ซย่าชูชีตกตะลึงอยู่นานสติก็ยังไม่กลับมา 

นี่มันไม่วิทยาศาสตร์เลยสักนิด! 

เธอเป็นร้อยโทแพทย์หญิงของทีมลอบสังหารพิเศษแดงผู้ซื่อสัตย์นะ แต่หลังจากดูตัวไม่สำเร็จมา 991 ครั้ง จึงให้เพื่อนดูดวงให้ เธอถามเรื่องบุพเพก็ได้คำทำนายมาแปดพยางค์ เพื่อนเธอหยิบกระจกเล็กโบราณไม้ท้อแล้วสลักคำว่า ‘เพิ่มดอกท้อ[2]’ อย่างหน้าด้านๆ แต่ไหงดันข้ามเวลามาได้เล่า? 

“ดอกท้อเกิดใหม่ สิ้นวาสนา” ...ทำนายมาให้เธอแปดพยางค์ 

วาสนา? วาสนาบ้านแกสิ! 

ไม่มีพี่ชายที่ดีต่อใจ แล้วก็ไม่มีลูกหลานคนสูงศักดิ์หล่อๆ ยังดีเธอมีเทคนิคสงครามวังหลัง เคล็ดสงครามในบ้านเต็มหัว สุดท้ายกลับข้ามเวลามาอยู่ในชุมชนที่ไม่รู้ราชวงศ์ไหนยุคไหน หรือสวรรค์ตั้งใจให้เธอมาเล่น...สงครามชุมชน? 

ช่างเถอะ เป็นหญิงต้องรู้จักหลบหลีก! 

เธอคบคิดครู่หนึ่งก็เหยียดยิ้ม ฟันกระทบกันเพราะลมหนาว 

“ข้าบอกว่า ทะ..ทุกท่าน ใจเย็นก่อน ฟังข้าพูด...” 

“พูดหาอะไรมิทราบ! หากพูดอีก ข้าจะเย็บปากนังหญิงแพศยาอย่างเจ้า! พวกเจ้ามานี่ ตีนางไม่ต้องออมแรง!” 

นางฟั่นจะยอมปล่อยไปได้อย่างไร 

ด้วยท่านพ่อของนางคือนายอำเภอชิงกั่ง แม้จะเป็นแค่บุตรสาวที่เกิดจากอนุ แต่ก็กำเริบเสิบสาน ใช้อำนาจบาตรใหญ่ในชุมชนเสมอ ถึงเรื่องนี้ไม่สมเหตุสมผล ไม่ถูกกฎหมายแล้วอย่างไรล่ะ ภรรยาคนอื่นที่โมโหอยู่หลายคนก่นด่าเธอ จับผมของซย่าชูชีพลางเตะเธออย่างไม่ออมแรง เธอเจ็บจนอวัยวะจะฉีกขาดอยู่แล้ว 

“ฮือ อย่าตีเฉ่าเอ๋อร์ของข้า...” 

เวลานั้นเอง มีชายร่างใหญ่คนหนึ่งเบียดเข้ามาในฝูงชน เขาเช็ดน้ำตาดึงหญิงพวกนั้นที่ทั้งด่าและทำร้ายซย่าชูชีออก เขาคุกเข่าดังฟุบ แล้วเอาตัวมาบังเธอ 

“ท่านจู๋กงไว้ชีวิตด้วย! เฉ่าเอ๋อร์ของข้าเป็นคนดี นางถูกปรักปรำ นางเป็นคนดี!” 

“เจ้าโง่หลานต้า ถูกสวมเขาแล้วเจ้าไม่ละอายเลยหรือ ดูเจ้าสิเก็บนังหยำฉ่านี่กลับมา ถุย!” 

“ขอร้องพวกท่านละ! ลากข้าไปแม่น้ำเฉินเถอะ ฮือ พี่สะใภ้ฟั่น ไว้ชีวิตเฉ่าเอ๋อร์ของข้าด้วย!” 

“เจ้าโง่ ยังไม่ไสหัวไปอีก...” 

เมื่อเห็นคนสมองทึบโขกหัวกับพื้นโคลนไม่หยุด ได้ยินเสียงโหวกเหวกที่ไม่ค่อยเป็นมิตรรอบข้าง ซย่าชูชีจึงอดโมโหไม่ได้ 

น่าเสียดาย ต่อให้ร่างเดิมมีความสามารถมากแค่ไหน ร่างเฮงซวยนี่กลับอ่อนแอปวกเปียก 

สองหมัดยากจะสู้สี่มือ เธอจะออกจากสถานการณ์นี้ได้อย่างไร 

ไม่นาน เธอก็ถูกหญิงพวกนั้นลากแล้วยัดเข้าไปในกรงหมูไม้ไผ่ที่มีกลิ่นเหม็นอบอวลรุนแรง 

“หนึ่งคน!” 

“สองคน!” 

“สามคน!” 

“สี่คน...” 

เธอกำลังหรี่ตานับด้วยความเย็นเยียบ ทว่าทันใดนั้นนางฟั่นก็เตะกรงหมู “นังชั้นต่ำ เจ้าทำอะไร” 

ใบหน้าริษยาจ้องมองนาง ซย่าชูชีกัดฟันสู้แล้วยิ้มมีเลศนัย 

“ข้ามันแค่ใครมองหน้าก็จะแก้แค้น ข้านับพวกเจ้า ละ...ลงโลง...” 

เสียงเผละดังขึ้น เธอควักโคลนกำหนึ่งแล้วอุดปากของนางฟั่นผ่านกรงหมู... 

นางจ้องตาเขม็ง! 

แม่น้ำ ลมหนาวน้ำเย็นเยือก 

คนที่สวมเสื้ออ๋าว[3]หนา ยังหนาวจนตัวสั่นระริก หากแช่ในแม่น้ำแล้วละก็ ไม่จมน้ำตายก็แข็งตาย 

กรงหมูไม้ไผ่แขวนอยู่ตรงหินก้อนใหญ่ ห้อยด้วยเชือกหยาบๆ แช่อยู่ในแม่น้ำอันเหน็บหนาว คนในหมู่บ้านต่างซุบซิบรอความตายของคนในน้ำ 

มีฟองอากาศตรงแม่น้ำ...ผุดๆๆ ...ผุดๆๆ ... 

ฟองอากาศน้อยลงเรื่อยๆ ช้าลงเรื่อยๆ แล้วพื้นน้ำก็สงบนิ่ง 

สายตาหลากอารมณ์ไม่ว่าจะรอคอย ตื่นเต้น เห็นใจ...ต่างพุ่งไปยังหน้าน้ำ รอให้ยกกรงเก็บร่างนั้นขึ้นมา 

มีเสียงหอบหนักจากที่ไกลๆ ดังขึ้นอย่างไม่มีใครคาดคิด 

“ท่านจู๋กง! ข่าวดีขอรับ! เจ้าเด็กนั่นได้ข่าวจากทางอำเภอขอรับ โอรสองค์เล็กของพระหมื่นปี[4] องค์ชายสิบเก้าชนะสงครามที่ซีหนาน...รัฐอูน่าสงบลงแล้ว พระหมื่นปีดีใจจึงพระราชทานอภัยโทษ...” 

ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นของท่านจู๋กงลูบเครายาว ตาพร่ามัวของเขาหรี่ลง แล้วถอนหายใจยาวตาม 

“ไม่อาจขัดรับสั่งฝ่าบาทได้ เป็นลิขิตฟ้า! ลากแม่นางซย่าขึ้นมาเถอะ” 

นางฟั่นต่อให้ไม่ยอม แต่มีคำว่า ‘รับสั่ง’ สองคำ ยิ่งเป็นท่านจู๋กงผู้มีชื่อและมีบารมีในชุมชน นางก็ไม่กล้าพูดอะไรมากอีก อีกอย่างกรงหมูนั่นแช่ในแม่น้ำนานขนาดนี้แล้ว นางคาดว่านังคนชั้นต่ำนั่นไม่มีชีวิตออกมาพบหน้าใครอีก อย่างไรเสียก็เห็นแก่ท่านจู๋กงผู้มีเมตตาเถอะ 

ไม่นานกรงหมูไม้ไผ่ซึ่งแช่อยู่ในแม่น้ำเป็นเวลานานก็ถูกดึงขึ้นจากฝั่ง 

ด้านในว่างเปล่า ไร้เงาคน! 

“คนล่ะ?” 

ฟ้าค่อยๆ มืดลง 

เธอว่ายน้ำผ่านเส้นทางแม่น้ำชิงหลิงของหมู่บ้านหลิวเหนียนไปสามลี้ แม่น้ำอำเภอชิงกั่งและอำเภอหลิงสุ่ยไหลมาบรรจบกัน ผืนน้ำของที่นี่กว้างใหญ่ มองเห็นทิวทัศน์กว้างขวาง ต้นอ้อริมแม่น้ำแต่ละช่อสูงกว่าคนเสียอีก ดอกอ้อซึ่งขาวราวปุยฝ้ายกำลังเคลื่อนไหวท่ามกลางลมหนาว ไหวเอนมาจนถึงกลางแม่น้ำ 

ซย่าชูชีโผล่หัวขึ้นจากน้ำ พ่นต้นอ้อกลวงโบ๋ที่ใช้ปากอมแลกเปลี่ยนอากาศ แล้วพ่นอากาศที่ไม่บริสุทธิ์ออกมา เธอบีบกระจกเล็กไม้ท้อสลักแน่นซึ่งตามมาตอนวิญญาณเธอข้ามเวลา...เธอต้องรู้ให้ได้ กระจกโบราณนี่เป็นของทำนายดวง ด้ามของมันเป็นปลายมีด เมื่อดึงด้ามกระจกออก ข้างในก็เป็นมีดล้ำค่าเล็กๆ อันคมกริบ ซึ่งตัดเชือกหยาบของกรงหมูไม้ไผ่ขาดฉลุย 

“ชิ! กล้าให้ข้าแช่ในน้ำงั้นเหรอ ฝากไว้ก่อนเถอะ!” 

เธอผรุสวาทเสียงเบา จากนั้นดวงตาของเธอกวาดมอง พลันสว่างวาบ 

มีชายหนุ่มรูปงามกำลังนั่งขัดสมาธิตกปลาอยู่บนฝั่ง 

คิ้ว ตา จมูก ปากสมชายชาตรี แค่โครงหน้าด้านข้างก็หล่อกระชากวิญญาณ ไหล่กว้าง เอวคอด กระดูกเสมอกัน ภายนอกองอาจผ่าเผย ยิ่งทำให้เธอน้ำลายไหลและคิดไปถึงไหนต่อไหน สวรรค์ ทำไมผู้ชายยุคโบราณถึงได้กล้าหล่อหลุดโลกอย่างนี้ ดูท่าสวรรค์ยอดเยี่ยมจริงๆ เพื่อให้เธอเป็นวีรสตรีช่วยหนุ่มงาม! เลยส่งเธอมาในช่วงเวลานี้ 

ขณะกำลังน้ำลายไหล จู่ๆ ชายคนนั้นก็หันข้างถอดเสื้อตัวใหญ่พาดบนบ่า ท่อนบนอันกำยำล่ำสันโป๊เปลือย 

ตายแล้ว! 

รูม่านตาเธอหดแล้วตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว 

กล้ามเนื้อแน่นที่แผ่นหลังกับบ่าของชายคนนั้น มีบาดแผลน้อยใหญ่ไขว้กัน บาดแผลจากดาบเป็นหนึ่งในบาดแผลที่ทำให้เธอตกใจมากที่สุด ตั้งแต่ไหล่ผายลงมายังหลังเอว รอบปากแผลเปลี่ยนไปหมด เลือดและผิวเนื้อปนกัน ทำเอาคนเป็นหมออย่างเธอหว่างคิ้วกระตุกทันที 

 

 

------

[1] คางคกอยากกินห่านฟ้า เปรียบเทียบคนไม่รู้จักประเมินตัวเอง คิดจะไปแย่งของที่ที่ไม่อาจได้ครอบครอง

[2] ดอกท้อเปรียบถึงความรักและความสุข

[3] เสื้ออ๋าว (袄子) คือเสื้อท่อนบนส่วนบนที่ใส่กันหนาว

[4] พระหมื่นปี เป็นอีกชื่อเรียกหนึ่งของฮ่องเต้

ความคิดเห็น