facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

นอกจากจะต้องข้ามเวลามาอยู่ในยุคไดโนเสาร์ที่แสนกันดารแล้ว ยังต้องได้สามีสุดหล่อที่เกลียดร่างนี้เข้ากระดูกดำพ่วงติดมาด้วยอีก ชีวิตเธอจะมีอะไรที่ซวยกว่านี้อีกมั้ย

ตอนที่ 26 ในหมู่บ้าน

ชื่อตอน : ตอนที่ 26 ในหมู่บ้าน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.6k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ธ.ค. 2563 15:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 26 ในหมู่บ้าน
แบบอักษร

 

“แล้วไม่ทำกับข้าวอะไรกินเหรอ อยู่ที่นี่ไม่ต้องเกรงใจนะ วันนี้ฉันกับพี่ตาอวี่เธอไม่ว่างเลยไม่ได้ทำกับข้าวเอาไว้ให้ พรุ่งนี้ฉันก็ต้องออกไปอีก ถ้าเธออยากกินอะไรก็ทำเองเลย อีกสองวันถ้ามีเวลา ฉันค่อยทำกับข้าวอร่อยๆ ให้กิน” 

เฉินเสวี่ยพูดคุยกับเนี่ยเสียวอวี่พอเป็นพิธีสองสามคำ ดูไปแล้วหลัวต้าอวี่ไว้ใจน้องสาวข้างบ้านคนนี้มาก นี่เป็นครั้งแรกที่หลัวต้าอวี่ไม่อยู่บ้าน แล้วเปิดประตูห้องตัวเองทิ้งไว้ แต่เฉินเสวี่ยก็ไม่สนใจห้องของเขาอยู่แล้ว มองผ่านๆ ก่อนเดินเข้าห้องตัวเองไป  

เธอไม่มีอคติใดๆ กับน้องเสียวอวี่คนนี้ แม้น้องคิดร้ายกับเธอเต็มๆ ก็ตาม ซึ่งล้วนเป็นเพราะหลัวต้าอวี่ พอเห็นน้องซักเสื้อให้หลัวต้าอวี่ บวกกับคำพูดที่พูดกับตนในสองวันนี้ เฉินเสวี่ยจึงเดาว่า นี่เป็นการตีสองหน้า 

พูดไม่ได้ว่าเนี่ยเสียวอวี่คิดจะเข้ามาแทนที่จริงๆ แต่อย่างน้อยก็ไม่อยากเห็นทั้งสองคนดีต่อกัน อีกทั้งไม่ได้เลี่ยงความรู้สึกอยากใกล้ชิดกับหลัวต้าอวี่ อย่างว่า วันแรกก็โผเข้าซบอกเขาเสียแล้ว ยังจะคิดหลบเลี่ยงอะไรอีกหรือ พอดีเลย เฉินเสวี่ยก็ไม่คิดจะดีต่อเขา แค่ไม่เกิดเรื่องอะไรใหญ่โตก็พอ 

เนี่ยเสียวอวี่หันกลับไปตั้งใจซักเสื้อของหลัวต้าอวี่ต่อ ส่วนเฉินเสวี่ยก็เดินเข้าไปในห้องแล้วปิดประตู 

เนี่ยเสียวอวี่เงยหน้ามองประตูที่ปิดลง รู้สึกอึดอัดใจ จึงตั้งใจซักผ้าเต็มที่ พรุ่งนี้ยังต้องออกไปอีก เมียอย่างเฉินเสวี่ยนี่ ไม่ได้คิดว่าบ้านเป็นบ้านเลย มิน่าเล่าพี่ต้าอวี่ถึงไม่ค่อยได้กลับบ้าน 

เฉินเสวี่ยวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ หยิบสมุดบันทึกกับปากกาออกมา วันนี้เธอเบิกเงินมาสองพัน พันหนึ่งคิดฝากพี่ใหญ่กลับไปให้พ่อกับแม่ อีกพันหนึ่งคิดซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ากับเก็บกวาดบ้านที่เพิ่งเช่าไป ตอนนี้จึงต้องคิดวางแผนในส่วนของเงินที่ต้องหมดไปกับบ้านเช่าก่อน ทั้งเรื่องเก็บกวาด จ้างคน เตรียมเปิดบ้าน แต่ละเรื่อง ยุ่งยากไม่น้อยเลย 

เฉินเสวี่ยวาดรูปร่างของบ้านออกมาก่อน ตัวบ้านยังใหม่อยู่ ถือว่าเดิมเก็บกวาดได้สะอาดดี เตาใหญ่ในครัวไม่ต้องแตะ น่าจะไม่ได้ใช้มาระยะหนึ่งแล้ว แค่ทำความสะอาดนิดหน่อย บ่อน้ำก็ต้องทำความสะอาดนิดหน่อยเช่นกัน 

นอกจากเตาใหญ่แล้ว ยังต้องมีเคาน์เตอร์เตาแก๊สเหลวอีกอัน ซื้อเตาแก๊สมาหนึ่งเตา ถังแก๊สสักสองถัง 

ในบ้านไม่มีเครื่องเรือนอะไร ถ้าเตรียมจ้างคนงาน ในห้องพักก็ต้องมีเตียง จ้างคนงานสักสองคนน่าจะพอ เวลาใช้เตาใหญ่ คนหนึ่งคอยดูไฟ อีกคนทำงานบนเตา เวลาทำเรื่องอื่นๆ สองคนก็จะดูแลง่ายหน่อย แต่การหาคนก็ยากไม่เบา ทำขนมต้องมีความละเอียด ซึ่งน่าจะเป็นผู้หญิง แต่ต้องส่งของ แบกแป้ง ยกถั่วเขียวและงานต่างๆ ที่ต้องใช้แรง ถ้าจ้างผู้หญิงสองคนอยู่ในบ้าน เฉินเสวี่ยก็ไม่ไว้วางใจอยู่บ้าง แม้บอกว่าเขตเมืองเก่ามีการรักษาความปลอดภัยที่ดี แต่ถ้าจ้างผู้หญิงแปลกหน้าสองคนให้มาอยู่ที่นี่ เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย อีกอย่าง เฉินเสวี่ยก็ไม่มั่นใจว่า ผู้หญิงแม้ออกมาทำงานนอกบ้าน ตกกลางคืนจะยอมอยู่ที่นี่หรือเปล่า ยิ่งยุคนี้ผู้หญิงออกนอกบ้านมาทำงานน้อย ถ้าสาวรุ่นออกมาอยู่ตัวคนเดียว ที่บ้านอาจไม่วางใจ ส่วนสาวใหญ่ที่แต่งงานแล้ว กลางคืนก็ 

อยากกลับไปอยู่กับครอบครัว เห็นทีแบบนี้ ต้องจ้างคู่สามีภรรยาถึงจะเหมาะสม 

เฉินเสวี่ยเขียนคำว่าเตียงสองชั้นลงไปใต้คำว่าห้องพัก แล้วเขียนต่อข้างๆ ว่า ผู้หญิงสองคน หรือสามีภรรยา ขอเพียงมีคูปอง เตียงก็ซื้อได้เร็ว รวมทั้งพวกเครื่องนอนต่างๆ อันนี้ไม่ต้องห่วงอะไรมาก 

นอกจากห้องพักแล้ว ก็คือห้องโถง ที่เธอเตรียมใช้เป็นที่ทำขนม ตอนนี้มีพื้นที่แล้ว เตรียมทำตู้ไม้ไว้แถวนึง ด้านบนวางถาดไม้และจานชาม ใช้วางขนมตอนทำได้ครึ่งทาง แล้วยังต้องซื้อโต๊ะสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่มาหนึ่งตัว ใช้นวดและคลึงแผ่นแป้ง ลังไม้ที่ทำขึ้นเพื่อใช้ใส่ขนมก่อนหน้านี้ ก็ต้องทำอีกหลายใบ พอดีใช้ใส่แม่พิมพ์ลายที่ช่างไม้ทำขึ้นด้วย ตอนนี้นอกจากขนมเปี๊ยะไส้ถั่วเขียวตามเดิมแล้ว ก็ยังทำขนมถั่วเขียวแบบต่างๆ ได้อีก 

เฉินเสวี่ยคิดไปเขียนไป มากมายหลายหน้ากระดาษ จนถึงราวเก้าโมงกว่า ค่อยรีบอาบน้ำเข้านอน ตอนนี้ห้องก็เช่าแล้ว ในใจเธอจึงคิดแต่จะรีบเปิดห้องทำขนมให้เร็วที่สุด 

แต่ถึงจะรีบอย่างไร ทำอะไรก็ต้องมีขั้นมีตอน สองอาทิตย์ถัดจากนี้ ในเบื้องต้นเฉินเสวี่ยต้องออกเช้ากลับดึกทุกวัน ยุ่งอยู่กับบ้านเช่า เรื่องจ้างคนได้บอกเพื่อนบ้านที่อยู่โดยรอบแล้ว ยุคนี้ยังไม่มีตลาดแรงงานอะไร จึงได้แต่ดูว่าจะมีคนมาถามหางานแถวนี้หรือเปล่า เฉินเสวี่ยรู้ว่าเรื่องแบบนี้รีบไม่ได้ การจ้างคนต้องรอบคอบหน่อย อย่างไรตอนนี้เรื่องเหล่านี้ เธอพอจะทำคนเดียวได้ อย่างมากก็เสียเวลาเพิ่มอีกนิด 

อีกด้านหนึ่ง หลังจากที่เนี่ยเสียวอวี่ส่งโทรเลขกลับบ้าน หมู่บ้านก็เกิดความโกลาหล 

ริมลำธารยามเช้า สาวน้อยสาวใหญ่กำลังนั่งซักผ้า เสื้อผ้าหน้าร้อนกลิ่นแรง ต้องนำไปลอยในลำธารหลายรอบ พวกเธอจึงตีผ้าไปคุยไป 

“นี่เธอ รู้ยัง ลูกสาวคนโตบ้านนั้นน่ะ หนีไปแล้ว” คิ้วของหญิงอ้วนคนหนึ่งขยับ พลางยกต้นแขนขึ้นแตะตัวหญิงหน้าเรียวที่นั่งยองๆ อยู่ด้านข้าง ปากก็บุ้ยใบ้ไปที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน 

หญิงหน้าเรียวเบะปาก “ใครบอก นางพูดกับคนทางบ้านไม่ใช่หรือว่าจะแต่งงานตอนฤดูใบไม้ร่วง ก่อนหน้านี้ เธอก็เห็นตาเฒ่าเนี่ยหน้าชื่นตาบานนี่”  

ที่ดินบ้านหญิงหน้าเรียวติดกับบ้านสกุลเนี่ย ปกติจึงมักทะเลาะกันเรื่องฝักถั่วบนคันดิน ต่างคนต่างไม่ชอบขี้หน้ากัน บ้านของหญิงหน้าเรียวมีลูกชายสามคน แต่บ้านสกุลเนี่ยมีลูกชายคนเล็กเพียงคนเดียว หญิงหน้าเรียวจึงรู้สึกเสมอมาว่าตนมีภาษีดีกว่า 

หญิงอ้วนยิ้มเยาะ “จะไม่ให้หน้าชื่นตาบานได้ไง รู้มั๊ย แกบอกจะยกลูกสาวให้บ้านไหน ก็ช่างไม้หวังที่หมู่บ้านข้างๆ ไง ช่างไม้หวังอายุมากกว่าลูกสาวแกตั้งรอบนึง ถ้าไม่ใช่เพราะให้สินสอดจำนวนมาก คนบ้านแกจะรับปากรึ ได้ยินว่า ให้เท่านี้เลย” หญิงอ้วนชูนิ้วทั้งห้าขึ้นพลางโบกซ้ายโบกขวา 

“โห ใจป้ำจริงๆ” 

“ก็ใช่น่ะสิ ไม่อย่างนั้นสกุลเนี่ยจะรับปากรึ จะว่าไป ลูกสาวคนโตของสกุลเนี่ยก็สวยอันดับต้นๆ ของหมู่บ้านเราเลยนะ เรียนจบม.ต้น แล้วยังขยันขันแข็ง ไปส่งข้าวตามท้องไร่อีก เธอเห็นพวกเด็กวัยรุ่นในหมู่บ้านมั๊ย จ้องกันตาเป็นมันเชียว ได้ยินว่าปีก่อน นายบัญชีหวังก็เคยส่งคนไปที่บ้านสกุลเนี่ย ขอนางให้ลูกชายคนรองด้วย” 

“คนบ้านเนี่ยไม่เอาหรอก” 

“ถูก แต่คนเขาพูดเก่งจะตาย บอกว่าลูกสาวยังเด็ก อยากอยู่กับพ่อแม่อีกสองปี เชอะ เด็กอะไร ยี่สิบสองแล้วแม่เจ้า อย่าไปว่าเขาแก่ ได้ยินว่า ตอนนั้นนายบัญชีหวังเสนอสินสอดไปสามร้อยหกสิบ มากที่สุดในแถบนี้แล้ว” 

“ขนาดนั้นก็ยังไม่เอา ลูกคนรองของนายบัญชีหวังจบม.ปลายนะ ตอนนี้ทำงานอยู่ในเมือง คนที่ชอบใส่เสื้อเชิ๊ตสีขาวน่ะ ก็ดูเรียบร้อยดี ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าช่างไม้หวังเลย พูดก็พูด เงินของนายบัญชีหวังน้อยกว่าช่างไม้หวังได้ไงกัน” 

พอได้ยินคนทั้งสองซุบซิบกันครึ่งค่อนวัน คนข้างๆ ก็เข้ามานั่งล้อมวงด้วย ผ้าเผ้อไม่ซักกันแล้ว แช่ไว้ในกะละมัง วางไว้ให้น้ำในลำธารไหลผ่านนั่นล่ะ  

หญิงวัยกลางคนสวมเสื้อลายสก็อตพูดแทรกขึ้น “ก็เมื่อปีก่อนนี้แหละ เธอมองไม่ออกหรือว่า ที่บ้านเนี่ยเอาอกเอาใจบ้านหลัวจะตาย ก็เพราะอยากยกลูกสาวให้ลูกชายคนโตของบ้านหลัวน่ะสิ ว่ากันว่า เป็นถึงผู้บังคับกองพันเลยทีเดียว” 

“นั่นมันตำแหน่งใหญ่นะเนี่ย” 

“อย่าว่าไป พี่ใหญ่บ้านหลัวไปเป็นทหารเกือบสิบปีแล้ว บ้านเนี่ยก็รอแล้วรอเล่าให้บ้านหลัวมาขอ สุดท้ายนึกไม่ถึงว่า พอพี่ใหญ่บ้านหลัวได้ตำแหน่ง ก็แต่งงานกับลูกสาวหัวหน้าตัวเองเสีย ลูกสาวบ้านเนี่ยจึงถูกแขวนโต่งเต่งไว้อย่างนั้น อยากลับไปหาลูกชายนายบัญชีหวัง ก็ลงมาไม่ได้ เสียหน้าหมด” 

“มีตำแหน่งใหญ่โต ไหนเลยจะเห็นหัวชาวบ้านอย่างเราๆ ต้องบอกว่าเรื่องนี้บ้านหลัวไม่มีความจริงใจ” 

“พูดแบบนี้ก็ไม่ได้ บ้านหลัวกับบ้านเนี่ยยังไม่ได้ตกลงกันแน่นอนนี่ แล้วทำไมพี่ใหญ่ในบ้านถึงแต่งงานกับสาวในเมืองไม่ได้เล่า” 

“เดิมทีคิดว่าจะได้แต่งกับผู้พัน สุดท้ายกลับได้แต่งกับช่างไม้ มิน่าเล่าถึงได้หนีไป” 

ต่างคนต่างพูดกันไปต่างๆ นาๆ หญิงสวมเสื้อลายสก็อตเห็นดังนี้ก็รีบพูดต่อ “เดี๋ยวๆ ยังไม่จบ ที่บอกว่าหนีไปน่ะ พวกเธอรู้หรือเปล่าว่าหนีไปไหน”  

ว่าแล้วก็กลอกตาไปรอบๆ มองดูคนรอบข้างที่หยุดพูดแล้วกลั้นหายใจฟังตน พอได้ใจก็พูดต่อ “หนีไปหาพี่ใหญ่บ้านหลัวแล้ว” 

วงแม่บ้านแตกฮือ 

“ไม่ใช่มั้ง พี่ใหญ่บ้านหลัวแต่งงานแล้วนี่ ผู้หญิงตัวคนเดียวหนีไปหาเขา หมายความว่าไง” 

“ก็ใช่น่ะสิ ขายหน้าหมด” 

“สมัยนี้ไม่ใช่สมัยก่อนแล้ว จะไปเป็นเมียน้อยเขาหรือไง” 

หญิงสวมเสื้อลายสก็อตหันควับมามองคนข้างๆ พร้อมสีหน้าพึงพอใจ “พูดไปก็ไม่ดี เมียของคนเขาไม่เพียงเป็นคนเมือง ยังเป็นคนปักกิ่งด้วย คนในครอบครัวก็เป็นคนมีบารมีในกองทัพ ถ้าจะให้พูด ผู้หญิงตัวคนเดียวหนีออกไป ใครจะรู้ว่า จะเป็นอย่างไรต่อ แต่อย่ากลับมานา ขนาดช่างไม้หวังก็ไม่เอาแล้ว” 

“เฮ้อ...มิน่าล่ะ เมื่อสองวันก่อน ฉันไปเคาะประตูบ้านเนี่ย ก็ได้ยินเสียงป้าหวังต่อว่าต่อขานคนบ้าน 

หลัว ยังว่าอยู่ว่า สองบ้านนี้คงดองกันไม่ได้แล้วล่ะ แต่ก็ไม่ควรทำแบบนี้ คนบ้านหลัวกำลังอยู่ในขาขึ้นเห็นๆ ถ้า 

ทำแบบนี้ กระทั่งน้ำใจที่มีให้กันแต่เก่าก่อนก็ไม่เหลือ” 

“ไม่หรอก ไม่หรอก ต้องบอกว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาของคนบ้านเนี่ย ที่ไม่รู้จักเฝ้าดูลูกสาวตัวเองให้ดี ปล่อยให้แจ้นไปหาเขา ทำให้เขาเดือดร้อน” 

ชาวบ้านมีสัญชาติญาณในการวิ่งเข้าหาประโยชน์ เลี่ยงหลบเภทภัย ตอนนี้พี่ใหญ่บ้านหลัวเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกองทัพ สถานะของบ้านหลัวในหมู่บ้านย่อมสูงตาม แต่คนบ้านเนี่ยเป็นชาวไร่ชาวนา ความจริงแล้วลูกสาวทั้งสวยทั้งขยัน จะหาลูกเขยดีๆ สักคนยังได้ แต่ตอนนี้กลับเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ต่อไปอยากแต่งงานก็จนปัญญา  

ในที่นี้ใครสูงใครต่ำ มองปราดเดียวก็รู้ สำหรับแวดวงซุบซิบในหมู่บ้าน ความคิดเห็นที่มีล้วนเอียงเข้าข้างบ้านหลัว ส่วนบ้านเนี่ยกลับกลายเป็นตัวตลกให้กลุ่มคนพูดคุยกันสนุกปาก 

แม่ของเนี่ยเสียวอวี่ หวังหลิ่ว กระทั่งซักผ้า ระยะนี้ก็ไม่ไปที่ริมลำธารแล้ว ยอมตักน้ำจากบ่อน้ำหน้าบ้านแต่เช้า แล้วซักอยู่ในลานบ้านตัวเอง ชาวบ้านในหมู่บ้านปกติแล้วจะไม่ปิดประตูบ้านในตอนกลางวัน เปิดประตูให้ไปมาหาสู่กัน คนที่เดินผ่าน อย่างน้อยก็ต้องส่งเสียงทักทาย ถ้าสนิทกันหน่อยก็จะหยุดคุยกันเรื่องครอบครัว แต่บ้านเนี่ยระยะนี้ ปิดประตูบ้านทั้งกลางวันกลางคืน แน่นอนว่ายังไปทำไร่อยู่ เช้าตรู่ของทุกวัน ลุงเนี่ยจะแบกจอบออกจากบ้าน ทำงานอยู่ในไร่เงียบๆ คนเดียว ไม่มองด้วยซ้ำว่าบนคันดินมีใครเดินผ่านมาบ้าง บ้านเนี่ยในตอนนี้ คล้ายคิดทำให้ตัวเองกลายเป็นเกาะโดดเดี่ยวเกาะหนึ่ง 

แต่เช่นนี้ก็ยังไม่สามารถยับยั้งข่าวลือที่แพร่สะพัดออกไป บรรยากาศในบ้าน ไล่จากตื่นตระหนก เป็นกังวล จนโกรธแค้น ขึ้นๆ ลงๆ มาตลอด 

ลุงเนี่ยเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน พอกลับถึงบ้าน กลับเห็นหม้อเย็นเตาเย็น เมียที่บ้านกำลังเอนหลังอยู่บนเตียงอิฐ[1] ความคับแค้นใจที่สะสมมาหลายวัน ในที่สุดก็เจอที่ระบาย 

“คนในบ้านตายกันหมดแล้วหรือไง แม้แต่ข้าวก็ไม่หุง!” ลุงเนี่ยแผดเสียงดังจนบ้านสั่นสะเทือน ฝุ่นบนเสาตกลงมาลอยฟุ้ง 

แต่เสียงดังขนาดนี้ก็ยังไม่มีผลอะไร ป้าหวังค้อนให้เขาหนึ่งขวับ ยังคงแค่นเสียงอยู่บนเตียง 

“เสียงดังขนาดนี้ แรงเยอะดีนี่ จะกินข้าวไปทำไม” 

เนี่ยเสี่ยวซานแอบโผล่ศีรษะออกจากห้องทางตะวันออก ตั้งแต่วันที่พี่สาวหายตัวไป บ้านก็มีสภาพเช่นนี้ เมื่อก่อนไม่ได้เป็นแบบนี้ พ่อกับแม่ไปไร่ด้วยกัน พอกลับมา ก็มีข้าวและกับข้าวที่พี่สาวทำเสร็จแต่เช้าวางเอาไว้ให้ พ่อยังจิบเหล้าน้อยๆ อย่างชื่นใจ คีบผักพลางว่า ลูกสาวบ้านเราเก่งจริงๆ ไปบ้านไหน บ้านนั้นก็ได้เปรียบ 

ยังจะมีบ้านไหนอีก ก็ต้องเป็นบ้านพี่ต้าอวี่สิ พี่ต้องแต่งให้พี่ต้าอวี่แน่นอน 

แต่แล้วพี่ต้าอวี่ ทำไมถึงแต่งงานแล้วล่ะ 

  

 

[1] เตียงอิฐ เตียงหรือแท่นที่ก่อด้วยอิฐ ด้านล่างมีช่องใส่ฟืนจุดไฟให้ความอบอุ่น ด้านบนจะปูด้วยฟูกหรือเบาะรองนั่ง 

ความคิดเห็น